ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 อาเขยสารเลว

            จิ่งเยี่ยนกุยทำได้เพียงดึงตัวฉินตงเฉียงไว้ “ผู้ใหญ่บ้านคะ ท่านช่วยเกลี้ยกล่อมบรรดาผู้อาวุโสหน่อยค่ะ ให้บุกไปหาตระกูลจูแบบนี้ เดี๋ยวเรื่องจะขัดแย้งใหญ่โตไปกันใหญ่”

            ฉินตงเฉียงรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมีเหตุผล เพียงแต่เรื่องราวแบบนี้เมื่อเกิดขึ้นในหมู่บ้านก็มักจะจัดการกันเช่นนี้เสมอ เขาจึงพูดกับเธอว่า “ดูแลอาหญิงเล็กของหนูให้ดี เรื่องแบบนี้ต้องทำไปตามขั้นตอน จะไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหมู่บ้านข้างๆ จะคิดว่าคนในหมู่บ้านเราถูกรังแกได้ง่าย”

            พูดจบเขาก็เดินตามคนในตระกูลจิ่งออกไป

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นท่าทีเช่นนี้ก็ปวดหัว แต่ก็เข้าใจดีว่าเธอห้ามไม่ได้และทำได้เพียงรออยู่ที่บ้านเท่านั้น

            จิ่งเยี่ยนกุยหันไปมองอาหญิงเล็กที่ยังไม่ได้สติแล้วทำได้เพียงยอมรับชะตากรรมแล้วไปต้มยาอย่างจนใจ เมื่อต้มยาเสร็จ เธอจึงปลุกอาหญิงเล็กให้ลุกขึ้นมากินยา

            อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ได้ทายา หรือเพราะอาหญิงเล็กได้นอนพักอย่างเพียงพอ ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอจึงดีขึ้นและจึงเอ่ยถามว่า “เยี่ยนกุย ย่าของแกล่ะ?”

            “ย่าไปบ้านตระกูลจูเพื่อทวงความยุติธรรมให้อาค่ะ” จิ่งเยี่ยนกุยพูดขณะที่ช่วยหนุนหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อย  “อาหญิงเล็กยังอยากกลับไปตระกูลจูอีกไหมคะ?”

            ตอนที่ยังเป็นเด็กสาว อาหญิงเล็กก็สนิทกับจิ่งเยี่ยนกุย ทั้งสองพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เมื่อได้ยินคำถามนี้ สีหน้าของเธอก็หมองลงเล็กน้อย แล้วพูดเบาๆ ว่า “ฉันไม่กลับไปบ้านตระกูลจู แล้วฉันยังจะไปไหนได้ล่ะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเธอ “ที่ที่อาไปได้มีเยอะแยะ! อาจะกลับมาอยู่ที่บ้านก็ได้ หรือจะออกไปทำงานข้างนอกก็ได้ อาเพิ่งอายุยี่สิบสี่ ชีวิตยังมีโอกาสอีกมากมาย! ไม่จำเป็นต้องบีบตัวเองให้จนตรอก”

            อาหญิงเล็กพูดเบาๆ ว่า “เยี่ยนกุย เธอยังเด็ก มีหลายเรื่องเธอยังไม่เข้าใจ… กลับมาอยู่ที่บ้าน ต่อให้ปู่ย่าของเธอจะเห็นด้วย แต่พวกคนปากเสียในหมู่บ้านก็จะเอาไปนินทานู่นนี่”

            “ส่วนเรื่องออกไปทำงาน ฉันทำอะไรไม่เป็น ไม่มีใครจ้างฉันหรอก”

            เมื่อเห็นท่าทีของเธอที่ดูสิ้นหวังและไร้ความมั่นใจในตัวเอง แถมยังเหมือนอยากจะกลับไปบ้านตระกูลจูอีกทั้งที่ไม่ควรกลับไปแล้ว เพราะการกลับไปก็ไม่ต่างอะไรกับเดินไปสู่ความตาย

