ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 121 ยึดร่างของสัตว์อสูรผ่านรอยแยก!

            หยุนเมิ่งหลี หลี่ชิง จ้าวเซวี่ยและคนอื่นๆ นำจอมเวทค่ายกลและผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนอื่นๆ จากไป เหลือแต่เพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาและจอมเวทค่ายกลอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            เนื่องจากรอยแยกมิติตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากมาป้องกันค่ายกลระดับสูงสุดก็สร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร

            “สองเดือน!”

            นี่เป็นเวลาที่เย่เทียนเลือกรับหน้าที่อยู่ที่นี่

            ในความเป็นจริงอีกไม่กี่เดือนค่ายกลระดับสูงสุดนี้ก็จะมีเสถียรภาพอย่างสมบูรณ์และรอยแยกมิติจะถูกกดทับจนไม่สามารถขยายออกได้อีก เมื่อถึงตอนนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหนึ่งหรือสองคนก็เพียงพอแล้วที่จะคอยเฝ้าจับตาที่นี่ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสนใจมันมากนัก

            ทันทีที่ค่ายกลเสถียรอย่างสมบูรณ์ต่อให้เย่เทียนต้องการจะอยู่ มันก็ไม่มีประโยชน์

            ตอนนี้

            รอยแยกมิติยังมีสัตว์อสูรระดับสูงและสัตว์อสูรระดับกลางและระดับต่ำวิ่งออกมาเป็นครั้งคราวเหล่าราชาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะฆ่าพวกมัน เพราะพวกมันไม่ได้แข็งแกร่ง ดังนั้นพวกเขาจึงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทุ่มเทกับการฝึกฝน

            เฉพาะเมื่อมีจำนวนสัตว์อสูรมากถึงระดับหนึ่งพวกเขาจึงจะลงมือสังหารสัตว์อสูรทั้งหมดในครั้งเดียวอย่างไรก็ตามรอยแยกมิตินั้นจะคงอยู่เช่นนี้ต่อไป มันจะยังมีสัตว์อสูรออกมาอยู่เรื่อยๆฝ่ายมนุษย์จึงต้องส่งคนมาเฝ้าคอยจัดการกับสัตว์อสูรที่ออกมาจากรอยแยกจนกว่าวันที่มนุษย์จะสามารถตอบโต้รอยแยกมิติได้

            เย่เทียนสร้างที่พักห่างจากรอยแยกของมิติ1,000 เมตรก่อนจะเก็บตัวอยู่ในนั้น ทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังฝึกฝนอยู่ พออะไรเข้าที่ เย่เทียนก็เปิดใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกจากนั้นพรสวรรค์คัดลอกก็แผ่ปกคลุมสัตว์อสูรเหล่านั้นเพื่อตรวจสอบพรสวรรค์ของพวกมันในทันที

            แน่นอนว่าเขามีแผน!

            พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูง!

            เขาต้องการใช้พรสวรรค์นี้ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงและเข้าไปในรอยแยกของมิติเพื่อดูว่าโลกฝั่งนั้นเป็นเช่นไรเย่เทียนอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

            “เราต้องหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงก่อน!”

            เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนเริ่มหลอมรวมทันที

            ผ่านไปเพียงไม่นานกระบวนการหลอมรวมก็สิ้นสุดลง

            [พรสวรรค์ด้านดาบ: ระดับสูงสุด]

            “ในที่สุดเราก็สามารถยกระดับพรสวรรค์ด้านดาบให้อยู่ในระดับสูงสุดได้หลังจากที่เรากลับไปฐานทะเลมารแล้ว เราสามารถหาทักษะดาบระดับเงินมาฝึกได้สักที แล้วด้วยพรสวรรค์ด้านดาบของเราในตอนนี้เราสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งดาบในระดับที่สูงขึ้นได้ และอีกไม่นานเราก็จะสามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับเงินได้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบถ้าเป็นเช่นนี้มันจะเพิ่มพลังการต่อสู้ของเราขึ้นได้อย่างมาก” เย่เทียนพึมพำด้วยความคาดหวัง

            จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกฝนวิชากายาโลหิตม่วงพร้อมเฝ้าสังเกตสถานการณ์ของสัตว์อสูรระดับสูง

            เย่เทียนนั้นต้องการที่จะหาสัตว์อสูรระดับสูงที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดสูงกว่าสัตว์อสูรทั่วไปด้วยวิธีนี้ เขาจะสามารถเลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดได้ไม่ยาก ด้วยพรสวรรค์ทางสายเลือดของมันเมื่อถึงตอนนั้นด้วยพรสวรรค์ทั้งหมดของเขา มันเพียงพอที่จะทำให้ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นเทียบได้กับสัตว์อสูรชั้นยอดขั้นสูงสุด

            มิฉะนั้นหากเขายึดร่างสัตว์อสูรชั้นต่ำมามันจะเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์เขาจะไม่สามารถไปไหนได้ การกระทำใดๆ ก็จะไม่สะดวก!

            สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            ทันใดนั้นสัตว์อสูรระดับสูงที่น่าสนใจก็ออกมาจากรอยแยกเข้ามาสู่ระยะตรวจจับของพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียน

            [ประเภท : กิเลนสวรรค์

            พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับหลุดพ้น

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง: ระดับเริ่มต้น]

            “สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวนี้มีพรสวรรค์ทางสายเลือดไม่เลวเลย!”

            เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี

            อย่างไรก็ตามก่อนที่เย่เทียนจะใช้พรสวรรค์ถ่ายโอนวิญญาณเขาก็ไปทักทายผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนอื่นๆ และบอกกล่าวกับพวกเขาว่า เขานั้นต้องการจะเก็บตัวฝึกฝนชั่วคราวและจะออกจากการเก็บตัวฝึกฝนภายใน 1 เดือน

            สำหรับการเก็บตัวฝึกฝนของเย่เทียนระดับราชาคนอื่นๆ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก การกวาดล้างสัตว์อสูรเป็นงานที่ง่ายมากแม้จะไม่มีเย่เทียนก็ไม่เป็นไร

            ก่อนที่เย่เทียนจะดำเนินการตามแผน

            เขาก็เรียกเสี่ยวเซวี่ยมาหาเขา“เสี่ยวเซวี่ย ฉันจะใช้พรสวรรค์ของฉันยึดร่างของสัตว์อสูรเพื่อเข้าไปดูในรอยแยกมิติแกต้องปกป้องร่างของฉัน อย่าปล่อยให้ใครเข้าใกล้หรือทำอะไรกับร่างกายฉันได้ เข้าใจไหม?”

            เย่เทียนกำชับเสี่ยวเซวี่ยอย่างจริงจังหลายครั้ง

            “นายท่าน เสี่ยวเซวี่ยจะต้องปกป้องร่างกายของนายท่านอย่างดีแน่นอน!”

            เสี่ยวเซวี่ยรับปาก

            “ดี!! ร่างกายของฉันต้องฝากให้แกดูแลแล้ว!”

            เย่เทียนลูบหัวเสี่ยวเซวี่ยขณะกล่าวเสียงนุ่ม

            แม้ว่าบางครั้งเสี่ยวเซวี่ยจะค่อนข้างทำเรื่องไร้ยางอายไปบ้างแต่เรื่องใหญ่เช่นนี้เขาสามารถไว้ใจมันได้

            ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่กังวลใจเท่าไหร่ที่จะฝากร่างของเขาไว้กับมัน

            “พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ!”

            เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์นี้

            ฮึ่ม!!!

            วิญญาณของเย่เทียนกลายเป็นลำแสงพุ่งตัดผ่านอากาศและไปถึงสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ในพริบตา

            วินาทีถัดมา วิญญาณของเย่เทียนก็เข้าสู่อาณาเขตวิญญาณของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์

            “ใคร?”

            สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์คำรามมันสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนเข้ามาในอาณาเขตวิญญาณของมัน

            “ฟึบ!”

            แสงดาบวิญญาณถูกฟันออกไป เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็ทำลายวิญญาณของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์จนสูญสิ้นและเย่เทียนก็เข้ายึดร่างของมันได้ทันที!

            เย่เทียนประสบความสำเร็จในการใช้พรสวรรค์ถ่ายโอนวิญญาณเป็นครั้งแรกก่อนจะค่อยๆควบคุมร่างนี้

            ทันใดนั้น

            สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ก็เปิดตาขึ้นอีกครั้งดวงตาของมันเปล่งประกายดูมีสติปัญญา สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เย่เทียนถือกำเนิดขึ้นแล้ว!

            “เราไม่ค่อยชินกับร่างนี้เลย!”

