บทที่ 23 การต่อสู้ที่แท้จริง
ยูเมะกลับเข้ามาในเกมดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้อีกครั้งเขาปรากฏตัวขึ้นด้วยโมเดลซามูไรหนุ่มที่แสนธรรมดา
การปรากฏตัวของเขาไม่ได้สร้างความสนใจให้กับใครมากนักจะมีก็เพียงผู้เล่นบางคนที่ดูเหมือนจะจำเขาได้ จึงมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
หลังจากเข้าเกมมาได้ไม่นานหน้าต่างสื่อสารก็ปรากฏขึ้น ทำให้เขายิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับไปสองสามคำก่อนจะปิดหน้าต่างสื่อสารไป
ไม่นานนักเมโลดี้ในโมเดลสาวน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดึงดูดสายตาของผู้เล่นชายจำนวนมาก
แต่เมื่อทั้งสองเดินไปด้วยกันสายตาหลายคู่ก็ผละจากไปอย่างไม่เต็มใจทำให้พวกเขาทั้งสองได้มี่เวลาสงบร่วมกันอีกครั้ง
“วันนี้พวกเราจะทำอะไรกันดีคะชูร่า”
“นั่นสินะ ทำอะไรดี..พวกเราพักมาตั้งหลายวันแล้ววันนี้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยไหม”
หลังจากพักผ่อนในเกมมาหลายวัน ยูเมะก็เริ่มเบื่อขึ้นมาบ้างแล้วเช่นกันยิ่งหลังจากที่ได้ัักับการประลองที่สนุกสนานเมื่อวันก่อนเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเขาห่างหายไปจากการต่อสู้นานเกินไปแล้ว
“ก็ดีนะคะ ออกกำลังบ้างก็ดีเหมือนกันหลังจากนั้นพวกเราค่อยกลับมาพักในเมือง”
“อืม! แต่ออกกำลังแบบไม่ต้องจริงจังนะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนโมเดล”
“ค่ะ”
พอตกลงกันได้ทั้งสองก็หาที่นั่งเพื่อจัดการกับสกิลของตัวละครเสียใหม่เนื่องจากโมเดลนี้เป็โมเดลที่ใช้พลอดรัก ทั้งสองเลยไม่ได้จัดแต่งอุปกรณ์สวมใส่ที่มีประสิทธิภาพนัก
แม้กระทั่งสกิลก็ใส่เท่าที่จำเป็ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของโมเดลนี้ไม่สูงนัก
แต่พวกเขาก็ใช้เวลาไม่นานนักเนื่องจากโมเดลนี้อยู่ในบัญชีเดียวกับโมเดลหลัก ทำให้ไอเท็มสกิลรวมไปถึงข้อมูลทั้งหมดเหมือนกัน ทั้งสองจึงใช้เวลาไม่นานนักก็จัดเรียงสกิลจนเสร็จ
อุปกรณ์ได้ถูกติดตั้งลงในช่องสวมใส่แต่ก็ไม่ได้สวมอุปกรณ์ที่โดดเด่นนักเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขาเป็ใคร
ดาบที่ยูเมะใช้เป็ดาบสำรองเล่มหนึ่งที่เขาเคยสร้างมันไม่ใช่ดาบเล่มเดียวกันที่ใช้ในตอนที่ออกล่ากับอัลเบิร์ตก่อนหน้านี้ แต่เป็ดาบ ‘ลายคลื่น’ ที่มีความโดดเด่นในด้านของความคล่องแคล่วและมีเอฟเฟคเสริมความเร็วในการโจมตี
ดาบเล่มนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงทีเดียวแต่สูตรที่ใช้สร้างดาบเล่มนี้ก็เป็เพียงสูตรธรรมดาที่ผู้สร้างเปิดเผยซึ่งถือเป็สูตรพื้นฐานของดาบลายคลื่น ไม่ใช่สูตรระดับสูงที่ทำให้ดาบเล่มนี้มีชื่อเสียง
ส่วนชุดที่ใส่นั้นเป็ชุดลายคลื่นเช่นกัน เป็ ‘ชุดเซต’ที่สร้างขึ้นมาจากผู้สร้างคนเดียวกันทำให้สามารถใช้ประสิทธิภาพของดาบลายคลื่นได้จนถึงขีดสุด
หลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งตัวจนเสร็จยูเมะก็หันไปมองเมโลดี้ ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความชื่นชมเมื่อได้เห็นชุดที่เธอใส่
ชุดของเมโลดี้ในตอนนี้เป็ชุดหนังสัตว์เช่นเคยมันเป็ชุดที่เหมาะที่สุดสำหรับคนเถื่อน เพียงแต่ชุดที่เธอใส่ตอนนี้มีความน่ารักเป็พิเศษด้วยชุด ‘กระต่ายขาว’ ที่มีชื่อเสียง แต่มันก็เป็เหมือนกับชุดของยูเมะทั้งหมดนี้เป็ชุดที่สร้างตามสูตรที่ผู้สร้างเปิดเผยประสิทธิภาพของพวกมันจึงไม่โดดเด่นเท่าไหร่
มันเทียบไม่ได้กับชุดหลักที่พวกเขาใช้ประจำซึ่งพวกเขาสร้างขึ้นมาเองและผ่านการปรับปรุงอย่างตั้งใจเพื่อให้ได้เอฟเฟคที่ตรงกับรูปแบบการต่อสู้ของพวกเขามากที่สุด
การตัดสินใจของเมโลดี้นั้นเป็สิ่งที่น่าชื่นชมเสมอเธอแสดงให้เห็นถึงความเป็ ‘เกมเมอร์’ตัวจริง ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เล่นเกมเพื่อความสนุก
อุปกรณ์ที่เธอเลือกใช้นั้นมีทั้งความน่ารักและมีเสน่ห์แต่ก็ยังสนับสนุนรูปแบบการต่อสู้ที่เขาตั้งใจจะเล่นได้อย่างสมบูรณ์
เห็นได้ชัดว่าเธอเลือกอุปกรณ์โดยอิงจากอุปกรณ์ที่เขาใช้รวมกับความเคยชินของพวกเขาทำให้เธอเลือกที่จะใช้อุปกรณ์ที่เน้นการเคลื่อนไหวมากกว่าการโจมตีซึ่งต่างจากรูปแบบปกติที่เธอคุ้นเคย
ทั้งหมดนี้ก็เพราะยูเมะเลือกอุปกรณ์ที่เน้นความคล่องแคล่วทำให้เธอซึ่งเป็แนวหลังไม่สามารถอยู่กับที่นานๆ ได้เธอจึงเลือกอุปกรณ์ที่เน้นการเคลื่อนไหวเพื่อให้พวกเขาสามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกันได้
หลังจากเตรียมตัวเสร็จทั้งสองก็ขึ้นรถม้าไปยังพื้นที่ล่า สถานที่ที่พวกเขาเลือกก็คือป่าเมเปิ้ลทองคำเช่นเดิมเพราะมันใกล้เมืองนี้ที่สุด
จุดที่ลงจากรถม้านั้นเป็จุดเดิมมอนเตอร์ที่ออกมาต้อนรับก็เป็ชุดเดิม เพียงแต่มีจำนวนที่น้อยกว่าเนื่องจากวันนี้พวกเขามากันเพียง 2 คน จำนวนของมอนเตอร์ที่ปรากฏจึงมีน้อยตามไปด้วย
เมื่อมอนเตอร์ปรากฏ ยูเมะก็ยิ้มออกมาแล้วหันไปมองเมโลดี้ครั้งหนึ่งจากนั้นก็ก้าวออกไปโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆ
ยูเมะก้าวนำไปด้วยจังหวะก้าวที่แปลกประหลาดการก้าวไม่เร็วนัก ก้าวหนึ่งโยกไปซ้าย ก้าวหนึ่งโยกไปขวาการโยกสลับไปมานี้ทำให้เกิดเงาที่ดูคล้ายกับจะแยกออกเป็สองคน
เมโลดี้ติดตามไปทันทีเธอก้าวไปด้วยย่างก้าวที่ราวกับะโ มันเป็การะโก้าวสั้นๆราวกับกระต่ายสาวแสนสวย ก่อนจะสะบัดแส้หนังที่มีกรงเล็บติดอยู่ที่ส่วนปลายออกไป
แส้พุ่งออกไปราวกับเงาสีขาวพุ่งตรงไปยังศัตรูทางซ้าย จู่โจมเข้าใส่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ
เงาแส้พุ่งออกมาในพริบตากรงเล็บที่ส่วนปลายกรีดใส่ดวงตาของก็อบลินจนบอด ทำให้ก็อบลินกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
