จวนสกุลหลี่
หลี่เพ่ยเพ่ยตื่นลืมตาขึ้นมาพร้อมกับแสงสว่างที่ลอดเข้ามาภายในห้อง นางหันมองไปรอบ ๆ ห้องนางก็ได้เห็นบรรยากาศรอบ ๆ ห้องที่นางอยู่ที่นี่คือจวนสกุลหลี่ที่นางอาศัยอยู่ั้แ่เด็ก นางได้ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวเอง่ประมาณสิบสี่สิบห้าหนาว แต่นางไม่รู้เวลาที่แน่ชัดว่านางตื่นขึ้นมาในช่างเวลาใด
“ คุณหนูตื่นแล้วหรือเ้าคะ ” เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับบ่าวใช้ข้างกายที่เดินเข้ามาภายในห้องของนาง หลี่เพ่ยเพ่ยนั่งอยู่บนเตียงคอยให้สาวใช้ข้างกายได้คอยล้างหน้าพร้อมกับปรนนิบัติรับใช้
“ คุณหนูรีบแต่งตัวเถิดเ้าค่ะวันนี้นายท่านเดินทางกลับมาจากชายแดนพร้อมกับคุณชายใหญ่นะเ้าคะ คุณหนูลืมไปแล้วหรือเ้าคะ ” นางได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ นางได้ตื่นขึ้นมาใน่เวลาที่บิดาพึ่งได้รับชัยชนะจากการทำศึกกลับมาและในตอนนี้นางยังไม่ทันได้เจอกับหยวนฟางหรง
“ ออกไปก่อน ” นางบอกให้สาวใช้ออกไปจากภายในห้องก่อนนาง้าทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้น
“ เ้าค่ะ ” หลังจากสาวใช้ออกไปนางก็ได้ทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นจะว่าเป็เพียงแค่ความฝันก็มิใช่มันสมจริงเกินกว่าจะเป็เพียงความฝันนางได้กลับมาจริง ๆ นางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง ' ข้ากลับมาแล้ว แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ฉีหลิงหลง หยวนฟางหรงและทุก ๆ คนที่ทำให้ชีวิตของข้าต้องเป็เช่นนั้น พวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ให้กับคนสกุลหลี่และลูกของนาง ' นางยกยิ้มที่แสนเ็าออกมา แล้วเดินเข้าไปหยิบชุดสีแดงเพลิงที่ไม่เคยได้ใส่มาสวมออกมาในชาติก่อนนั้นนางชอบใส่ชุดที่ทำให้นางดูอ่อนหวานเพราะชุดสีเข้มนั้นทำให้นางดูเย้ายวนเกินไปนางไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก หลังจากใส่ชุดเสร็จแล้วนางก็เรียก อ้ายฉิง สาวใช้ข้างกายของนางเข้ามาแต่งหน้าทำผมให้ เมื่อแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วอ้ายฉิงก็มองคุณหนูของนางอย่างตะลึง
“ งามมากเลยเ้าค่ะคุณหนู ” อ้ายฉิงเอ่ยปากชมคุณหนูของนาง นางนั่งมองตัวเองผ่านกระจกแล้วยกยิ้มเ็าขึ้นให้กับตนเอง ทำให้อ้ายฉิงรู้สึกขนลุกกับรอยยิ้มนั้น
“ ได้เวลาแล้วเ้าค่ะคุณหนู ” สองนายบ่าวเดินออกจากห้องเพื่อไปรอต้อนรับนายท่านและคุณชายใหญ่ที่หน้าประตูจวน
