แขนแกร่งกอดร่างบางไว้แน่น หยู่ถงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง จ้องหน้ามู่หยางตากระปริบ ั์น้ำตาลเข้มจ้องหน้าหวานอย่างเ้าเล่ห์ มือไม้ลูบไล้ไปทั่วตามเรือนร่างของนาง
“ดะ เดี๋ยว...นี่ท่านจะทำอะไรน่ะ ? ร่างกายข้ายังอ่อนแอนัก โปรดให้ข้าได้พักผ่อนก่อนเถิด”
มือเล็กจับมือของมู่หยางไว้แน่น ร่างกำยำถอนหายใจแรงก่อนจะล้มตัวนอนลงข้างๆ หยู่ถงแล้วดึงนางเข้าไปสวมกอดเบาๆ ลมหายใจลดที่ต้นคอขาวเนียนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ใจดวงน้อยๆ ของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดแน่น
“ถงเอ๋อร์ ข้าขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลปกป้องเ้า ข้าเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น”
หยู่ถงถึงกับตัวแข็งทื่อ บุรุษผู้นี้เป็คนอย่างไรกันนะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คิ้วคู่สวยขมวดเป็ปม ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาที่พูดมานั้นจริงใจหรือไม่ ? นางได้แต่เงียบไม่พูดไม่จา
“ต่อแต่นี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเ้าได้อีก โปรดเชื่อใจข้าอีกครั้งนะ”
เสียงนุ่มทุ้มหวานหูเอ่ยขึ้นอีกครั้ง หยู่ถงรู้สึกถึงความจริงใจในน้ำเสียงนั่น น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเ็ป เขาคงรักฮูหยินของเขามากสินะ หากเขารู้ว่านางไม่ใช่ฮูหยินที่แท้จริงของเขาจะรู้สึกอย่างไรกันนะ ? ไยนางถึงได้รู้สึกหน่วงๆ เช่นนี้
‘ฝากเ้าดูแลคนรักของข้าให้ดีด้วย’ ทว่าครู่นั้นคำพูดของเ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมาในหัวนาง ริมฝีปากบางเม้มเป็เส้นตรง พวกเขารักกันขนาดนี้ แล้วนางล่ะ เป็ตัวอะไรกันแน่ ?
หยู่ถงค่อยๆ พลิกร่าง ใบหน้าคมเข้มหลับสนิท ความรู้สึกถาโถมเข้ามาในหัวนางไม่หยุด จะบอกความจริงให้เขารู้ดีหรือไม่? แต่หากไม่บอกต้องมีสักวันนึงเขารู้เป็แน่ หากถึงวันนั้น คนจิตใจโเี้อย่างเขาจะปล่อยนางไปหรือ? มู่หยางค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นร่างบางจ้องหน้าตนไม่กระพริบตา ริมฝีปากหนาจึงผุดยิ้มขึ้น
“จ้องข้าเช่นนี้ อยากจะขย้ำข้าหรือ ? ” หยู่ถงกำลังเหม่อลอยถึงกับสะดุ้ง มือเล็กรีบดันหน้าอกแกร่งออกห่างทันที แต่มู่หยางก็ไม่ยอมให้นางขยับห่างตนออกไป
“ท่านพูดจาเหลวไหล ข้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเสียหน่อย ? ”
“เ้าไม่คิด แต่สายตาเ้ามันฟ้อง รอให้เ้าหายดีก่อน ข้าจะปรนนิบัติเ้าทั้งคืน :) ”
เพลียะ !!! ฝ่ามือเล็กตบไปที่หน้าอกแกร่งเขาอย่างแรง ดวงตากลมโตจ้องหน้าเขาเขม็ง
“ท่านนี่ ทะลึ่งจริงๆ เลย ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว ข้าจะนอนละนะ”