จังหวะนั้นยูเมะก็โยกไปทางซ้ายก้าวเข้าไปในมุมอับของสายตาจากดวงตาที่มืดบอด จากนั้นฟันดาบในแนวนอนในจังหวะที่เคลื่อนผ่านเชือดลำคอของก็อบลินจนเืไหลทะลักออกมาเป็สาย
การสอดประสานของทั้งสองสมบูรณ์แบบการโจมตีแทบจะตามมาในจังหวะเดียวกัน หลังจากก้าวนำไปอีกก้าวหนึ่งเงาแส้ก็ตามมาจากทางขวา วกอ้อมก็อบลินที่ถูกเชือดคอไปจู่โจมใส่ก็อบลินที่อยู่ด้านหลัง
การโจมตีนี้ไม่ถูกตัวก็อบลินตัวนั้นเพราะเป็การโจมตีอ้อมความเร็วเลยตกไป ทำให้มันไหวตัวทัน
ทว่าทันทีที่มันเบี่ยงความสนใจไปยังแส้ของเมโลดี้ยูเมะก็แทรกเข้าไปในช่องว่าง ในมุมมองที่จำกัดจากนั้นฟันดาบออกไปเป็ดาบที่สองเชือดใส่ลำคอของก็อบลินในพริบตา
เพียงอึดใจเดียวก็อบลินสองตัวก็ถูกเชือดคอจนเืไหลทะลักออกมาเป็สาย พวกมันไม่ได้ตายในทันทีแต่ก็แทบจะไม่เหลือพลังต่อสู้อีกต่อไป
เกมนี้มีการตั้งค่าที่ค่อนข้างสมจริงมี AI ที่มีความสามารถ ทำให้การต่อสู้เป็เื่ยากแต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้ว มันกลับเป็เื่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีทักษะการต่อสู้ที่ดีพอการจะเอาชนะมอนเตอร์แต่ละตัวก็ไม่ยาก
แต่ถ้าขาดทักษะการต่อสู้ที่เหมาะสมมันก็อาจจะเป็การต่อสู้ที่ยากลำบากได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เกมนี้จึงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เล่นที่จำกัดแต่สำหรับคนที่ชอบมันก็จะกลายเป็เกมที่สนุกมากเกมหนึ่ง ซึ่งยูเมะก็คิดแบบนั้นแม้เขาจะรู้สึกว่ามอนเตอร์พวกนี้ฆ่าง่ายไปบ้างแต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อที่จะฆ่ามันเพราะไม่ว่ามันจะฆ่าง่ายยังไง เขาก็ยังต้องใช้ความสามารถในระดับหนึ่งถึงจะฆ่าได้
การเล่นเกมนี้ทำให้เขารู้สึกสนุกและรู้สึกเหมือนได้ฝึกฝนอยู่ตลอดทำให้ฝีมือไม่ตก
แต่หลังจากฆ่าก็อบลินอย่างง่ายดายไปสองตัวหัวคิ้วของยูเมะก็ขมวดเข้าหากัน เขาขยับตัวไปด้านข้าง หลบการโจมตีจากก็อบลินตรงหน้าไปบิดหมุนร่างกายเป็วงกลม แล้วฟันออกไปอย่างดุดัน
กระบวนท่าที่ใช้ดูคล้ายกับกระบวนท่าที่เขาใช้ในการประลองเมื่อวานมากแต่ผลลัพธ์กลับไม่เหมือนกัน
‘พลาดตรงไหนนะ’
ยูเมะครุ่นคิดน้อยๆ แล้วก้าวย่างออกไป หลบซ้ายเบี่ยงขวา โยกไปมาอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วหลบการโจมตีทั้งหมดและสวนกลับไปอย่างแม่นยำ
ไม่กี่อึดใจก็อบลินไซรัปทั้งหมดก็ตายเพราะเสียเืจากการเชือดใส่จุดสำคัญทำให้พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยกลิ่นหวานของไซรัป
หลังจากการต่อสู้จบลงยูเมะก็จมอยู่ในความคิดของตัวเองเขาพยายามคิดว่าตัวเองทำพลาดตรงจุดไหน เลยไม่ได้สนใจของดรอบจากมอนเตอร์
เมโลดี้เองก็เช่นกันเธอไม่ได้สนใจของดรอบจากก็อบลินพวกนี้ อีกทั้งเธอยังสังเกตเห็นว่ายูเมะดูแปลกไปดูเหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เธอก็เลยไม่รบกวนและเลือกที่จะยืนคุ้มกันอยู่ข้างๆ
“ไม่ถูกต้อง มีบางอย่างแปลกไปจริงๆ หรือว่า..”
ยูเมะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบ จากนั้นตั้งค่าระบบใหม่อย่างรวดเร็วและปิดระบบ‘สนับสนุน’ การต่อสู้ทั้งหมดลง
“ขอโทษที่ให้รอนะเมล พวกเราไปกันต่อเถอะ”
“ค่ะ”
เมโลดี้ไม่ได้ถามว่ายูเมะทำอะไรและเขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะบอก ทั้งนี้ก็เพราะมันเป็อะไรที่เข้าใจได้ยากอยู่บ้างแม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็ยังไง เขาเลยไม่รีบที่จะอธิบาย
ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในป่าด้วยรอยยิ้มน้อยๆพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ตั้งสมาธิไปกับการต่อสู้ การระวังให้กันและกัน จนกระทั่งเจอมอนเตอร์อีกกลุ่ม
ยูเมะก็ก้าวนำไปก่อนอีกครั้งตรงเข้าไปเชือดคอก็อบลินอย่างรวดเร็ว ทว่าครั้งนี้เขากลับฟันพลาดไปอย่างไม่น่าเชื่อเขาไม่ได้เชือดใส่จุดสำคัญที่เล็งไว้ แต่เบี่ยงออกไปจนน่าใ
แต่เขาก็ไม่ได้ใกับเื่นี้อีกทั้งยังยิ้มออกมาด้วยความยินดี ราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ก้าวต่อไป ต่อสู้ต่อไปทั้งแบบนั้น
การต่อสู้กลายเป็ยากลำบากมันแตกต่างจากการต่อสู้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ทั้งที่จำนวนก็อบลินมีน้อยกว่าชุดแรกมาก
แต่ระยะเวลาที่ใช้ในการต่อสู้กลับนานกว่าเกือบเท่าตัว
เมโลดี้สังเกตเห็นความผิดปกติของยูเมะได้ในทันทีและเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาเธอจึงเลือกที่จะลดการสนับสนุนลงและปล่อยให้เขาได้มีเวลาต่อสู้กับก็อบลินนานขึ้น
ยิ่งต่อสู้ยูเมะก็ยิ่งมีความสุขเขาค่อยๆ ปรับตัวให้คุ้นเคยกับการต่อสู้โดยไม่มีระบบสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ติดขัดเพราะสูญเสียการสนับสนุนไปก็ค่อยๆ กลับมาลื่นไหลอีกครั้ง
แม้จะยังไม่เฉียบคมเหมือนเมื่อก่อนแต่ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการควบคุมของยูเมะทั้งสิ้นทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ไม่สามารถทำได้
เช่นกระบวนท่าสุดท้ายที่ใช้ในการประลอง‘หนึ่งดาบสองคลื่น’ การฟันออกไปหนึ่งดาบโดยมีแรงปะทะสองครั้งซ้อน
ด้วยกระบวนท่านี้แม้จะไม่ได้ใช้สภาวะปีศาจเต็มกำลังแต่ยูเมะก็สามารถฟันคอก็อบลินให้ขาดได้อย่างไม่ยากเย็น
หลังจากปรับตัวให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวโดยไม่มีระบบสนับสนุนแล้วความเร็วในการฆ่าของยูเมะก็เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้เขารู้สึกสนุกมากขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