“ คารวะท่านแม่ ” นางออกมาถึงหน้าจวนก็เห็นมารดายืนรออยู่ก่อนหน้าแล้วนางเข้าสวมกอดผู้เป็มารดาพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลรินออกมา เมื่อมารดาของนางเห็นบุตรสาวสวมกอดก็ได้ลูบหัวของบุตรสาวอย่างเอ็นดู หลี่ฮูหยิน จางไป๋หลินเป็คุณหนูของคหบดีที่ร่ำรวยอยู่กินกับแม่ทัพใหญ่รักใคร่กันมานาน และท่านแม่ทัพก็ไม่คิดที่จะรับอนุหรือฮูหยินรองเข้ามาภายในจวนทำให้ฮูหยินต้องหนักอกหนักใจ
รอได้ไม่นานขบวนของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหยวนก็ได้เดินทางมาถึงหน้าจวนสกุลหลี่ ท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เฟยหลีและหลี่เพ่ยหยางที่ติดตามแม่ทัพใหญ่ไปเรียนรู้งานกับบิดาในตำแหน่งกุนซือของทัพก็ได้ลงจากมาหลังม้าก่อนจะเดินเข้าไปในจวน หลี่เพ่ยเพ่ยก็ได้เข้าไปสวมกอดผู้เป็บิดาและพี่ชายพร้อมน้ำตาและความรู้สึกผิดที่หลั่งไหลเข้ามา แต่ผู้เป็บิดาและพี่ชายคิดว่าที่นางร้องไห้ออกมาเพราะว่าคิดถึงพวกเขาที่มิได้พบเจอกันแรมปี จางไป๋หลินที่ยืนมองทั้งสามกอดกันก็ยกยิ้มที่แสนมีความสุขออกมานานแล้วที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันเช่นนี้ เมื่อกอดปลอบกันเสร็จแล้วทั้งหมดก็พากันเข้าไปในโถงกลางบ้านเพื่อพูดคุยกันถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
“ เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านพ่อ ท่านพ่อสบายดีหรือไม่ ” นางถามขณะพยุงบิดานั่งลงบนตั่งไม้
“ พ่อสบายดีไม่ต้องกังวล แล้วพวกเ้าเล่าเป็อย่างไรบ้าง ” เขาถามถึงความเป็อยู่ของครอบครัวที่อยู่ภายในเมืองหลวง
“ เพ่ยเอ๋อร์กับท่านแม่สบายดีเ้าค่ะท่านพ่อ ” หลังจากถามไถ่ความเป็อยู่กันสักพักบิดาและพี่ชายก็ได้เข้าไปอาบน้ำพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าไปรายงานผลของการทำศึกที่ได้รับชัยชนะกลับมาแก่ฮ่องเต้
“ ข้ามาขอเข้าพบท่านพ่อ ” นางมาขอพบบิดาที่ห้องหนังสือก่อนที่บิดาจะเดินทางไปยังวังหลวง
ก๊อก ก๊อก
“ นายท่านคุณหนูมาขอเข้าพบขอรับ ” บ่าวรับใช้ที่คอยเฝ้าหน้าห้องหนังสือเอ่ยรายงานแก่เ้านาย
“ เข้ามาได้ ” ท่านพ่อเอ่ยอนุญาตหลังจากเงียบไปสักพัก
“ ท่านพ่อ ” นางทำความเคารพก่อนนั่งลงเก้าอี้หน้าหนังสือ
“ มีอะไรหรือเพ่ยเอ๋อร์ ” เขากล่าวถามหลังจากนางนั่งลงได้สักพักแล้วไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา
“ เพ่ยเอ๋อร์มีเื่อยากจะขอกับท่านพ่อเ้าค่ะ ” นางเอ่ยถึงเื่ที่ต้องมาขอพบกับบิดาในครั้งนี้
