“เซี่ยะเหลียน ! เ้าอยู่ที่ไหน เ้าสมุทรให้ข้ามาตามเ้า”
ทันทีที่แสงสว่างวาบขึ้นใกล้กับตลิ่งริมสระบัว บุรุษหนุ่มในชุดสีน้ำเงินเข้มก็ยิ้มเต็มใบหน้าพร้อมกับะโ
“เซี่ยะเหลียน ! ข้าตามหาเ้าตั้งนาน”
“แล้วท่านลงไปทำอะไรในสระบัวหน่ะ”
เซี่ยะเหลียนน้อยหัวเราะเสียงใสราวกับเสียงนกไนติงเกล ให้กับบุรุษหนุ่มที่กำลังปีนขึ้นจากสระบัวอย่างทุลักทุเล
“ก็ตามหาเ้าหน่ะสิ”
เซี่ยะเหลียนชี้นิ้วเข้าหาตัวพร้อมกับเบิกตากว้าง
“ก็ใช่หน่ะสิ”
บุรุษหนุ่มย้ำเมื่อดรุณีน้อยแสนซนผู้นี้ทำราวกับไม่รู้ว่าก่อเื่ซนอันใดไว้
เมื่อเขาปีนขึ้นมาจากบึงบัวได้ก็ยังไม่วายพร่ำกับตนเองว่า
“ให้ตายเถอะั้แ่เล็กจนโตนี่ก็ห้าร้อยกว่าปีแล้ว ข้ายังจะต้องมาตามหาเ้าที่บึงบัว สงสัยชีวิตนี้ทั้งชีวิตข้าก็คงต้องลุยลงสระบัวสินะ”
“บ่นเหมือนตาแก่ไปได้ฟงเปา ท่านเป็ถึง เทพวายุ นร่า”
เซี่ยะเหลียนตรงเข้าหยิกแก้มของบุรุษหนุ่ม มือน้อย ๆ จับแก้มเขาแล้วยืดออกเบา ๆ ส่งผลให้คนหน้าบึ้งปรากฏรอยยิ้มออกมาในที่สุด
“เฮ่อ... เ้านี่นะ ซุกซนใหญ่แล้ว เ้าล้วนเป็ที่รักของทุกคน เพราะเ้าเป็เทพธิดาที่เกิดจากการเชื่อมสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน คือ แผ่นฟ้าและแผ่นน้ำ และต่อไปในอนาคตข้ากับเ้าก็จะเป็ดังเช่นนั้น”
ประโยคสุดท้ายของเทพวายุคล้ายรำพันกับตนเอง ความคิดนั้นทำให้บุรุษเช่นเขาหน้าแดงขึ้นจาง ๆ ในขณะที่ดรุณีน้อยนั้นยังส่งสายตาแป๋วให้เขา เฉกเช่นเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา
“ดูสิวันนี้งานฉลองวันเกิดอายุครบ 500 ปีของเ้านะ เ้ากลับหนีมาหลบในดอกบัวเสียได้”
เทพวายุดีดนิ้วหมายจะเคาะหน้าผากมนสวย แต่ดรุณีน้อยกลับว่องไวกว่าหมุนตัวหลบพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใส
“ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ได้หนี ข้าแค่แอบมาดูของขวัญของข้านิดหน่อย นี่ไง”
มือน้อย ๆ ชูกำไลหยกขึ้น ยิ้มเต็มหน้า ความสดใสของนางแม้แต่ดอกบัวในบึงก็พลันจะเหี่ยวเฉาไปฉับพลัน
“กำไรหยก หนึ่งในของวิเศษของมหาเทวีหิมะ”
ฟงเปาอุทานออกมา ดรุณีน้อยพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มกว้าง เขาพูดไม่ผิด
“ของวิเศษชิ้นนี้ ยากนักที่องค์มหาเทวีจะประทานให้ใคร”
“ก็ข้าน่ารักที่สุดในสามโลกอย่างไรหล่ะ”
เซี่ยะเหลียนระบายยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ใคร ๆ ก็ล้วนบอกนางเช่นนั้น
“เ้าเป็ดุจตัวแทนของแผ่นดินต่างหากเล่า ธิดาของเ้าสมุทรและเทวีพิรุณ วันนี้วันเกิดเ้าเหล่าเซียนบน์ แลภูตทุกโลกหลาล้วนมาอวยให้เ้า แต่เ้ากลับหนีออกมาเสียเฉย กลับเข้างานกันเถอะ”
ฟงเปาคว้าจับเอาข้อมือเล็ก หมายจะนำทางกลับเข้าสู่งานเฉลิมฉลอง
“นี่ ๆ ท่านเทพวายุ ท่านรู้หรือไม่ กำไลนี้วิเศษอย่างไร”
เสียงเจื่อนแจ้วดังข้าง ๆ เทพวายุไม่ยอมหยุด เมื่อใดที่นาง้าความช่วยเหลือจากเขา จากการเรียกขานแค่ “ฟงเปา” จะกลายเป็ “ท่านเทพวายุ” ทันที
“รู้สิ กำไลหยกเนื้อสีขาวบริสุทธิ์ที่ก่อเกิดจากพลังของมหาเทวีหิมะ พลังนั้นจะช่วยให้กายทิพย์ของเทพเซียน หรือร่างของภูตเป็กายมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ยังไง?”
ปากบางชมพูเล็ก ๆ นั่น ดูเหมือนจะมีคำถามไม่มีสิ้นสุด
“ก็เช่น กายทิพย์ของเ้า หากอยู่ที่วังปทุมมาของเ้า เ้าก็ยังคงสภาพเป็เรือนกายได้ แต่ถ้าเมื่อใดเ้าของออกจากวังของเ้า หรือเขตแดนของุ์ เมื่อนั้นร่างกลายของเ้าก็ค่อย ๆ สลายกลายเป็หยดน้ำค้าง สลายเป็ร่างเดิมที่ตนถือกำเนิดมา”
“อ่อ เพราะข้าเกิดจากหยาดน้ำค้างบนดอกบัว จึงต้องสลายกลายเป็น้ำค้างสินะ”
“ถูกต้อง ! หยาดน้ำค้างที่เกิดจากการเชื่อมสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน แผ่นฟ้า และแผ่นน้ำ”
“เช่นนั้น ก็นับว่ากำไลนี้วิเศษมาก”
“อืม ใช่”
ดรุณีน้อยในมือยิ้มใส่ตาเทพวายุ แล้วเมื่อนางสลัดข้อมือ ร่างน้อย ๆ ก็พลันหายไปกับตา
“เอ๊ะ ! นั่นเ้าจะไปไหนนะ”
เทพวายุหันรีหันขวางมองหาเทพธิดาแสนซน
“ข้าอยากไปพิสูจน์ความวิเศษของกำไลนี่สักเดี๋ยว วานท่านเทพวายุช่วยเรียนท่านพ่อท่านแม่ด้วยไม่ต้องเป็ห่วง”
เสียงใส ๆ ดังก้องสะท้อนกลับไปกลับมา หากแต่ไม่ปรากฏตัวผู้เอ่ย
“เซี่ยะเหลียน ! ไม่ได้นะ ! เ้าจะไปโลกมนุษย์ไม่ได้นะ ! มันอันตรายเกินไปสำหรับเทพธิดาองค์น้อยที่เพิ่งจะอายุห้าร้อยปี !”
.......................................................................................