“หลี่เฉียงคุณชายรองจะกลับมาเมื่อใด เขาได้บอกกับเ้าเอาไว้หรือเปล่า” เซียวหยุนนวดคลึงศีรษะตนเองด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างก็ยื่นออกไปรับน้ำชาที่ผู้ดูแลร้านหลี่เฉียงส่งมาให้
“คุณชายรองจะกลับมาในคืนนี้ขอรับ”
“ก่อนที่เขาจะเดินทางไปที่ใดอีก บอกให้เขากลับไปพบข้าที่จวนสักครั้งแล้วกัน เ้าอย่าลืมเชียว” เซียวหยุนถอนหายใจ
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าบุตรชายเดินทางไปที่ใดบ้าง แต่หลายครั้งที่กลับมาก็มักจะมีกลุ่มคนแปลกหน้าร่วมติดตามมาด้วย มาถึงก็มักจะพักผ่อนปรึกษาหารือกันอยู่ที่ชั้นสองของร้านค้าเพียงเท่านั้น จัดการสั่งงานหลี่เฉียงผู้ดูแลร้านเสร็จ ไม่กี่วันก็ออกไปอีก คล้ายกับกำลังทำเื่สำคัญกันอยู่ เขาเชื่อมั่นในความคิดของเซียวซ่งจึงไม่เคยก้าวก่ายซักถามความอันใด ปล่อยให้เขาทำงานไปอย่างอิสระ
แต่เวลานี้ผิงจินเยว่ที่ไม่พบหน้าเซียวซ่งนานนับเดือน เริ่มที่จะฟาดหัวฟาดหางอาละวาดไปทั่ว สะใภ้ใหญ่ก็ใกล้จะคลอดแล้วหากนางถูกลูกหลงจากการะเิอารมณ์ของผิงจินเยว่ก็จะเป็การสร้างความเดือดร้อนไปใหญ่ เขาจึงจำต้องเรียกตัวเซียวซ่งมาพูดคุยให้รู้เื่ หากเป็ไปได้เขาก็จะใช้ฐานะบิดาออกปากห้ามปรามบุตรชายมิให้ตกแต่งสตรีเช่นนี้เข้ามาในสกุล
……….
จวนสกุลผิง
“ไม่ได้!! แต่งให้กับเซียวซ่งไม่ได้เด็ดขาด!! ทุกวันนี้ข้าต้องคอยแก้ข่าวลือเสียๆ หายๆ ของเ้ากับเซียวซ่งมากมายเท่าใดรู้หรือไม่ หากข้าหมายใจจะให้เ้าแต่งเข้าสกุลเซียว แล้วข้าจะเสียทั้งเงินทั้งเวลาไปเพื่อปกปิดข่าวเ่าั้ไปเพื่ออะไรกัน” ผิงซีหวงตวาดเสียงดัง
“ข้ากับพี่ซ่งไม่เคยปิดบังผู้ใดว่าพวกเราคบหาดูใจกันอยู่ ท่านพ่อท่านแม่กับท่านปู่ก็รู้ดีกันทุกคน ก่อนหน้านี้พวกท่านยังสนับสนุนข้ากับพี่ซ่งอยู่เลย แล้วอยู่ๆ เหตุใดท่านพ่อถึงได้มาห้ามลูกเล่าเ้าคะ” หญิงสาวโวยวาย
“เื่ออกเรือนเป็หน้าที่บิดามารดาจัดการให้ทั้งสิ้น ความเห็นของข้าไม่จำเป็ต้องรายงานให้บุตรสาวอกตัญญูเช่นเ้าต้องรู้กระมัง พ่อบ้านลี่จัดการส่งคุณหนูกลับไป ห้ามนางก้าวออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะถึงพิธีปักปิ่น หากนางไม่เชื่อฟังหรือขัดคำสั่งก็ให้จับมัดเอาไว้ บ่าวคนใดขัดคำสั่งไม่ดูแลนางให้ดีก็ให้โบยให้ตายไปเสียอย่าได้ละเว้นผู้ใด” ผิงซีหวงที่กำลังโทสะสูงเทียมฟ้า ออกคำสั่งขังบุตรสาวทันทีหลังจากที่เขาและนางถกเถียงกันมาพักใหญ่แล้ว