“ เพ่ยเอ๋อร์อยากได้อะไรหรือลูกรัก ” นางอยากจะได้อะไรเขาคนเป็บิดาก็จะหามาให้นางทุกอย่าง ขอแค่ให้นางมีความสุขเขาก็พร้อมที่จะทำให้นางทุกอย่างเขาได้แต่คิดในใจ
“ เพ่ยเอ๋อร์อยากให้ท่านพ่อขอประทานอนุญาตให้เพ่ยเอ๋อร์สามารถเลือกการสมรสได้เองเ้าค่ะ ” นางบอกความ้าของนางออกไปให้บิดาได้รับรู้
“ โถ ลูกรักเ้าอยากได้เพียงเท่านี้เองหรือแม้ฮ่องเต้อยากให้เพ่ยเอ๋อร์แต่งงานแต่เพ่ยเอ๋อร์ไม่้าเพียงแค่บอกกับพ่อ บิดาคนนี้ไม่ยอมให้เ้าต้องแต่งกับคนที่มิชอบหรอก ” เขายิ้มแล้วมองลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ เพ่ยเอ๋อร์้าเพียงเท่านี้เ้าค่ะท่านพ่อ ” นางกล่าวย้ำความ้ากับบิดา
“ สำหรับเพ่ยเอ๋อร์ของพ่อ เื่เพียงเท่านี้ถือว่าเล็กน้อยยิ่งนัก ฮ่าฮ่า ” เขาหัวเราะออกมาอย่างสำราญ เื่เพียงเท่านี้เขาสามารถคุยกับฮ่องเต้ได้ไม่ยากแม้เขาจะไม่ได้รับชัยชนะกลับมาเพราะเขาเป็สหายคนสนิทของฮ่องเต้และฮ่องเต้ก็เอ็นดูบุตรของเขายิ่งนัก
“ ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ ลูกขอตัวก่อนนะเ้าคะ ” นางยิ้มให้บิดาก่อนเดินออกจากห้องหนังสือไป
ห้องทรงอักษรวังหลวงแคว้นหยวน
หยวนเหล่อตี้ ฮ่องเต้แห่งแคว้นหยวนองค์ปัจจุบัน กำลังนั่งทรงงานอยู่ในห้องทรงอักษร
“ ท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เฟยหลี และคุณชายหลี่เพ่ยหยาง ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ ” ขันทีหน้าห้องทรงอักษรรายงานการมาถึงของสองพ่อลูก
“ เข้ามาได้ ” ฮ่องเต้หยวนเหล่อตี้ก็ทรงอนุญาตให้ทั้งสองพ่อลูกเข้ามา
“ ถวายบังคมฝ่าา ขอทรงเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี ” ทั้งสองเอ่ยทำความเคารพฮ่องเต้
“ ตามสบาย ” ฮ่องเต้พูดพลางโบกมือให้ทำตามสบายอย่างที่ทำกันอย่างปรกติ
“ ขอบพระทัยฝ่าา ” ทั้งสองก็ได้นั่งลงเพื่อรายงานเื่การศึกแก่โอรส์
หลังจากรายงานเื่ของการศึกและพูดคุยกันเื่ความเป็อยู่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลี่เฟยหลีก็ทรงขออนุญาตจากฮ่องเต้เื่ของการสมรสของหลี่เพ่ยเพ่ย เนื่องจากฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่เป็สหายสนิทกันจึงสามารถพูดคุยกันแบบเป็กันเอง
“ กระหม่อมอยากจะขอราชโองการให้เพ่ยเอ๋อร์ของกระหม่อมได้สามารถเลือกคู่ครองของนางเองได้พ่ะย่ะค่ะ ” หลังจากฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาและพูดว่า
