"เกาลี่เป็ใครกัน?" หลันเยวี่ยถามด้วยความสงสัยต่อมอยากรู้อยากเห็นถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว
เธออยากรู้จริงๆว่าสาวที่หมายปองหลินซือหย่วนคนนั้นจะเป็คนแบบไหน
ถิงถิงก็เป็สาวนักเล่าเธอจึงเล่าทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้ฟัง
เกาลี่คนนั้นที่แอบชอบหลินซือหย่วนก็เป็คนในหมู่บ้านนี้บ้านของเธอตั้งอยู่เหนือสุดของหมู่บ้าน
เกาลี่อายุสิบเก้าปีแล้วพ่อของเธอเป็พี่น้องท้องเดียวกันกับสามีป้าใหญ่ของหลินซือหย่วน
พูดง่ายๆก็คือเกาลี่เป็หลานสาวบ้านป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนนั่นเอง
ป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนอยากจับคู่สองคนนี้มาตลอดฝ่ายหญิงก็ยินดีเป็อย่างยิ่ง แต่หลินซือหย่วนกลับไม่เล่นด้วย
"ที่หลินซือหย่วนไม่ชอบเกาลี่ เป็เพราะเกาลี่หน้าตาไม่ดีหรือเปล่า?"หลันเยวี่ยถามเพราะความสงสัย
ถิงถิงตอบว่า"เกาลี่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนักส่วนสูงก็เตี้ยกว่าพวกเรานิดหน่อย หน้ากลมๆ ดูน่ารักดีถ้าจะว่ากันตามจริงก็คือผิวคล้ำไปหน่อย"
จ้าวหงเหมยเสริมคำพูดของถิงถิงอีกว่า"ถึงเกาลี่จะผิวคล้ำไปหน่อย แต่ก็ขยันขันแข็งมากนะไม่ว่าจะงานบ้านหรืองานไร่งานนาก็ไม่คณามือ"
คนชนบทเลือกเมียไม่ได้เน้นหน้าตามากนักแค่ดูดีพอดูได้ก็พอแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าขยันหรือเปล่า
สาวรุ่นๆคนไหนที่ทำงานบ้านเก่ง งานไร่งานนาก็ไม่เป็รองใครนับว่าเข้าเกณฑ์การเลือกสะใภ้ของคนส่วนใหญ่แล้ว
อีกด้านหนึ่งหลินซือหย่วนพาซูเพ่ยอวิ๋นไปถึงสถานีอนามัยประจำอำเภอแล้ว
ในสถานีอนามัยมีเซรุ่มอยู่พอไปถึงที่นั่นไม่นาน ซูเพ่ยอวิ๋นก็ได้รับการฉีดเซรุ่มเรียบร้อย
ซูเพ่ยอวิ๋นคะยั้นคะยอจะเลี้ยงข้าวหลินซือหย่วนให้ได้สุดท้ายเขาก็ขัดไม่ได้จำต้องไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารใหญ่ที่สุดในอำเภอพร้อมกับซูเพ่ยอวิ๋น
กว่าหลินซือหย่วนจะกลับถึงหมู่บ้านก็เกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว
เขาเอาจักรยานไปคืนให้หมอหวังจากนั้นก็เดินกลับบ้าน
แต่หลินซือหย่วนไม่ได้ตรงกลับบ้านตัวเองแต่เลี้ยวไปทางบ้านหลันเยวี่ยก่อน
หลินซือหย่วนที่เดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับถิงถิงที่ออกมาจากห้องโถงพอดิบพอดี
"พี่ซือหย่วน มาทำอะไรเหรอคะ?" ถึงถิงถิงจะแอบไม่ชอบใจหลินซือหย่วนแต่ก็ยังมีมารยาทกับเขาอยู่
"มาหาพี่สาวเธอน่ะ" หลินซือหย่วนตอบเสียงเรียบขณะเดียวกันนั้นเขาก็แค่ชายตามองถิงถิงที่อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อย
พอถิงถิงได้ยินว่าหลินซือหย่วนมาหาหลันเยวี่ยเธอก็รีบพูดไปว่า "พี่สาวฉันนอนกลางวันอยู่น่ะค่ะมีอะไรหรือเปล่าคะ?"
หลินซือหย่วนกำลังจะอ้าปากพูดประตูฝั่งตะวันออกก็เปิดขึ้น
หลันเยวี่ยสวมรองเท้าแตะเดินลากขาออกมาจากข้างในเพราะเพิ่งตื่นนอน ร่างกายจึงดูอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง
"หลินซือหย่วน มีอะไรหรือเปล่า?" หลันเยวี่ยถามพลางหาวหวอด
สายตาของหลินซือหย่วนเหลือบมองใบหน้าของสาวน้อยที่ยังงัวเงียอยู่แวบหนึ่ง"ป้าซูฝากของมาให้เธอ รีบมาเอาไปสิ"
"อะไรเหรอ?" หลันเยวี่ยถามด้วยความอยากรู้
รอจนหลันเยวี่ยเดินเข้ามาใกล้หลินซือหย่วนจึงค่อยๆ ล้วงเอาของจากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้"ป้าซูบอกว่าถูกชะตากับเธอมาก"
ของที่หลินซือหย่วนส่งมาให้ก็คือลิปสติกแท่งหนึ่ง
ตอนที่หลันเยวี่ยเอื้อมมือไปรับของมือของเธอบังเอิญััมือของอีกฝ่าย ใบหน้าของเด็กสาวก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย
"ป้าซูฉีดเซรุ่มแล้วใช่ไหมคะ?" หลันเยวี่ยถามเสียงเบา
เธอพินิจพิเคราะห์ลิปสติกในมืออย่างละเอียด
หลินซือหย่วนส่งเสียงตอบรับในลำคอเป็การตอบคำถามของหลันเยวี่ย
จากนั้นหลินซือหย่วนก็หันหลังกลับตอนที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไป เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า"ต่อไปอย่าขึ้นเขาไปคนเดียวถ้าไม่ได้คิดว่าตัวเองโชคดีกว่าป้าซูน่ะนะ"
พูดยังไม่ทันขาดคำคนก็เดินออกไปไกลหลายเมตรแล้ว
นายนั่นขายาวก้าวเท้าก็ยาว เขาก้าวเดินทีหนึ่ง เท่ากับคนอื่นเดินหลายก้าว
หลันเยวี่ยเบ้ปากใส่แผ่นหลังที่สูงตระหง่านนั้นทีหนึ่งแล้วก็หันหลังกลับไปทางห้องฝั่งตะวันออก
หลังออกมาจากบ้านสกุลหูหลินซือหย่วนก็ตรงกลับบ้านตัวเอง
ตอนนี้ย่าหลินกำลังนั่งสานพื้นรองเท้าอยู่ใต้ร่มเงาไม้ในลานบ้านเ้าหมาด่างก็หมอบอยู่ข้างๆ อย่างเชื่อฟัง
"หย่วนจื่อ กินข้าวหรือยัง?" ย่าหลินถามด้วยความเป็ห่วง
หลินซือหย่วนรีบตอบ"กินแล้วครับ"
ย่าหลินร้องอืมทีหนึ่ง"กินแล้ว? กินข้าวกับสาวแซ่ซูที่หลานกับหลันเยวี่ยช่วยไว้น่ะเหรอ?"
หลินซือหย่วนตอบรับคำของย่าแล้วก็เข้าไปในห้องโถงเพื่อเทน้ำเย็นๆ ดื่ม
หลังจากดื่มน้ำเย็นที่ต้มทิ้งไว้จนหมดแล้วหลินซือหย่วนก็กลับเข้าห้องตัวเองเพื่อเตรียมตัวนอน
ย่าหลินรีบตามเข้ามา"หย่วนจื่อ ย่าว่ายัยหนูหลันเยวี่ยคนนั้นก็ดีนะ ถ้าหลานชอบย่าจะให้คนไปทาบทามที่บ้านสกุลหูให้"
ความรู้สึกหลังจากที่หลินซือหย่วนได้แตะตัวกันเมื่อกี้แวบขึ้นมาในหัวเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ยัยเด็กคนนั้นอย่างกับยายเฒ่ายังไงผมก็ไม่ชอบหรอกครับ"
"ยายเฒ่าอะไรกัน" สีหน้าของย่าหลินฉายแววไม่ได้ดั่งใจ"เยวี่ยเยวี่ยตัวอ้วนจ้ำม่ำน่ารักจะตายไป แถมยังเป็เด็กใสซื่อดีกว่าเชี่ยนเชี่ยนที่ลุงฉางหมินเลี้ยงดูมาตั้งเยอะ"
หลินซือหย่วนพูดขึ้น"ย่าครับ ผมรู้ว่าย่าอยากอุ้มหลานแต่เื่นี้มันเร่งรีบกันไม่ได้ แถมยายเฒ่าตัวน้อยนั่นถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมจะมาชอบคนอย่างผมได้ยังไง"
ย่าหลินพูด"ยัยหนูเยวี่ยเยวี่ยเป็อะไรทำไมหลานถึงว่าเขาเหมือนยายเฒ่าแบบนั้น"
หลินซือหย่วนทำท่าทางเลียนแบบหลันเยวี่ยตอนที่เธอถือไม้เท้าลงจากเขาให้ย่าหลินดู"ย่าครับ ดูสิ เหมือนยายเฒ่าไหมล่ะ?"
พูดไปหลินซือหย่วนก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ย่าหลินหัวเราะก่อนจะจิ้มที่จมูกของหลินซือหย่วนอย่างไม่สบอารมณ์ "เ้าเด็กคนนี้ ทำไมถึงไม่รู้จักความดีของคนอื่นเลยยัยหนูเยวี่ยเยวี่ยเพิ่งกลับมาที่หมู่บ้าน ไม่ค่อยได้เดินขึ้นเขาลงเขาบ่อยๆก็เลยไม่คล่องแคล่วเหมือนพวกเรา"
หลังจากได้พักสูดหายใจย่าหลินก็พูดต่อ "แล้วหลานก็อย่าพูดว่ายัยหนูเยวี่ยเยวี่ยบอบบางเชียวฟังจากที่ป้าหงเหมยเล่ามาถ้าไม่ใช่เพราะยัยหนูเยวี่ยเยวี่ยเอาเงินเก็บส่วนตัวออกมาพวกเขาก็คงไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับให้ลูกสาวคนเล็ก ถ้าจ่ายค่าปรับไม่ได้บางทีลูกสาวคนเล็กอาจจะถูกย่าของเธอยกไปให้คนอื่นเลี้ยงแล้วก็ได้แถมยัยหนูเยวี่ยเยวี่ยยังรู้จักขึ้นเขาไปหาของป่ามาขาย แถมหาเก่งกว่าสาวๆในหมู่บ้านตั้งเยอะ"
หลินซือหย่วนได้แต่ยืนฟังย่าชมหลันเยวี่ยเงียบๆบนใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา
พอเห็นหลินซือหย่วนไม่พูดอะไรสักคำย่าหลินก็ร้อนใจขึ้นมา "เ้าเด็กคนนี้ทำไมถึงไม่พูดไม่จา ย่าพูดอะไรไปได้ยินบ้างไหม?"
"ย่าครับ ผมได้ยินแล้ว ได้ยินหมดนั่นแหละย่าอยากได้หูหลันเยวี่ยมาเป็หลานสะใภ้ของย่าใช่ไหมล่ะ" หลินซือหย่วนหาวหวอด "ย่าครับ ผมง่วงแล้วอยากนอนแล้วครับ"
พูดจบหลินซือหย่วนก็เอนตัวลงบนเตียงแล้วก็หลับตาปี๋
ย่าหลินจึงหยิกที่ต้นขาของหลินซือหย่วน"ในเมื่อได้ยินที่ย่าพูดหมดแล้ว รู้ความในใจของย่าแล้วก็อย่ามาตีมึนแบบนี้"
"โอ้ย ย่า เจ็บๆๆ ผมโตขนาดนี้แล้ว ย่ายังจะมาหยิกผมอีกเหรอ?"
"ถึงแกจะอายุเท่าไหร่หรือจะแปดสิบแล้วก็ยังเป็หลาน ถ้าแกดื้อด้านย่าจะไม่ได้แค่หยิกแก แต่จะเอาไม้กวาดตีแกด้วย!" ย่าหลินหยิกที่ขาของหลินซือหย่วนอีกทีจากนั้นก็ผละมือออก
สองย่าหลานที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันภายนอกดูเหมือนจะน่าสงสาร ชีวิตความเป็อยู่ลำบากยากแค้น
แต่กิจวัตรประจำวันของสองย่าหลานสกุลหลินคู่นี้กลับสวนทางจากจินตนาการที่หลายคนคิดไว้มาก