“ท่านพี่ เหตุใดจึงต้องรุนแรงกันถึงเพียงนี้ด้วยเล่า แล้วอาซ่งไม่ดีตรงไหนก่อนหน้านี้ท่านก็ชมชอบและเอ็นดูเขาไม่น้อย มีอันใดท่านก็อธิบายให้นางได้เข้าใจและยอมรับ แม้แต่ข้าเองก็ยังสับสนเลย เยว่เอ๋อร์จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจได้อย่างไรเล่าเ้าคะ” หลานฮูหยินขอร้องผู้เป็สามีแทนบุตรสาว
“ดีๆๆ สตรีสกุลผิงนี่ช่างดีกันนัก เ้าช่างขวัญกล้าเสียเหลือเกินฮูหยินใหญ่ คำกล่าวของนายท่านเช่นข้าพวกเ้าก็ไม่เชื่อฟังแล้วหรือ? หากจิตใจเ้าไม่สงบนักเช่นนั้นจากนี้ก็ไปสวดมนต์ที่วัดประจำตระกูลเสีย รอจนถึงพิธีปักปิ่นของเยว่เอ๋อร์แล้วค่อยกลับมา พ่อบ้านลี่ส่งคนออกไป”
“ขอรับนายท่าน ฮูหยินคุณหนูเชิญพวกท่านเถิดอย่าให้ข้าต้องลำบากใจเลย” พ่อบ้านลี่โบกมือคราหนึ่ง บ่าวรับใช้สตรีร่างใหญ่หลายคนก็เดินเข้ามาเตรียมพร้อมจะพาคนออกไป
หลานฮูหยินส่งสายตามองใบหน้าเ็าของสามีอย่างเ็ป นางไม่สามารถตั้งครรภ์ให้กับเขาได้อีกแล้วหลังจากที่ให้กำเนิดผิงจินเยว่ จึงได้แต่ทำใจยอมรับอนุภรรยามาให้สามีอีกสองคน จากนั้นก็หาความสงบจิตใจตนด้วยการเข้าวัดถือศีลมาโดยตลอด
หลายเดือนก่อนอนุฝ่านซึ่งเป็ความหวังของสกุลผิงที่จะให้กำเนิดทารกชาย กลับให้กำเนิดสาวมาอีกหนึ่งคน ทำให้ผิงซีหวงผิดหวังอย่างรุนแรงและยิ่งอารมณ์ไม่ดีหาเื่ติติงทะเลาะกับภรรยาทั้งสามไม่เว้นวัน จนในที่สุดเขาก็รับอนุภรรยาเข้ามาอีกสองคนพร้อมๆ กัน ด้วยหวังจะรีบให้พวกนางตั้งครรภ์โดยเร็ว
บุรุษผู้ซึ่งไม่เคยมีความรักกับภรรยาคนใดอย่างแท้จริง แม้แต่บุตรสาวเขาก็มองเป็เพียงสินค้าที่มีต้นทุนและผลกำไร แม้แต่บุตรสาวที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนของอนุฝ่าน ผิงซีหวงยังไม่เคยอุ้มมาเชยชมเฉกเช่นบิดาที่ดีพึงกระทำเลยสักครั้ง
“เยว่เอ๋อร์เ้าหยุดอาละวาดแล้วกลับไปอยู่ในเรือนดีๆ เสีย หากเ้าไม่เชื่อแม่ ท่านพ่อของเ้าอาจจะไม่ปล่อยให้เ้าได้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติแล้วจับเ้าออกเรือนไปกับบุรุษที่เ้าไม่พึงใจก็ได้ เ้าไตร่ตรองดูให้ดี แม่เตือนเ้าได้เพียงเท่านี้ล่ะ” หลานฮูหยินเอ่ยคำกับบุตรสาวที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง โดยมีสาวใช้ช่วยกันจับร่างนางเอาไว้
“ท่านแม่ช่วยข้าด้วย!! ข้าไม่ยอม!!”
“ท่านปู่!! พี่ชุ่ยอิงไปตามท่านปู่มาให้ข้า”
หญิงสาวกรีดร้องะโสั่งชุ่ยอิงอย่างไม่ลดละ มือและเท้าทั้งถีบทั้งจิกทึ้งไปยังร่างของสาวใช้ที่ช่วยกันจับตัวนางพัลวัน จนในที่สุดพ่อบ้านลี่จำต้องพยักหน้าอนุญาตให้สาวใช้ช่วยกันมัดมือมัดเท้าแล้วแบกร่างนางไปส่งไปกักขังไว้ที่เรือน
……….