“ ฮ่าฮ่าฮ่า เราคิดว่าเ้ากลับมาคราวนี้จะไม่ขออะไรเหมือนเดิมเสียแล้ว ” แม่ทัพใหญ่หลี่ไม่เคยที่จะทูลขออะไรจากเขาเลยสักครั้งหลังจากที่ได้สร้างผลงานกลับมา
“ หึ หึ หามิได้พ่ะย่ะค่ะ เพ่ยเอ๋อร์นางเพียงอยากเลือกคู่ครองของนางเองกระหม่อมเพียงอยากให้ในสิ่งที่นาง้าพ่ะย่ะค่ะ ” เขาตอบกลับหลังจากที่ฮ่องเต้พูดเสร็จ
“ เราคิดว่าเ้าจะขอสมรสพระราชทานให้ลูกของเ้าเสียอีก ” พูดจบก็หันไปมองหลี่เพ่ยหยางอย่างขำ ๆ
“ กระหม่อมยังไม่้าแต่งตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ ยังอยากรับใช้ฝ่าาอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ ” พูดจบเขาก็นั่งฟังทั้งสองคนพูดคุยกันต่อโดยไม่เข้าไปวุ่นวายมากนักกลัวจะถูกลากเข้าไปเป็หัวข้อสนทนา
“ เอาล่ะ เราจะออกราชโองการให้พวกเ้าทั้งเพ่ยหยางและเพ่ยเพ่ยเลยดีหรือไม่ ” หลังจากฮ่องเต้ตรัสจบทั้งสองก็เอ่ยขอบคุณ
“ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ ” หลังจากพูดคุยกันอีกสักพักสองพ่อลูกก็พากันขอตัวกลับจวน
จวนสกุลหลี่
หลังจากสองพ่อลูกกลับมาได้ไม่นานก็มีราชโองการตามกลับมาถึงที่บ้าน ทุกคนภายในบ้านก็พากันออกมารับราชโองการที่โถงรับรองแขก
“ คารวะท่านลู่กงกง ” ลู่กงกงเป็ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ที่รับใช้มาั้แ่ยังเป็องค์รัชทายาท
“ ตามสบายเถิดขอรับ ” ลู่กงกงพูดอย่างเป็กันเองไม่มีความถือตัวแต่อย่างใดเนื่องด้วยรับรู้ถึงความสนิทของฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่หลี่
“ หลี่เพ่ยหยาง หลี่เพ่ยเพ่ย รับราชโองการ ” ทั้งคู่เดินออกมาข้างหน้า และคุกเข่าพร้อมกับครอบครัวและบ่าวรับใช้
“ เนื่องด้วยสกุลหลี่มีความดีความชอบในการทำศึก เจิ้นจะให้บุตรทั้งสองของแม่ทัพใหญ่หลี่สามารถเลือกคู่สมรสเองได้โดยที่เจิ้นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว จบราชโองการ ”
“ กระหม่อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ ”
“ หม่อมฉันรับราชโองการเพคะ ” ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกันแล้วพาคนในครอบครัวและบ่าวในเรือนทำความเคารพ หลังจากนั้นหลี่ฮูหยินก็ยื่นถุงเงินให้ลู่กงกง ก่อนจะเดินออกไปส่งลู่กงกงพร้อมกับขันทีที่หน้าประตูจวน หลังจากขบวนขันทีกลับไปข่าวที่ลูกทั้งสองของแม่ทัพใหญ่หลี่สามารถเลือกคู่เองได้ก็แพร่สะพัดออกไปทั่วทั้งเมืองหลวง
“ ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ ” นางเอ่ยขอบคุณและทำความเคารพบิดาก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกลับเรือนของตนเองไป
**************
เมื่อถึงยามเซินนางก็เดินไปที่โถงกลางบ้านเพื่อรับประทานอาหารกับครอบครัวที่ไม่ได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว
“ คารวะท่านพ่อ คารวะท่านแม่ คารวะพี่ใหญ่เ้าค่ะ ” นางทำความเคารพทุกคนแล้วนั่งลง
“ มา ๆ มานั่งเร็วลงเข้าเพ่ยเอ๋อร์ ” บิดาเรียกนางให้นั่งลงแล้วเริ่มทานอาหารด้วยกัน ทุกคนทานอาหารโดยมีการสนทนาและหัวเราะสนุกสนานกันบ้างเพราะไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้วท่านพ่อก็แจ้งเื่งานฉลองชัยชนะในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
“ อีกหนึ่งเดือนจะมีงานฉลองให้กับเหล่าทหารกล้าและมอบรางวัลให้กับทหารทุกนาย ฝ่าาทรงพระราชทานอนุญาตให้พาครอบครัวไปได้ พวกเ้าก็เตรียมตัวไว้เสีย ” พอนางได้ยินก็คิดถึงเื่ในอดีตที่ผ่านมา ในอีกไม่กี่วันนี้นางต้องได้เจอกับหยวนฟางหรงที่ตลาดและได้ทำการตกลงมั่นหมายกันพอนางอายุครบสิบห้าหนาวก็แต่งเข้าจวนของเขาทันที นางยังไม่อยากที่จะเจอเขาตอนนี้นางยังไม่มีความแน่ใจมากนักว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ นางจึงได้ตัดสินใจที่จะไปตลาดในวันพรุ่งนี้แทน
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เพ่ยเอ๋อร์ขอออกไปเดินตลาดนะเ้าค่ะ ” นางได้เอ่ยปากขอกับบิดามารดาพลางทำน้ำเสียงและท่าทีออดอ้อนออกไป
“ ได้สิลูก ” เมื่อบิดาได้เห็นท่าทีเช่นนั้นก็ทำได้เพียงเอ่ยอนุญาตให้นางได้ไปเดินตลาดเขาไม่ได้พบเห็นท่าทีเช่นนี้ของบุตรสาวนานแล้วั้แ่ออกไปทำการศึกที่ชายแดน
“ พี่ใหญ่เ้าคะ พาเพ่ยเอ๋อร์ไปเดินตลาดหน่อยนะเ้าคะ ” แล้วนางก็ได้หันไปพูดกับพี่ชายด้วยสีหน้าออดอ้อนเฉกเช่นที่ทำกับบิดามารดา
“ ได้สิเพ่ยเอ๋อร์ ” พี่ชายตอบรับพลางลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู
หลังจากพูดคุยกันสักพักทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเรือน พอนางเดินมาถึงเรือนนางก็นั่งที่ตั่งไม้ริมหน้าต่างพลางคิดถึงเื่ราวในอดีตที่เกิดขึ้น
‘ ข้ารักเ้านะเพ่ยเอ๋อร์ ’
‘ ข้ารักเ้ามากที่สุด แม้จะต้องแต่งกับใครมากมายแต่ข้าก็รักแต่เ้าเพียงผู้เดียว ’
‘ ข้ารักเ้าที่สุดเพ่ยเอ๋อร์ของข้า ’
นางคิดถึงถ้อยคำเหล่านี้แล้วแค่นยิ้มที่แสนจะเ็าออกมา ‘ หึ ข้าจะไม่มีวันเชื่อคำหลอกลวงพวกนั้นอีก ’ นั่งได้สักพักก็เข้านอน