หยู่ถงหลับตาลง นางแอบได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างััที่หน้าผากตน หัวใจทรยศอีกแล้ว ครานี้เต้นแรงกว่าเดิมแทบจะทะลุออกมาข้างนอกได้
“ข้ารักเ้า ถงเอ๋อร์” มู่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา ก่อนจะสวมกอดร่างบางแล้วเคลิ้มหลับไปพร้อมกับนาง
บรรยากาศยามดึกในเดือนตุลา อากาศค่อนข้างหนาว ภายในจวนเงียบสงัด เสียงลมพัดผ่านไปมา บ่าวในจวนหลับสนิท มีเพียงร่างบางที่ไม่ยอมอยู่ที่จวนเดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่จวนของหยู่ถงไม่ยอมไปไหน
ลู่จื้อแอบส่องเข้าไปภายในจวนของหยู่ถง เห็นพี่ชายของตนกำลังนอนกอดพี่สะใภ้อย่างสบายใจ ลู่จื้อก็ยิ่งโกรธ มือเล็กกำหมัดแน่น นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มู่หยางได้ทำกับตน ภายในใจก็ยิ่งแค้นหยู่ถง ครู่นั้น ลู่จื้อก็ฉุกคิดแผนร้ายได้ เดินดุ่มๆ ไปที่บ่อน้ำข้างเรือนครัว ก่อนจะหันไปบอกกับซิ่วอิงว่า
“ตักน้ำกลับไปที่จวนให้ข้า”
“คุณหนู นั่นน้ำเย็นนะเ้าคะ คุณหนูจะเอาไปทำอะไรหรือเ้าคะ ? ”
“ข้าบอกให้ตักก็ตักไปเถิดน่า ตักไปเยอะๆ ด้วย ข้าจะรอที่จวน”
สิ้นประโยค ลู่จื้อก็เดินกลับไปที่จวนด้วยสีหน้าที่เ็า นางถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกหมด เหลือเพียงชุดสีขาวบางๆ ข้างใน ลู่จื้อเป็คนที่ป่วยง่ายมาั้แ่เด็ก ในเมื่อหยู่ถงบอกให้นางไปคิดเล่ห์กลอุบายมาใหม่ ได้ นางจะทำให้เห็นว่าคนอย่างนางไม่ยอมแพ้กลับอะไรง่ายๆ ไม่ว่าอย่างไร นางก็จะไม่มีวันยอมกลับไปที่จวนของตนเป็แน่
เห็นซิ่วอิงถือถังน้ำเข้ามา ลู่จื้อก็ได้บอกให้ซิ่วอิงเอาไปเทในถังน้ำใหญ่ แล้วบอกให้ซิ่วอิงไปตักน้ำมาเพิ่ม ร่างบางใต้อาภรณ์สีขาวบางค่อยๆ ลงไปแช่ในถังน้ำ อากาศเย็นบวกกับน้ำที่เย็นราวกับน้ำแข็ง ทำให้ลู่จื้อต้องกัดฟันแน่นทนกับความหนาวเหน็บ
“ว้ายยย คุณหนูเ้าคะ รีบลุกออกมาเลยนะเ้าคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“หุบปาก !!! เ้าไม่รู้หรือว่าข้าทำไปเพราะอะไร? ” ซิ่วอิงถึงกับหยุดชะงักกลางอากาศ แววตามองไปที่เ้านายของตนอย่างงงๆ
“หากข้าไม่สบาย ท่านพี่ต้องมาดูแลข้าเป็แน่” ลู่จื้อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยเล่ห์กลอุบาย ซิ่วอิงพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ แต่ก็อดเป็ห่วงเ้านายของตนไม่ได้
“คุณหนู ถ้าหากไม่ไหวก็รีบขึ้นมานะเ้าคะ” ซิ่วอิงเดินออกไปเตรียมเสื้อผ้าและแกงบำรุงร้อนๆ รอเ้านายของตน หากคุณหนูเป็อะไรไปท่านใต้เท้าต้องสั่งบ่าวลงโทษนางเป็แน่
ลู่จื้อ นั่งแช่ตัวอยู่ในถังน้ำใหญ่นานครู่นาน จนมือไม้แข็งไปหมด ร่างผอมบางสั่นระริก แต่นางก็ไม่ยอมลุกออกมาเสียที ริมฝีปากขาวซีดเม้มแน่น แขนเรียวกอดร่างตัวเองไว้ ความหนาวแทะโลมไปถึงกระดูก ลู่จื้อนั่งแช่ตัวในถังจนภาพที่อยู่ตรงหน้าเริ่มพร่ามัว สุดท้ายนางก็ทนกับความหนาวเหน็บไม่ไหว
... เช้าตรู่ของอีกวัน ...
