ตอนที่ 20 ทุกครอบครัวต่างมีปัญหาที่ยากจะผ่านพ้น
สวีจิ้งเหนียงจับจ้องไม่วางตาเป็อย่างที่ม่อไท่เหวินว่าจริงๆ นายท่านใหญ่เพิ่งวางฝักมัดลงไป ม่อผิงชูก็แอบยื่นมือไปย้ายตำแหน่งของมันอย่างแเีจากนั้นก็แอบวางขลุ่ยไผ่ในมือของตัวเองลงแทนที่มิหนำซ้ำบรรดาม่อผิงอวิ๋นก็แอบวางสิ่งของบนโต๊ะยาวด้วย
ดอกไม้ลูกปัด ขลุ่ยไผ่ผงชาดก็แล้วไป แต่เ้าตัวยุ่งไหนวางน้ำตาลปั้นลงไปกัน
สวีจิ้งเหนียงจ้องพวกพี่น้องม่อผิงชูเขม็งแต่พี่น้องพวกนั้นกำลังขะมักเขม้นร้องเรียกเก้าน้อย “หยิบขลุ่ย” “หยิบดอกไม้ลูกปัด”“หยิบผงชาด” “หยิบน้ำตาล”...
ไม่มีใครมองสวีจิ้งเหนียงั้แ่ต้นอย่าถามเลยว่านางระทมใจขนาดไหนแล้ว คนต่างกล่าวว่าแต่งสะใภ้ลืมมารดาแต่บ้านนางมีน้องสาวแล้วไม่เห็นหัวมารดา ชัดๆ
หลี่เหิงมองพวกพี่น้องม่อผิงชูวางของลงบนโต๊ะยาวเขาคิดชั่วครู่ ก่อนจะดึงจี้หยกที่เอวของตัวเองวางลงไป แล้วะโเรียกเก้าน้อย “เก้าน้อย หยิบชิ้นนี้!” ทำเอาพวกพี่น้องม่อผิงชูถลึงตาใส่อย่างทนไม่ไหว หลี่เหิงไม่สะทกสะท้านกลับกันเขายิ่งะโเรียกอย่างกระตือรือร้น
ทุกคนล้อมวงะโอย่างฮึกเหิมเก้าน้อยกลับไม่สนใจแม้แต่น้อยนางหยิบของชิ้นนี้วางของชิ้นนั้นอย่างหมกมุ่นกับตัวเองทันใดนั้นเก้าน้อยหยิบลูกคิดทองขึ้นมาเขย่าหลายทีม่อผิงเจียนที่ร้อนใจก็รีบร้อนะโ “อันนั้นไม่ดี เก้าน้อยวางลงเร็ว หยิบน้ำตาล...”เอ่ยยังไม่ทันจบ ม่อผิงชูก็เข้าไปปิดปากโดยตรงทั้งยังกลอกตาใส่อย่างหมดความอดทน
ทว่าม่อไท่เหวินกลับดีใจสุดขีดแล้วลูกคิดทองนี้เขาเป็คนวางลงไปเอง ถึงแม้จะถูกนายท่านใหญ่รังเกียจไปหนึ่งรอบแต่ม่อไท่เหวินรู้สึกว่าลูกสาวได้เชื้อพ่อเป็กฎของ์นะ!แต่ม่อไท่เหวินเพิ่งลำพองใจได้หนึ่งวินาที ก็เห็นว่าเก้าน้อยเหวี่ยงมือโยนลูกคิดทิ้งไปแล้ว…
หน้ายิ้มแย้มของม่อไท่เหวินแข็งค้างฉับพลันสวีจิ้งเหนียงทนไม่ไหวหัวเราะพรวดออกมา คนอื่นๆ ก็ขำตัวโยนแต่เก้าน้อยไม่สังเกตเห็นใจบอบบางของบิดาตัวเองที่แตกเป็เสี่ยงสักนิดเดียวนางยังคงคลานขึ้นหน้าหาของต่อไป
ดูเหมือนนางจะเห็นของที่น่าสนใจอีกแล้วเก้าน้อยคว้าของนั้นขึ้นมา สวีจิ้งเหนียงร้องอย่างยินดีนั่นคือพู่กันไผ่เหมยลั่วที่นางเป็คนวาง
เก้าน้อยหยิบพู่กันขึ้นมาดูเล็กน้อยท่ามกลางความคาดหวังแรงกล้าของ สวีจิ้งเหนียงเก้าน้อยพลันอ้าปากกว้างกัดลงไป สวีจิ้งเหนียงที่ลนลานรีบร้องห้าม “เก้าน้อย วางลงเดี๋ยวนี้นั่นกินไม่ได้!”
หลี่เหิงหัวเราะจนแทบยืนไม่อยู่แล้วเขายันไหล่ม่อผิงชูเอ่ยหัวเราะลั่น “ทำไมเก้าน้อยยังกินไม่เลือกอีกเล่า” ครั้งแรกที่เจอกัน นางก็ดึงนิ้วของเขาไปกัด ตอนนี้แม้แต่พู่กันนางก็เอาใส่เข้าปากจะน่าขำเกินไปแล้ว!
ม่อผิงชูลอบกลอกตาใครว่าเก้าน้อยกินไม่เลือก องค์รัชทายาทผู้สูงส่งหัวเราะจนเป็แบบนี้ได้หรืออีกอย่างเก้าน้อยใช่ชื่อให้เ้าเรียกหรือ นั่นน้องสาวของข้าไม่ใช่น้องสาวของเ้าสักหน่อย ฮึ!
(ความโกรธแค้นของพี่ชายบ้าน้องสาวไม่มีใครเข้าใจหรอก!)
เก้าน้อยรู้อยู่แล้วว่าของชิ้นนี้กินไม่ได้นางถุยน้ำลายแรงๆ สองทีอย่างรังเกียจ โยนพู่กันทิ้งแล้วสวีจิ้งเหนียงที่มองอยู่ใจช้ำเืนั่นเป็พู่กันไผ่เหมยลั่วชั้นเยี่ยมที่เป็ของเก็บสะสมจากสินเดิมของนางเชียวนะตอนนี้ทั้งโลกมีไม่เกินสิบด้ามแล้ว!
จากนั้นเก้าน้อยก็หยิบกู่ฉินลงอักษรทองเงินที่ฮูหยินผู้เฒ่าเตรียมมาตามด้วยภาพโผจับผีเสื้อของม่อไท่อู่ ตุ้มหูหยกัคู่แย่งไข่มุกของอวี๋ซูเจินนางหยิบโยนทิ้งทั้งหมดเลย!
ตาคอยมองเก้าน้อยรื้อกองสิ่งของอย่างสนุกสนานคนสกุลม่อรู้สึกโดนนางทรมานจะตายแล้ว หยิบขึ้นมาวางลงไป แล้วหยิบขึ้นมาวางลงไปอีกหัวใจก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามไปด้วยจนทนไม่ไหวจริงๆ แล้วนะ!
แต่ม่อผิงชูกลับความหวังเต็มเปี่ยมเขาะโเรียกเก้าอย่างร้อนรน “เก้าน้อย จับขลุ่ยสิ จับขลุ่ยนะ!”
หลี่เหิงเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกมาตอนหัวเราะเขาเอ่ยกับม่อผิงชู “เลิกะโได้แล้วข้าว่าเก้าน้อยไม่ชอบขลุ่ยสักนิด เก้าน้อย หยิบจี้หยกสิ จี้หยกดีนะ!”
“จี้หยกนี้มิใช่ของฮ่องเต้หรือพ่ะย่ะค่ะพระองค์วางไปนับเป็อะไรด้วยหรือ” ม่อผิงชูจ้องจี้หยกลายันั้นอย่างไม่พอใจมากครั้งก่อนท่านปู่ปฏิเสธไปแล้วแท้ๆ ทำไมยังเอาออกมาอีกเล่า
หลี่เหิงกลับเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “จี้หยกที่เสด็จพ่อให้ข้าย่อมเป็ของข้าแล้ว ข้าเต็มใจให้เก้าน้อย เ้าเกี่ยวอะไรด้วยหรือ”
ม่อผิงชูถลึงตาอย่างจนปัญญาเขาไม่เกี่ยวด้วยจริงๆ นั่นแหละ!
และแล้วเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเค่อ[1]เก้าน้อยยังคงไม่ได้หยิบของที่เหมาะสมสวีเป่าเอ๋อร์บุตรสาวของพี่ชายสวีจิ้งเหนียงบ่นเสียงเบาอย่างทนไม่ไหว “ทำไมญาติผู้น้องไม่ชอบอะไรเลยนะ ท่านแม่ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าจะไปเล่นกับพวกพี่ชาย”
เอ่ยพลางสวีเป่าเอ๋อร์ก็ไปดึงม่อผิงเจียน นางอยากให้เขาพาตัวเองไปเล่น แต่ม่อผิงเจียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเ้านะต้องดูน้องสาวจับของเสี่ยงทายก่อน เ้าไปเล่นเองเถอะ!”
สวีเป่าเอ๋อร์ขอบตาแดงรื้นในทันทีนางเอ่ยกับมารดาจูซิ่วเอ๋ออย่างน้อยใจ “ท่านแม่ อาเจียนรังแกข้า เขาไม่เล่นเป็เพื่อนข้า”
จูซิ่วเอ๋อลูบหัวของสวีเป่าเอ๋อร์อย่างสงสารในใจไม่พอใจยิ่งขึ้นั้แ่ที่รู้ว่ากระโปรงที่เก้าน้อยสวมวันนี้ทำมาจากผ้าไหมทอดิ้นสู่จงที่หนึ่งเมตรใช้ทองสองเหลี่ยง[2]ใจนางก็อึดอัดคับข้องแล้ว การค้าของน้องสาวสามีมั่งคั่งปานนั้นกลับไม่ห่วงบ้านบิดามารดาเลยสักนิด การค้าแท่งหอมฉุยนั่นนางอยากเข้าร่วมไม่ทางตรงก็ทางอ้อมหลายครั้งแต่สวีจิ้งเหนียงก็ไม่ยอมคายออกมา
เวลานี้แค่ทารกจับเสี่ยงทายครบปีก็ต้องให้คนทั้งกลุ่มรอนานขนาดนี้ แม้แต่องค์รัชทายาทก็ทรงรอ นี่มันเื่อะไรกัน
แล้วยังเด็กๆ บ้านสกุลม่อไม่ทำตัวในฐานะญาติผู้พี่สักนิดเดียว วันนี้พวกนางมาเป็แขกนะนี่ถือเป็วิธีการรับแขกประสาอะไรกัน
จูซิ่วเอ๋อคิดเช่นนี้ก็ทนไม่ไหวสีหน้าแสดงแววบูดบึ้งหน่อยๆ ขึ้นมา เห็นสวีเป่าเอ๋อร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วยังเกาะแกะจะเล่นกับพวกม่อผิงเจียนให้ได้นางจึงตำหนิบุตรีเสียงเบาสองสามประโยคอย่างช่วยไม่ได้
หญิงรับใช้าุโตงจู๋ที่อยู่ข้างกายสวีจิ้งเหนียงเห็นสถานการณ์นี้ก็รีบแอบแจ้งสวีจิ้งเหนียง สวีจิ้งเหนียงเห็นด้านหลังก็อดแอบถอนใจไม่ได้ คนบ้านท่านแม่ของนางเรียบง่ายพี่ชายเพียงคนเดียวเป็คนสุภาพจริงใจ แต่พี่สะใภ้นี่สิ ฉลาดหลักแหลมแต่ใจไม่กว้างพอจิตใจคับแคบยิ่งกว่ารูเข็มเสียอีก
สวีเป๋าเอ๋อร์ที่น้อยใจเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยังมาถูกมารดาติเตียนอีก นางก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ก่อนที่เก้าน้อยจะเกิดสวีเป่าเอ๋อร์เป็เด็กผู้หญิงรุ่นหลังของทั้งสกุลสวีและสกุลม่อเพียงคนเดียวได้รับความรักใคร่จากทุกคน ถูกประคบประหงมั้แ่เล็กจึงเอาแต่ใจบ้างเป็ธรรมดา
ถึงแม้สวีจิ้งเหนียงไม่ชอบจูซิ่วเอ๋อแต่นางยังคงรักเอ็นดูสวีเป๋าเอ๋อร์ เห็นนางร้องไห้น่าสงสารบวกกับที่วันนี้เก้าน้อยจับเสี่ยงทายครบปีถ้าทำน่าเกลียดต่อหน้าทุกคนต่างจะลำบากใจกันเสียเปล่า นางจึงรีบเข้าไปปลอบ “เป่าเอ๋อร์เหนื่อยแล้วหรือให้ตงจู๋พาเ้าไปดื่มน้ำสักหน่อย กินขนมสักนิดดีไหม”
สวีเป๋าเอ๋อร์มองท่านอาแล้วมองจู่ซิ่วเอ๋อ จู่ซิ่วเอ๋อไม่เอ่ยวาจา แค่ทำหน้านิ่งสุขุมเหมือนไม่ได้ยินสวีเป่าเอ๋อร์กะพริบตาปริบอย่างทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยสวีจิ้งเหนียงอยากถอนหายใจอย่างทนไม่ไหว
แม่สวีเดินมาจากสวีจิ้งเหนียงก็สังเกตเห็นสถานการณ์ที่ตรงนี้แล้วนางเห็นจูซิ่วเอ๋อเฉยเมยไม่เอ่ยวาจาก็ขมวดคิ้ว เขม่นมองจูซิ่วเอ๋อเบาๆแล้วกวักมือเรียกสวีเป่าเอ๋อร์ “เป่าเอ๋อร์ มาหาย่ามาพวกเรามาดูน้องสาวเสี่ยงทายกัน!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2
[1] สิบห้านาที
[2] หนึ่งร้อยกรัม