“ คุณหนูตื่นได้แล้วเ้าค่ะ ยามเฉินแล้วเ้าค่ะ ” นางตื่นขึ้นแล้วลุกขึ้นแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวที่จะออกไปทานอาหารพร้อมกับครอบครัวที่โถงกลางบ้าน นางเลือกใส่ชุดสีน้ำเงินอ่อนคลุมด้วยผ้าบางสีฟ้า ซึ่งเป็ชุดสีเข้มชุดเดียวที่นางมีในตอนนี้ นางคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่มีแล้วหญิงสาวผู้บอบบางใสซื่อคนนั้น จะเหลือเพียงแค่หญิงสาวผู้ไม่ยอมให้ผู้ใดมาหลอกใช้นางได้อีกต่อไป ขณะที่นางเดินไปที่โถงกลางบ้านก็เจอเข้ากับหลี่เพ่ยหยางพี่ชายของนาง
“ คารวะพี่ใหญ่เ้าค่ะ ” หลี่เพ่ยหยางมองน้องสาวของตัวเองด้วยความตะลึง น้องสาวของตนนั้นเดิมที่เป็คนร่าเริงแจ่มใส แต่ตอนนี้นางเหมือนกับมีอะไรเปลี่ยนไปที่เขาก็ดูไม่ออก นางยังคงร่าเริงเช่นเดิมแต่มีกลิ่นอายที่ดูสง่าขึ้นยิ่งใส่ชุดสีน้ำเงินอ่อนเช่นนี้ยิ่งเพิ่มความน่าค้นหามากกว่าตอนที่นางใส่สีหวาน ๆ ที่เขาเห็นนางใส่ในทุกครั้ง เขาได้แต่ยืนเหม่อมองน้องสาวของตนเองอยู่นานจน
“ พี่ใหญ่เ้าคะ พี่ใหญ่ ” นางเรียกพี่ชายในขณะที่เขายืนจองนางอยู่นาน
“ หือ อะไรหรือเพ่ยเอ๋อร์ ” เขารู้สึกตัวเมื่อน้องสาวเรียก
“ ก็พี่ใหญ่ยืนมองเพ่ยเอ๋อร์ตั้งนานแล้วเ้าค่ะ พวกเราไปกันเถอะเดี๋ยวท่านพ่อท่านแม่รอนาน ” นางบอกถึงอาการของพี่ชายที่เอาแต่ยืนจ้องมองนางโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา
“ อืม เราไปกันเถอะ ” แล้วทั้งคู่ก็ได้เดินไปที่โถงกลางบ้านเพื่อทานอาหารด้วยกัน
“ คารวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ ”
“ คารวะท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ ” เมื่อเดินเข้ามาถึงโถงกลางบ้านก็ได้เอ่ยทำความเคารพบิดามารดา
“ นั่งลงกินข้าวกันเถอะ ” บิดาเอ่ยเรียกบุตรทั้งสองให้นั่งลงทานอาหารด้วยกัน
“ ขอรับ ”
“ เ้าค่ะ ” ทั้งสองนั่งลงทานข้าวพร้อมกับบิดามารดา พอทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็ได้บอกกับบิดามารดาว่าจะออกไปข้างนอก
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกกับเพ่ยเอ๋อร์ออกไปข้างนอกนะขอรับ ” หลี่เพ่ยหยางเอ่ยบอกกับบิดามารดาว่าจะออกจากจวนหลังจากทานอาหารเสร็จ
“ พวกเ้าก็ออกไปกันเถอะดูแลเพ่ยเอ๋อร์ดี ๆ ล่ะ ” บิดาเอ่ยบอกแล้วก็เดินไปทำงานในห้องหนังสือ
“ ท่านแม่ลูกไปนะเ้าคะ ” นางพูดพร้อมกับเข้าไปกอดมารดาอย่างเอาอกเอาใจ
“ อย่ากลับมืดค่ำนะลูก ” นางพูดพร้อมลูบผมของบุตรสาวอันเป็ที่รัก ถ้านางเกิดเป็อะไรขึ้นมานางคงต้องได้ตรอมใจเป็แน่
