ตงซิงอีเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับไปยาวนานไม่ลุกมาทานอาหารค่ำเลยจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อรุ่งสางนางตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ก่อนรีบอาบน้ำผลัดผ้าออกไปดูเมืองที่นางยังเดินไปไม่ทั่วั้แ่เมื่อวาน
ผู้คนพลุกพล่านไปหมดอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมของนางเมื่อนางชะโงกหน้ามองออกมาทางหน้าต่างห้องพักของนาง นางอยากให้ท่านอาจารย์พานางไปเดินเล่น ด้วยกลัวจะมีคนมายุ่มย่ามกับนางเช่นเมื่อวานนี้อีก จึงรีบไปเคาะประตูห้องท่านอาจารย์
“ท่านอาจารย์เ้าคะ พาข้าออกไปเดินเที่ยวหน่อยเ้าค่ะ”
ประตูห้องค่อยๆ แง้มออกช้าๆ ก่อนที่ท่านเทพโอสถจะก้าวเท้าเดินออกมา
“เ้ารีบร้อนไปใย ตลาดอยู่ใกล้ๆ แค่นี้แล้ว เรามีเวลาเดินเที่ยวได้อีกหลายวัน ก่อนข้าจะพาเ้าไปเที่ยวเมืองอื่นต่อ”
ตงซิงอียิ้มตาหยีอย่างออดอ้อนท่านอาจารย์ ก่อนจะเดินมาด้านข้างประคองแขนท่านอาจารย์เดินลงบันไดไปด้วยกัน แม้ท่านอาจารย์จะมีวิทยายุทธล้ำเลิศเพียงใด แต่ร่างกายของท่านใช้งานมาถึง 60 ปีแล้ว ย่อมต้องเสื่อมโทรมไปตามสภาพ ตงซิงอีจึงช่วยดูแลทั้งปรุงยาบำรุงให้ท่านอาจารย์ดื่มมาหลายปี จนอาจารย์ของนางมองนางดั่งเช่นลูกหลานไปแล้ว นางเองรู้สึกวางใจเมื่อได้อยู่ข้างๆ ท่านอาจารย์ของนาง หากไปไหนมาไหนมีท่านอาจารย์แล้วอุ่นใจมากขึ้น จึงอยากให้พานางออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน นางไม่ชอบสายตาบุรุษที่มองนางอย่างกรุ้มกริ่ม หากมีท่านอาจารย์ไปด้วยย่อมไม่มีใครกล้ามาตอแยนางเช่นเมื่อวานอีก
บรรยากาศโดยรอบเมื่อเดินออกมายังท้องถนน ผู้คนมากหน้าหลายตา ส่งเสียงร้องะโเรียกลูกค้าดังไปทั่ว สองข้างทางมีสินค้าแปลกตาที่ตงซิงอีไม่เคยเห็นมากมาย นางแวะดูแทบทุกร้านและจับจ่ายซื้อของเต็มไม้เต็มมือ จนอาจารย์ต้องถอนหายใจพลางมองนางอย่างเอ็นดู อย่างไรนางก็ยังเป็เด็กสาวธรรมดาผู้หนึ่ง แม้จะเก่งกาจสามารถเพียงใดก็ตาม
ท่านเทพโอสถเดินตามหลังตงซิงอีเหมือนบิดาเฝ้ามองบุตรสาวตน จนไปถึงหน้าร้านค้าใหญ่โตร้านหนึ่ง เป็ร้านเครื่องประดับสตรีที่มีเหล่าหญิงงามมากมายเดินเข้าออกไม่ขาดสาย ของทุกชิ้นล้วนล้ำค่าราคาแพง
ตงซิงอีเดินเข้าไปดูอย่างสงสัยใคร่รู้ นางไม่ค่อยได้ใส่เครื่องประดับมากมายนัก ด้วยไม่ใคร่ใส่ใจเื่การแต่งกาย เพียงใส่เสื้อผ้าสะอาดและปิ่นหยกอันเดียวนางก็พอใจแล้ว แต่เห็นสตรีมากมายเดินเข้าไปจึงลองเข้าไปมองดูเครื่องประดับเ่าั้
ทันใดนั้นตงซิงอีก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมาที่นางด้วยรังสีอำมหิต จึงหันไปยังทิศทางนั้น ก็ได้สบตากับชายหนุ่มคนเมื่อวานที่มาขวางทางนางในโรงเตี๊ยม เมื่อเห็นเช่นนั้นตงซิงอีเลยเดินออกไปจากร้านนั้นทันที ด้วยไม่อยากเห็นหน้าชายผู้นั้นอีก
“เ้าจะรีบไปไหน หากเ้าชอบชิ้นไหนหยิบไปได้เลย ถือเป็สินน้ำใจจากข้า ขอโทษเื่เมื่อวานได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มผู้นั้นเดินมาขวางทางนางอีกครั้ง เขาตั้งใจขอโทษนางและอยากผูกมิตรกับนางเป็สหาย แม้ในคราแรกจะพึงใจนางอยากได้เป็สตรีข้างกาย แต่ในเมื่อนางไม่สนใจเขา ทั้งยังถูกนางเล่นงานจนได้าแกลับมาก็ตาม นางทั้งงดงามทั้งฝีมือดี ผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่าเป็ศัตรู
“เ้าชื่ออะไร เหตุใดหน้าด้านหน้าทนยิ่งนัก เมื่อวานยังไม่เข็ดรึ!?”