            อาหญิงเล็กในตอนนี้ถูกสองแม่ลูกตระกูลจูทำร้ายจนไม่เหลือเค้าของหญิงสาวที่มีความมั่นใจและกล้าหาญเหมือนเมื่อก่อน

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าเธอไม่ควรบังคับ จึงได้แต่ปล่อยให้อาหญิงเล็กคิดเอง

            ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงแผ่วเบาดังมาจากหน้าประตู เธอรีบลุกขึ้นมาดู ก็เห็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปีเดินเข้ามา คนนั้นจิ่งเยี่ยนกุยก็รู้จัก เขาคือจูจินหลง สามีของอาหญิงเล็ก

            จิ่งเยี่ยนกุยขมวดคิ้วเล็กน้อย คนในตระกูลจิ่งยกโขยงกันไปที่บ้านตระกูลจู แต่จูจินหลงกลับแอบเข้ามาในบ้านตระกูลจิ่ง

            จูจินหลงเข้ามาก็พูดเสียงดัง “จิ่งหงจวง อย่ามาแกล้งตาย กลับบ้านไปกับฉันซะ ยายแก่หนังเหนียวสองคนนั้นของบ้านตาไร้แววจริงๆ…”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็เห็นจิ่งเยี่ยนกุยที่ยืนอยู่ข้างอาหญิงเล็ก ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “โอ้ นี่มันเยี่ยนกุยนี่นา ไม่เจอกันปีเดียว สวยขึ้นเยอะเลยนะ!”

            เมื่อก่อนจิ่งเยี่ยนกุยเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ตอนที่เคยเจอจูจินหลงก่อนหน้านี้ ก็เอาแต่ก้มหน้างุดทำงานหรือไม่ก็รีบเร่งเดินผ่านไป ทำให้จูจินหลงไม่เคยได้เห็นหน้าจิ่งเยี่ยนกุยชัดๆ แบบนี้

            ตอนนี้เขาถึงได้สังเกตเห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นสาวสะพรั่ง เมื่อยืนอยู่ใต้แสงไฟด้วยท่าทีขุ่นเคืองสามส่วน ช่างดูอ่อนเยาว์ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน

            อาหญิงเล็กจิ่งและบรรดาเมียเก็บของเขา ไม่มีใครเทียบจิ่งเยี่ยนกุยได้เลยแม้แต่น้อย

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกขยะแขยงสายตาของเขา ส่วนอาหญิงเล็กก็สังเกตเห็นได้เช่นกัน จึงรีบดึงจิ่งเยี่ยนกุยไปหลบด้านข้าง แล้วมองจูจินหลง “มาทำไม?”

            “มารับแกกลับบ้านไง!” ปากจูจินหลงขยับพูด แต่สายตากลับจ้องอยู่ที่จิ่งเยี่ยนกุย เขายกยิ้มแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย แกไปอยู่ที่บ้านฉันสักสองสามวันกับอาหญิงเล็กของแกก็ได้นะ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยปฏิเสธทันควัน “ฉันไม่ไป แล้วตอนนี้อาหญิงเล็กก็จะไม่กลับไปบ้านตระกูลจูด้วย คุณทำร้ายอาของฉัน เพราะงั้นได้โปรดอธิบายมาด้วย”

            จูจินหลงถูกปฏิเสธก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หันไปมองรอบๆ ก็เห็นว่าไม่มีใครอยู่ในบ้าน วันนี้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ไปที่บ้านตระกูลจู ทำให้ในหมู่บ้านเงียบกว่าปกติ

            เมื่อเห็นสาวงามตรงหน้า ความคิดต่ำช้าก็ผุดขึ้นมาในใจ เขายกยิ้มแล้วพูดว่า “ไปเถอะน่า ไปกัน ยังไงอยู่บ้าน แม่ของแกก็เอาแต่ใช้ให้แกทำงาน ไปอยู่ที่บ้านฉันจะได้พักผ่อนบ้าง”

            “เมื่อวานลุงรองของฉันกลับมาจากเมืองหลวง เอาขนมจากในเมืองมาให้หลายกล่อง อร่อยสุดๆ! ถ้าแกไปเที่ยวที่บ้านฉัน ฉันจะซื้อเนื้อให้แกกินทุกวันเลย”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกคันยุบยิบกับคำพูดเหล่านั้นจนแทบทนไม่ไหว เขาเห็นเธอเป็นคนโง่ที่หลอกได้ด้วยขนมและเนื้อหรือยังไงกัน?

