บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAX
พบหมู่บ้านในสถานการณ์ไม่ปกติ
รู้สึกจะพบร่องรอยของมนุษย์แล้วแฮะ...
มือซ้ายสวมเกราะเขี่ยตามใบหญ้าที่มีสภาพเหมือนถูกเหยียบด้วยรองเท้าของคนหลายคน และรอยเท้าพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ สักเท่าไหร่
ผมลุกขึ้นยืนพลางกวาดสายตามองพื้นรอบกายก็พบกับรอยเท้ามากมายจากทั้งใบหญ้า และพื้นดินที่ยุบลงไป นอกจากนี้รูปร่างของรอยเท้าบางอันยังมีรูปร่างเหมือนเกือกม้าอีกด้วย
เหมือนกับรอยเท้าของกลุ่มทหารอย่างไรอย่างนั้น
ถึงแม้ว่าอยากจะเจอคนมากก็เถอะ แต่การจะต้องเดินตามรอยเท้าจำนวนมากแบบนี้มันก็ไม่น่าปลอดภัยเท่าไหร่ ถ้าเป็ทหารก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าเป็กลุ่มโจรกลุ่มใหญ่อันนี้บรรลัยของแท้
แต่ก็ใช่ว่าตอนนี้จะมีทางเลือกมากนัก เอาเป็ว่าตามรอยเท้าพวกนี้ไปก่อนแล้วกัน แล้วถ้าเจอเ้าของรอยเท้าเมื่อไหร่ก็แอบมองดูพวกเขาก่อนว่าใช่คนไม่ดีรึเปล่า เกิดเห็นท่าไม่ดีเมื่อไหร่จะเผ่นหนีทีหลังก็ยังไม่สาย
ผมนำพาร่างสวมชุดเกราะเดินตามรอยเท้าพร้อมกับเสียงข้อต่อของชุดเกราะดังถี่ยิบ แต่ด้วยความคุ้นชินหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ผมไม่รู้สึกถึงความรำคาญของเสียงนี้เลยสักนิด กลับกันมันทำให้ผมมีสมาธิไม่ว่อกแว่กต่อสภาพแวดล้อมที่เป็อยู่ตอนนี้เสียมากกว่า
ทันใดนั้นขณะที่ผมกำลังเดินตามรอยเท้าอยู่นั้นเอง บนท้องฟ้าพลันปรากฏกลุ่มควันลอยขึ้นมา ซึ่งจุดของกลุ่มควันมันก็ตรงกับรอยเท้าที่มุ่งไปอีกด้วย แถมแม่น้ำก็ยังตรงดิ่งไปทางนั้นเช่นเดียวกัน ฉะนั้นต่อให้มองไม่เห็นรอยเท้า แต่แม่น้ำก็ยังนำพาให้ผมเดินไปทางนั้นอยู่ดี
"อะไรวะนั่น?"
ปากว่าพลางจ้ำเท้าให้เดินเร็วมากขึ้น ยิ่งเข้าใกล้เสียงะโโหวกเหวก และเสียงคมดาบปะทะกันก็ยิ่งดังขึ้น ก่อนที่ผมจะยกดาบขึ้นมาพาดไว้บนบ่า แล้วก้มตัววิ่งให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย
ผมตัดสินใจไม่ไปทางเดียวกับรอยเท้าวิ่งเลี้ยวเข้าป่า ใช้กลุ่มควันดำโขมงเป็จุดศูนย์กลางวิ่งอ้อมไปด้านข้างพร้อมกับเข้าไปใกล้ด้วย สักพักสุดสายตาก็สังเกตเห็นถึงรั้วไม้ และบ้านเรือนที่อยู่หลังป่า แต่ก่อนที่จะเข้าไปต้องสังเกตการณ์ดูให้แน่ใจก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น
สองเท้าสวมเกราะลดความเร็วลง ก่อนที่จะก้มตัวลงหมอบไปกับพื้น พลางคลานไปข้างหน้าช้าๆ พร้อมกับฟังเสียงะโโหวกเหวก และเสียงของแข็งคล้ายโลหะกำลังกระทบกัน
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ผมพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ใช้พุ่มไม้ด้านหน้าเป็จุดกำบังสายตาค่อยๆ โผล่หน้าออกไปมอง สองตามองเห็นบ้านเรือนที่ทำจากไม้ดูย้อนยุคอยู่หลายหลัง และผู้คนที่เป็ชาวบ้านกำลังวิ่งหนีกันให้ควั่ก
หนำซ้ำบ้านเรือนบางหลังยังมีไฟไหม้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าสถานการณ์ดูไม่ปกติสุด ๆ
ผมเลื่อนสายตาไปมองตรงจุดที่มีเสียงะโโหวกเหวก และเสียงโลหะกระทบกัน มันอยู่ค่อนข้างใกล้กับแม่น้ำพอสมควร ก็พบกับกลุ่มคนสวมเกราะสีเงินคล้ายกับทหารกำลังวิ่งไล่จับเด็ก และผู้หญิงชาวบ้าน ส่วนพวกผู้ชายชาวบ้านเองก็กำลังถือดาบตรึงพวกทหารเอาไว้อยู่
แต่ด้วยอุปกรณ์การรบที่ด้อยกว่าอย่างท่วมท้นทำให้พวกผู้ชายชาวบ้านกำลังถูกสังหารไปทีละคน ในขณะที่การสูญเสียทางฝั่งพวกที่แต่งกายเหมือนทหารแทบจะไม่เป็อะไรเลย
พอมองไปที่กองทหารที่ตรึงกำลังอยู่นอกหมู่บ้านก็พบว่าพวกเขามีจำนวนหลายสิบคนเลยทีเดียว ในกลุ่มนั้นมีธงยาวรูปคล้ายกับเทพธิดาสยายปีกยื่นสูงขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดเหมือนกับธงของประเทศ แถมยังมีทหารสวมเกราะขี่ม้าอยู่ด้วยอีกต่างหาก และที่สำคัญ...