“ชูร่า..ปิดระบบสนับสนุนหรือคะ”
“ใช่ ขอโทษนะเมที่ทำให้เสียเวลา แต่ผมอยากทดลองอะไรบางอย่างนะ”
เมโลดี้พยักหน้ารับโดยไม่ว่าอะไร ทั้งยังยิ้มออกมาด้วยความชื่นชมเพราะเธอเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนเธอจึงรู้ว่าเขามีความสามารถมากขนาดไหน
“น่าสนใจดีนะคะ เมเองจะลองเล่นแบบนี้บ้างดีไหมนะ”
“ก็ลองดูสิ ผมว่ามันน่าสนุกดีนะ มันทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งหัดเล่นใหม่ๆ เลยตื่นเต้นสุดๆ ไปเลยละ”
ได้ยินแบบนั้นเมโลดี้ก็เลยเอาบ้าง เธอปิดระบบสนับสนุนการต่อสู้ทั้งหมดลงจากนั้นทดลองสะบัดแส้ไปมาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อพบว่ามันยากกว่าที่เธอคิด
เมื่อเทียบกับดาบแล้วแส้เป็อาวุธที่ต้องใช้ความสามารถในการควบคุมที่สูงกว่ามาก
แต่เมโลดี้ก็ไม่สนใจว่าจะยากยังไงเพราะเธออยากัักับความสนุกที่ยูเมะค้นพบซึ่งเขาเองก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับทักษะการควบคุมแส้ของเมโลดี้เช่นกัน
ทั้งสองล่าต่อไปโดยไม่เปิดระบบสนับสนุนการต่อสู้การต่อสู้ที่น่าจะง่ายจึงกลายเป็การต่อสู้ที่ยากลำบากในทันทียูเมะถึงกับได้รับาแจากการโจมตีหลายครั้ง จนกระทั่งาเ็หนัก
การล่าจึงสะดุดลงทันทีเกมดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้นั้นมีระบบที่ค่อนข้างสมจริงในด้านของการต่อสู้เมื่อร่างกายาเ็มันก็จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
หากาแเกิดขึ้นที่แขนก็จะทำให้ใช้กำลังที่แขนข้างนั้นได้ลำบากและสามารถทำให้าแปริแตกได้หากฝืนใช้กำลังในตอนที่าแยังไม่หายดี
ทว่าสิ่งที่สมจริงที่สุดและน่ารำคาญที่สุดในสายตาของผู้เล่นส่วนใหญ่ก็คือผู้เล่นสามารถเสียเืจนตายได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าหากได้รับาแหนักโดยไม่รีบรักษาก็สามารถตายได้
ด้วยเหตุนี้ทันทีที่ยูเมะาเ็หนัก การล่าจึงต้องหยุดลงทันทีทั้งสองต้องรีบหาที่ปลอดภัยรักษาตัวเพื่อไม่ให้เสียเืมากเกินไป
หลังจากใช้เวลาอยู่หลายนาทีเมโลดี้ที่โมโหจัดก็ะเิพลังบ้าคลั่งของเธอออกมาจนถึงขีดสุดจนฆ่าก็อบลินและออร์คไซรัปทั้งหมดทิ้งไปอย่างเืเย็นก่อนจะหาที่ปลอดภัยเจอและสร้างเขตแดนเพื่อรักษายูเมะ
“ขอโทษนะคะชูร่าเพราะเมพลาด ชูร่าก็เลย..”
“ไม่เอาน่าเม นิดหน่อยเอง อีกอย่างผมเองก็พลาดด้วยที่ถลำเข้าไปลึกเกินไปถือเสียว่าพวกเราทำพลาดทั้งคู่ก็แล้วกัน!”
สีหน้าของเมโลดี้ดูไม่ดีเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่พอใจที่ทำพลาดจนไม่สามารถสนับสนุนเขาได้ทำให้เขาได้รับาเ็หนัก
แต่ในความเป็จริงเขาเองก็พลาดเหมือนกันที่บ้าเืเกินไปจนถลำเข้าไปในวงล้อมศัตรูแบบไม่คิด
หากเป็ตอนที่เปิดระบบสนับสนุนเขาคงไม่พลาดแบบนี้ แต่พอไม่มีระบบสนับสนุน ความผิดพลาดมันก็เกิดขึ้นได้ง่ายจนน่าแปลกใจเพียงแค่เสียสมาธิไปกับเื่เล็กๆ ที่ปกติไม่ต้องสนใจ ก็พลาดจนาเ็แล้ว
การต่อสู้โดยไม่มีระบบสนับสนุนจึงยากลำบากมากแต่ในขณะเดียวกัน มันก็สนุกมากเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเมโลดี้ดูไม่ดีนักและดูเหมือนเธอจะยังโทษตัวเองที่ทำพลาดยูเมะก็อดไม่ได้ที่จะกุมมือเธอแน่น แล้วส่งยิ้มให้
“ไม่เอาน่าเม อย่าคิดมากสิ”
“แต่ว่า..”
“เมไม่คิดหรอว่ามันสนุกดีนะ สู้โดยไม่มีระบบสนับสนุน ทำผิดพลาดจากนั้นก็แก้ตัวใหม่ แบบนี้มันสนุกจะตาย เมก็รู้ว่าพอฝึกมาจนถึงระดับอย่างพวกเราแล้วการพัฒนาต่อไปมันยากขนาดไหน แต่ตอนนี้พวกเราเจอวิธีที่จะช่วยพัฒนาฝีมือแล้วนะมาสนุกกับมันให้เต็มที่กันเถอะ”
เมโลดี้ยังลังเลใจเล็กน้อยแต่สุดท้ายเธอก็ยิ้มหวานออกมาและตอบรับคำพูดของยูเมะ
“ค่ะชูร่า! พวกเรามาสนุกให้เต็มที่กันเถอะค่ะ!!”
“ใช่แล้ว! ส่วนตอนนี้ รักษาแผลก่อนก็แล้วกัน!”
พูดจบยูเมะก็หยิบยาออกมากิน ขณะที่เมโลดี้ก็ช่วยจัดการกับแผลที่ยากจะรักษาได้ด้วยสกิล‘เย็บแผล’ ที่ผู้เล่นเกือบทุกคนต้องฝึก
เกมดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้นั้นมีความสมจริงมากในด้านของการต่อสู้แต่ในด้านของการรักษานั้น มันไม่ได้สมจริงเท่าไหร่ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้เล่นไม่ต้องลำบากเกินไป
ถึงจะน่ารำคาญอยู่บ้างในเื่ของเวลาที่ต้องใช้ในการรักษาแต่ถ้าชินแล้วมันก็ถือเป็การพักผ่อนระหว่างการล่าที่ไม่เลวนัก
ยูเมะเองก็ชินกับเื่นี้นานแล้วเขาเลยไม่ลำบากเท่าไหร่ ยิ่งได้อยู่กับเมโลดี้ที่ใช้โมเดลสาวน้อยที่สบายหูสบายตาด้วยแล้วเขาก็ไม่รู้สึกว่าน่ารำคาญเลยที่ต้องหยุดพัก
ในตอนที่พักผ่อนยูเมะก็ได้นอนหนุนตักเมโลดี้อย่างสุขสำราญ ไหนจะวิวทิวทัศน์ที่แสนสวยที่เต็มไปด้วยสีแดงและทองของป่าเมเปิ้ลทองคำ
“ไม่เลวเลยแฮะ ได้นอนแบบนี้ก็มีความสุขดีนะ”
“จริงหรือคะชูร่า ถ้าชูร่าชอบ พวกเรามาทำแบบนี้กันบ่อยๆ ก็ได้นะคะ”
“นั่นสินะ แต่นานๆ ทีก็แล้วกัน”
ทั้งสองหัวเราะให้กันเบาๆ จนกระทั่งาแหายสนิทพลังทั้งหมดก็ฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติ พวกเขาจึงเริ่มเก็บเขตแดนเพื่อเตรียมที่จะออกไปล่าต่อ
แต่ก่อนที่จะได้เริ่มการล่ารอบที่สองข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมาเสียก่อน พอเห็นว่าเตือนเื่อะไรเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย
“อัลงั้นหรือ จะชวนไปล่าหรือไงกัน”
ยูเมะนิ่งคิดไปเล็กน้อยแล้วมองไปทางเมโลดี้แล้วหันไปหาเธอเพื่อป้องกันไม่ให้จอภาพถ่ายติดเธอไปด้วยจากนั้นก็รับการติดต่อด้วยภาพและเสียง
“ว่าไงอัล จะชวนไปล่างั้นหรือ”
“ใช่! ไปล่ากันเถอะ!! พวกเราไม่..เฮ้ย!ชูร่าเรอะ!”