            เธอพูดเสียงเย็นชา “บ้านของคุณมันสกปรกเกินไป ไปแล้วกลัวเสื้อผ้าจะเปรอะเปื้อน! แล้วถ้าที่บ้านคุณมีของกินอร่อยๆ มากขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ให้อาหญิงเล็กกิน?”

            “หล่อนก็เป็นแค่แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ จะมีสิทธิ์อะไรกินของอร่อยๆ พวกนั้น!” จูจินหลงมองอาหญิงเล็กที่โกรธจนหน้าเขียว “อีกอย่าง หล่อนก็เทียบแกไม่ได้สักนิด!”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าถ้าจูจินหลงอยากจะพูดหวานๆ ก็ทำได้ แต่การที่เขามาพูดแบบนี้ต่อหน้าอาหญิงเล็ก ก็เพราะมีเจตนาที่จะยั่วยุและรู้สึกรังเกียจ

            เป็นดังคาด อาหญิงเล็กหน้าซีดลงและพูดอะไรไม่ออกเพราะความโมโห

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงดังด้วยความขุ่นเคือง “นี่คือบ้านตระกูลจิ่ง ให้เกียรติกันบ้าง!”

            ท่าทีโกรธเล็กน้อยของเธอทำให้จูจินหลงรู้สึกตื่นเต้น ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ แถมเขาก็ไม่ได้สนใจอาหญิงเล็กที่บาดเจ็บหนักสักนิด

            เขายกยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้จิ่งเยี่ยนกุย ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหน้าเธอ “ให้เกียรติ? เยี่ยนกุย อย่าพูดแบบนั้นเลย มีหลายเรื่องที่แกยังไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไรนะ ถ้าแกไม่เข้าใจ ฉันจะสอนให้เอง”

            “แกวางใจได้เลย ตราบใดที่แกว่านอนสอนง่าย ฉันจะดีกับแกไปตลอด”

            จิ่งเยี่ยนกุยปัดมือเขาออก แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “คุณจะทำอะไร?”

            จูจินหลงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกัน จะทำอะไรได้อีก? แกไม่ต้องกลัว ฉันจะอ่อนโยนให้”

            ในใจของเขา จิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนอ่อนโยนรังแกง่าย แถมยังขี้อาย ถ้าคืนนี้เขาได้เธอมาครอบครอง แค่ขู่เล็กน้อย จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่กล้าแพร่งพรายออกไป และแม้จะหลุดออกไปจริงๆ คนที่เสียเปรียบก็ไม่ใช่เขา

            อาหญิงเล็กจิ่งโกรธจัด “จูจินหลง เยี่ยนกุยเป็นหลานสาวของฉัน!”

            จูจินหลงหัวเราะ “ฉันรู้ว่าหล่อนเป็นหลานสาวของแก แต่น่าแปลกที่ฉันไม่รู้มาก่อนว่าแกมีหลานสาวที่สวยขนาดนี้ ถ้าก่อนหน้านี้แกรีบพาหล่อนมาที่บ้าน มาปรนนิบัติฉันด้วยกัน ฉันก็คงไม่ต้องไปหาผู้หญิงข้างนอกแล้ว!”

            อาหญิงเล็กตัวสั่นด้วยความโกรธจนร้องด่าออกมา “แกมันสารเลว แกไม่ใช่คน!”

            จูจินหลงพลันตบหน้าเธอ “แกเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์มาด่าฉัน!”

            อาหญิงเล็กถูกตบจนตาลาย แต่ก็พยายามพยุงตัวไม่ให้หมดสติ เธอพยายามคลานเข้าไปกอดขาเขาไว้ “เยี่ยนกุย หนีเร็ว!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359