“ไงน้องสาวจื่อหลิง?วันนี้ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ!’’ โซนอาหารของงานเลี้ยงชายหนุ่มหน้าตาดียิ้มทักทายให้กับหญิงสาวคนหนึ่งเธอคนนี้มีหน้าตาน่ารักและเรือนร่างทรงเสน่ห์สุดยั่วยวน ผมสลวยสีดําของเธอยังปล่อยกลิ่นหอมของแชมพูออกมาจางๆ
ส่งผลให้คนรอบๆอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างระมัดระวังเข้าไปเพราะสําหรับพวกเขาแล้วหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา!
แต่เธอคือจื่อหลิง!
จื่อหลิงแห่งสามตระกูลใหญ่ของมาเก๊า!
ส่วนชายหนุ่มเองคนอื่นๆก็รู้จักกันเป็อย่างดีเพราะเขาก็คือหนึ่งในคนของสามตระกูลใหญ่เหมือนกัน หวังชาวเย่!
“นั่นมันคุณหนูจื่อหลิงสาวงามอันดับหนึ่งของมาเก๊าไม่ใช่รึ?’’
“แล้วนั่นใช่เขาไหมหวังชาวเย่ผู้โด่งดังคนนั้นน่ะ?’’
“โอ้!ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าบริษัทซุยกรุ๊ปจะรู้จักกับสองคนนี้…’’
“...’’
คนอื่นๆเริ่มสนทนาเกี่ยวกับสองคนนี้อย่างสนอกสนใจไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในมาเก๊าพวกเขาจะต้องรู้จักสามตระกูลใหญ่เป็อย่างดี
สามตระกูลใหญ่แห่งมาเก๊านําโดยตระกูลหวัง ตระกูลจื่อ ตระกูลเย่ซึ่งพวกเขาถือเป็ตระกูลที่มั่งคั่งและมีเครือข่ายทรงพลังที่สุดในมาเก๊า
ทั้งนี้บริษัทของพวกเขาล้วนมีมูลค่ามากกว่าพันล้านหยวนแตกต่างกับบริษัทซุยกรุ๊ปที่มีมูลค่าเพียงแค่ราวๆห้าร้อยล้านหยวนทุกๆคนจึงรู้สึกสงสัยเป็อย่างมากว่าบริษัทซุยกรุ๊ปไปทําอีท่าไหนถึงได้เชื้อเชิญสองคนนี้มาเข้าร่วมงานเลี้ยงได้อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะได้ทําอะไร ชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวแตกต่างที่สุดก็เดินผ่านหน้าพวกเขาไปก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ตรงหน้าสองคนนั้นแล้วเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่ไม่ดังไม่เบาจนเกินไป“เธอมันผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนนั้นนี่!’’
มู่หลินรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากที่มาเจออีกฝ่ายที่นี่อีกครั้ง
ใช่แล้ว!เธอคนนี้ก็คือคนที่เขาช่วยเอาไว้และหนีไปโดยไม่ขอบคุณ!
ผู้หญิงแย่ๆคนนั้นนั่นเอง!
ได้ยินจื่อหลิงก็ผงะก่อนมองไปที่เขาด้วยความประหลาดใจ “คุณมาเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย?’’ เธอคิดไม่ถึงจริงๆว่าจะได้เจอชายพิลึกกึกกือคนนั้นที่นี่อีก
อย่างไรก็ตามคนอื่นที่ได้ยินกลับชะงักด้วยความใพวกเขาใเป็อย่างมากที่ได้ยินชายหนุ่มว่าจื่อหลิงจากสามตระกูลใหญ่โดยไม่เกรงกลัว
ส่วนด้านพวกซุยิที่เดิมกําลังจะเข้ามาเรียกมู่หลินก็แทบทรุด
เฮ้ย! นี่นายจะก่อเื่อีกแล้วใช่ไหมวะเนี่ย?!
กลับกันเทาก้านและหวั่งลิ่วที่กําลังรู้สึกสิ้นหวังเื่ที่มู่หลินเป็เพื่อนสนิทกับคนใหญ่คนโตอย่างซุยินั้นดีใจเป็อย่างมากเพราะดูเหมือนว่ามู่หลินจะสร้างเื่ใหญ่โตเข้าให้แล้ว และนั่นก็คงไม่พ้นทําให้ตัวมันวอดวาย!
มู่หลิน!คราวนี้ล่ะแกเละของจริงแน่!
“น้องชายไม่ทราบว่าเธอเป็ใคร?แล้วทําไมเธอถึงได้ว่าน้องสาวจื่อหลิงเช่นนั้น?’’ประกายตาหวังชาวเย่ปรากฏให้เห็นถึงความเยือกเย็กบางอย่างก่อนจางหายไปและแทนที่ด้วยความเป็มิตรโดยไม่มีใครสังเกตได้ทัน
อย่างไรก็ตามมู่หลินกลับรับรู้ได้ถึงมันอย่างชัดเจนเขาจึงหัวเราะหึๆก่อนเอ่ย “ผมน่ะเหรอ? ก็แค่คนเดินดินคนหนึ่ง! ส่วนเธอน่ะผู้หญิงแย่จริงๆผมอุส่าห์ช่วยเอาไว้แต่ไม่คิดจะขอบคุณซักคําถ้าไม่ให้เรียกว่าแย่แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?’’
แม้จะเป็อย่างนั้นแต่ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่หาเื่ก่อน มู่หลินก็จะไม่ตอบโต้และลงมือเช่นกัน
“คุณ!’’คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะมาเพื่อเื่นี้ จื่อหลิงก็หน้าแดงกํ่าอย่างอับอายเธอรู้สึกอับอายจริงๆที่ต้องมาได้คนพิลึกแบบนี้ช่วยเอาไว้อีกอย่างไม่ใช่ว่าเขาเดินไปเองโดยไม่ถามถึงเื่นี้หรอกเหรอ?
แล้วตอนนี้มาถามทําไม?เขา้าทําให้เธออับอายใช่ไหม?!
“หนุ่มน้อยเธอคือมู่หลินใช่ไหม?’’วินาทีต่อมา ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาแทรกตรงกลางเขายิ้มให้กับมู่หลินเล็กน้อย
กลิ่นอายที่ััได้จากชายวัยกลางคนมีความเหมือนกลิ่นอายของซุยิทั้งนี้ใบหน้าของเขายังดูเหมือนซุยิอีกด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือพ่อของซุยิ ซุยเทียน!
“สวัสดีครับลุงเทียน!’’มู่หลินประสานมือคารวะอย่างสุภาพ ถึงเขาจะไม่แยแสคนอื่นๆ แต่กับมิตรและญาติสหายแล้วเขาก็ดีกับทุกคนเสมอ!
เห็นอีกฝ่ายทําความเคารพตัวเองซุยเทียนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วโบกมือเป็พอ ก่อนจะเอ่ย“เธอรู้จักคุณหนูจื่อด้วยเหรอ?’’ถึงก่อนที่เขาจะได้เจอมู่หลินเขาจะได้รับรู้มาแล้วว่าชายหนุ่มมีวิชาแพทย์แผนจีนกับเทคนิคเกมลูกเต๋าที่น่าทึ่งแต่เขาก็ยังเชื่อบ้างและไม่เชื่อบ้างยิ่งเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายกล้าว่าคุณหนูอย่างจื่อหลิงเขาก็ประหลาดใจเป็อย่างมาก เพราะมันทําให้เขาได้รับรู้ว่ามู่หลินคนนี้คือคนที่ไม่สนอะไรของจริง!
ง่ายๆก็คนพิลึกกึกกือคนหนึ่งนั่นแหละ!
“ครับ!พอดีระหว่างทางมาที่นี่ผมได้ช่วยเธอเอาไว้จากพวกอันธพาลกว่าสิบคนน่ะครับ!’’มู่หลินยิ้มบางตอบ ถ้าเป็คนอื่นเขาคงโกหกหรือแต่งเื่เวอร์ๆให้ฟัง แต่นี่เป็พ่อของเพื่อนสนิทของเขา เขาจึงเล่าความจริงเท่าที่ทําได้
“อันธพาลกว่าสิบคน?’’ได้ยิน ซุยเทียนและคนอื่นๆก็ชะงัก
ดูๆแล้วคุณก็แค่คนธรรมดาไม่ใช่เหรอ?จะไปเอาอะไรมาจัดการอันธพาลกว่าสิบคนได้ล่ะ?
นี่ไม่ใช่การ์ตูนนะเฮ้ย!จะโม้ก็ให้มันน้อยๆหน่อย!
“เอาเถอะถ้าลุงไม่เชื่อลุงถามเธอดูก็ได้!’’มู่หลินรู้ว่าทุกคนไม่เชื่อ เขาจึงส่งสายตาไปทางหญิงสาวอย่างไม่แยแสมันปราศจากความลุ่มหลงใดๆทั้งสิ้น!
หญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็ขบฟันเล็กน้อยตลอดมาผู้ชายทุกคนที่อยู่ต่อหน้าเธอล้วนสุภาพและลุ่มหลงในตัวของเธอ แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ทั้งยังแตกต่างและกวนประสาทอย่างสิ้นเชิง!
