ตอนที่ 11 ขายตำรา (2)
เมื่อเห็นคนผู้นี้ ซย่าเสี่ยวฉานก็ใ ลางสังหรณ์บางอย่างพลันแล่นเข้ามา
ชายผู้นี้มิใช่คนอื่นไกล เป็หลี่ฉงเหวินบุรุษหงส์[1]สามีเก่าชาติก่อนของซย่าเสี่ยวฉานนั่นเอง
ก่อนหน้านี้ ความผิดปกติของหลี่ฉงเหวินก็ทำให้ซย่าเสี่ยวฉานอกสั่นขวัญแขวนแล้ว ยามนี้เห็นเขาที่เหลาฟู่กุ้ย สถานที่ที่เคยสร้างกำไรให้นางเมื่อชาติที่แล้ว ในใจซย่าเสี่ยวฉานก็เกิดลางร้ายขึ้นมาจริงๆ
และบังเอิญว่าตอนนี้หลี่ฉงเหวินหันหน้ากลับมาพอดี เขามองมาทางซย่าเสี่ยวฉาน มุมปากเผยรอยยิ้มเหยียดหยัน ยิ้มแล้วก็เดินเชิดหน้าเข้าไปที่เหลาฟู่กุ้ย
เมื่อหลี่ฉงเหวินเดินเข้าไปยังโถงใหญ่ของเหลาสุรา สีหน้าซย่าเสี่ยวฉานก็นิ่งขรึม จากนั้นจึงตามหลี่ฉงเหวินเดินเข้าไปข้างใน
เหลาฟู่กุ้ยเงียบสงัด มีลูกค้าเพียงไม่กี่คน พอเห็นว่ามีคนเดินเข้ามา เสี่ยวเอ้อของร้านก็เข้าไปต้อนรับ ปั้นหน้าประจบประแจงกล่าวว่า “ลูกค้าทั้งหลายเชิญด้านใน เชิญด้านใน มากินที่เหลาฟู่กุ้ยของพวกเรา่นี้ เพียงใช้จ่ายหนึ่งร้อยอีแปะขึ้นไป เหลาสุราของพวกเราก็จะมอบถั่วลิสงสูตรลับหรือถั่วเหลืองสูตรลับให้ท่านหนึ่งจานทันที”
หลี่ฉงเหวินส่ายหน้ายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้ามิได้มากิน ข้ามาหาเถ้าแก่พวกเ้า ข้ามีตำราลับเล่มหนึ่ง ขอเพียงนำออกมาขาย รับรองว่าประตูเหลาฟู่กุ้ยของพวกเ้าจะต้องคึกคัก มีแขกไปมา”
เสี่ยวเอ้อฟังคำพูดนี้ดวงตาก็หรี่เล็กลง แล้วมองการแต่งตัวที่ราวกับปัญญาชนของหลี่ฉงเหวิน เขาไม่เหมือนคนพูดโกหก ในใจก็หวั่นไหว ดวงตาเปล่งประกายอย่างอดไม่ได้
เสี่ยวเอ้อเอ่ยว่า “คุณชายท่านนี้มีตำราลับมาขายจริงหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ซย่าเสี่ยวฉานฟังอยู่ข้างๆ ดวงตาก็เย็นเยียบลงทันใด
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกว่าหลี่ฉงเหวินดูผิดตาไปเล็กน้อย ทั้งยังรู้สึกว่าเขามาสู่ขอเร็วเกินไปหน่อยจริงๆ ยามนี้ดูท่าแล้ว หลี่ฉงเหวินจะต้องกลับมาแล้วเช่นกัน
แล้วก็ได้ยินเสี่ยวเอ้อกล่าวว่า “ลูกค้ารอสักครู่ ข้าจะไปแจ้งเถ้าแก่เดี๋ยวนี้”
เสี่ยวเอ้อพูดจบก็เดินไปยังโถงด้านใน
และในตอนนี้เอง ซย่าเสี่ยวฉานก็มองหลี่ฉงเหวินด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้ง เอ่ยว่า “ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ หลี่ซิ่วไฉที่สิบนิ้วไม่แตะน้ำวสันต์ฤดู[2] คาดไม่ถึงว่ามีตำราลับทำอาหารด้วย”
หลี่ฉงเหวินหันหน้า มองนางอย่างเหยียดหยาม เมื่อมองฝ่ามือที่กุมกันอยู่ของนางกับเ้าเด็กทึ่ม หลี่ฉงเหวินก็หัวเราะเย้ยหยัน กล่าวว่า “ข้าก็ว่าใคร นี่มิใช่เด็กสาวชาวนาตระกูลซย่าที่แร้นแค้นที่สุดในหมู่บ้านหรอกหรือ เฮอะ เ้ามาเหลาสุราทำไม คงมิใช่ว่ามีเงินกระทั่งมากินข้าวที่เหลาสุราได้กระมัง”
ซย่าเสี่ยวฉานแค่นเสียงเย็นเยียบครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า “ในเมื่อซิ่วไฉที่สิบนิ้วไม่แตะน้ำวสันต์ฤดูยังมาขายตำราลับทำอาหารที่ว่าได้ สตรีชาวนาที่ตรากตรำทำงานมาเป็เวลานานเช่นข้า ไยถึงจะมาขายตำราลับบ้างไม่ได้”
หลี่ฉงเหวินฟังประโยคนี้ แววตาก็เย็นลงทันที เขาจ้องมองซย่าเสี่ยวฉานประหนึ่งงูที่เย็นเยือกตัวหนึ่งแล้วพูดว่า “เ้าไม่รู้อักษรแม้แต่ตัวเดียว คาดไม่ถึงว่าจะเขียนตำราลับที่ว่าได้ด้วย”
ซย่าเสี่ยวฉานหัวเราะเบาๆ “คุณชายหลี่ ฝีมือการทำอาหารนั้นมิใช่วางแผนรบบนกระดาษ ต้องทำออกมาจึงจะรู้ถึงคุณภาพ”
ทั้งสองสนทนากันจบ ตอนนี้เสี่ยวเอ้อก็พาชายวัยกลางคนที่อายุราวสี่สิบปี รูปร่างท้วมเล็กน้อยและสวมผ้าไหมเดินออกมา
พอเห็นชายวัยกลางคนผู้นี้ หลี่ฉงเหวินก็กล่าวอย่างถือตัวตามแบบปัญญาชน “ท่านคือเถ้าแก่หรือ ข้ามีตำราลับมาขายท่าน!”
หลี่ฉงเหวินวางตัวสูงส่งเล็กน้อย เจือไปด้วยแววเหยียดหยามที่ดูถูกคนทำมาค้าขาย
ดวงตาของเถ้าแก่หรี่เล็ก เอ่ยว่า “คุณชายท่านนี้มีตำราลับมาขายร้านผู้น้อยหรือ”
“ถูกต้อง! เถ้าแก่ลองอ่าน ข้าเขียนตำราลับได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ขอเพียงเถ้าแก่เสนอราคามา ข้าจะให้อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือของตำราลับกับท่าน”
เชิงอรรถ
^ เปรียบเปรยถึงบุรุษที่มาจากตระกูลชนบท แต่มานะบากบั่นจนเข้าเรียนหนังสือในเมืองใหญ่ได้^ สำนวนจีน เปรียบเปรยถึงผู้ที่มีฐานะตระกูลดี เพราะว่าน้ำในฤดูใบไม้ผลิค่อนข้างเย็น ตนไม่ต้องซักเสื้อผ้าเองแต่มีผู้อื่นซักให้แล้ว