เมื่อเดินออกจากห้องนอนของเผิงเหวินอี้แล้วกู้เยว่ซินก็พบว่ามีคนผู้หนึ่งยืนรออยู่หน้าห้อง นางหลุบตาลงเพื่อปิดบังแววตาของตนเองแล้วจึงได้เดินไปย่อกายคารวะมารดาเลี้ยงของสามีด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
“เยว่ซินคารวะแม่สามีเ้าค่ะ ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้เยว่ซินรับใช้หรือเ้าคะ ท่านแม่จึงได้มาหาเยว่ซินถึงที่นี่” กู้เยว่ซินเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ฉินอวี้ถงกลับจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“ที่ข้ามาหาเ้าถึงเรือนก็เพราะได้รับคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่าให้มาดูว่าเ้าอยู่ในเรือนอย่างสุขสบายดีหรือไม่”
คำพูดของฉินอวี้ถงแม้จะเป็คำพูดธรรมดาแต่กลับทำให้กู้เยว่ซินลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ แค่เพียงครู่เดียวทางเรือนฝูอันของฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้แล้วว่าที่เรือนผู่เยว่ของนางมีเื่ราวกระทบกระทั่งระหว่างนายกับบ่าว การที่ฉินอวี้ถงมาถึงเรือนของนางก็เพื่อเป็การบอกกับนางว่าทางเรือนฝูอันรับรู้เื่การปะทะกันระหว่างนางกับสาวใช้ของเผิงเหวินอี้แล้ว
การที่สาวใช้ทั้งสามกล้าไม่ให้เกียรตินางส่วนหนึ่งน่าจะเพราะพวกนางเป็สาวใช้ของฉินอวี้ถง ยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่าส่งฉินอวี้ถงมาก็เพียงเพื่อเป็การตักเตือนฉินอวี้ถงด้วยว่านางยังให้ความสำคัญต่อหลานสะใภ้ที่พึ่งจะแต่งเข้ามาผู้นี้อยู่ แม้สกุลเผิงจะมีคนน้อยและดูเหมือนว่าจะสงบสุข แต่จากความทรงจำของร่างนี้ฉินอวี้ถงผู้นี้ห้ามวางใจอย่างเด็ดขาด เมื่อคิดได้เช่นนี้กู้เยว่ซินคลี่รอยยิ้มออกมาเพียงบางเบาแล้วเอ่ยกับมารดาเลี้ยงของสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ย่อมสุขสบายดีเ้าค่ะ มีเพียงความไม่เข้าใจกันระหว่างข้าและสาวใช้เพียงเท่านั้น คงเป็เพราะข้ามาอยู่ใหม่พวกนางก็เลยยังปรับตัวไม่ได้ ทางที่ดีรบกวนท่านแม่ช่วยหากสาวใช้ที่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายมาแทนพวกนางได้หรือไม่เ้าค่ะ” คำพูดนี้ของกู้เยว่ซินทำให้ฉินอวี้ถงถึงกับขมวดคิ้วในทันที แทนที่จะพูดว่าตนเองยังปรับตัวไม่ได้แต่กู้เยว่ซินกลับบอกว่าสาวใช้ปรับตัวให้เข้ากับนางไม่ได้ แถมยังจะให้นางเปลี่ยนสาวใช้ให้ใหม่ นางจึงคิดได้ว่าเห็นทีว่ากู้เยว่ซินคนนี้จะไม่ใช่แค่เพียงเด็กสาวอ่อนต่อโลกการคิดการอ่านช้าไม่ทันคนอย่างที่นางเคยเข้าใจเสียแล้ว
“นี่เ้าตั้งใจจะบอกว่าท่านแม่ของข้าทำให้เ้าลำบากใจหรือ สาวใช้เหล่านี้อยู่ภายใต้การอบรมดูแลของท่านแม่ แต่เ้ากลับกล้าตำหนิสาวใช้เ่าั้แถมยังจะขอเปลี่ยนคนใหม่เช่นนี้เ้าตั้งใจจะหาเื่ท่านแม่ของข้าใช่ไหม” สาวน้อยดวงตากลมโตที่ก่อนหน้านี้จ้องมองกู้เยว่ซินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจแต่ยามนี้ในแววตาของเด็กสาวกลับมีริ้วรอยความไม่พอใจปรากฏอยู่
