ตอนที่ 7 คนเดือนดับ
“วินเดี๋ยวเอางานนี่ไปดูนะ ว่าแต่นายเป็ไรเปล่าหน้าตาซีดเซียว” เข็มทิศยื่นแบบแปลนสำหรับออกแบบให้ธาวินทร์ดู ธาวินทร์รับแฟ้มมาเปิดดูคร่าวๆ
“นอนไม่ค่อยหลับครับ ฝันเห็นผีบ่อยๆจนแยกไม่ออกว่าเื่จริงหรือความฝัน”
“ยังไง” เข็มทิศถาม ธาวินทร์จึงเล่าทุกอย่างให้เข็มทิศฟัง
“พี่ว่ามันคงเป็ภาพหลอนเพราะตอนเกิดอุบัติเหตุคราวก่อน อย่าคิดมากนะ” เข็มทิศปลอบใจรุ่นน้อง กลิ่นหอมนวลแปลกๆลอยเข้ามาในจมูก พลางหันไปมองรดาที่กำลังฉีดน้ำหอมใส่ข้อมือ กลิ่นฟุ้งจนธาวินทร์ต้องใช้มือปัดอากาศ
“พี่รดาฉีดยาฆ่ายุงอีกแล้วนะครับ” เมื่อหันไปมองก็ต้องใ เงาดำทมิฬกอดคอรดาอยู่ ธาวินทร์ผวา เงาดำเหมือนมีแรงอาฆาต แผลเน่าเฟะตามหน้าตาตามตัวน้ำหนองไหลเยิ้ม ธาวินทร์ผอืดผอมคล้ายจะอาเจียน
“เป็ไรวินทำหน้าอย่างกับเห็นผี” รดามองท่าทางแปลกๆของรุ่นน้อง
“หุบปาก อย่าพูดนะมึง ถ้ามึงแส่กูจะเอาชีวิตมึง” เงาดำนั้นชี้หน้าธาวินทร์มาดร้าย
“อะปะเป่าไม่มีอะไรครับ” ธาวินทร์หันหน้าเข้าโต๊ะทำงานอย่างเดิม แต่ด้วยความสงสัยจึงค่อยๆหันหน้าไปมองร่างดำค่อยๆเลือนหายไป เพียงเห็นไม่นานก็เหงื่อกาฬก็แตกซึม
“มีอะไรกันแต่เช้า” เบสหัวหน้างานเดินเข้ามาทัก
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่เบส แต่นายวินนะสิสงสัยจะไม่สบาย” รดาบอก
“ไม่สบายหรอวิน ่นี้ป่วยบ่อยหยุดนี้ไปกับพี่หรือเปล่า”
“ไปไหนครับพี่เบส”
“บ้านคุณลุงพี่ที่อยุธยา ตอนยังหนุ่มท่านเคยเป็จอมขมังเวทเชียวนะ ไม่เจอกันนานอยากไปเยี่ยมแล้วก็ว่าจะไปหาของขลังติดตัวสักหน่อยเหมือน่นี้จะดวงตก” ร่างเงาดำยังติดตา
ธาวินทร์
“ไปครับพี่ ไปๆ”
“แล้วคนอื่นละเขม รดา ไปด้วยมั้ย”
“เขมขอตัวครับพี่พอดีนัดเพื่อนไว้จะไปเที่ยวทะเล”
“แหม๋เขมไม่ชวนเลยนะ” รดาแซว
“ก็กำลังจะชวนแต่พี่เบสชวนวินก่อนเลยปิดจ็อบไง” เข็มทิศยิ้มหวานให้รดา
“รดาก็ไม่ไปค่ะ มีนัดแล้ว”
...............................................................................
เช้าวันหยุดอากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เบสเข้ารถมารับธาวินทร์ที่หน้าแต่เช้า ธาวินทร์ใส่บาตรกับผู้เป็แม่เสร็จพอดี
“เบสมาทานข้าวด้วยกันก่อนสิลูก”
“คงต้องขอละครับคุณน้า เดี๋ยวไปถึงช้าออกเดินทางเลยดีกว่าวิน”
“ครับพี่เบส”
“เดินทางปลอดภัยนะลูก”
รถยนต์เคลื่อนตัวออกไป มุ่งหน้าสู่อยุธยา เวลาไม่นานก็มาจอดหน้าบ้านทรงไทย อันมีรั้วไม้กั้นหนาทึบ ต้นไม้ใหญ่ด้านในทำให้บรรยากาศดูวังเวงอึมครึม ควันสีขาวลอยเหนือพื้นอย่างแปลกประหลาด ไออากาศหนาวต้องกายธาวินทร์ เมื่อลงรถได้จนต้องรีบเดินไปเกาะเสื้อด้านหลังผู้เป็หัวหน้างาน
“ใช่ที่นี่จริงๆหรอครับพี่เบส ดูบรรยากาศแปลกๆ”
“ก็ใช่นะสิ แปลกตรงไหนบ้านสวนก็อย่างนี้แหละ ว่าแต่นายไหว้ใครอ่ะวินมารยาทดีเนอะ”
“ก็คุณลุงคนนั้น” ธาวินทร์ชี้ให้เบสดูเมื่อหันไปพบเพียงความว่างเปล่า
“อ้าวหายไปไหนแล้ว พี่เบสไม่เห็นหรอครับ” เบสทำหน้างง
“หึ ไปเถอะคุณลุงกำลังรออยู่” ชายชราชุดขาวหนวดยาวยืนอยู่หน้าศาลเพียงตายิ้มให้แววตาใจดีมองตามสองหนุ่มเดินเข้าบ้านไป ก่อนร่างสลายจางหายไปกับอากาศ