“ข้าเข็ดแล้ว ข้ากลัวแล้ว แต่ข้าเห็นเ้าทั้งงดงามทั้งเก่งกาจเช่นนี้จึงอยากผูกมิตรไว้เท่านั้น ข้าชื่อหลิวหยางเป็บุตรของคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนี้ ร้านนี้เป็ร้านของข้า เ้าสามารถเลือกหยิบเครื่องประดับได้ตามใจชอบเลย 1 ชิ้น ข้าให้เ้าเป็ของไถ่โทษเื่เมื่อวาน”
เขาโค้งคำนับทั้งยังพูดกับนางด้วยน้ำเสียงวิงวอนขอร้อง จนตงซิงอีจ้องมองเขาเพื่อดูความจริงใจ
“ถ้าเช่นนั้นข้าเลือกชิ้นที่แพงที่สุดได้หรือไม่?”
“ตามแต่ใจเ้า ข้ายินดี หากเ้าพึงพอใจ ข้าย่อมต้องมอบให้ ข้าพูดคำไหนคำนั้น!”
ตงซิงอีได้ยินก็ยิ้มพอใจในการกระทำของเขา อย่างน้อยชายคนนี้ก็ไม่งี่เง่ามากนัก จนทำให้นางขุ่นเคืองอีก ทั้งยังให้ของกำนัลนางเช่นนี้ ผูกมิตรไว้คงไม่เสียหายอันใด
“เช่นนั้น...ข้าจะลองเลือกดูสักชิ้นแล้วกัน”
ตงซิงอีพูดอย่างไม่ใส่ใจพลางเดินมองดูไปรอบๆ ร้าน ว่ามีเครื่องประดับชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง นางมองเห็นปิ่นหยกสีขาวอันหนึ่งงดงามมาก ทั้งยังดูเรียบง่ายเหมาะกับนาง จึงเดินไปหยิบมาดู
“ข้าเอาชิ้นนี้แล้วกัน”
“เหตุใดเ้าเลือกชิ้นนี้? มันเรียบง่ายเกินไปหรือไม่ ข้าเห็นสตรีส่วนมากชอบปิ่นที่มีลวดลายวิจิตรกว่านี้มากนัก ทั้งยังประดับมุกและทองคำระย้ามากมาย ส่วนเ้าเลือกเพียงปิ่นหยกเนื้อดีเรียบง่ายเช่นนี้รึ?”
“ข้าไม่ใคร่แต่งกายเช่นนั้น มันรุ่มร่ามเวลาที่ข้า้าซัดคนเช่นเ้าที่มาวุ่นวายกับข้าเมื่อวานนี้”
หลิวหยางได้ยินเช่นนั้นจึงทำหน้าเหยเก เขาโชคดีนักที่กลับตัวทัน แม้นางจะงดงามมากแต่ก็ดุมากไม่ต่างจากหน้าตานางเลย เป็สหายน่าจะดีกว่า หากให้นางเป็ภรรยาเขาคงถูกนางข่มเหงทุกวันเป็แน่
“ให้ข้าห่อให้หรือไม่?”
เขาตั้งใจนำปิ่นหยกไปห่อใส่กล่องงดงามให้นางเก็บไว้
“ไม่เป็ไร ข้าจะปักปิ่นนี้ไปเลยแล้วกัน เ้ามีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะ ข้าจะไปเดินเล่นต่อแล้ว”
“ให้ข้าพาเ้าเที่ยวดีหรือไม่ ข้าเป็คนที่นี่ รู้จักที่เที่ยวเยอะมาก ทั้งยังรู้จักร้านอาหารอร่อยๆ แถวนี้”
“ข้ามากับท่านอาจารย์ข้า คงไม่สะดวกไปเที่ยวเล่นกับเ้า ไว้วันหน้าหากข้ายังไม่เดินทางไปเมืองอื่น เ้าค่อยพาข้าไปแล้วกัน”
หลิวหยางได้แต่พยักหน้าตอบรับนางและยิ้มส่งนางเดินจากไป หยกชิ้นนั้นเป็ของราคาแพงในร้านจริงๆ นางช่างตาแหลมนัก ที่เลือกของดีเช่นนั้นไปได้