.. เวลาผ่านไป 3 วัน ณ สุสานทางทิศเหนือของเมือง..
ซูดดดดดด! ปังงง! เสียงภายในร่างกายของเฟยดังขึ้น แน่นอนว่ามันดังเพื่อแจ้งเตือนว่าเขานั้นได้บรรลุขั้นแรกในสายพลังเวทย์แล้ว ดวงตาที่หลับมากว่า 3 วันได้ตื่นขึ้นพร้อมแสงสีฟ้าที่เป็แสงพลังเวทย์ขั้นแรกในดวงตา เฟยอดที่จะยิ้มออกมาให้กับตัวเองไม่ได้..
“แม้ว่ามันจะเป็พลังเวทย์เพียงแค่ หนึ่งในพันของทั้งหมดที่เคยมี แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะนะ.. ก่อนอื่นก็ตรวจสอบเมจิกไอเทกบ็อกซ์ก่อนเลย.. ปิ๊ง! เยี่ยมมาก ฮ่าๆ..” เฟยกล่าวพลางดีใจ ในความคิดของเขาก่อนหน้านี้สองจิตสองใจไม่น้อยว่ามันจะใช้งานได้หรือเปล่า แต่ช่องว่างมิติ พร้อมกับอักษรเวทย์บนอากาศมันย้ำเตือนเขาแล้วว่ามันสามารถใช้งานได้เป็อย่างดี แถมมันยังเป็มิติช่องว่างอันเดิมที่เขาเคยมีอีกด้วย..
“ถ้าเป็อย่างนี้..ใช้ยาสมุนไพรเพิ่มการรวบรวมพลังเวทย์ต่อเลยดีกว่า..”
เฟยกล่าวกับตัวเองก่อนจะโยนสิ่งที่คล้ายกับเม็ดยาลูกกลอนลงลำคอไป ซี่งยารวบรวมพลังเวทย์ตัวนี้นับว่ามันเป็ระดับต่ำที่สุดในโลกเมจิกเอิร์ท และมันหาได้อย่างทั่วไปในราคาแสนจะถูก เฟยมีในไอเทมบ็อกซ์นี้เป็หมื่นๆชิ้น ดังนั้นเขาไม่จำเป็ต้องห่วงเื่ของการอัปพลังเวทย์ในขั้นต้นนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อฤทธิ์ยาหมดก็สามารถกินต่อไปเลยในทันที..
ผ่านไปอีกราวๆ 7 วัน เสียงปัง! ดังในร่างกายของเฟยอีกครั้ง แน่นอนว่ามันหมายถึงว่าเขาได้บรรลุระดับขั้น 2 แล้ว เฟยหัวเราะให้กับตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไป เพราะสิ่งที่เรียกว่าของเสียส่วนเกิน มันประทุออกมาจากรูทวารทั้ง 9 ส่งผลให้กลิ่นเหม็นลอยตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ..
“เฮ้ออ ดีเหมือนกันที่เลือกสุสาน กลิ่นไม่ต่างอะไรจากพวกซอมบี้เลยแฮะ.. หาที่ล้างตัวดีกว่า” เฟยกล่าว และไม่รอช้าที่จะลุกออกจากหินที่เขานั้นนั่งอยู่มาตลอด 10 วันนี้ ร่างกายที่ดูสมส่วนราวกับนายแบบมาเอง กล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง และมันคือผลลัพธ์จากพลังเวทย์ที่บรรลุในขั้นที่สองนี้..
“แม่น้ำอย่างนั้นเหรอ.. น่าจะดีกว่าเดินกลับหอพักด้วยสภาพอย่างนี้อีก เอาเถอะ! แค่ล้างเนื้อล้างตัวสักพักแล้วก็กลับไปรวบรวมพลังเวทย์ต่อดีกว่า..” เฟยกล่าวพร้อมกับกระโจนะโลงไปในแม่น้ำ และเขาก็ค่อนข้างจะโชคดีเพราะเวลานี้มันคือเวลาตี 4 เกือบจะตี 5 ทำให้ผู้คนไม่ค่อยจะมีให้เห็นกันในเวลานี้..
“จะว่าไป..เราก็ใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำชำระร่างกายเอาก็ได้นี่นา...” เฟยกล่าวพร้อมกับหน้าแดงเขินอายตัวเอง เขาดันหลงลืมไปว่าตัวเองสามารถใช้เวทมนตร์ได้แล้ว และเพื่อการนั้นเขาก็รีบขึ้นจากแม่น้ำก่อนที่จะมีใครพบเห็น และคิดว่าเขาเป็พวกโรคจิตเอาได้..
“เฮ้ออ เหนื่อยใจกับความอ้องของตัวเองจริงๆ ช่างเถอะ! รีบกลับไปรวบรวมพลังเวทย์ต่อดีกว่า” เฟยกล่าวกับตัวเองอีกครั้ง แต่ทว่ามีอะไรดลใจให้เขาเปิดมือถือขึ้นมาเช็กข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่ทราบ และเขาก็ต้องพบกับข้อความมากกว่า 1,000 ข้อความที่ส่งมาจากพ่อแม่ เบนซ์ แล้วก็น้องสาว รวมถึงสายที่ไม่ได้รับอีกนับร้อย เฟยใมาก และคิดว่าควรจะพอเพียงเท่านี้ก่อน ถึงยังไงเขาก็ยังไม่ได้รีบร้อนรวบรวมพลังเวทย์ขนาดนั้น ตอนนี้เขาต้องเตรียมหาคำอธิบายให้กับทั้งพ่อทั้งแม่ น้องสาว แล้วก็เ้าเพื่อนบ้าด้วยอีกคนก่อน
“แล้วจะให้อธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย..” เฟยคิดพร้อมกับมองลงไปที่ตัวของเขาเอง เพราะร่างกายของเขาในเวลานี้มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ผมก็ยาวขึ้นแทงหัว รูปร่างจากที่เคยอ้วนตอนนี้กลับผอมเพรียวราวกับดาาายยอดนิยม เขาจะต้องอธิบายยังไงดีล่ะ นั่นคือคำถามที่ติดอยู่ในหัวสมองของเขา..
“เฮ้อออ ช่างมันก่อนก็แล้วกัน เอาเป็ว่ากลับห้องก่อนดีกว่า..” เฟยกล่าวพร้อมกับเดินเท้ากลับไปห้องหอของตัวเอง หลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายวันได้ ซึ่งหอพักก็ไม่ได้ไกลจากสุสานมากนัก เขาจึงใช้เวลาไม่นานเพื่อเดินทางมาถึง แต่ทว่าเขากลับใเมื่อเห็นเ้าเพื่อนยากอย่าง ‘เบนซ์’ มันมานอนขดตัวอยู่หน้าห้อง
“อ้าวเฮ้ย!.. มันต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอวะ.. ตื่นๆ ตื่นได้แล้วไอ้เบนซ์ แกจะมานอนอะไรตรงนี้” เฟยกล่าวพร้อมกับใช้เท้าเตะๆไปที่เพื่อนรักของเขา ซึ่งเบนซ์ที่โดนสะกิตด้วยเท้านั้นก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างใ
“เหวออออ.. อ๊ะ! ขอโทษครับ พอดีผมกำลังนอนเฝ้าเพื่อนผมมันกลับห้องน่ะครับ หลายวันแล้วไม่รู้มันหายหัวไปไหน ขอโทษที่นอนขวางทางนะครับพี่..” เบนซ์สะดุ้งตื่นก่อนจะพบเจอกับชายหน้าตาดูดีเอาการ เรียกได้เลยว่าหล่อขั้นเทพ แต่เขาไม่มีเวลาที่จะชื่นชมชายตรงหน้า เขาต้องรีบขอโทษพี่แกไปก่อน เพราะบางทีเขาอาจจะเผลอนอนขวางทางเดินอยู่..
“เป็อะไรของแกไอ้เบนซ์.. เกะกะจริงๆ รีบลุกไปเลย ฉันจะเข้าห้อง..” เฟยกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
“ครับๆ ผมจะรีบลุกเดี๋ยวนี้เลยครับ.. แต่เดี๋ยวก่อนนะ! พี่ชายรู้จักผมด้วยเหรอครับ” เบนซ์กล่าวตอบอย่างมึนงง เพราะเพิ่งจะตื่นนอน แต่เมื่อเรียบเรียงฟังคำพูดของอีกฝ่ายดีๆ เขาก็ต้องขมวดคิ้วสงสัย
“เป็อะไรของแกวะ.. ก็ฉันเฟยไง เฟยเพื่อนรักของแกไง.. ไปๆลุกได้แล้ว มีอะไรไปคุยกันในห้องดีกว่า” เฟยกล่าวตอบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อเบนซ์ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมองเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของชายคนนี้ แน่นอนว่ามันก็มีโครงหน้าของเฟยเพื่อนของเขาอยู่ และนั่นก็ทำให้เขาถึงกับเบิกตากว้าง มองเพื่อนรักั้แ่หัวจรวดปลายเท้า..
“แกจริงๆเหรอวะไอ้เฟย.. แกไปทำอะไรมาวะ ถึงได้..เออ..เปลี่ยนไปจนฉันจำแกไม่ได้ขนาดนี้” เบนซ์กล่าวถาม เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตอบกลับไปแค่ว่า ‘เื่มันยาว’ และลากเ้าเพื่อนรักคนนี้เข้าห้องก่อนจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็เื่ที่แต่งเติมขึ้นมาั้แ่ต้น..
“ก็อย่างที่ว่ามาแหละ.. หลายวันมานี้เ้าเสือดำบ้านั่นวิ่งไล่ฉันในป่า แทบไม่ได้กินอะไรเลย.. กว่าจะฆ่ามันได้เล่นเอาหมดแรงเหมือนกัน.. แกก็เงียบเอาไว้ล่ะ เดี๋ยวกรมอะไรพวกนั้นจะมาเล่นงานฉันเอาได้..” เฟยกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าที่ดูจริงจังสุดๆ ส่วนทางด้านเบนซ์ก็ดูเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง..
“จริงเหรอวะ.. วิ่งหนีเสือดำทั้งวันทั้งคืนจนผอมเนี่ยนะ.. มันเชื่อยากว่ะ” เบนซ์กล่าวพร้อมกับเบะปาก
“เฮ้ย! แกเคยเห็นฉันโกหกแกสักครั้งไหมล่ะ.. นี่เห็นว่าเป็เพื่อนรักหรอกนะถึงเล่าให้ฟัง ถ้าเป็คนอื่นฉันจะเงียบปากให้สนิทเลย.. เดี๋ยวพวกมันปากโป้ง ฉันได้เข้าไปนอนในคุกในตารางพอดี..” เฟยกล่าวด้วยสีหน้านิ่งเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แม้ว่าเบนซ์จะไม่อยากจะเชื่อก็ตาม แต่เมื่อเพื่อนรักพูดออกมาถึงขนาดนั้นมีแต่จะต้องเชื่อเท่านั้น
“เออ จริงสิ! แกควรรีบโทรหาน้องสาวแกจะดีกว่า เธอเป็ห่วงแกมาก อีกอย่างดูเหมือนว่าพ่อของแกจะป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลด้วย..” เบนซ์กล่าว และมันก็เป็หนึ่งในเหตุผลที่เขาจะต้องมานอนรอเพื่อนที่หน้าห้องของมันเพื่อจะได้แจ้งข่าวได้ทันเวลา
“หือออ พ่อป่วยเข้าโรงพยาบาล? เป็อะไร? ปกติก็ออกจะแข็งแรงดี..” เฟยขมวดคิ้วถามกลับด้วยความมึนงง จู่ๆพ่อของเขาเท่าที่จำความได้ พ่อเป็คนที่แข็งแรงมาก ดังนั้นไม่น่าจะป่วยได้ง่ายๆอย่างนี้เลย เฟยไม่รอช้าหยิบมือถือของตัวเองกดเบอร์โทรหา ‘ฟาง’ น้องสาวของเขาในโลกนี้ทันที..
“พี่จ้า.. พี่หายไปไหนตั้งหายวัน รู้ไหมว่ามีหลายคนเป็ห่วงพี่ แม่คะ ติดต่อพี่จ้าได้แล้ว” ฟางกล่าวพร้อมกับวิ่งไปยื่นโทรศัพท์ให้กับคุณแม่ทันที โดยที่ไม่รอฟังสิ่งที่เฟยกำลังจะกล่าวถามเลยสักนิด..
“เฮ้ออ ยัยเด็กคนนี้นี่.. ยังเหมือนเดิมเลยนะ” เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็เผลอยิ้มออกมา ครอบครัวที่คิดถึงมาตลอด สำหรับเขาไม่ว่าจะผ่านมานานหลายพันปี ครอบครัวก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง..
“ลูก! ลูกแม่.. ลูกไม่เป็อะไรใช่ไหม ทำไมพ่อกับแม่ถึงติดต่อลูกไม่ได้เลยล่ะ” ผู้เป็แม่กล่าวขึ้นหลังจากรับสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกเป็ห่วง และเธอมีชื่อว่า ‘พรนภา’ หรือ ‘แม่พร’..
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่.. ลูกก็แค่ไปปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิที่วัดบนูเาเท่านั้น ที่นั่นไม่มีสัญญาณก็เลยติดต่อหากันไม่ได้ ขากลับก็แบตหมด นี่ก็เพิ่งถึงห้องพัก เจอเ้าเบนซ์มันมานอนเฝ้าหน้าห้องอยู่เลย .. ว่าแต่พ่อเป็ไงบ้างครับ เห็นบอกว่าป่วยเข้าโรงพยาบาล” เฟยกล่าวถาม
“..เฮ้ออ พ่อเขาโดนพวกแก๊งทวงหนี้ใช้ไม้ทุบที่ศีรษะน่ะลูก.. ตอนแรกมันจะเอาตัวน้องของลูกไปขัดดอก แต่พ่อไม่ยอมก็เลยเข้าไปยื้อแย่งกันไปมา จนพวกมันเผลอใช้ไม้ฟาดที่หัวของพ่อ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร ยังไงถ้าลูกว่างก็มาเยี่ยมหาพ่อบ้างนะ..”
พรกล่าว และทันทีที่เฟยได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ออร่ารอบๆตัวกลายเป็จิตสังหารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายหายไป เบนซ์ที่อยู่ใกล้กับเฟยมากที่สุดทำได้เพียงแค่กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไปเท่านั้น เขาไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อเลยแม้แต่คำเดียว
“ลูกเข้าใจแล้วครับแม่.. เอาไว้ลูกจะไปหา ตอนนี้แม่กับน้องอยู่ที่โรงพยาบาลไหนกันครับ” เฟยกล่าวถาม และพวกเขาก็คุยรายละเอียดกันต่ออีกเล็กน้อย ก่อนทั้งคู่จะกดวางสายกันไป..
“เบนซ์.. ฉันมีเื่จะวานแกหน่อยได้ไหม.. ช่วยไปอยู่กับครอบครัวฉันก่อน ฉันกลัวว่าพวกมันจะกลับมาเล่นงานน้องสาวของฉันอีก เดี๋ยวบ่ายๆจะติดต่อไปหา” เฟยกล่าว ส่วนเบนซ์ก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เขาพยักหน้ารับ และเตรียมที่จะออกจากห้องไปในทันที..
“น่ากลัวแฮะ.. เ้าเฟยมันเปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอ” หลังจากที่เบนซ์ออกจากห้องมา เขาก็พูดกล่าวกับตัวเอง ก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความคิดที่ไม่สมควรออกไป และเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่แม่กับน้องสาวของเพื่อนอยู่ทันที..