“ข้าไม่ได้เอ่ยออกมาเลยสักคำเลยนะว่าข้าไม่พอใจในการจัดการของท่านแม่ ข้าก็แค่รู้สึกว่าสาวใช้ของสามีของข้าสามคนน่าจะเข้ากับข้าไม่ได้ก็เลยไม่เคารพข้าเพียงเท่านั้น” กู้เยว่ซินหันไปเอ่ยกับฉินอวี้ถงด้วยดวงหน้าใสซื่อในแววตาดูไร้เดียงสาเป็อย่างยิ่งแต่เด็กสาวที่อยู่ด้านข้างของฉินอวี้ถงกลับไม่คิดจะเชื่อนางเลยสักนิด
“เ้าไม่ต้องมาเฉไฉทำเป็ไม่รู้เื่ เ้าจงใจหาเื่ท่านแม่ของข้าชัดๆ ก็แค่เด็กสาวจากสกุลใหญ่ที่ตกอับ จนต้องอาศัยการแต่งงานเพื่อพยุงฐานะของสกุลตนเองเช่นเ้าผู้ใดจะเคารพให้เกียรติกันเล่า แค่โชคของตนเองยังไม่มีแล้วจะเอาโชคที่ไหนมาต่อชะตาให้พี่ชายของข้า” คำพูดของสาวน้อยตรงหน้าทำให้กู้เยว่ซินอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้ แม้ว่าจริงอยู่ที่ทุกคำพูดของนางคือเื่จริง แต่คำพูดที่เต็มไปด้วยการดูแคลนเช่นนี้ออกจะทำร้ายจิตใจของนางอยู่ไม่น้อย
“ต่อชะตาได้สำเร็จหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ที่รู้ก็คืออย่าได้ดูิ่ข้า เ้ามีศักดิ์เป็น้องสาวสามีแต่กลับใช้คำพูดมาล่วงเกินข้าเช่นนี้ถือว่าใช้ได้หรือ” กู้เยว่ซินเอ่ยพลางจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาดูิ่ นางเหลือบไปมองฉินอวี้ถงแล้วจึงได้ยิ้มออกมา
“พูดกับท่านแม่ต่อไปก็คงจะมีแต่ความเข้าใจผิดต่อกัน มิสู้ข้าไปพูดกับท่านย่าน่าจะดีกว่าข้าคิดว่าท่านย่าย่อมจะไม่เข้าใจคำพูดของข้าผิดไปเป็แน่” คำพูดนี้ของกู้เยว่ซินทำให้ฉินอวี้ถงหน้าเปลี่ยนสี นางจ้องกู้เยว่ซินด้วยแววตากดดันอยู่ครู่หนึ่งแต่เมื่อกู้เยว่ซินไม่ยอมหลบตาแถมยังมีสีหน้าไม่ยอมแพ้และไม่หวาดกลัวนางจึงได้หันไปเอ่ยกับสาวใช้ทั้งสามทางด้านหลัง ที่ในยามนี้คุกเข่าลงไปกับพื้นเพื่อขอรับผิดแล้ว
“พวกเ้าไม่รู้กฎระเบียบไม่เหมาะที่จะดูแลคุณชายใหญ่แล้ว โบยตีคนละยี่สิบไม้แล้วย้ายไปอยู่เรือนซักล้าง ส่วนเ้าไม่เคารพพี่สะใภ้รีบกลับเรือนของตนไปสำนึกผิดเสีย” คำพูดของฉินอวี้ถงทำให้มามาาุโที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบมาลากตัวสาวใช้ทั้งสามออกไปในทันที ส่วนเผิงเหวินหน่วนหันมาจ้องมองกู้เยว่ซินด้วยความไม่พอใจอีกครั้งแล้วจึงได้เดินตรงไปยังทิศทางของเรือนของตนเองด้วยความไม่พอใจ
“ข้าจัดการเช่นนี้เ้าน่าจะพอใจ ทางฮูหยินผู้เฒ่าท่านชรามากแล้วไม่เหมาะที่เ้าจะเข้าไปรบกวน ต่อไปหาก้าสิ่งใดก็เอ่ยกับข้าก็พอ ส่วนเื่สาวใช้หากข้าหาคนเหมาะสมให้เ้าได้เมื่อไหร่ก็จะส่งคนมาให้เ้าก็แล้วกัน ส่วนคุณชายใหญ่นั้น่นี้คงต้องลำบากเ้าแล้ว” เมื่อเอ่ยจบนางก็ยิ้มออกมาอย่างผู้ที่เหนือกว่าแล้วจึงได้เดินออกจากเรือนในทันที
“คุณหนู!” ชิงอีที่ยืนจ้องมองคุณหนูของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา คุณหนูของนางดูเปลี่ยนไปอยู่ไม่น้อยและที่แน่ๆ เื่โมโหคนง่ายย่อมเป็เื่ปกติแต่คุณหนูของนางกลับไม่เคยยั่วโทสะคนที่มีอำนาจมากกว่าเช่นนี้
“เสียสาวใช้ข้างกายไปสามคน ข้าคงต้องไปบอกกับเขาเสียหน่อย ส่วนเ้ารีบไปดูสิว่าเวลาอาหารและเวลาดื่มยาของคุณชายใหญ่คือยามใด ต้องดูแลเื่ใดเป็พิเศษหรือไม่จงไปถามไถ่มาให้ดี” เมื่อกู้เยว่ซินเอ่ยจบนางก็เดินกลับเข้าไปในห้องของเผิงเหวินอี้ในทันที ทิ้งให้ชิงอียืนมองตามด้านหลังของนางด้วยแววตาปลงตก
เมื่อเข้าไปในห้องของเผิงเหวินอี้นางก็พบกับแววตาที่แจ่มใสของเขาที่กำลังจ้องมองมา สีหน้าของเขาดูจะพึงพอใจต่อการกระทำของนางเป็อย่างมาก เขาไปออกมาอีกเล็กน้อยแล้วจึงได้เอ่ยกับนางด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปลอดโปร่ง
“เ้าไม่น่าหาเื่นางเลย” เผิงเหวินอี้เอ่ยพลางพยายามขยับตัวเพื่อลุกขึ้นมานั่ง กู้เยว่ซินรีบไปช่วยพยุงเขาขึ้นดึงผ้าห่มเนื้อนุ่มอีกผืนมาช่วยหนุนหลังของเขาเอาไว้
“คนของนางล่วงเกินข้าก่อน แล้วอีกอย่างพวกนางดูแลท่านไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แม้ว่าข้าจะไม่สันทัดเื่ดูแลคนป่วยแต่แค่มองก็รู้แล้วว่าพวกนางพากันละเลยท่าน” คำพูดของกู้เยว่ซินทำให้เขาหันไปมองนางอีกครั้ง
“เ้าดูเปลี่ยนไปนะ เมื่อวานตอนที่พวกเราพบกันในคืนเข้าหอเ้าไม่ได้เป็เช่นนี้นี่”
“นั่นเป็เพราะข้ายังปรับตัวไม่ได้ อีกทั้งการแต่งงานนี้ก็เป็เพราะข้าแต่งเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ของสกุลเดิมของตนเองจริงๆ ย่อมเป็เื่ธรรมดาที่ข้าจะรู้สึกอับอายและวางตัวไม่ถูก” กู้เยว่ซินอดเอ่ยวาจาแก้ตัวให้กู้เยว่ซินคนเก่าไม่ได้ เด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องแต่งงานกับคนป่วยย่อมรู้สึกยากจะทำใจได้อยู่แล้ว อีกทั้งกู้เยว่ซินคนเก่ายังเป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่งการกระทำย่อมจะเกินเลยไปบ้าง นางเอ่ยพลางคิดถึงคืนเข้าหอที่พึ่งจะผ่านพ้นไปกู้เยว่ซินไม่เพียงแสดงท่าทางรังเกียจสามี ยังนั่งหลั่งน้ำตาไม่หลับไม่นอนเกือบทั้งคืน พอกู้เยว่ซินสิ้นสติไปก็กลายเป็กู้เยว่ซินคนนี้นี่แหละที่เข้ามาอยู่ในร่างแทนแล้ว
"อืม ต่อไปเ้าหลีกเลี่ยงท่านแม่และน้องเล็กสักหน่อยก็แล้วกัน พวกนางที่เป็เช่นนั้นฝืนปะทะด้วยก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด" เผิงเหวินอี้เอ่ยออกมาเพียงเท่านั้นแล้วก็นอนหลับไปด้วยยามนี้เขาง่วงนอนเต็มทีจึงไม่ได้สนใจเื่ภายนอกอีก ส่วนกู้เยว่ซินได้แต่ร้องเฮอะ! ออกมา
'หากพวกนางไม่ยุ่งกับข้าก่อน ข้าก็ไม่มีทางหาเื่ยุ่งยากให้แก่ตนเองอยู่แล้ว'