บทที่8
ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริงๆ
บ้านตง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมนังเหมยจูมันถึงกล้าแบบนี้" กู้หลันหรือแม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่พอใจ
"นั่นสิ หรือว่าที่เราได้ข่าวว่าสะใภ้สี่ป่วยเกือบตายนั้นทำให้เธอมีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน"ตงก้านหรือพ่อเฒ่าตงเองก็คิดเหมือนภรรยา เขารู้สึกว่าสะใภ้สี่นั่นดูแปลกตาถึงแม้ว่าจะยังปากร้าย แต่ไม่น่าจะกล้าและเป็คนฉลาดแบบนี้
"สะใภ้สี่คงไม่มีทางเลือกแล้วหรือเปล่าคะ หลายเดือนก่อนฉันมีเื่กับเธอฉันก็โดนตบเหมือนกันอาจจะเพราะบ้านน้องสี่ไม่มีอะไรกินแล้วจริงๆ เลยทำให้เธอบ้าได้ขนาดนั้นอีกทั้งฉันได้ข่าวมาว่าสะใภ้สี่เตรียมที่จะหนีไปกับชายหนุ่มที่ชื่ออาซ่างไม่ใช่เหรอ"สะใภ้ใหญ่ไม่คิดว่าหนิงเหมยจูหรือสะใภ้สี่ของบ้านนั้นแปลกเลยสักนิดเดียวเพราะความปากร้ายและมือเท้าหนักแบบนี้ยังเหมือนเดิมแต่ที่สะใภ้สี่ดูเหมือนจะรักลูกเลี้ยงหรือ้าดูแลสามีนั้นเพราะ้าทำให้น้องสี่ของสามีตายใจหรือเปล่า
"ฉันเห็นด้วยกับพี่สะใภ้ใหญ่นะแม่สามีฉันมองว่าสะใภ้สี่อาจจะทำให้พวกเราตายใจหรือเปล่า ฉันแอบเห็นหลายครั้งว่าเธอเคยแอบไปพบอาซ่าง บางทีก็มีแอบไปซื้อหนังสือแล้วเอาไปให้บางครั้งยังเคยเห็นว่าเธอน่าจะยื่นเงินให้ชายหนุ่มคนนั้นด้วยนะคะ"สะใภ้รองพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ เธอเองเคยเห็นหลายครั้งเหมือนกันถ้าจำไม่ผิดเื่นี้มันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน
"ไม่ว่าจะเป็ยังไงเื่ที่นังสะใภ้สี่ทำร้ายเ้าใหญ่ฉันก็ไม่ยอมเด็ดขาดดูสิที่หน้าโดนปากไก่ฟาดเข้าไปจนเป็แผลเลยเห็นไหมยังไงนังเหมยจูต้องรับผิดชอบ" แม่เฒ่าตู้ยังคงไม่ยินยอมเธอตั้งใจจะเอาเื่สะใภ้สี่ให้ได้
แ ต่กลายเป็ว่าลูกชายคนรองอย่างตงเหวินซู่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทุกคนในบ้านตงรวมถึงภรรยาของเขา ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะจงเกลียดจงชังอะไรนักหนากับเ้าสี่การที่แม่ป่วยหนักหลังจากเ้าสี่คลอดออกมาและเกือบทำให้ไม่มีลูกได้อีกนั้นมันไม่ใช่ความผิดของเด็กเพิ่งจะเกิดอย่างน้องชายเขาเลยอีกทั้งแม่ก็มีน้องห้าน้องสาวคนสุดท้องออกมาแล้วไม่ใช่เหรอตอนนี้ก็เรียนอยู่ในอำเภออย่างสบายใจและพักอยู่กับเ้าสาม