มู่หยางออกรบที่ชายแดนนานหลายเดือน เวลาพักผ่อนไม่ค่อยจะมี กลับมาครานี้ได้นอนใต้ร่างบางและกลิ่นกายที่คุ้นเคย ทำให้เขานอนหลับสนิทตลอดทั้งคืน กลับกัน หยู่ถงกลับนอนไม่หลับ นางลุกขึ้นมาอ่านตำราสูตรยาั้แ่เช้ามืด เห็นเนี่ยนจินวิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแต่ไกล หยู่ถงก็รีบยกมือขึ้น ห้ามไม่ให้เนี่ยนจินส่งเสียงดังรบกวนมู่หยางที่กำลังหลับอยู่ เนี่ยนจินเห็นเช่นนั้นก็ค่อยๆ เดินขยับเข้าไปใกล้แล้วกระชิบที่ข้างหูนางว่า
“ฮูหยินเ้าคะ คุณหนูลู่จื้อไม่สบายหนัก ไข้ขึ้นสูงยิ่งเ้าค่ะ”
คิ้วคู่สวยขมวดชนกันอย่างสงสัย เมื่อคืนแกล้งปวดท้อง มาวันนี้กลับไม่สบาย คุณหนูลู่จื้อจะมาไม้ไหนอีก ครุ่นคิดอยู่ครู่นาน หยู่ถงก็คลี่ยิ้มบางๆ
“เ้าหยิบเอายาในตู้มาให้ข้าที เราจะไปเยี่ยมคุณหนูลู่จื้อกัน”
เนี่ยนจินพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปหยิบเอายาตามที่นางบอก ส่วนหยู่ถงก็ได้เดินไปหยิบเอาเสื้อคลุมขึ้นมาสวมใส่ นางอยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงในยุคโบราณจะตอแหลได้เนียนเหมือนผู้หญิงในยุคใหม่หรือไม่ หากคิดจะแย่งสามีคนอื่น เล่ห์กลอุบายต้องเหนือภรรยาของเขา
หยู่ถงเดินไปที่ครัวตั้งใจต้มยาบำรุงให้ลู่จื้อสุดฝีมือ ยาที่นางตั้งใจต้มให้กับลู่จื้อ เป็เพียงยาสั่งสอน หากได้ดื่มเข้าไปจะทำให้ลิ้นแข็งพูดไม่ได้จนกว่าจะได้รับยาถอน ลำพังมีเพียงพี่ใหญ่ของนางอย่างชินอี้ นางก็รับมือยากแล้ว ทีนี้เพิ่มตัวร้ายมาอีกหนึ่งคนนางเกรงว่าชีวิตของนางจะไม่สงบ ในเมื่อมู่หยางไล่แล้วไม่ยอมไป นางก็จะเป็คนลงมือเอง
“ฮูหยิน นั่นคือยาอะไรหรือเ้าคะ ? ” เนี่ยนจินเอ่ยถามด้วยความสงสัย สองสามวันมานี้ ฮูหยินของตนเอาแต่นั่งอานตำราสูตรยา แล้วใช้ให้ตนไปหายามาไม่หยุดพัก จากที่ไม่เคยสนใจเื่ยามาก่อน จู่ๆ ฮูหยินของตนก็สนใจเื่ยาขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ
“เ้าจะอยากรู้ไปทำไม่หรือ ? ” ใบหน้าเรียวสวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ นางรู้ว่าเนี่ยนจินเป็สาวใช้ที่ซื่อสัตย์กับนางที่สุด แต่นางก็ยังไม่อยากจะไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูไปอีกสักพัก
“บ่าวแค่สงสัยเ้าค่ะ แฮ่ๆ ”
“เสร็จแล้ว เราไปเยี่ยมคุณหนูลู่จื้อกันเถอะ” หยู่ถงถือถ้วยยาวางไว้ที่ถาด แล้วเดินนำเนี่ยนจินไปที่จวนของลู่จื้อ
เมื่อเดินไปถึง หยู่ถงก็เห็นซิ่วอิงกำลังนั่งเช็ดตัวให้กับลู่จื้ออยู่ นางเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ เตียงแล้วแตะไปที่หน้าผากเนียนเบาๆ ร่างกายร้อนจี๊ ลู่จื้อไม่สบายจริงๆ สินะ หยู่ถงหันไปมองซิ่วอิงก็เห็นนางมีทีท่าและสายตาเลิ่กลั่กไปมา ั์ตาคมจึงมองดูสำรวจภายในจวนอย่างช้าๆ
สายตานางสะดุดเข้ากับพื้นที่ถังน้ำเปียกอยู่ที่ยังไม่แห้ง ในหัวจึงเกิดความสงสัยขึ้น อากาศยามเช้าตรู่หนาวเช่นนี้คุณหนูลู่จื้อกลับแช่น้ำเล่นอย่างนั้นหรือ ? ดวงตากลมโตมองสำรวจดูอีกครั้งก็เห็นชุดสีขาวพาดอยู่ที่ราวหลังฉากกั้น หยู่ถงรู้ได้ทันทีเลยว่านี่คือแผนสำออยเรียกคะแนนสงสารจากผู้
