ตลอดเวลาของการเดินทางที่ยาวไกลกว่าสองเดือนที่ผ่านมานั้นในที่สุด ยามเซินของวัน ทั้งสองก็มาถึงทางเข้าหุบเขาแล้ว เพียงแต่ไม่วามารถเข้าไปด้านในได้ เพราะที่นี่มีกฏว่า คนนอกห้ามเข้า หากไม่มีการแสดงตัวว่าเป็คนในหุบเขาซีเหมินนี้
" ทำยังไงดีเ้าคะคุณหนู " จินจูเอ่ยถาม นางอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงบ้านเกิดของตนเองและฮูหยินสามได้แล้ว แต่ไม่ได้หยิบแผ่นป้ายชาวบ้านหุบเขาซีเหมิน ที่จะใช้ยืนยันตัวของตนเองมาจากจวนสกุลเซี่ย ตลอดเวลาของการเดินทางที่ยาวไกลกว่าสองเดือนที่ผ่านมานั้นในที่สุด ยามเซินของวัน ทั้งสองก็มาถึงทางเข้าหุบเขาแล้ว เพียงแต่ไม่วามารถเข้าไปด้านในได้ เพราะที่นี่มีกฏว่า คนนอกห้ามเข้า หากไม่มีการแสดงตัวว่าเป็คนในหุบเขาซีเหมินนี้
" ทำยังไงดีเ้าคะคุณหนู " จินจูเอ่ยถาม นางอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงบ้านเกิดของตนเองและฮูหยินสามได้แล้ว แต่ไม่ได้หยิบแผ่นป้ายชาวบ้านหุบเขาซีเหมิน ที่จะใช้ยืนยันตัวของตนเองมาจากจวนสกุลเซี่ย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้น จ้าวเฟิงอวิ๋นขี่ม้ามาถึงพอดี เขามาทันได้ยินคำพูดของพวกนางทั้งสองพอดี จึงคิดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพราะถึงยังไง พวกนางก็เป็เพียงสตรีที่ไม่ผ่านการปักปิ่น
" พวกเ้าเป็คนจากจวนใด "
" จริงด้วยคุณหนู พวกเรามาจากสกุลเซี่ยเ้าค่ะ บ้านเดิมฮูหยินสามอยู่สกุลฮัวเ้าค่ะ "
" พวกเ้าไปจัดการ " จ้าวเฟิงอวิ๋นเอ่ยบอกคนสนิทของตนเอง และรออีกพักใหญ่พ่อบ้านสกุลฮัวจึงมายังจุดที่เขารออยู่
" ข้าน้อยพ่อบ้านสกุลฮัวขอรับคุณชาย ไม่ทราบว่า เป็ผู้ใดหรือขอรับ " พ่อบ้านจากสกุลฮัวจ้องมองเด็กสาวทั้งสองที่มีสภาพไม่ต่างจากขอทาน อย่างพิจารณา
" ท่านพ่อบ้าน ข้าน้อยจินจูเ้าค่ะ คุณหนูเป็บุตรสาวคนเดียวของนายหญิงฮัวกุ้ยฟางเ้าค่ะ "
" เ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าเป็บุตรของนางจริงๆ " พ่อบ้านยังคงเอ่ยถาม แววตาที่มองมานั้นจ้องจับผิด
" หลักฐานข้าน้อยไม่มีเ้าค่ะ มีก็แต่ … " จินจูเปิดห่อผ้าเพื่อหยิบสมุดที่เขียนรายการสินเดิมของฮัวกุ้ยฟางเอาไว้ ก่อนจะส่งให้พ่อบ้านไปตรวจดู
" ไม่ผิดๆ นี่คือรายการสินเดิมพร้อมทั้งตราประทับของนายท่านจริงๆ เช่นนั้นเชิญคุณหนูตามข้าน้อยกลับไปที่จวนด้วยขอรับ " พ่อบ้านเอ่ยบอกเมื่อเขาเห็นตราประทับของสกุลฮัวบนหนังสือรายการสินเดิมแผ่นนั้น
พ่อบ้านจึงอาสาบังคับรถม้าเข้าไปยังด่านตรวจจากนั้นก็พาทั้งสองกลับไปที่จวนสกุลฮัวตามที่ได้รับคำสั่งมาจากนายท่านของตน
เมื่อมาถึงจวนหลังไม่ใหญ่นัก แต่ดูโอ่อ่าสมฐานะ เซี่ยชิงหรูมองสำรวจจวนสกุลฮัวเล็กน้ยอก่อนจะเดินตามพ่อบ้านเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็ห้องโถงหลัก ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยข้าวของมีราคาไม่น้อย คาดว่าสกุลฮัวคงร่ำรวยไม่น้อย