“ เ้าค่ะ ” แล้วทั้งสองก็เดินออกไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวน
ตลาดแคว้นหยวน
“ พี่ใหญ่ไปร้านขายผ้ากันเถิดเ้าค่ะ เพ่ยเอ๋อร์อยากตัดชุดใหม่ ” นางบอกกับพี่ชายถึงความ้าที่ออกจากจวนมาในครั้งนี้
“ ชุดของเพ่ยเอ๋อร์ยังมีไม่พออีกหรือ ” เขาว่าปนขำน้องสาวออกมา
“ โถ พี่ใหญ่น้องอยากได้ชุดสีใหม่บ้างเ้าคะ ” นางว่าพร้อมกับแสดงท่าทีแง่งอนออกมาให้แก่พี่ชาย
“ ฮ่าฮ่า เ้านี่นะ ” เขาก็ได้ยื่นมือไปโยกหัวของนางพร้อมกับหัวเราะออกมา นางส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้พี่ชายก่อนจะเอ่ยว่า
“ พี่ใหญ่ต้องจ่ายให้เพ่ยเอ๋อร์ ไม่เช่นนั้นเพ่ยเอ๋อร์จะไม่ยอมพูดกับพี่ใหญ่ ” พอพูดเสร็จก็หันหน้าหนีพี่ชายในทันที
“ ฮ่าฮ่า ได้สิวันนี้พี่ชายคนนี้จะตามใจเพ่ยเอ๋อร์เอง เพ่ยเอ๋อร์อยากได้อะไรพี่จะซื้อให้ทุกอย่างเราไปกันเถิด ” พูดจบก็เดินกอดคอน้องสาวไปยังร้านขายผ้า
“ ไปกันเถิดเ้าค่ะ ” แล้วทั้งสองก็เดินไปยังร้านขายผ้าที่จวนของพวกเขามาซื้อเป็ประจำ
“ เชิญขอรับคุณชาย คุณหนู ” หลงจู๊เข้ามาต้อนรับทั้งสองพาเดินเข้าไปในร้านเตียจิงฮ้ง ร้านขายผ้าแห่งนี้เป็ร้านขายผ้าอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ่นี้เริ่มที่จะมีเหล่าคุณหนูคุณชายออกมาเลือกซื้อผ้าที่ร้านแห่งนี้เพื่อไปตัดให้ทันงานเลี้ยงที่จะถึงในไม่นานนี้
“ คุณหนู้าผ้าแบบไหนเ้าค่ะ ” พอเข้ามาถึงในร้านก็มีเสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาสอบถามพร้อมกับเดินตามและแนะนำสินค้าภายในร้าน
“ ข้าต้องผ้าไหมชั้นดีของร้านแห่งนี้ ” นางบอกสิ่งที่้าออกไป
“ เชิญตามมาที่ชั้นสองเลยเ้าค่ะ ” นางก็ได้เดินนำทั้งคู่ขึ้นไปบนชั้นสองของร้าน
“ เชิญนั่งก่อนเ้าค่ะ ” เมื่อเดินเข้ามาในห้องเสี่ยวเอ้อก็พาเดินไปนั่งโต๊ะที่ได้จัดเตรียมไว้
“ ข้า้าผ้าสีเข้มไปนำมาให้ข้าเลือกด้วยเถิด ” นางบอกกับเสี่ยวเอ้อก่อนที่เสี่ยวเอ้อจะเดินออกไปเอาผ้า ทั้งสองพากันนั่งลงที่โต๊ะในห้องรับรอง ชั้นสองจะถูกแบ่งออกเป็ห้องเล็ก ๆ หลายห้องเพื่อให้ลูกค้าที่มีฐานะได้นั่งรอระหว่างเลือกผ้า รอได้สักพักเสี่ยวเอ้อก็เดินเข้ามาพร้อมกับผ้าสีเข้มหลายพับ
“ มาแล้วเ้าค่ะ นี่เป็ผ้าไหมชั้นดีของทางร้านเชิญคุณหนูเลือกดูได้เลยเ้าค่ะ ” เสี่ยวเอ้อวางผ้าไว้บนโต๊ะเพื่อให้นางเลือกตามใจชอบพร้อมกับคอยแนะนำสินค้าให้กับนาง บนโต๊ะมีผ้าสีเข้มหลายสี นางได้เลือกผ้าที่คิดว่าเหมาะกับนางคือ สีฟ้าเข้ม สีน้ำเงินเข้ม สีม่วงเข้ม สีแดงเืนก สีเขียวเข้ม และสีดำ นางได้หยิบผ้าที่เลือกแยกออกมาวางไว้เพื่อให้เสี่ยวเอ้อไปจัดผ้าตามที่นาง้า
