ตอนที่ 6 หากมีคนถาม ให้บอกว่าเราเป็แฟนกัน
“แล้วสีชมพูล่ะ” ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ผมจึงชวนเธอคุยต่อ พลางแอบสังเกตใบหน้าและรูปร่างของเธอไปด้วย
กระต่ายน้อยตัวนี้ เอวบางร่างน้อยใบหน้าโดดเด่น เส้นผมทำสีบ่งบอกว่าเธอเป็คนชอบแต่งตัวพอสมควร ดวงตากลมโตขนตายาวเป็แพ จมูกโด่ง ริมฝีปากบางอมชมพู มองรวมๆแล้วเธอสวยน่ารักเลยเชียวแหละ
“ดอกกุหลาบสีชมพูสื่อความหมายแสดงความรักแบบโรแมนติก แต่ไม่ใช่ความรักที่ลึกซึ้งมากนักอาจจะแค่ชื่นชอบ ถ้าจะให้หนูแนะนำหนูคิดว่าดอกกุหลาบสีชมพูเหมาะให้กับเพื่อนสนิทมากกว่า”
“แล้วสีส้มล่ะสีนี้ก็ดูสวยแปลกตาดีนะ” ถามอะไรเยอะแยะเนี่ยลุง!
“่นี้หนูยุ่งๆถ้าลุงไม่รู้จะทำอะไร ช่วยกวาดบ้านถูบ้านให้หนูหน่อยแล้วกัน”ทำไมผมรู้สึกว่าเธอไม่อยากคุยกับผมล่ะ...หรือว่าผมจะคุยไม่สนุก
“ได้สิ เื่งานบ้านงานถนัดของผมเลยแหละ” เธอจะรู้มั้ยว่าประโยคนี้ผมกัดฟันพูด ในเมื่อเธอเอ่ยปากแล้วผมจะนิ่งดูดายอยู่ได้ยังไง...ไม้กวาดอยู่ไหน?
“เออลุง เดี๋ยวก่อน”
“..........” ผมหันไปมองหน้าเธอนิ่งๆเป็คำถาม
“พ่อค้าแม่ค้าในตลาดล้วนแล้วแต่รู้จักกันทั้งนั้นลุงมาอยู่กับหนูเป็อาทิตย์แบบนี้ แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีคนสงสัยแน่นอนถ้ามีคนถามให้บอกไปว่าลุงเป็แฟนกับหนูก็แล้วกัน” ครั้นจะบอกตามตรงก็เกรงว่าจะถูกชาวบ้านมองไม่ดี
“..........” ง่ายขนาดนี้เชียว...ผู้หญิงสมัยนี้นี่จริงๆเลย
“ไม่ได้เหรอคะ”หรือว่าเขาจะไม่เต็มใจ ทำไมมองหน้าฉันด้วยสายตาแบบนี้ล่ะ
“ได้สิ แล้วแต่คุณลูกค้าเลยครับ”ไหนๆก็หลวมตัวมาแล้วนี่ มีแฟนเด็กห่างกันหลายปีขนาดนี้ลุงอย่างผมไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากอยู่แล้ว
“ขอบคุณค่ะ”น้ำเสียงที่เขาพูดเหมือนประชด แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง ฉันคงคิดมากไปเอง
เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยดีแล้วผมจึงเริ่มจับไม้กวาด ช่วยแฟน...เอ๊ย! ช่วยน้องกระต่ายจัดการทำความสะอาดเริ่มจากภายในร้านก่อน จากนั้นก็ถัดเข้าไปทำที่ด้านในหลังร้าน
“ลุง...ขึ้นไปทำความสะอาดที่้าให้ด้วยนะคะ”เธอะโสั่งผมทำงานบ้านเสียงดังลั่น...ฝากไว้ก่อนเถอะ!ไม่ได้หมายถึงยัยกระต่ายน้อยนะครับ หมายถึงไอ้เพทาย...ไอ้เพื่อนชั่วของผม!
“ครับ...” ผมะโกลับไปก่อนที่จะหันไปเห็นจานชามกองโต...งานผมสินะ!