            เย่เทียนพยายามควบคุมร่างของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์การเคลื่อนไหวของเขาดูแปลกไป แต่สิบนาทีต่อมา เย่เทียนสามารถใช้ร่างนี้ในการต่อสู้ได้

            “ต้องรีบเข้าไปข้างในแล้ว!”

            เย่เทียนไม่กล้าชักช้า เขาไม่รู้ว่าการกวาดล้างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ถ้ามันเริ่มขึ้นและเขายังอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าเขาจะถูกฆ่าโดยราชาพวกนั้นหรอกหรือ?

            ตอนนี้เขาเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับสูงพลังการต่อสู้ของเขาด้อยกว่าระดับราชามาก…

            ตึก ตึก!!!

            เย่เทียนควบคุมร่างของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์วิ่งเข้าไปในรอยแยกมิติอย่างรวดเร็วก่อนจะหายตัวไปภายในไม่กี่อึดใจ

            เมื่อผ่านรอยแยกมิติไป

            เย่เทียนรู้สึกได้ว่าสิ่งแวดล้อมโดยรอบเขาเปลี่ยนไปและวินาทีถัดมาเขาก็มาอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่คุ้นเคย!!!!

            ร่างของเขาหนักขึ้นจนน่าตกตะลึง

            “แรงโน้มถ่วงที่นี่สูงมากมันน่าจะมากกว่าโลกของเราประมาณ 20 เท่า!”

            หลังจากเย่เทียนปรับตัวได้เขาก็ประเมินสถานการณ์โดยรอบคร่าวๆ

            ณ จุดนี้เอง

            เย่เทียนมองไปยังรอบๆ และพบว่ามันเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่บางครั้งก็มีสัตว์อสูรที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับรอยแยกมิติกระโดดเข้าไปในนั้น

            “เราต้องออกไปจากที่นี่ก่อน!”

            เย่เทียนวิ่งไปไกล เขาต้องการออกห่างจากรอยแยกมิตินี้

            เพราะเขารู้ดีว่าถึงแม้สัตว์อสูรระดับราชาจะไม่สามารถผ่านไปยังโลกได้แต่กับรอยแยกมิติเช่นนี้แล้ว พวกมันยังคงจับตามองอยู่

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของดวงตาสีทองคู่นั้นไม่แน่ว่ามันอาจจะเฝ้าสังเกตรอยแยกมิตินี้อยู่ตลอดเวลาก็เป็นได้

            ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่อยากอยู่บริเวณรอยแยกของมิตินี้ต่อไป

            ไม่รู้ว่าเขาวิ่งไปไกลแค่ไหนแต่ไม่นานเขาก็หยุดลง

            “ต้องหาสัตว์อสูรชั้นยอดก่อน!”

            เย่เทียนตัดสินใจ

            แต่ก่อนที่จะเริ่มล่า เขาตรวจสอบพรสวรรค์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัวข้อมูลพรสวรรค์ของเขาปรากฏบนขึ้นบนจอประสาทตา

            เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกยังสามารถใช้ในร่างนี้ได้ซึ่งนี่เป็นข่าวดีสำหรับเย่เทียน

            [มนุษย์ : เย่เทียน

            พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับหลุดพ้น

            พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับสูงสุด

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูงสุด]

            ………

            พรสวรรค์มากมายของเขาปรากฏขึ้นเกือบทั้งหมดเขาสามารถใช้มันได้ในร่างของสัตว์อสูรนี้ แต่เย่เทียนก็พบปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งนั่นก็คือ“พรสวรรค์ทั้งหมดถูกลดระดับลง!”

            เย่เทียนขมวดคิ้ว

            เป็นไปตามคาด มันเหมือนกับที่เขารู้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณเมื่อใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ เขาจะไม่สามารถใช้ทักษะของร่างจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบพรสวรรค์ของเขาทั้งหมดจะถูกลดระดับลง

            สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ

            เมื่อกลับคืนสู่ร่างจริง พรสวรรค์ของเย่เทียนจะยังคงเป็นเหมือนเดิม

            “ช่างมันเถอะพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับสูงสุดก็เพียงพอแล้ว สำหรับทักษะดาบนั้น เราสามารถใช้อุ้งเท้าแทนดาบได้ถึงแม้ผลลัพธ์มันจะไม่ดีนัก แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พลังการต่อสู้ของเราเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!”

            เย่เทียนปลอบใจตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน