เกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 58 ไม่เกี่ยวข้องกัน

            “เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ” ฉั่วซื่อพูดขึ้นอย่างร้อนใจ

            “กิริยาของเจ้าคืออะไรกัน หัดวางตัวให้สมกับเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลบ้าง” นายท่านผู้เฒ่าฉั่วตำหนิบุตรสาว

            “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ” ฉั่วซื่อขอโทษบิดา

            “เจ้าว่ามา ตกลงที่เจ้ากลับมาที่จวนวันนี้ด้วยเรื่องใด”

            “หานเอ๋อเจ้าค่ะท่านพ่อ หานเอ๋อส่งคนไปจัดการกับเป่ยลู่เสียนไม่สำเร็จ ทั้งเวลานี้ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าเด็กคนนั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ข้ากลัวว่ามันจะกลับมาแก้แค้นเราในภายหลัง”

            “เป่ยลู่เสียน? เจ้าเด็กคนนั้นถูกพวกเจ้าวางยาพิษมาเป็นเวลานานแล้วไม่ใช่หรือ แล้วมันจะเอาเรี่ยวแรงใดมาต่อสู้กับนักฆ่าของเราได้ เจ้าคงไม่ได้เข้าใจผิดไปเองกระมัง”

            “หากมันตายไปก็ต้องเห็นศพของมันสิเจ้าคะ แต่นี่หานเอ๋อส่งคนออกไปตามหามันสักพักใหญ่แล้วกลับไม่มีข่าวคราว ทั้งหวังซุ่นกับหวังซานที่เป็นผู้ติดตามของมันก็หาตัวไม่พบเช่นกันเจ้าค่ะ”

            นายท่านผู้เฒ่าฉั่วขมวดคิ้วคิด “เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป ปกติแล้วนักฆ่าของเราจะใช้อาวุธอาบยาพิษ หากเจ้าเด็กคนนั้นถูกอาวุธเข้าไปก็ไม่มีทางที่มันจะมีชีวิตรอดกลับมาได้”

            “แล้วถ้ามันกลับมาได้เล่าเจ้าคะ”

            “ถึงตอนนั้นเราค่อยหาทางกำจัดมันทีหลัง” นายท่านผู้เฒ่าฉั่วจ้องบุตรสาว “ลูกเขยตัดสัมพันธ์กับเจ้าเด็กคนนั้นไปตั้งนานแล้ว แล้วเมื่อไหร่เขาจะแต่งตั้งให้หานเอ๋อเป็นผู้สืบทอด”

            “พอข้าถามเขาเรื่องนี้ทีไร เขาก็เอาแต่เงียบ ข้าก็เลยไม่กล้าไปเซ้าซี้กับเขาอีกเจ้าค่ะ” ฉั่วซื่อบอกกับบิดาอย่างลังเล “หากท่านพี่แต่งตั้งหานเอ๋อเป็นผู้สืบทอด หานเอ๋อก็ต้องถูกส่งไปรับตำแหน่งในกองทัพเพื่อสร้างผลงาน ข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ในสนามรบอาวุธไม่มีตา หากเกิดเรื่องกับหานเอ๋อแล้วเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ”

            “หานเอ๋อเกิดมาเพื่อสร้างความรุ่งเรืองให้กับจวนฉั่วของเรา หากเขาไม่ไปปฏิบัติงานในกองทัพแล้วเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร”

            “แต่ท่านพ่อ หานเอ๋อเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวที่เขาทิ้งไว้ให้ข้านะเจ้าคะ หากขาดหานเอ๋อไป ข้าคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว” ฉั่วซื่อเริ่มร้องไห้อย่างเศร้าใจ “ถ้าตอนนั้นท่านพ่อไม่บีบบังคับให้ข้าไปแต่งงานกับเป่ยเหวินฉาน ข้ากับเขาคงได้ครองรักกันไปนานแล้ว เราสองคนคงไม่ต้องแยกจากกันไปตลอดชีวิตเช่นนี้”

            “หยุดพร่ำเพ้อเสียที! เจ้าควรจะดีใจที่ข้ายังให้โอกาสเจ้ากับหานเอ๋อได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ หากเจ้ายังโวยวายต่อไป ข้ายินดีที่จะส่งพวกเจ้าสองคนแม่ลูกไปลงหลุมเดียวกับไอ้เลวนั่น” นายท่านผู้เฒ่าฉั่วพูดขึ้นด้วยความโกรธ ชาติกำเนิดของหานเอ๋อมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ ส่วนคนที่บุตรสาวกล่าวถึงก็ปล่อยให้นางเข้าใจผิดไปเช่นนั้น เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก

            ฉั่วซื่อไม่เคยเห็นบิดาโมโหหนักเท่านี้มาก่อน นางจึงหยุดร้องไห้และกล่าวลาไปด้วยความสงสัย ในขณะเดียวกัน คนที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาก็กลับไปรายงานข้อความดังกล่าวให้เจ้านายของตนทราบเช่นกัน

     

            เป่ยเหวินฉานนั่งขบกรามไปตลอดทาง คำพูดที่เป่ยจิ่นกลับมารายงานทำให้เข้านึกไปถึงบทสนทนาของชายหญิงคู่นั้น หรือว่าเป่ยมู่หานจะไม่ใช่บุตรชายของเขาจริงๆ หากเป็นเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เขาเลี้ยงดูบุตรของผู้ใดอยู่กันแน่

            “นายท่านขอรับ ถึงสถานที่นัดหมายแล้วขอรับ” เป่ยจิ่นรายงาน วันนี้เขาทำหน้าที่บังคับรถม้าให้เจ้านาย ด้วยความที่เขาทำงานรับใช้เจ้านายมานาน ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเวลานี้เจ้านายมีความเครียดอยู่ในใจมากเพียงใด และจากข้อมูลที่เขาไปสืบหามา มีความเป็นไปได้ถึงแปดส่วนที่คุณชายใหญ่จะไม่ใช่บุตรที่แท้จริง แต่เป็นคุณชายรองต่างหากที่เป็นบุตรที่แท้จริง หากเป็นอย่างนั้น...นายท่านจะต้องเสียใจกับการกระทำของตนเองเพียงใด

            เป่ยเหวินฉานลงจากรถม้าแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองของโรงน้ำชาทันที โรงน้ำชาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เซวียนซื่อจื่อนัดกับหมอเทวดาน้อยให้เขา

            “คารวะหัวหน้าองครักษ์เป่ยขอรับ” เซี่ยลี่หยางลุกขึ้นคารวะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ

            “ท่านคือหมอเทวดาน้อยหลี่อย่างนั้นหรือ?”

            “ไม่ใช่ขอรับ หมอเทวดาน้อยคือสตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้” เซี่ยลี่หยางผายมือไปที่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตน

            “ข้าคือหมอหลี่ที่ท่านต้องการพบเจ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ทัก “ไม่ทราบว่าวันนี้หัวหน้าองครักษ์เป่ยต้องการพบข้าด้วยเรื่องใดเจ้าคะ”

            “ท่านคงไม่ได้อยากให้หมอหลี่ตรวจหาความสัมพันธ์ของท่านกับคุณชายใหญ่เป่ยกระมัง” เซี่ยลี่หยางถามคล้ายกับคาดเดา

            เป็นเพราะวันนี้เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่แปลงโฉมมา ทั้งพวกเขายังดื่มยาดัดเสียงมาด้วย ทำให้เป่ยเหวินฉานจำเสียงของพวกเขาไม่ได้

            “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าต้องการตรวจหาความสัมพันธ์กับบุตรชาย” เป่ยเหวินฉานถาม ก่อนหน้านี้เขาบอกกับเซวียนซื่อจื่อไปว่าเขามีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงอยากให้หมอเทวดาหลี่มาตรวจร่างกายให้เท่านั้น แต่เวลานี้อีกฝ่ายกลับถามเขาเรื่องตรวจหาความสัมพันธ์ มันจะไม่เป็นการเดาที่แม่นยำเกินไปหรือ

            “เพราะท่าน ‘เคยเป็น’ บิดาของน้องชายข้าอย่างไรขอรับ”

            เป่ยเหวินฉานรู้ได้ทันทีว่าน้องชายที่อีกฝ่ายพูดถึงคือผู้ใด เขาใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยแล้ว แสดงว่าเสียนเอ๋อของเขายังไม่ตาย เขารีบพูดเข้าประเด็น “ข้าอยากให้ท่านหมอหลี่ช่วยตรวจหาความสัมพันธ์ของข้ากับบุตรชายคนโต”

            หลี่เหิงเยว่หัวเราะเสียงเบา “หากเป็นเรื่องนี้ข้าขอแนะนำว่าท่านอย่าทำเลยจะดีกว่าเจ้าค่ะ”

            “ทำไม!” เป่ยเหวินฉานถามอย่างไม่พอใจ 

            “เพราะวิธีการตรวจสอบหาความสัมพันธ์ของข้ามีความแม่นยำเป็นอย่างมาก หากผลออกมาว่าท่านกับคุณชายใหญ่เป่ยไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด ย่อมหมายความว่าท่านจะไม่เหลือทายาทไว้สืบสกุลอีกแล้ว นอกเสียจากว่าท่านจะแต่งกับฮูหยินคนใหม่แล้วมีบุตรด้วยกัน”

            “ข้ายังมีบุตรชายอยู่อีกคนหนึ่ง” เป่ยเหวินฉานกวาดตามองเซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่อย่างไม่พอใจอีกครั้ง “ไม่ใช่เมื่อครู่พวกท่านพูดมาเองหรือว่าข้าเคยเป็นบิดาของน้องชายท่านมาก่อน ข้าย่อมเข้าใจว่าน้องชายท่านนั้นคงเป็นลู่เสียนของข้า”

            “แต่น่าเสียดายที่บุตรชายคนนั้นถูกท่านไล่ออกจากจวนและยังขับเขาออกจากตระกูลไปแล้ว เวลานี้เป่ยลู่เสียนได้ตายไปแล้วขอรับ” เซี่ยลี่หยางยิ้ม 

            “เขาเกิดมาจากเลือดเนื้อของข้า แม้เขาจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อแซ่อื่น แต่อย่างไรความจริงข้อนี้ก็ยังปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี”

            “เช่นนั้นข้าก็ขอให้ท่านโชคดีเจ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่คิดในใจ ‘ท่านไม่ปฏิเสธ แต่ต้องดูด้วยว่าอู๋หลางยังยอมรับท่านอยู่หรือไม่’

            เป่ยเหวินฉานเริ่มไม่พอใจ “ตกลงว่าท่านจะรับงานนี้หรือไม่”

            หลี่เหิงเยว่หมุนแก้วน้ำชาที่อยู่ในมือ “รับสิเจ้าคะ อีกสองวันท่านกับคุณชายใหญ่เป่ยมาพบข้าที่นี่ เมื่อข้าเก็บตัวอย่างเสร็จ จากนั้นอีกเจ็ดวันท่านก็มาฟังผลได้”

            “ไม่จำเป็นต้องรอ เวลานี้หานเอ๋ออยู่ในรถม้าของข้าแล้ว” 

            หลี่เหิงเยว่กับเซี่ยลี่หยางเดินตามเป่ยเหวินฉานไปที่รถม้าก็เห็นเป่ยมู่หานนอนสลบอยู่ หลี่เหิงเยว่ทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อที่กระพุ้งแก้มของสองพ่อลูกเสร็จก็เดินทางกลับ

     

            เวลาเจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ณ จวนสกุลเป่ยเวลานี้นอกจากเป่ยเหวินฉาน ฉั่วซื่อ และเป่ยมู่หานแล้ว แม่ทัพผู้เฒ่าเป่ยกับนายท่านผู้เฒ่าฉั่วก็ถูกเชิญมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า

            เมื่อเซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่เดินทางมาถึง ทุกคนในจวนต่างก็แปลกใจ เพราะไม่มีใครรู้จักพวกเขาทั้งสองคน จนกระทั่งเซวียนเฉินฮั่นเดินตามเข้ามา ทุกคนจึงลุกขึ้นยืนคารวะเขา

            “เชิญตามสบาย ไม่ต้องมากพิธี” เซวียนเฉินฮั่นบอก

            “เหวินฉาน เจ้าเชิญเซวียนซื่อจื่อกับบุคคลสองท่านนี้มาด้วยเรื่องใด” แม่ทัพผู้เฒ่าเป่ยถามบุตรชาย

            “คนผู้นี้คือหมอเทวดาน้อยหลี่ขอรับท่านพ่อ” เป่ยเหวินฉานชี้ไปที่หลี่เหิงเยว่ “ข้าเชิญนางให้มาตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างข้ากับมู่หานขอรับ”

            “อะไรนะ! ท่านพี่ ท่านจะตรวจหาความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับหานเอ๋อ ท่านคิดว่าหานเอ๋อไม่ใช่บุตรชายของท่านหรือเจ้าคะ” ฉั่วซื่อถามอย่างตกใจ ในน้ำเสียงนั้นยังแฝงไปด้วยความวิตกกังวลและความหวาดกลัวรวมอยู่ด้วย “ท่าน...ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านอย่าเอาความระแวงที่เกิดขึ้นกับอนุของท่านมาตัดสินพวกเรา หากท่านไม่พอใจเราสองคนจริงๆ เวลานี้ทั้งท่านพ่อของข้าและพ่อสามีก็อยู่ตรงนี้ ท่านก็หย่ากับข้าแล้วปล่อยเราสองคนไปเถิด แต่ข้าขอร้องว่าท่านอย่ามาทำลายชื่อเสียงของเรา”

            “จะหย่าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลตรวจความสัมพันธ์ที่กำลังจะประกาศ” เป่ยเหวินฉานหันไปมองฉั่วซื่อกับนายท่านผู้เฒ่าฉั่ว “หรือว่าพวกเจ้ามีเรื่องใดที่กำลังปิดบังข้าอยู่”

            “ลูกเขยหมายความว่าอย่างไร? เจ้ากำลังไม่ไว้ใจบุตรสาวของข้าหรือเจ้าไม่ไว้ใจข้ากันแน่ เพียงแต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น” นายท่านผู้เฒ่าฉั่วส่ายหน้า “ข้ารู้ว่าตระกูลของข้าเป็นเพียงพ่อค้า สถานะของเราไม่อาจเทียบกับครอบครัวแม่ทัพของเจ้าได้ แต่การที่เจ้าจะมาดูถูกครอบครัวเราเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง”

            “นายท่านผู้เฒ่าฉั่ว” เป่ยเหวินฉานพูดเสียงเข้ม แม้แต่คำว่าพ่อตาเขาก็ไม่เรียกแล้ว เป็นเพราะเขาสืบรู้ความจริงอันแสนเจ็บปวดมาได้ “ข้าจะให้โอกาสเจ้าพูดอีกครั้งว่าแท้จริงแล้วมู่หานคือบุตรของผู้ใด”

            “ท่านพี่ ท่านไปรู้อะไรมา” ฉั่วซื่อเริ่มลนลาน

            “เชิญท่านหมอหลี่อ่านผลเถิด” เป่ยเหวินฉานหันไปบอกกับหลี่เหิงเยว่

            “จากผลการตรวจหาความสัมพันธ์พ่อลูกของหัวหน้าองครักษ์เป่ยกับคุณชายใหญ่เป่ยพบว่าพวกเขาสองคนไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดเจ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ส่งกระดาษให้เป่ยเหวินฉาน “ท่านอ่านผลจากรายงานแผ่นนี้ได้ ข้าเขียนไว้อย่างละเอียดแล้ว”

            เป่ยเหวินฉานรับกระดาษแผ่นนั้นมาแต่เขาไม่ได้อ่าน เพราะเขาส่งมันให้แม่ทัพผู้เฒ่าเป่ยและคนอื่นอ่านแทน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน