ตอนที่6
วาเลนไทน์
แป้งคุยกับทิมหลายชั่วโมงไม่รู้ว่ามีเื่ราวอะไรมากมายให้คุยกัน 5 ทุ่มกว่าแล้ว แป้งรู้สึกง่วงมาก แต่ก็ไม่อยากเอ่ยปากขอวางหูก่อนจึงคุยไปเรื่อยๆ จนเผลอหลับไปไม่รู้ตัว ทิมได้ยินเสียงแอร์เบาๆ กับเสียงหายใจอ่อนๆของแป้งก็หัวเราะ เพราะรู้ว่าเธอคงหลับคาโทรศัพท์ไปแล้ว
“เด็กน้อยจริงๆ 5 ทุ่มก็ไม่ไหวแล้วเหรอเนี้ย”
ทิมวางหู นั่งพิมพ์ข้อความไปและยิ้มไป ก่อนจะส่งให้แป้ง
“ฝันดีจ้า แป้งเด็กน้อย”
แป้งไม่รู้ตัวว่าหลับไปตอนที่คุยกันจนตื่นมาอีกทีตอนตีหนึ่ง และเห็นข้อความแป้งรู้สึกอายนิดหน่อยที่เผลอหลับไปทั้งอย่างนั้นแต่ข้อความนั้นมันก็ทำให้คืนนั้นเธอหลับฝันดีจริงๆ
หลังจากนั้นก็คุยกันแบบนั้นทุกคืนแต่ก็เริ่มปรับเวลาในการคุย ไม่ดึกเหมือนวันแรกเื่ที่คุยก็เป็กิจวัตรประจำวันทั่วไปที่ทำกัน จนมาถึงเื่ที่ทำให้มีปัญหา
ทิม : ปิดเทอมแล้วไปเที่ยวกันได้มั้ย ปีหน้าพี่ต้องเตรียมสอบคงต้องเรียนพิเศษหัวบานเลยแหละ แต่ ม.3 ต่อ ม.4 นิไม่ต้องสอบใหม่ใช่ม่ะ
แป้ง : (เงียบไปพักหนึ่ง) ปีหน้าแป้งไม่ได้เรียนที่นี่แล้วค่ะกลับมาเรียนโรงเรียนแถวบ้าน
ทิม : (ใ) ทำไมล่ะ แบบนี้ปีหน้าก็ไม่เจอกันแล้วสิ
แป้ง : ที่นี่ไกลจากบ้านแป้งมาก พ่อกับแม่เริ่มไปรับไปส่งไม่ไหวจะให้แป้งมาเองก็ไม่สะดวกเพราะมันต้องต่อรถเยอะ แม่ก็เลยให้กลับไปเรียนที่ใกล้ๆเดินทางสะดวกค่ะ
ทิม : บ้านแป้งอยู่ไหนเหรอ?
แป้ง : หนองจอกค่ะ
ทิม : เฮ้อออ ไกลจริงด้วยนะ นึกยังไงมาเรียนแถวสามเสนเนี้ย
แป้ง : ก็สอบติดค่ะ แม่เลยต้องสู้ ตอนนี้สู้ไม่ไหวแล้ว
แล้วหลังจากนั้นการสนทนาก็เริ่มไม่ลื่นไหลเหมือนเคยเพราะต่างคิดกันไปว่า อีกไม่กี่เดือนก็ไม่ได้เจอกันแล้วความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นแล้วครั้งนี้ จะไปต่อยังไงถ้าเราต้องอยู่ไกลกัน
เข้าสู่่เดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักทุกคนต่างใจจดใจจ่อที่จะให้ดอกไม้กับคนที่ชอบกันแป้งเองก็คิดไว้แล้วว่าจะหาโอกาสให้ดอกไม้กับพี่ทิมให้ได้ที่ผ่านมาแม้จะโทรคุยกันทุกวันก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันมากนักห้องสมุดสถานที่แห่งความรักก็มีคนมาใช้บริการเยอะเพราะเข้า่ใกล้สอบตอนเย็นเลิกเรียนแม่ก็มารับ เสาร์อาทิตย์จะออกไปไหนพ่อแม่ก็ตามติดจนไม่มีเวลาส่วนตัว พ่อแม่ยังไม่กล้าปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนลำพังแป้งได้แต่หวังว่าพอขึ้น ม.4 แล้ว เธอจะมีอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่านี้