"ผมว่าแม่และทุกคนอยู่เฉยๆ เถอะหากไปวุ่นวายกับบ้านเ้าสี่มาก ระวังน้องสะใภ้สี่จะมาแหกอกเอาพี่ใหญ่ได้ลิ้มลองแล้วไม่ใช่เหรอว่าทั้งมือทั้งเท้าของสะใภ้สี่นั้นหนักแค่ไหนส่วนคุณก็เหมือนกันถ้ายังไปวุ่นวายกับบ้านสี่มากๆแล้วโดนเธอทำร้ายขึ้นมาอย่ามาฟ้องผมก็แล้วกันผมไม่มีทางช่วยคนทำผิด"
ตงเหวินซู่เอ่ยกับแม่ตัวเองก่อนจะหันมาบอกกับภรรยา จริงๆแล้วซูหวั่นภรรยาของเขานั้นไม่ใช่คนเลวร้ายแต่เป็คนหัวอ่อนที่เชื่อแม่และสะใภ้ใหญ่มากไปไม่ว่าทั้งสองคนให้ทำอะไรเธอก็พร้อมที่จะทำไม่ว่าเื่นั้นจะผิดหรือจะถูกเมื่อพูดจบเขาจึงเดินเข้าห้องพร้อมกับลูกสาววัยหกขวบของตัวเอง
"เ้ารองมันลูกเราหรือเปล่าทำไมความคิดมันผิดแปลกไปแบบนี้ครอบครัวตัวเองโดนทำร้ายไม่ยอมช่วยแต่ยังกลับไปเข้าข้างนังสะใภ้สี่อีก สะใภ้รองเธอพูดกับสามีเธอบ้างนะ"แม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่ชอบใจก่อนจะหันไปสั่งลูกสะใภ้ให้ปรามๆ สามีตัวเองบ้าง
เช้าวันถัดมาหนิงหมยจูเตรียมอาหารเช้าไว้ให้สามีและลูกน้อยรวมถึงมื้อเที่ยงไว้ให้เผื่อว่าเธอกลับมาไม่ทัน
"พี่ซีเฉิน อาหารฉันเอามาวางไว้ในห้องให้นะคะส่วนมื้อเที่ยงฉันเอาไว้ที่โต๊ะอาหาร วันนี้ฉันทำซาลาเปาไว้ด้วยห่อใส่ผ้านี้ไว้หากพี่หิวก่อนที่ฉันจะกลับมาพี่กินก่อนได้เลยฉันจะพยายามกลับมาให้เร็วที่สุด"
เสี่ยวลู่ที่ตื่นขึ้นมาแล้วเมื่อไม่เจอแม่อยู่ในห้องนอนเธอจึงเดินออกมาหาและได้ยินว่าแม่จะเข้าไปในอำเภอ เด็กน้อยจึงเกิดความรู้สึกกลัวกลัวว่าแม่จะไม่กลับมาอีก เมื่อคืนเธอดีใจมากที่แม่ให้เข้ามานอนด้วยในห้องปกติเธอจะมี ฟูกอันเล็กนอนอยู่กับพ่อ แม่ไม่เคยให้เธอไปนอนด้วย
แต่เมื่อคืนไม่ใช่แค่ได้นอนในห้องของแม่ท่านั้นแต่เธอยังได้นอนในอ้อมกอดของแม่เหมยจูอีกด้วย พอได้ยินว่าแม่จะไม่อยู่เด็กน้อยน้ำตาปริ่มแต่เลือกที่จะไม่ร้องไห้ให้เห็นเพราะไม่อยากให้แม่เห็นว่าเธออ่อนแอหรือขี้แยไม่มีเหตุผล เดี๋ยวแม่จะไม่รักหนิงเหมยจูเห็นลูกสาวยืนแอบมองอยู่ตาแดงๆก็รู้ว่าเสี่ยวลู่ตัวน้อยนั้นกำลังคิดอะไร เธอจึงกวักมือเรียกด้วยรอยยิ้ม
"เสี่ยวลู่มานี่ก่อนลูก มาหาแม่นี่"เสี่ยวลู่เดินเข้ามาหาแม่อย่างไม่เกี่ยงงอนหนิงเหมยจูจึงพามานั่งบนตักของตัวเองจากนั้นจึงกอดร่างเล็กอย่างหลวมๆ และโยกเบาๆ
"เสี่ยวลู่ฟังแม่นะแม่เพียงแค่เข้าอำเภอไปซื้อของและซื้อรถเข็นมาให้พ่อต่อไปพ่อจะได้ไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง และแม่ต้องไปหาซื้ออาหารกลับมาที่บ้านด้วยแล้วหลังจากนี้แม่ต้องพาพ่อไปโรงพยาบาล ถึงตอนนั้นแม่จะพาเสี่ยวลู่ไปด้วยวันนี้เสี่ยวลู่ตัวน้อยของแม่ต้องช่วยดูแลพ่อก่อน เข้าใจไหมลูกแม่สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด"
หนิงเหมยจูบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนตอนนี้เสี่ยวลู่กลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้วเด็กน้อยเมื่อได้รับความอบอุ่นและคำสัญญาจากแม่ที่ตอนนี้เธอรักหมดใจจึงได้ร้องไห้ตัวสั่น
"แม่ ฮือ.. แม่ไม่ทิ้งหนูกับพ่อไปใช่ไหมฮือๆ"
"ไม่ทิ้งจ๊ะคนเก่ง เด็กดีไม่ร้องนะ แม่ไม่มีทางทิ้งลูกสาวที่น่ารักคนนี้ของแม่ไปไหนแน่ๆหนูไม่ต้องเป็กังวล แม่รักหนูนะเลี่ยวลู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้แม่อาจจะไม่ใช่คนดีทั้งเห็นแก่ตัวและี้เี อีกทั้งไม่เคยสนใจความเป็อยู่ของลูกแต่แม่สัญญาว่าหลังจากนี้แม่จะไม่เป็แบบนั้นอีกแล้ว แม่ไม่ขอให้หนูเชื่อ แต่แม่จะทำให้หนูเห็นด้วยตัวของแม่เองต่อไปนี้แม่จะเป็คนปกป้องหนูและครอบครัวของเราใครหน้าไหนแม่ก็จะไม่ยอมให้มาทำร้ายพวกเราอีกแล้ว"
หนิงเหมยจูรู้ดีว่าตลอดหนึ่งปีที่แต่งงานกับตงซีเฉินร่างนี้ไม่เคยทำดีกับเด็กน้อยเสี่ยวลู่เลยสักครั้งถ้าจะให้เชื่อภายในชั่วข้ามคืนคงยาก แต่เธอจะค่อยๆ ทำให้เห็นเองและเธอเองก็รักเด็กน้อยคนนี้จนหมดหัวใจด้วยความใสซื่อและบริสุทธิ์ของตัวเด็กน้อยเองทำให้เธอทั้งรักและอยากปกป้องในเวลาอันรวดเร็ว
"หนูเชื่อแม่ค่ะ หนูจะไม่ร้องไห้อีกแล้วหนูจะเข้มแข็ง แม่ไปซื้อของเถอะ หนูจะช่วยดูแลพ่อเอง แม่รีบกลับนะคะ"ตงลู่จิงหรือเสี่ยวลู่ตัวน้อยแม้ว่าจะสี่ขวบเธอก็รับรู้ได้ถึงความรักที่แม่เหมยจูมอบให้เด็กน้อยจึงเช็ดน้ำตาออกก่อนจะรับปากว่าจะดูแลพ่อเองแม่ไม่ต้องเป็ห่วงส่วนตงซีเฉินมองสองแม่ลูกคุยกันก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัวและเขาก็เชื่อมั่นว่าหนิงเหมยจูคนนี้ต้องกลับมาหาเขาและลูกสาวอย่างแน่นอน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหนิงเหมยจูจึงเอาตะกร้าสะพายหลังจากนั้นจึงเดินไปรอขึ้นเกวียนเพื่อจะเข้าไปในอำเภอแต่เหมือนว่าเธอจะลืมดูฤกษ์ยามหรือเปล่าถึงเจอกับศัตรูคนสำคัญของเ้าของร่างนี้อย่างเช่นแม่เลี้ยงและน้องสาวคนละแม่ของตัวเอง
"โอ้โหไม่คิดว่าลูกสาวคนโตของบ้านหนิงจะจับตะกร้าสะพายหลังเข้าอำเภอไม่รู้ว่าจะไปซื้อของหรือ้าจะไปหาใคร" หนิงเพ่ยชิงจีบปากจีบคอพูด
"ถ้าไม่พูดฉันคงคิดว่าเธอเป็คนนอกบ้านหนิงนะเพ่ยชิงส่วนฉันจะไปไหนมันหนักหัวเธอเหรอ" หนิงเหมยจูใช้สายตามองั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะเดินไปรวมกับคืนอื่นๆ ที่ยืนรอเกวียนประจำของหมูบ้าน
********************