...พวกมันกำลังแสยะยิ้ม
"กรี๊ด!!!"
เสียงกรีดร้องหวีดดังขึ้นจนผมต้องรีบหันไปมองก็พบกับผู้หญิง และเด็กหลายคนกำลังถูกจับกุมด้วยตาข่ายเชือก แล้วถูกพวกที่น่าจะเป็ทหารลากไปกับพื้นทั้งอย่างนั้น ใครที่พยายามขัดขืนจะถูกสังหารทิ้งไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็เด็กก็ตาม
ความโกรธพลันปะทุขึ้นมาในอกอย่างรุนแรงจนร้อนรุ่มไปทั้งตัว
แม้จะไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุว่าใครเป็ฝ่ายถูก หรือผิด สาเหตุใดที่ทำให้กลุ่มคนที่น่าจะเป็ทหารที่ควรปกป้องประชาชนกลับมาไล่ล่าพวกชาวบ้านธรรมดาพวกนี้ ทั้งที่พวกเขาไม่มีปัญญาจะต่อสู้เลยสักนิด กระนั้นเหล่าผู้ชายก็ยังจับอาวุธขึ้นถ่วงเวลาเพื่อให้ผู้หญิง เด็ก และคนแก่หนีไป
สองมือสวมเกราะหนาพลันกำหมัดแน่น พร้อมกับดาบั์สีดำในมือกำลังสั่นไหว
แต่ว่า! ผมไม่อาจทนดูฉากสังหารหมู่อันแสนโหดร้ายนี้ได้อีกต่อไปแล้ว!!!
แกร็ก!
หมวกเกราะสีดำสนิทพลันปกคลุมศีรษะปิดบังสีหน้ายามโกรธเกรี้ยวของผมเอาไว้ ดาบั์สีดำในมือวางพาดไว้บนบ่า พร้อมกับร่างสวมชุดเกราะจะวิ่งโถมออกไปสุดแรง ความเร็วถูกเร่งขึ้นในชั่วพริบตาจนทำให้ดินที่เหยียบถึงกับแตกร้าวกระจาย
"ย้าก!!!"
คมดาบสีดำถูกฟาดเข้าใส่ทหารสวมชุดเกราะที่กำลังดึงกระชากเส้นผมสีทองของผู้หญิงคนหนึ่งแล้วลากไปกับพื้น ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวต่อความตาย ร่างของทหารคนนั้นก็ถูกคมดาบหนาฟันเข้าใส่ บดขยี้ทั้งเกราะเบา เืเนื้อ และกระดูกจนขาดสะพายแล่ง
ตู้ม!
คมดาบั์สีดำฟาดลงบนพื้นเกิดเสียงดังกึกก้องราวกับะเิ ก่อนที่ร่างในชุดเกราะจะพุ่งทะยานไปข้างหน้า ดาบที่ฝังอยู่ในพื้นจึงควักเอาก้อนดินออกมาทั้งแผง
แทนที่ความรู้สึกผิดจากการสังหารมนุษย์เป็ครั้งแรกจะถาโถม แต่ผมกลับใจเย็นอย่างน่าประหลาด ความคิดที่อยู่ในหัวตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว...
...คนต่อไปจะสังหารยังไงดี?
"ย้าก!!!"