“ เอาผ้าสีที่ข้าเลือกสีล่ะสองพับ พี่ใหญ่เลือกสักสองพับสิเ้าคะเพ่ยเอ๋อร์จะได้ตัดชุดให้ ” นางหันหน้าไปบอกพี่ชาย พอน้องสาวพูดจบเขาก็เลือกผ้าสีน้ำเงินเข้มด้วยความดีใจ น้องสาวไม่ได้ตัดชุดให้กับเขานานแล้ว
“ ข้าเอาสีน้ำเงิน ” เขาหันไปบอกกับเสี่ยวเอ้อก่อนจะหันไปยิ้มให้กับน้องสาว
“ ได้เ้าค่ะ ” เสี่ยวเอ้อตอบรับ ก่อนจะออกได้ออกไปนั้นหลี่เพ่ยเพ่ยก็เอ่ยบอกขึ้น
“ ข้าอยากได้ผ้าที่ดีที่สุดในร้านนี้ มีหรือไม่ ” นางหันไปถามเสี่ยวเอ้อ
“ มีเ้าค่ะ ” นางตอบพร้อมกับยิ้มออกมา
“ ไปอามาให้ข้าดู ” นางเอ่ยบอกกับเสี่ยวเอ้อคนนั้น
“ ได้เ้าค่ะ รอสักครู่นะเ้าคะ ” แล้วนางก็เดินออกไปเอาผ้ามาให้คุณหนูผู้นี้ได้ดู
“ เพ่ยเอ๋อร์ นี่ยังไม่พออีกหรือ ” เขาถามน้องสาวตอนที่เสี่ยวเอ้อออกไปแล้ว เห็นทีวันนี้เขาคงหลงกลน้องสาวเข้าเสียแล้ว
“ นี่ของชุดที่ใช้ใส่อยู่จวนเ้าค่ะส่วนผ้าชุดหลังเอาไว้ตัดใส่ไปงานฉลองไงเ้าคะ ” นางตอบแล้วส่งยิ้มหวานออกไปให้แก่พี่ชาย
“ เฮ้อ ตามใจเ้า ” เขาส่ายหน้าให้กับน้องสาวอย่างเอ็นดู รอได้สักพักเสี่ยวเอ้อก็มาพร้อมกับผ้าหลายพับ
“ นี่เ้าค่ะ พวกนี้เป็ผ้าที่ดีที่สุดที่ร้านเรามีแล้วเ้าค่ะ ผลิตออกมาได้แค่ปีล่ะห้าพับต่อสีเพียงแค่นั้นเ้าค่ะ เหลือเพียงแค่นี้เ้าค่ะ ” นางมองไปยังผ้าที่เหลือ มีสีฟ้า สีม่วง สีน้ำเงิน
“ ข้าเอาทั้งหมด ” นางบอกกับเสี่ยวเอ้อ
“ ได้เ้าค่ะคุณหนู สีฟ้ามีเหลือสี่พับ สีม่วงมีเหลือเพียงแค่พับเดียวเ้าค่ะ ส่วนสี่น้ำเงินเหลือสองพับเ้าค่ะ ” นางแจ้งจำนวนผ้าที่เหลือให้กับคุณหนูได้รู้ นางฟังจำนวนผ้าที่เหลือสีม่วงมีเพียงพับเดียวนางคงได้ใส่สีนี้ไปงานฉลองและคงจะเอาผ้าสีฟ้ามาตัดรวมกัน บิดาและมารดาเป็สีฟ้าที่มีมากที่สุด ส่วนสีน้ำเงินคงต้องตกเป็ของพี่ชาย
“ ส่งไปจวนสกุลหลี่ ” หลี่เพ่ยหยางพูดแล้วส่งเงินให้เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่ได้พูดอะไรออกไป
ทั้งคู่ก็ได้เดินออกจากร้านไปตามถนนเดินมองร้านค้าต่าง ๆ ตามข้างทางไปเรื่อย ๆ ในขณะที่หลี่เพ่ยเพ่ยกำลังจะเดินเข้าร้านเครื่องประดับนางก็ชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง
ตุบ
*******************************
สามารถติชมได้ค่ะ พึ่งแต่งครั้งแรก หรือส่งมาพูดคุยก็ได้นะคะ >.<
ฝากกดติดตามด้วยนะคะ >.<