บ้านของคุณลุงเป็ทรงไทยมีบันไดสูง หลังคาทรงจั่วเรือนแฝด ลมพัดโชยเย็นสบาย
“สวัสดีครับคุณป้า ไม่เจอกันนานสบายดีไหมครับ”
“หวัดดีจ๊ะ ไม่เจอนานเลยพ่อคุณ ลุงกับป้าคิดถึง ลุงรออยู่ในห้องพระแนะเข้าไปสิ”
เบสค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ชายสูงอายุผมสีดอกเลาสวมชุดสีขาว นั่งขัดสมาธิหน้าโต๊ะหมู่บูชาพระประธาน ถัดลงมาชั้นล่างมีรูปหุ่นควายและเด็กหัวจุกหลายตัว พร้อมทั้งของแปลกตาอีกหลายอย่าง
คุณลุงค่อยๆลืมตาขึ้น หันหน้ามาหาผู้เป็หลานที่กำลังก้มกราบพระกับเด็กหนุ่มหน้าตี๋
“กราบคุณลุงครับ”
“สบายดีนะ”
“ครับไม่เจอนานอยากมาเยี่ยมแล้วก็อยากให้คุณลุงตรวจดวงชะตาให้ด้วยเพราะ่นี้อุบัติเหตุบ่อยเดี๋ยวชนนั่นชนนี่”
“ก็แค่นั้นละ ไม่มีอะไรหนักกว่านี้หรอก”
“แล้วคุณลุงพอจะมีของขลังให้ติดตัวพออุ่นใจสักหน่อยมั้ยครับ”
“นั่นไงข้าว่าแล้ว อันที่แล้วให้ไปอยู่ไหนซะละ” เบสโชว์ข้อมือให้ดู
“อยู่นี่ไงครับรักษาอย่างดี”
“งั้นเอานี่ไปเพิ่มก็แล้วกัน” คุณลุงหยิบพระองค์ขนาดพอดีสีดำให้ เบสรับไว้พร้อมออกปากจะเก็บรักษาไว้เป็อย่างดี
“แล้ววันนี้ก็พอน้องที่ทำงานมาด้วย” เบสกำลังจะอ้าปากเล่าเื่ของธาวินทร์ให้ฟัง
“ไม่มีใครช่วยเอ็งได้หรอก มันเป็สัญญาระหว่างเขา ส่วนเอ็งมีหน้าที่ใช้” ธาวินทร์ทำหน้างง
“แล้วที่ผมเห็นอะไรแปลกๆผมเป็บ้าหรือเห็นจริงๆครับ”
“สิ่งที่เห็นอาจเป็ภาพลวงตา อย่าใส่ใจอย่าให้น้ำหนัก ถ้าให้ความสำคัญมันจะมีตัวตน”
“แต่ผมไม่อยากเห็น ผมของของขลังด้วยได้ไหมครับคุณลุง”
“ต่อให้เอาไปหมด หรือที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ช่วยเอ็งไม่ได้มันเป็ชะตาของเอ็ง อีกไม่นานก็จะชิน” ธาวินทร์ทำหน้าละห้อย
เบสและธาวินทร์อยู่ทานข้าวกับคุณลุงคุณป้าก่อนกลับ ระหว่างทานข้าวธาวินทร์ก็ยังเห็นเด็กๆหัวจุกวิ่งไล่กันทั้งผู้ชายผู้หญิง จนต้องส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ตนเห็นแต่คนอื่นไม่เห็น แต่เหมือนคุณลุงจะพอรู้
“อย่าลืมนะว่าการให้ความสำคัญจะทำให้มันมีตัวตน”
“ครับคุณลุงผมจะจำไว้”
ก่อนกลับคุณลุงเดินมาส่งเบสและธาวินทร์ที่หน้าประตูรั้ว
“ไอ้หนุ่มสิ่งที่พอช่วยได้คือการมีสติหมั่นไหว้พระสวดมนต์ให้มาก อ้ออีกอย่างถ้าเอ็งไม่อยากเห็นสิ่งเ่าั้ เอ็งต้องอยู่ใกล้คนที่เกิดวันอังคาร” ธาวินทร์ยิ้มได้ดวงตามีประกาย
“แค่นี้เองหรอครับ”
“วันอังคาร และเกิดในวันเดือนดับหรือแรม 15 ค่ำ ปีขาลเดือนสิบ”
“ทำไมต้องเป็เดือนดับด้วยครับคุณลุง”เบสสงสัย
“ก็เพราะวันเดือนดับอีกความหมายหนึ่งคือการสูญสิ้น ิญญาดับสลายอย่างไงเล่า คนดวงชะตาอย่างเอ็ง ในตำราที่เคยได้ร่ำเรียนมาถือว่าพบเจอได้น้อยมาก การอยู่กับคนเช่นนั้นไม่ได้ทำให้เอ็งหายจากการมองเห็น แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้นนะ” ธาวินทร์หน้าสลด ผู้เป็หัวหน้างานตบบ่าให้กำลังใจ
“เอาน่าอย่างน้อยก็บรรเทาได้” ธาวินทร์เงยหน้ามองเบสยิ้มให้เป็เชิงขอบคุณ
สองหนุ่มล่ำลาเ้าของบ้านพร้อมขอตัวกลับด้วยระยะทางไกล โดยก่อนกลับคุณลุงทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดปริศนา
“ไม่ต้องร่ำลามากหรอก อีกไม่นานก็จะเจอกันใหม่”