เมื่อเวลาผ่านไป งานปัด กวาด เช็ด ถู หน้าที่ของผมใกล้จะเสร็จแล้ว ตอนนี้ผมกำลังถูพื้นอยู่บนชั้นสองอยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทะเลาะกันดังอยู่ชั้นล่าง
ทางด้านหน้าร้าน ในขณะที่เหมันต์กำลังทำความสะอาดอยู่ ส่วนกระต่ายกำลังจัดดอกไม้ดูแลลูกค้า ลูกค้าเยอะ งานของเธอก็เยอะตามไปด้วย วันๆเธอไม่ค่อยว่างหรอกเหนื่อยแค่ไหนก็ทนได้เพราะว่าได้เงิน
“กริ๊ง!”แต่อยู่ๆก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเปิดประตูเดินเข้ามาด้านในอีกแล้วคนคนนั้นก็คือแสน สามีของแม่นั่นเอง ั้แ่ที่กระต่ายแยกออกมาอยู่ต่างหากเธอกับแม่ก็ไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันอยู่แล้วจึงไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่ทั้งสองคนแม่ลูกจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน
“มาทำไมอีก ออกไปเลยนะ”เธอไม่ต้อนรับผู้ชายคนนี้ เจอหน้าทีไรมีแต่เื่
“กู้าเงินสองหมื่นมึงให้กูเถอะนะ” ครั้งนี้กระต่ายกำกรรไกรไว้ในมือแน่น ถ้าเข้ามาทำร้ายเธอคงสู้ขาดใจ
“บอกให้ออกไปไงถ้าไม่ไปหนูโทรแจ้งตำรวจนะ”
“อีนี่ กูพูดกับมึงดีๆหรืออยากจะโดนตบ” ในใจนึกกลัวที่สุด คนบ้าๆแบบนี้ไว้ใจไม่ได้
“ไปให้พ้นอย่ามาทำอาชีพขอทานแถวนี้” เธอทำงานทั้งวัน นั่งหลังขดหลังแข็งส่วนคนที่ตั้งหน้าตั้งตาขอเงินเธอ วันๆกลับใช้ชีวิตสุขสบายไปวันๆเื่อะไรเธอจะให้
“ปากดีนัก!”ทันใดนั้นฝ่ามืออันแข็งกร้าวก็ปัดกรรไกรในมือของเธอจนหล่นลงพื้นจากนั้นมันก็คว้ามาที่ลำคอของเธอแล้วออกแรงบีบทันที จนเธอหายใจไม่ออกจะร้องให้คนช่วยเสียงที่มีก็คงไม่มากพอ
“ปล่อยนะไอ้ชั่ว”เสียงของเธอแ่เบา ตอนนี้เธอหายใจไม่ออก...ใครก็ได้ช่วยที
“มึงจะให้กูดีๆหรือว่าจะอยาก...(ตาย)”แสนยังพูดไม่ทันจบดี
"โครม!!"อยู่ๆก็มีฝ่าตีนทั้งใหญ่ทั้งหนักะโถีบมาที่สีข้างของแสนอย่างจัง
นั่นจึงทำให้ฝ่ามือของแสนที่กำลังบีบคอกระต่ายอยู่หลุดออกทันทีร่างเล็กล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น เธอค่อยๆสูดเอาอากาศเข้าปอดจนสามารถหายใจได้เป็ปกติ เหมันต์รีบเข้าไปประคองแล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงว่า...
"เป็ยังไงบ้าง"
"ขอบคุณค่ะหนูไม่เป็อะไร"
“มึงทำร้ายผู้หญิงทำไม”เหมันต์ไม่รู้เื่รู้ราวด้วยเลย เพียงแต่เขาแค่้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นส่วนฝ่าเท้าเมื่อสักครู่...ไม่ได้ตั้งใจ ตีนมันลั่น!
“มึงเป็ใครวะ”แสนพยุงตัวเองลุกขึ้นมายืน ส่วนเหมันต์ยังคงนั่งอยู่ข้างๆกระต่าย
“กระต่าย...ใครน่ะแฟนหนูหรือเปล่า” เหมันต์ถามกระต่ายเสียงเบา ได้ยินกันแค่สองคน
“ผัวแม่”
“ไม่ใช่พ่อใช่มั้ย”
“ไม่ใช่” เมื่อได้ฟังคำตอบจากเธอเขาจึงช่วยพยุงเธอให้ลุกยืนขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปที่ใบหน้าของแสนด้วยท่าทางเอาเื่
“มึงเป็ใคร เป็อะไรกับอีต่าย”
“เป็แฟน” หากมีคนถามให้บอกว่าเราเป็แฟนกัน...เขาเชื่อเธอ!
"กูเป็พ่อเลี้ยงมันกูกับแม่ของมัน้าใช้เงิน มึงบอกให้มันเอาเงินให้กูสองหมื่นซิ"
"ไม่ให้!จะไปตายที่ไหนก็ไป!" กระต่ายพูดสวนกลับไปทันทีด้วยความโมโหเธอไม่สนใจว่าจะเอาเงินไปทำอะไร จะมีปัญหาอะไรเธอก็ไม่สน ส่วนแม่ของเธอเธอเชื่อว่าถ้าแม่้าเงินจริงๆ แม่คงมาหาเธอเองแต่นี่แม่ไม่มาแสดงว่าคนที่้าเงินไม่ใช่แม่ น่าจะเป็ไอ้ปลิงนี่มากกว่าที่อยากได้
"ได้ยินมั้ย เธอไม่ให้"
"มึงล่ะ! มึงมีมั้ยกูขอยืมหน่อย!"
"พี่จัดการให้เอามั้ย"สรรพนามเปลี่ยนไปทันที ไหนๆก็ประกาศไปแล้วว่าเป็แฟน เดี๋ยวไม่เนียน
"ขอแรงๆ เผื่อด้วย"ทั้งสองกระซิบกระซาบคุยกันเสียงเบา แสนได้ยินไม่ชัดจึงยืนรอคิดเอาเองว่าทั้งสองคนกำลังปรึกษากันเื่เงินสองหมื่นที่ขอเป็จังหวะที่มีคนกำลังเปิดประตูหน้าร้านให้พอดี
"โครม!!"อยู่ๆฝ่าเท้าทั้งใหญ่ทั้งหนักก็ยกขึ้นถีบไปที่หน้าอกของแสนอย่างจังจนร่างกระเด็นลอยออกนอกประตูไปทันที ดีที่คนเปิดหลบทัน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนลุงมิ่งพ่อของนพเก้านั่นเอง
"โอ๊ย!!"เสียงอึกทึกโครมครามทำให้พ่อค้าแม่ค้าแถวๆนี้เดินเข้ามามุงดูกันอยู่ที่หน้าร้านดอกไม้บางคนก็มาทันเห็นเหตุการณ์ บางคนก็มาไม่ทันหลังจากนี้คงมีคำถามจากพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันอีกมากมาย