บทที่ 23 จะโทษใครได้ถ้าใตาย
เมื่อเห็นยันต์ที่กำลังลุกไหม้ในมือของซูช่าน เหวินเทาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุร้ายว่า "ไอ้คนแซ่ซู ฉันแก่กว่าแกอย่างน้อยยี่สิบปี จะให้เด็กเพิ่งหัดเดินอย่างแกมาขู่ฉันงั้นเหรอ"
ซูช่านโบกมือขวา โยนยันต์ที่กำลังลุกไหม้ลงในกระถางธูป แล้วพูดเสียงเย็นใส่เหวินเทา "ตอนนี้ถ้านายยอมรับเื่ที่พวกนายทำก็ยังทัน"
"มาสิ ถ้าแกมีฝีมือจริง ก็เรียกผีออกมาให้ฉันดูหน่อยว่าหน้าตาเป็ยังไง" เหวินเทาะโด้วยความโกรธ พลางชี้นิ้วไปที่ซูช่าน
เขาเชื่อว่าอาจารย์เลี่ยวมีความสามารถนี้ แต่ไม่มีทางเชื่อว่าซูช่านที่อยู่ตรงหน้าจะมีวิธีการระดับนี้
อาจารย์เลี่ยวเคยพูดไว้ว่า การจะไปถึงระดับของเขาได้นั้น ต้องใช้เวลาฝึกฝนไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี แล้วซูช่านที่อยู่ตรงหน้านี้อายุเท่าไหร่กัน?
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูช่านส่ายหน้าพลางยิ้ม เดินไปที่หน้าแท่นพิธี ใช้นิ้วชี้มือขวาคีบเมล็ดข้าวจากชามขึ้นมาเมล็ดหนึ่ง มองไปที่เหวินเทาแล้วพูดว่า "ไอ้พวกไร้ฝีมือนั่นเรียกมาได้แค่ิญญาร้ายเท่านั้น"
"หลังจากที่คนตายจะเรียกว่าดวงิญญา ิญญาที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดเรียกว่าิญญาร้าย การรวมตัวของความแค้นเรียกว่าปีศาจแห่งความแค้น เหนือกว่าปีศาจแห่งความแค้นคือิญญาชั่วร้าย ยังมีิญญาและจอมปีศาจ เหมือนกับมนุษย์ที่มีลำดับชั้นต่าง ๆ"
เปาะ!
ซูช่านดีดนิ้วชี้ เมล็ดข้าวสีขาวส่งเสียงแหวกอากาศพุ่งผ่านไส้เทียนที่ดับอยู่อย่างรวดเร็ว เปลวไฟริบหรี่ค่อย ๆ ลุกโชนขึ้น แล้วลุกไหม้ต่อไป
พ่อลูกตระกูลเหวินเห็นภาพตรงหน้าแล้วใจหายวาบ บรรดาบอดีการ์ดที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง
ส่วนเย่จื่อเมิ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็จ้องมองซูช่านด้วยความประหลาดใจ หมอนี่แสดงได้สมจริงเกินไปแล้ว ถึงขั้นทำให้รู้สึกเย็นสันหลังวาบ
เหวินเทาที่มีชนักติดหลังเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดที่หน้าผาก เขาหันไปมองบอดีการ์ดด้านหลังแวบหนึ่ง แล้วชี้ไปยังซูช่านพลางะโว่า "จับตัวมันไว้ให้ฉัน ฆ่ามันซะ"
เหวินเทาเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริง ๆ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
บอดีการ์ดสิบกว่าคนคำรามด้วยความโกรธ พวกเขาพุ่งเข้าหาซูช่านพร้อมกำหมัดเตรียมชก
ในตอนนั้นเอง ซูช่านะโเสียงต่ำขึ้นมาทันที "ิญญาเร่ร่อนล่องลอยอยู่แห่งหนใด สามิญญาได้เรียกมาแล้ว เจ็ดดวงจิตจงปรากฏ ณ บัดนี้ เร่งรีบตามคำสั่ง ิญญาร้ายจงมา!"
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดขึ้นมาจากด้านหลังของซูช่าน พัดเอาฝุ่นผงและก้อนหินบนพื้นปลิวว่อน พุ่งตรงไปยังบอดีการ์ดสิบกว่าคนที่กำลังบุกเข้ามา
กลุ่มบอดีการ์ดกว่าสิบคนหยุดชะงักและยกมือขึ้นบังตา
ซูช่านใช้มือขวาคว้าเทียนที่กำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แล้วสะบัดไปทางเหวินเทา ขี้ผึ้งสีแดงร่วงลงพื้น ในชั่วพริบตาเงาสีขาวก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของซูช่าน
ในวินาทีถัดมา เหวินเทาที่กำลังจ้องมองซูช่านด้วยความโกรธพลันแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด อ้าปากกว้าง ชี้ไปที่ด้านหลังของซูช่าน พูดตะกุกตะกัก
เขาเห็นผู้หญิงในชุดขาว ใบหน้าเขียวคล้ำ เขี้ยวแหลมงอกออกมา ตาเหลือกขาวปรากฏอยู่ด้านหลังของซูช่าน
แต่นอกจากเหวินเทาแล้ว ทุกคนที่มองไปด้านหลังของซูช่านกลับเห็นแค่ความว่างเปล่า
"อ๊าาาา!"
ทันใดนั้นเหวินเทาก็ร้องออกมาดังลั่น มือทั้งสองกุมหน้าอก เส้นเืที่หน้าผากปูดโปน ใบหน้าแสดงความหวาดกลัวก่อนจะล้มลงกับพื้น
"เทาเอ๋อร์ ลูกพ่อ!" เหวินปิ่งฮุยรีบตั้งสติแล้วย่อตัวลงไปะโเรียกเหวินเทาที่ล้มอยู่กับพื้น
ซูช่านชะงัก แค่นี้ก็กลัวจนล้มแล้วเหรอ?
เขาโบกมือขวา เทียนพลันดับลง เงาสีขาวที่อยู่ด้านหลังหายไปอย่างรวดเร็ว ลมเย็นะเืก็จางหายไปด้วย ลานบ้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
"เร็ว เร็วเข้า เรียกรถพยาบาลมาเร็ว" เหวินปิ่งฮุยเขย่าตัวเหวินเทาพลางะโใส่บรรดาบอดีการ์ด
เย่จื่อเมิ่งมองซ้ายมองขวา ก่อนจะเดินไปหาซูช่านด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แล้วถามอย่างร้อนรน "เขา เขาเป็อะไรไป? เมื่อกี้เขาเห็นอะไรมา?"
"ผมไม่รู้หรอก แต่เขาตายแล้ว" ซูช่านมองร่างของเหวินเทาที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นด้วยหางตา
"ตายแล้ว?" เย่จื่อเมิ่งทำหน้าไม่อยากเชื่อ
ไม่นานนัก รถพยาบาลก็มาถึง เ้าหน้าที่ก็มาถึงที่เกิดเหตุด้วย
คนตายไปนานแล้ว สาเหตุเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน แม้หมอจะตรวจตามขั้นตอนครบถ้วน แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม
บอดีการ์ดตระกูลเหวินสิบกว่าคน รวมกับสมาชิกตระกูลเหวินอีกสิบกว่าคน และเ้าหน้าที่ตำรวจสี่ห้าคนที่เพิ่งมาถึง ล้อมซูช่านและเย่จื่อเมิ่งเอาไว้ตรงกลาง
บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้ง สมาชิกตระกูลเหวินทุกคนแสดงสีหน้าเศร้าโศกและโกรธแค้น ราวกับจะกินเืกินเนื้อเย่จื่อเมิ่งและซูช่านเสียให้ได้
"นั่นไง มันนั่นแหละ ซูช่านมันทำลูกชายฉันตาย จับตัวมันไว้!" เหวินปิ่งฮุยชี้นิ้วไปที่ซูช่าน พลางกัดฟันคำรามด้วยความโกรธ
ตำรวจหลายคนหันมามองซูช่าน ดูเหมือนกำลังจะจับกุมตัวเขา
"เขาใตายเอง จะไปโทษใครได้?" ซูช่านเงยหน้าขึ้นมองพวกตำรวจพลางกล่าวเสียงดังฟังชัด
ตำรวจคนหนึ่งมองไปที่คุณชายเหวินและสมาชิกตระกูลเหวินที่กำลังโกรธแค้น แล้วขมวดคิ้วพูดว่า "ไม่ว่าจะเป็ความผิดของพวกคุณหรือไม่ก็ตาม กรุณาไปกับพวกเราด้วย"
เย่จื่อเมิ่งขมวดคิ้วทันทีแล้วขวางหน้าซูช่านไว้ พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า "พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาจับคน ถ้าจะจับก็จับพวกเราไปพร้อมกับเหวินปิ่งฮุยด้วย"
"ฉันเป็ประธานบริษัทเย่"
ตำรวจคนนั้นเห็นสีหน้าของผู้าุโเหวินเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้น เขาจึงตวาดว่า "ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็ประธานที่ไหน ตามผมมาด้วย"
เย่จื่อเมิ่งใมาก แต่ก็ถูกเ้าหน้าที่สองคนจับแขนทั้งสองข้างไว้
ซูช่านส่งข้อความสั้น ๆ ไปให้โจวซื่อฉยง ก่อนที่จะถูกเ้าหน้าที่จับตัวไป
หลังจากขึ้นรถ เย่จื่อเมิ่งโกรธจัดจึงะโใส่เ้าหน้าที่บนรถว่า "พวกคุณบังคับใช้กฎหมายไม่เป็ธรรม ทำไมจับพวกเราแต่ไม่จับเหวินปิ่งฮุย?"
"การตายของเหวินเทาไม่เกี่ยวกับพวกเรา หมอบอกว่าเขาเป็โรคหัวใจ พวกคุณไม่ได้เื่เลยจริง ๆ"
ซูช่านเงยหน้าขึ้นมองเหม่อไปทางเย่จื่อเมิ่งแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาว่า "ช่างมันเถอะ ที่นี่คือมณฑลจงโจว ไม่ใช่เมืองหลวงของพวกคุณ"
เย่จื่อเมิ่งโกรธจนกัดฟันกรอด แต่เธอก็เข้าใจความหมายในคำพูดของซูช่านดี
ัที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจเอาชนะงูเห่าที่เป็เ้าถิ่นได้
บ้านตระกูลเหวิน
ร่างของเหวินเทาถูกจัดวางไว้ในห้องโถง ด้านข้างมีสมาชิกตระกูลเหวินเจ็ดแปดคนคุกเข่าอยู่
เหวินปิ่งฮุยนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าหดหู่ ยังคงคิดไม่ออกว่าทำไมลูกชายถึงจากไปอย่างกะทันหัน
"คุณปู่ครับ ซูช่านคนบ้านั่นกับเย่จื่อเมิ่งนั่น ให้ผมจัดการเถอะ ผมจะฆ่าพวกมันให้ตาย" ชายหนุ่มผมสั้นเกรียนร้องะโด้วยน้ำเสียงสะอื้น
"พ่อครับ ตระกูลเย่มันรังแกคนเกินไปแล้ว ซูช่านคนนั้นก็แค่อาศัยบารมีคนอื่น มันทำให้พี่ใหญ่ต้องตาย หนี้เืครั้งนี้จะปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้"
"คุณปู่ ไปหาเ้าชายหลัวเฉียงแห่งจงโจวเถอะ จัดการคู่สารเลวนั่นซะ" หลานชายอีกคนพูดด้วยน้ำตาคลอและสีหน้าบิดเบี้ยว
เหวินปิ่งฮุยเงยหน้าขึ้นตวาดด้วยความโกรธ "พวกแกเงียบไปเลย เ้าสามจะกลับมาในไม่ช้า เขาเป็คนของาาหนานผิง ถึงฉันจะทำอะไรเย่จื่อเมิ่งไม่ได้ แต่ก็ต้องให้พ่อลูกซูช่านชดใช้หนี้เืด้วยเื"
"ก่อนที่อาสามของพวกแกจะกลับมา ทายาทตระกูลเหวินห้ามไปแก้แค้นซูช่านเด็ดขาด ไอ้เด็กบ้านั่นมันอันตรายเกินไป"
เหวินปิ่งฮุยที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตัวเอง ได้แต่ใช้คำว่าเป็เื่ประหลาดพิสดารมาอธิบายถึงซูช่าน เขาไม่อยากให้ลูกหลานตระกูลเหวินต้องเกิดเื่อะไรขึ้นอีก ก่อนที่น้องชายคนที่สามจะกลับมา
อีกด้านหนึ่ง ซูช่านและเย่จื่อเมิ่งถูกพาตัวเข้าไปในห้องสอบสวน ภายในห้องที่มีกำแพงเย็นเฉียบใต้แสงไฟสลัว แม้จะไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือ แต่เย่จื่อเมิ่งก็ยังรู้สึกกลัวจนต้องขยับเข้าไปใกล้ซูช่านมากขึ้น
ตลอดชีวิตยี่สิบกว่าปีของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในสายตาผู้คน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอถูกจับเข้าห้องขัง
เย่จื่อเมิ่งคิดแล้วน้ำตาก็เอ่อคลอ
"เป็เพราะผมใจร้อนเกินไป ทำให้คุณต้องมาลำบากด้วย" ซูช่านลังเลเล็กน้อย จู่ ๆ ก็พูดเสียงเบา
เย่จื่อเมิ่งสูดจมูก ถอนหายใจพลางพูดว่า "ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก เป็ฉันเองที่อยากมา คุณวางใจได้ ฉันรับรองว่าคุณจะไม่เป็อะไร พอฟ้าสางฉันจะโทรหาคุณปู่เอง"
ในตอนนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู
แกร๊ก ประตูเหล็กเปิดออก
"ซูช่าน เย่จื่อเมิ่ง มีคนมาประกันตัวพวกคุณแล้ว ออกไปได้" เ้าหน้าที่พูดเสียงเ็า