“เป็ความจริงค่ะเขาได้ช่วยหนูเอาไว้จากอันธพาลพวกนั้นเพราะถ้าไม่ได้เขาแล้วหนูคงโดนพวกมันทําอันตรายไปแล้วน่ะค่ะ!’’ถึงจะอย่างนั้นจื่อหลิงก็ต้องจําใจบอกความจริงเพราะเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้คงต้องหาเื่เธออีกแน่ถ้าเธอไม่พูดมัน
“จริงดิ?’’
“ไม่ว่าจะมองยังไงเขาก็ดูไม่เก่งเลยเขาจะสามารถทําได้จริงๆเหรอ?’’
“แต่ดูเหมือนคุณหนูจื่อจะไม่ได้โกหกนะอีกอย่างก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องให้เธอโกหกด้วย นั่นหมายความว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างแน่นอนไม่งั้นเขาคงไม่สามารถจัดการเหล่าอันธพาลสิบกว่าคนได้ด้วยตัวคนเดียวได้หรอก!’’
“...’’
เหล่าผู้คนมากมายในงานเลี้ยงต่างเผยให้เห็นถึงความเหลือเชื่อพวกเขาคาดเดาไปต่างๆนานาและสงสัย เพราะในความคิดของพวกเขาถึงชายหนุ่มจะเป็ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จริงแต่การจัดการอันธพาลกว่าสิบคนโดยไม่มีร่องรอยการาเ็ให้เห็นมันก็ยากที่จะเชื่อมากๆ
เป็ความจริงที่คนทั้งหลายสังเกตร่างกายของมู่หลินอย่างตั้งอกตั้งใจพวกเขาจึงพบว่ามันปราศจากาแใดๆ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกเหลือเชื่อมาก
“จริงสิ!ผมได้ยินมาว่าคุณชายหวังก็ฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วยนี่ทําไมไม่ลองให้คุณชายหวังวัดฝีมือของเขาดูล่ะว่าจะน่าทึ่งแค่ไหนทุกคนเองก็อยากเห็นใช่ไหมล่ะว่าคนที่เก่งกาจถึงขนาดจัดการเหล่าอันธพาลกว่าสิบคนได้จะมีฝีมือยังไง!’’ ขณะที่ทุกคนกําลังสงสัย เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
มองไปยังเขาคนนั้นทุกคนก็พบเข้ากับชายหนุ่มที่ถูกประกบด้วยสาวสวยสองคน
ถูกต้อง!เขาคือ หวังลิ่ว!
หวังลิ่ว้าที่จะแก้แค้นมู่หลินเป็อย่างมากและก่อนหน้านี้ด้วยสัญชาตญาณของเขาเขาสามารถรู้ได้ทันทีว่าหวังชาวเย่ก็ไม่ชอบขี้หน้าของมู่หลินเหมือนกันเขาจึง้าใช้โอกาสนี้ประจบและล้างแค้นมู่หลินนั่นเอง!
ทุกคนที่ได้ยินก็ฮือฮาอย่างตื่นเต้น
“จริงด้วย!ฉันได้ยินมาว่าคุณชายหวังฝึกศิลปะการต่อสู้กังฟูจนเก่งกาจไร้ผู้ใดทัดเทียมแล้วถ้าได้เขาวัดฝีมือของชายหนุ่มให้ดูคงเป็บุญตาอย่างแน่นอน!’’
“นั่นสิ!ผมก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าคุณชายหวังนั้นสามารถจัดการพวกอันธพาลมากกว่าสิบคนด้วยตัวคนเดียวได้ถ้าได้เห็นการต่อสู้ของเขามันคงน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยล่ะ!’’
“เอาเลย! ฉันเห็นด้วย!’’
“...’’
“ทุกคนใจเย็นๆกันก่อน ถึงคุณชายหวังจะไม่ธรรมดา แต่ผมเคยได้ยินมาว่ามู่หลินคนนี้สามารถสยบปรมาจารย์กังฟูด้วยหมัดๆเดียวได้ดังนั้นผมจึงกลัวว่าถ้าคุณชายหวังประลองกับเขา เขาจะแพ้ไม่เป็ท่าน่ะสิ!’’เทาก้านที่อยู่ในฝูงชนก็ไม่ลังเลที่จะใส่สีเติมแต่งก่อนรีบเปลี่ยนที่และหายไปผู้คนจึงไม่สามารถหาต้นตอของเสียงได้ทัน
สําหรับเทาก้านแล้ว เขามองว่ายิ่งมู่หลินมีข่าวลือมั่วๆมากเท่าไหร่การพ่ายแพ้ก็จะทําให้มันถูกผู้คนรุมประนามมากขึ้นเท่านั้น
ช่างเป็แผนการที่แยบยลเสียจริง!
หวังลิ่วแอบยกนิ้วให้กับเทาก้านอย่างชอบใจ
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้มันทําให้ซุยิและพวกเจียงหยางมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ใครก็ได้บอกพวกเขาทีว่าเกิดอะไรขึ้น!