จวนสกุลเซียว
“คำนับท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่”
เซียวซ่งที่กลับมาถึงเมืองหลวงในยามโหย่ว (17.00-18.59) พอได้รู้เื่การก่อเื่ของผิงจินเยว่และคำสั่งที่บิดาฝากความถึงเขาจากหลี่เฉียงผู้ดูแลร้านค้าสกุลเซียวแล้ว เขาก็รีบกลับมาจวนสกุลเซียวทันที ไม่คิดว่าไม่เพียงแค่บิดายังมีมารดาและเซียวซ่านพี่ชายที่ยังรอเขาอยู่ด้วยเช่นกัน
“หลี่เฉียงคงจะเล่าเื่ของเยว่เอ๋อร์ให้เ้าได้รับรู้บ้างแล้วใช่หรือไม่” เซียวหยุนเอ่ยขึ้นทันทีที่บุตรชายคนรองนั่งลงเรียบร้อย
“ทราบแล้วขอรับท่านพ่อ เยว่เอ๋อร์ทำเกินไปแล้วจริงๆ ข้าขออภัยท่านพ่อด้วยที่เป็สาเหตุให้นางออกมาสร้างเื่วุ่นวายเช่นนี้”
“ซ่งเอ๋อร์ ลูกคิดอย่างไรกับหลานสาวจินเยว่บอกแม่มาตามตรงเถิด นางเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่าเ้าเป็บุรุษของนางอย่างไร้ยางอาย แม้ว่าเ้าไม่เสียหายอันใดแต่อย่างไรก็ปล่อยให้เป็เช่นนี้อยู่ไม่ได้นะ” ฉิงยี่ร้องถามขึ้นมาบ้าง จากท่าทีที่ผ่านมาของเซียวซ่ง นางกังวลเหลือเกินว่าบุตรชายคนเล็กจะหลงรักผิงจินเยว่เด็กสาวผู้ไม่มีหนังไม่มีหน้าผู้นี้ (สำนวนจีนมีความหมายว่า หน้าไม่อาย หน้าด้านไม่รู้จักอาย)
“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าขออภัยแทนนางด้วยขอรับหลังจากนี้ข้าจะจัดการเื่ของนางเอง แต่เวลานี้ลูกมีเื่สำคัญกว่าจะมาบอกให้ทุกคนได้รู้” เซียวซ่งยังคงบ่ายเบี่ยงที่จะกล่าวถึงผิงจินเยว่อย่างเช่นเคย แต่เขามีเื่สำคัญและร้ายแรงยิ่งกว่านั้นอยู่จริงๆ
เซียวหยุนสูดหายใจเข้าแรงๆ ไปเฮือกหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆ ระบายลมหายใจออกมาอย่างเสียใจ ทุกครั้งที่คนในครอบครัวตำหนิผิงจินเยว่ ไม่เพียงบุตรชายคนเล็กจะไม่โกรธแต่เขายังจะออกหน้าแทนนางไปเสียทุกครั้งอีกด้วย เห็นทีว่าเขาคงต้องบังคับใจบุตรชายสักครั้งเพื่ออนาคตที่ดีและความสงบสุขของคนในสกุลเสียแล้ว
เซียวซ่งชำเลืองมองอากัปกิริยาของผู้เป็บิดาทางหางตาก็รู้ว่าเซียวหยุนไม่พอใจ เขาจึงเอ่ยสำทับคำมาอีกครั้ง
“ท่านพ่อ ท่านปู่ใหญ่กล่าวกับข้าอย่างชัดเจนว่าเขาอยากให้ข้าดูแลคุณหนูผิงแทนเขา แม้ว่าข้าจะไม่ได้ตอบรับคำในยามนั้น แต่พวกท่านลองตรองดูว่าข้าสมควรกระทำตนเช่นไร”
สิ้นเสียงของเซียวซ่งฉิงยี่ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ อย่างเศร้าโศก เซียวหยุนและเซียวซ่านเองก็อึ้งไปเช่นกัน นายท่านผู้เฒ่าผิงมักจะเรียกเซียวซ่งให้ไปพบอยู่หลายครั้งนับั้แ่เขามาเริ่มดำเนินกิจการของสกุลเซียวด้วยตนเอง เดิมทีก็คิดว่าผิงเก่อจะเรียกบุตรชายไปเพื่อแนะนำสั่งสอนด้านการค้า ไม่คิดว่าเขาจะหมายตาเซียวซ่งให้เป็หลานเขยของตนจริงๆ
“เช่นนั้นแม่ไม่ขอรับรู้อันใดอีกแล้ว พวกเ้าสามคนพ่อลูกพูดคุยกันต่อเถิดแม่จะไปดูหลั่งหลินกับหลานชายเสียหน่อย” ฉิงยี่ปาดน้ำตาบนใบหน้าทิ้ง อย่างน้อยนางก็ได้รู้ว่าบุตรชายไม่ได้เพ้อฝันถึงสตรีผู้นั้น แต่เป็เพราะคำขอของนายท่านผู้เฒ่าผิง ปล่อยให้พวกเขาสามคนลองคิดหาทางกันดูไม่แน่ว่าอาจจะมีทางออก