ผ่านมาถึงวันวาเลนไทน์ทุกคนต่างเตรียมดอกไม้เพื่อมอบให้คนที่ตัวเองชอบรวมถึงสติ๊กเกอร์หัวใจที่ต้องมีไว้เพื่อติดเสื้อเพื่อนๆแน่นอนว่าหนุ่มฮ็อตอย่างแก๊งเทพบุตรนั้นมีหัวใจติดเต็มเสื้อั้แ่ยังไม่เข้าแถวตอนเช้าเลย ทั้งแป้ง ขวัญ และแก้วต่างมองและหาโอกาสในการติดสติ๊กเกอร์และให้ดอกไม้
แก้ว : สงสัยคงต้องให้ตอนเย็นแล้วแหละ (มองที่ดอกไม้) เหี่ยวหมดแน่เลย
ขวัญ : เอาน้ำใส่แก้วและก็แช่น้ำไว้สิ น่าจะพอช่วยได้แหละ
ทั้งคู่พากันเอาดอกไม้ของตัวเองที่ซื้อไว้คนละ 4 ดอกมาใส่แก้วน้ำไว้เพื่อไม่ให้มันเหี่ยว
แป้ง : ทำไมซื้อมาตั้ง 4 ดอกล่ะ จะให้ครบทุกคนเลยเหรอ
ขวัญ : ให้พี่แว่นคนเดียวมันเขินน่ะ เกรงใจคนอื่นๆ ด้วย
แป้งมองดูดอกไม้ของตัวเองที่ถือมาแค่ดอกเดียวแล้วก็เริ่มคิดเพราะถ้าเดินเอาไปให้พี่ทิมคนเดียวมันจะดูไม่ดีเหมือนที่ขวัญว่ารึเปล่าแต่จะให้ออกไปซื้อตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว จึงเอาดอกไม้นั้นไปใส่แก้วตามเพื่อนไว้
พักเที่ยงแล้วก็ยังคงมองพวกพี่เขาได้รับดอกไม้กันอย่างล้นหลามกันตรงระเบียงและหันกลับไปมองดอกไม้ที่กำลังจะเหี่ยวของตัวเองพวกแก๊งเทพบุตรไม่ได้มากินข้าวที่โรงอาหารพวกแป้งคิดว่าพี่เขาคงมัวยุ่งแต่การรับดอกไม้อยู่แน่ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาแอบหนีไปหลบในห้องน้ำ
ทิม : กูจะไปหาแป้งยังไงเนี้ย โดนตามติดขนาดนี้ปีที่แล้วยังไม่หนักขนาดนี้เลยนะ
ไม้ : กูให้เฟิร์นไปแล้วเมื่อเช้าตอนมาโรงเรียนด้วยกันนึกแล้วว่าต้องวุ่นแบบนี้
แว่น : (ไปแอบดูหน้าห้องน้ำก่อนเดินกลับมา) ยังรออยู่หน้าห้องน้ำเลยทำไงดี กูหิวแล้วเนี้ย
นาคร : เดี๋ยวพวกกูจะออกไปล่อ ไอ้ทิมมึงรีบไปหาน้องเขาเลยหาทางหลบไปให้ได้ ตอนเย็นกูว่าจะยิ่งหนักกว่าตอนนี้
ทิม : ขอบใจมากเพื่อน กูจะไม่ลืมพวกมึงเลย (เดินไปกอดนาคร)
แล้วทั้งหมดก็ทำตามแผนพากันออกไปด้านนอกสาวๆ ก็ที่รออยู่ด้านหน้าก็พากันเดินตามไป มีคนสงสัยบ้างที่ไม่เห็นทิมแต่พวกนาครก็บอกว่าทิมท้องเสีย อีกนานกว่าจะมา พวกเธอก็เลยพากันเดินตามพวกเขาไปทิมรีบวิ่งออกจากห้องน้ำและไปที่ห้องแป้งทันที แต่แป้งนั่งรอทิมอยู่ที่โรงอาหารจึงไม่ได้เจอกัน แล้วก็เหมือนในหนังทั่วไปที่พระเอกกับนางเอกสวนทางกันไปมาตามหากันไม่เจอสักที มันไม่ใช่แค่พล็อตของละครน้ำเน่าแต่เื่ราวแบบนี้มันเกิดขึ้นกับชีวิตจริงอยู่เสมอ
จนสุดท้ายก็ถึงเวลาเลิกเรียนแป้งที่กำลังนั่งนอยเพราะกุหลาบที่เตรียมมาเหี่ยวไปเสียแล้วเธอกำลังเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมกลับบ้าน อีกพักหนึ่งแม่ก็คงจะมารับแล้ว
นาคร : เฮ้ย ไอ้ทิม ไม่ได้การแล้ว มึงต้องบุก
ไม้ : บุกไปไหน
นาคร : เป็แบบนี้โอกาสมันจะหมดนะมึง ไปหาน้องเขาที่ห้องเลย
ทิมยิ้มและตอบกลับนาครทันที “ไม่ต้องบอกหรอกกูก็กำลังจะไปอยู่นี่แหละ”