" นายท่าน นี่คือรายการสินเดิมของคุณหนูขอรับ "
" เ้าเองรึ หลานสาวของข้า " ฮัวกุ้ยเหวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง พลางมองสำรวจเด็กสาวทั้งสองไปด้วย
" เ้าค่ะ ข้าน้อยเซี่ยชิงหรู คารวะท่าน… " นางเอ่ยเว้นวรรค เพราะไม่รู้ว่าควรจะเรียกอีกฝ่ายเช่นไรดี
" ข้าคือท่านตาของเ้า ชิงหรู นั่งสิ อีกเดี๋ยวมารดาของเ้าก็คงมาถึงแล้ว " ฮัวกุ้ยเหวินเอ่ยบอก
เซี่ยชิงหรูมีแววตาที่ประกายความดีใจเล็กน้อยก่อนจะแปลเปลี่ยนไปจนฮัวกุ้ยเหวินสังเกตเห็น แต่ยังคงนั่งเงียบอยู่เช่นเดิม เพราะยังไม่แน่ใจว่าเด็กสาวผู้นี้คือหลานในใส้ของตนจริงหรือไม่ คงทำได้แค่รอให้บุตรสาวมายืนยันด้วยตนเองเท่านั้น
รถม้าคันใหม่มาจอดที่หน้าประตูจวนสกุลฮัว พร้อมด้วยหญิงสาวที่มีเค้าความงามไม่ต่างจากร่างบางที่นั่งเงียบอยู่กลางห้องโถง คนที่มานั้นก็คือ ฮัวกุ้ยฟาง ในวัย 31 ปี พร้อมกับบุตรชาย จางกุ้ยฉิน วัย 5 ปี
" พวกนางอยู่ด้านในขอรับ "
" อืม ฉินเอ๋อ อยากเข้าไปกับแม่หรือไม่ "
" ขอรับ "
ฮัวกุ้ยฟางเดินเข้ามาภายในห้องโถ
ด้วยจิตใจที่เต้นระรัว นางไม่เคยคิดว่าบุตรสาวจะออกจากจวนนั้นมาพบนางที่นี่ได้ นั่นเพราะจวนเสนาบดียิ่งใหญ่และมั่งคั่งกว่าจวนสกุลฮัวของนางมากมายหลายเท่านัก แต่เมื่อเห็นสภาพของสาวใช้ข้างกายบุตรสาว นางก็จดจำได้ทันที ส่วนเด็กหญิงที่นั่งก้มหน้าอยู่นั้นคงเป็ …
" เสี่ยวจู เป็พวกเ้าจริงๆด้วย "
" นายหญิง " จินจูร้องเรียกเสียงดังอย่างดีใจ ที่นางได้เจอนายหญิงจริงๆ
" เสี่ยวจู นางคือ …?"
" เป็คุณหนูชิงหรูเ้าค่ะนายหญิง "
" หรู หรูเอ๋อของแม่ หรูเอ๋อ ฮึก เ้าจริงๆ เป็เ้า ลูกแม่ ฮื่อๆๆ ท่านพ่อ หลานสาวของท่านจริงๆเ้าค่ะนางคือชิงหรูจริงๆ " ฮัวกุ้ยฟางเอ่ยบอกกับบิดาที่จ้องมองมาไม่วางตา
แน่นอนว่าฮัวกุ้ยเหวินย่อมต้องดีใจเมื่อบุตรสาวยืนยันแล้ว่านางคือหลานสาวของตนเองจริงๆ เขาก็ยกมือ ี่สั่นเทาขึ้นมาลูบผมของนางอย่างแ่เบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ออ่นโยนและมีเมตตา
" หรูเอ๋อ ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว "
" ฮึก ท่านคือมารดาของข้าจริงหรือเ้าคะ " เซี่ยชิงหรูที่ตอนนี้มีน้ำตาอาบแก้มเอ่ยถามสตรีตรงหน้า ในใจนึกอยากจะเอ่ยถามว่า เหตุใดจึงทอดทิ้งนางไว้ที่นั่นคนเดียว เหตุใดไม่พานางกลับมาด้วย
" แม่ผิดเอง หรูเอ๋อ ยกโทษให้แม่ด้วย แม่ผิดต่อเ้า " ฮัวกุ้ยฟางได้ยินคำถามจากปากของบุตรสาวในใจยิ่งรู้สึกผิดต่อบุตรตรีผู้นี้เป็อย่างยิ่ง
" ฮึก ท่านทิ้งข้าไว้ทำไมเ้าคะ ท่านไม่้าข้าอย่างที่คนอื่นบอกงั้นหรือเ้าคะ ฮื่อๆๆๆ " เซี่ยชิงหรูเอ่ยถามอย่างคับข้องใจ และส่วนนึงก็เป็ความรู้สึกของเ้าของร่างคนเดิมที่ติดค้างอยู่ในใจด้วย