ท่าทางตกตะลึงของอัลเบิร์ตทำให้ยูเมะยิ้มออกมาด้วยความขบขันอันที่จริงเื่นี้จะโทษอีกฝ่ายก็ไม่ได้เพราะเขาไม่เคยใช้โมเดลตัวนี้ให้ใครเห็นมาก่อนนอกจากเมโลดี้
จึงไม่น่าแปลกที่อัลเบิร์ตจะใหากไม่ใช่ว่ามันติดต่อมาทางรายชื่อเพื่อนแล้ว มันคงคิดว่าตัวเองติดต่อไปหาผิดคน
อัลเบิร์ตที่อยู่อีกด้านของหน้าจอหันไปมาด้วยความใสายตากวาดมองรายชื่อเพื่อนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลงที่ชื่ออาชูร่าที่อยู่้าสุดของหน้าต่างสื่อสาร
“ชูร่าเรอะ! นี่แกแอบปั้นโมเดลแบบนี้เอาไว้ด้วยเรอะ!นี่คิดจะเอาไปจีบสาวใช่ไหมเพื่อน!”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็ยิ้มขำ ทั้งยังแอบปรายตามองเมโลดี้เล็กน้อย ราวกับกำลังจะบอกเธอว่าเขาปั้นโมเดลนี้มาจีบสาวจริงๆซึ่งก็คือเธอ ทำให้เมโลดี้หน้าแดงน้อยๆ
“ก็ราวๆ นั้นแหละ ว่าแต่อัลเถอะ มาชวนไปล่าสินะที่ไหนละ”
“เออใช่ๆ ที่เดิม ป่าเมเปิ้ลทองคำ!! จะมาด้วยกันไหม”
ยูเมะนิ่งคิดไปเล็กน้อยแล้วหันไปมองเมโลดี้ พลางส่งสายตาแทนคำถามเพราะถ้าเขาตอบรับคำชวนของอัลเบิร์ตเช่นนั้นพวกเขาก็อาจจะต้องเปิดเผยตัวจริงของเมดูซ่าไปด้วย
เมโลดี้นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ ยูเมะก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปทางอัลเบิร์ตที่ดูสนใจไม่น้อยที่เขาแสดงท่าทางแปลกๆ
“ตกลง! เชิญมาได้เลยทางนี้ก็อยู่ในป่าเมเปิ้ลทองคำเหมือนกัน นี่คือพิกัด”
หลังจากส่งพิกัดไปให้ คำเชิญของอัลเบิร์ตก็ถูกส่งมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการตอบรับพื้นที่โดยรอบก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จะมีก็เพียงพื้นที่ในรัศมี 100เมตรรอบจุดที่พวกเขายืนอยู่เท่านั้นที่เหมือนเดิม
“แบบนี้ดีแล้วสินะเม”
“ค่ะ..อัลกับนิกกี้เป็เพื่อนของพวกเรานี่ค่ะ จะปิดทั้งสองคนแบบนี้ต่อไปเมคิดว่าคงไม่ดีนัก”
“นั่นสินะ ปิดสองคนนั้นไปแบบนี้ไม่ดีจริงๆ”