จากนั้นทุกคนก็มุ่งไปที่ห้อง ม.3/1 เพื่อไปหาแป้ง เด็ก ม.3 ห้องอื่นๆพากันใที่เหล่าเทพบุตรนั้นบุกมาที่ตึกนี้ และทั้ง 4 คนก็ไปยืนหน้าห้องแป้งสาวๆ ในห้องต่างพากันวิ่งออกมาเรียกชื่อพวกพี่กันไม่หยุดและก็ขอติดสติ๊กเกอร์หัวใจกันอย่างล้นหลาม แต่ทิมไม่ได้สนใจใครจ้องมองมาที่แป้งคนเดียวและพูดขึ้นว่า
“แป้ง!...พี่รออยู่นะ “
แป้งตัวแข็งทันทีที่โดนเรียกชื่อ เพราะทุกคนต่างหันมามองแป้งกันหมดแล้วขวัญก็สะกิดทันที
“แป้ง ดอกไม้ ดอกไม้”
แก้วรีบเดินไปหยิบดอกไม้ของพวกเธอมาทั้งหมด เอา 1 ดอกยัดใส่มือแป้งซึ่งดอกนั้นแป้งได้ผูกโบสีแดงติดไว้เป็สัญลักษณ์ว่าดอกนี้เป็ของเธอแล้วความเงียบสงัดก็เกิดขึ้น ห้องอื่นก็เดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้อง 3/1แป้งเดินออกไปที่หน้าห้องและยื่นดอกไม้ให้ทิม
“สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ”
แป้งพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฟังดูน่ารักทิมรับดอกไม้ไว้และยิ้มไม่หยุดทั้งคู่มองตากันตลอดราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนอยู่แค่ตรงนี้คนอื่นได้แต่ยืนมองอย่างเงียบๆ จนมีเสียงดังขึ้น
“พวกเธอทำอะไรกัน”
ทุกคนรีบหันไปมอง อาจารย์ไพบูลย์เดินมาเพราะเด็กมายืนมุงกันที่ห้องนี้
“ครูนึกว่ามีใครตบกันในห้องซะอีกนายทิม..พวกเธอมาทำอะไรตึกมัธยมต้น”
พอเห็นดอกไม้ในมือพวกเขาอาจารย์ก็รู้ว่าพวกเขากำลังอยู่ใน่เวลาของวัยรุ่นเหมือนจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมคนต้องมามุงดูตอนที่เห็นทิมกับแป้งมองหน้ากัน
“กลับได้แล้ว เลิกเรียนแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนต้องแยกย้ายกันกลับและก่อนกลับทิมก็ได้เอาของขวัญชิ้นหนึ่งให้กับแป้งส่วนขวัญกับแก้วก็รีบเอาดอกไม้ไปให้พี่ๆ คนอื่นตามที่ตั้งใจไว้ ทิมกระซิบเบาๆกับแป้งว่า
“เดี๋ยวคืนนี้โทรหานะ”
แต่ทุกคนได้ยินคำพูดนั้นกันหมด ทั้งคู่คบกันแล้วงั้นหรือ? เป็แฟนกันั้แ่ตอนไหน? หลังจากพวกพี่เขากลับไปทุกคนก็รุมถามแป้งจนเธอตอบไม่ทันโชคดีที่แม่โทรเข้ามาเพราะมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วแป้งจึงได้โอกาสหนี
หลังจากนั้นก็ต้องไปรับพ่อที่ทำงานต่อจะเป็แบบนี้ทุกวัน บางวันถ้าพ่อมีประชุมเลิกดึกก็ต้องไปเดินเล่นในห้างรอพ่อเพื่อกลับพร้อมกัน แต่วันนี้พ่อเลิกงานตามปกติไปถึงบริษัทพ่อก็ห้าโมงครึ่งพอดี แป้งเปลี่ยนไปนั่งด้านหลังปกติพ่อจะเป็คนขับกลับบ้าน แต่วันนี้พ่อมีท่าทีเหนื่อยแม่ก็เลยขับกลับเองแป้งที่กำลังนั่งยิ้มอย่างมีความสุขกับของขวัญที่ได้รับและลุ้นว่าในกล่องนั้นคืออะไร แต่แล้ว.....
แม่ระวังค่ะ !
โครม!
…………………………………………