
ตอนที่39 หมาลอบกัด
ห้องพักผู้ป่วย โรงพยาบาล
“เท่าที่หมอได้ตรวจร่างกายดูอย่างละเอียดคนไข้ยังไม่มีเปอร์เซ็นต์ที่จะฟื้นหรอกนะครับ”
“แต่ฉันและคนที่อยู่ในห้องคืนนั้นเห็นว่าเธอมีน้ำตาไหลออกมาแล้วก็บีบมือของแฟนฉันตอบด้วยนะคะคุณหมอ”
“สิ่งที่พวกคุณเห็นมันเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้อกระตุกเท่านั้นเองครับ แต่สมองของคนไข้ยังไม่มีสัญญาณที่ดี ขอโทษด้วยนะครับหมอคงต้องขอตัวก่อน พอดีมีเคสเร่งด่วนเข้ามาน่ะครับ”
คุณหมอที่ทำหน้าที่ดูแลอาการของคุณแม่แจสเปอร์แสดงท่าทีรีบลน แจสเปอร์และมินนี่มองหน้ากันเพราะรู้สึกได้ถึงความไม่ค่อยชอบมาพากลด้วยกันทั้งคู่ หวงเสี่ยวหมิง อายุสี่สิบห้าปีเป็นแพทย์ที่รักษาอาการของวนิดาคุณแม่ของแจสเปอร์และญ่าหลินมาตั้งต้น
ข้อมูลที่แจสเปอร์ให้นักสืบเอกชนไปสืบเกี่ยวกับ หวงเ สี่ยวหมิง พบว่าเขามีความเกี่ยวพันธ์บางอย่างกับเฉิง จื้อเหว่ย ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งที่อาจอยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายญ่าหลิน และจากการวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นอาการของคุณแม่เขาที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นอาจจะเป็นเพราะหมอหวงต้องการเลี้ยงไข้มารดาของเขาเอาไว้ก็เป็นได้
“เดี๋ยวสิครับคุณหมอ เท่าที่ผมรู้มาหลังจากนี้คุณหมอออกเวรแล้วนี่ครับ”
เสียงของแจสเปอร์รั้งเท้าของหมอหวงเอาไว้
“พอดีว่าเพิ่งมีสายด่วนเรียกตัวหมอน่ะครับ ขอโทษด้วยนะครับเอาไว้วันหลังค่อยคุยใหม่อีกทีนะครับ” หมอหวงหันมองบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนขวางหน้าประตูห้องเอาไว้ ก่อนจะหันมาค้อมตัวให้แจสเปอร์
“ให้คุณหมอไปทำงานเถอะ”
แจสเปอร์โบกมือบอดี้การ์ดทั้งสองก็เปิดทาง
“พี่แจสเปอร์คิดว่าเรื่องนี้มันมีอะไรแปลกๆ เหมือนที่มินนี่คิดไหมคะ”
“ก็น่าจะเป็นแบบนั้น พี่ว่าบางทีพี่ควรจะไปเยี่ยมหมอหวงที่บ้านของเขาสักหน่อย”
แจสเปอร์หรี่ตา
“พี่แจสเปอร์ต้องระวังตัวให้มากนะคะที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของเรา”
“พี่จะระวังตัว วันนี้ตัวเล็กเป็นไงบ้างลูกดื้อกับคุณแม่หรือเปล่าคะ” แจสเปอร์แนบใบหน้าลงไปที่ท้องเล็กๆ ของเมียสาว
“รู้ได้ไงคะว่าเด็กในท้องมินนี่เป็นลูกสาว”
มินนี่ฉีกยิ้มกว้างพลางส่ายหน้าไปมาให้กับท่าทางเห่อลูกของแจสเปอร์
“รู้สิ ก็พี่ทำเองกับมือจะไม่รู้ได้ไงจริงไหม”
“บ้า พี่แจสเปอร์ไม่รู้จักอายหรือไง”
มินนี่หยิกแขนแจสเปอร์อย่างแรงจนเขาร้องโอดโอย บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ในห้องต่างพากันหันหลังให้เจ้านายพร้อมกับอมยิ้มกับภาพความน่ารักของทั้งสอง
“เจ็บนะเมียใจร้าย ลูกจ๋าออกมาไวไวนะจะได้มาช่วยพ่อดูสิแม่ตุบตีพ่อใหญ่แล้ว”
“ถ้ายัยหนูเป็นลูกสาวก็ต้องอยู่ข้างมินนี่สิ เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน”
เสียงหัวเราะหยอกเอิ้นระหว่างสองหนุ่มสาวดังขึ้นทำให้บรรยากาศในห้องคนป่วยดูผ่อนคลายไม่อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แจสเปอร์ดึงร่างของมินนี่มาสวมกอดแล้วมองไปที่ร่างของมารดา
“รีบตื่นขึ้นมานะครับแม่พวกเราทุกคนรอแม่อยู่นะครับ”
“เจ้านายระวังครับหมอบลง”
เพล้งงง!!!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องเตือนจากบอดี้การ์ดคนหนึ่งในห้องซึ่งเห็นแสงเลเซอร์สีแดงจ่อมาบริเวณผนังกระจกด้านนอกตัวอาคาร กระสุนปืนหลายนัดก็เจาะทะลุเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย แจสเปอร์ประคองร่างเมียสาวให้หมอบลงกับพื้นเพื่อหลบวิถีกระสุนจากผู้ปองร้ายพลางร้องสั่งบอดี้การ์ดที่เหลือ
“ดูแลแม่ฉันด้วยเร็ว”
เตียงคนไข้ถูกเข็นไปหลบในมุมอับสายตาทันที
“มันยิงมาจากตึกฝั่งตรงข้ามครับเจ้านาย”
“นายสามคนรีบไปจัดการที่เหลืออยู่ที่นี่”
“ครับ ไปพวกเรา” บอดี้การ์ดทั้งสามรีบกรูกันออกไปทันที เพียงไม่นานพวกเขาก็กลับมามือเปล่าเนื่องจากคนร้ายได้หลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย โชคดีที่ไม่มีใครห้องได้รับบาดเจ็บจากการลอบยิงในครั้งนี้
“พวกมันเริ่มเปิดศึกกับเราแล้วสินะ ไม่เป็นไรใช่ไหมมินนี่”
“ค่ะ”
“ช่วงนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นพี่อยากให้มินนี่กลับไปที่ประเทศก่อน พี่จะโทร.ไปหาคุณพ่อตาให้ส่งคนของแก๊งเรามาเพิ่มเชื่อว่าอีกไม่นานคงสนุกแน่”
“ค่ะ พี่แจสเปอร์ต้องระวังให้มากด้วยนะคะ”
“แน่นอน”
แจสเปอร์จูบหน้าผากของเมียสาว