“ข้าได้ยินเนี่ยนจินบอกกับข้าว่าคุณหนูลู่จื้อไม่สบาย ข้าจึงได้ลุกไปต้มยาลดไข้มาให้ เมื่อคืนท่านมู่หยางนอนดึก จึงยังไม่ตื่น ข้าไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านจึงได้นำยาลดไข้นี้มาแทน”
ลู่จื้อแกล้งหมดสติอยู่ได้ยินหยู่ถงพูดเช่นนั่น คิ้วบางถึงกับกระตุกวูบ เมื่อคืนท่านพี่นอนดึก ท่านพี่ทำอะไรหรือ ? หยู่ถงเห็นเช่นนั้นก็ผุดยิ้มขึ้นมาแล้วเอ่ยต่อว่า
“ลู่จื้อ เ้าลุกขึ้นมาดื่มยาเถิด ข้ารู้ว่าเ้าเสียใจที่ท่านมู่หยางไล่เ้ากลับจวนไป แต่เ้าไม่ต้องถือสาคำพูดของท่านเลยนะ เ้าต้องเข้าใจท่านด้วย ท่านพึ่งจะเสียลูกไป เกือบจะเสียฮูหยินรักไปอีกคน ท่านถึงปากร้ายเช่นนั้น”
หยู่ถงเน้นชัดถ้อยชัดคำทุกคำ ลู่จื้อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธ นางรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที จนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังป่วยอยู่
“พี่สะใภ้คิดจะไล่ข้ากลับไปที่จวนอู่อีกคนหรือ ?” ลู่จื้อเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก สายตาจ้องหน้าหยู่ถงอย่างไม่พอใจ
“ข้าจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ข้ารักเ้าเหมือนกับน้องสาวแท้ๆ หากเ้าอยู่ที่นี่ข้าก็จะมีคนคุยด้วย ข้าจะคิดเช่นนั้นกับเ้าได้อย่างไร”
หยู่ถงหันไปจับเอาถ้วยยาขึ้นมา แล้วจ่อไปที่ปากของลู่จื้อ
“เ้าไม่สบายมิใช่หรือ ? รีบๆ ดื่มยาซะสิ ท่านมู่หยางไม่ชอบสตรีที่อ่อนแอนะ”
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างเป็มิตร แต่ลู่จื้อไม่ชอบรอยยิ้มของนางเอาเสียเลย มือเล็กปัดถ้วยยาทิ้ง ทำให้ยาร้อนๆ โดนแขนเรียวเข้าอย่างจัง
“โอ้ยย” หยู่ถงกุมแขนตัวเองแน่น แสร้งร้องโอดโอยเจ็บไม่ไหว
“ฮูหยินเ้าคะ” เนี่ยนจินเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของนาง ถลกแขนเสื้อขึ้นดู เนี่ยนจินถึงกับอ้าปากค้าง สีหน้าใกลัว
“ตายแล้ว แผลพองแดงเลยเ้าค่ะ ฮูหยินรีบกลับไปที่จวนทำแผลเถิดเ้าค่ะ”
เนี่ยนจินกำลังจะพยุงหยู่ถงเดินออกไป แต่กลับถูกมือเล็กคว้าไหล่ห้ามไว้ ลู่จื้อเห็นแผลนั่นสายตาก็เลิ่กลั่กไปมา ในใจแอบหวาดผวาอยู่ไม่น้อย หากท่านพี่รู้ว่านางเป็คนทำร้ายฮูหยินของท่านพี่ ท่านพี่คงโกรธนางแน่
“ไม่เป็ไรหรอก เ้าไปนำยาอีกถ้วยมาเถิด หากท่านมู่หยางรู้เื่นี้เข้าคุณหนูลู่จื้ออาจจะเดือดร้อนได้”
หยู่ถงดึงแขนเสื้อลงปกปิดรอยแผลไว้ ภายในใจแอบยิ้มร้ายอยู่ นางรู้ว่าคุณหนูลู่จื้อมีนิสัยอย่างไร หากนางไม่ทำเช่นนี้ คนอย่างลู่จื้อคงไม่ยอมดื่มยาที่นางต้มมาให้เป็แน่ ยอมเจ็บตัวเพียงนิดเดียว แต่แผนร้ายสำเร็จย่อมเป็เื่ดี
“คุณหนูลู่จื้อไม่ต้องเป็กังวลไป ข้าไม่นำเื่นี้ไปบอกท่านมู่หยางหรอก หากคุณหนูลู่จื้อยอมดื่มยาที่ข้าต้มมาให้”
แววตาของลู่จื้อสั่นไหวเล็กน้อย มือเล็กได้แต่กำหมัดแน่น ลู่จื้อได้แต่โทษตัวเองภายในใจ หากตนใจเย็นกว่านี้ แผนของตนน่าจะสำเร็จ แผลที่แขนของพี่สะใภ้ไม่เหมือนแผนที่โดนยาร้อนเอาเสียเลย แต่นางจะทำอย่างไรได้ หากบอกว่าตนมิได้เป็คนทำท่านพี่คงไม่เชื่อแน่ สาวใช้ทั้งสองเป็พยานให้กับพี่สะใภ้ได้
“แผลนั่น แน่ใจหรือว่าคือแผลที่โดนยาร้อนเมื่อครู่ ? ” ลู่จื้อเอ่ยถามด้วยความสงสัย หยู่ถงคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกออกไปว่า