เสียงคำรามดังกึกก้องพร้อมกับคมดาบั์ถูกเหวี่ยงใส่ทหารอีกคนที่กำลังใช้รองเท้าเกราะเหยียบหน้าอกของหญิงสาวไร้ลมหายใจคนหนึ่ง มันทำได้เพียงกรีดร้องด้วยความใ ก่อนจะถูกฟันให้ร่างขาดเป็สองท่อน ส่งร่างท่อนบนที่กำลังร้องโหยหวนปลิวออกไปห่างจากท่อนล่างหลายเมตร
"ฟู่ว..."
ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาจากปากใต้หมวกเกราะ ก่อนที่ดาบั์สีดำในมือจะถูกยกขึ้นพาดบ่า แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ทหารอีก 2 คน
"ย้าก!!!"
เสียงคำรามดังสะท้อนในหมวกเกราะเกิดเป็เสียงราวกับสัตว์ร้าย ทหารทั้งสองรีบยกโล่ไม้ปิดทับด้วยแผ่นเหล็กขึ้นมาตั้งรับ แต่มันก็ไร้ประโยชน์ คมดาบั์สีดำถูกเหวี่ยงด้วยพลังช้างสารตัดผ่านร่างของทหารทั้งสองคนให้ขาดเป็สองท่อนไปพร้อมกับโล่ในมือ
"เหวอ!!!"
ทหารทั้งหลายที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ พวกมันถอยห่างออกจากชาวบ้านแล้วรีบวิ่งกลับไปหากองทหารของตนที่กำลังตรึงกำลังอยู่นอกหมู่บ้านบริเวณริมแม่น้ำโดยไว แต่ก็ไม่วายร่างในชุดเกราะทมิฬก็ยังวิ่งตามติดมาข้างหลัง เสียงของหนักหวดอากาศดังถี่ยิบพร้อมกับร่างของทหารในชุดเกราะถูกฟันขาดเป็สองท่อนปลิวว่อนขึ้นกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม!
คมดาบสุดท้ายถูกหวดเข้าใส่ร่างทหารที่พยายามยกโล่ขึ้นตั้งรับ ส่งร่างของมันให้ถูกฟาดลงไปกองเละอยู่กับพื้น ผมพ่นลมหายใจหอบเหนื่อยออกมาพลางช้อนสายตาขึ้นมองกองทหารที่ออกันอยู่ตรงหน้า ไม่รู้เลยว่าผมมาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ สงสัยหวดดาบเพลินจนลืมตัวล่ะมั้ง
เอาล่ะ... ทีนี้เอาไงต่อ?
ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อกับกองทหารติดอาวุธครบมือหลายสิบคนเบื้องหน้า เสียงะโของใครบางคนก็ดังขึ้นมาขัด
"เ้าเป็ใครกันแน่!?"
สิ้นเสียงะโนั้นทหารทุกคนก็แหวกทางออก เผยให้เห็นทหารขี่ม้าคนหนึ่ง เขามีร่างอ้วนท้วนสวมชุดเกราะสีเงินตกแต่งลวดลายหรูหรา แถมหมวกเกราะที่สวมอยู่ก็ยังมีขนนกสีขาวประดับเอาไว้ด้วย ดูเหมือนเขาจะเป็หัวหน้าของกองทหารพวกนี้สินะ
ผมทำการปักดาบในมือลงบนพื้น พลางยืนตัวตรงเต็มความสูง สายตาใต้หมวกเกราะจ้องมองหัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วน เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาสีแดงเืของหมวกเกราะจึงทำให้หัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนถึงกับผงะ
"ข้าเป็เพียงนักเดินทางพเนจรเท่านั้น บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี แต่ข้าไม่อาจยอมรับการกระทำอันแสนโหดร้ายของพวกเ้าได้ จึงสอดมือเข้ามายุ่งเล็กน้อย"
ผมทำเสียงขรึมตอบกลับไป ไม่รู้ทำไมแทนที่จะรู้สึกประหม่า แต่กลับใจเย็นผิดคาดเสียอย่างงั้น ราวกับมีพลังงานบางอย่างทำให้ผมรู้สึกมั่นใจ และสุขุมมากกว่าปกติหลายเท่า
อีกฝ่ายที่ได้ยินก็ถึงกับหน้ากระตุก แหงล่ะ ฆ่าทหารไปเกือบสิบคนมันเกินกว่าคำว่าเล็กน้อยไปแล้ว
"อย่ามาพูดจาเหลวไหล! บังอาจมาขัดขวางทหารแห่งจักรวรรดิในการจับกุมพวกนอกรีต ขัดต่อหลักคำสอนของท่านเทพธิดา ราฟาเทียร์ เ้าจะต้องถูก์ลงโทษ!"
อีกฝ่ายชี้หน้าด่ากราดใส่ผมด้วยความเดือดดาล คำกล่าวของเขาทำให้ผมลอบตระหนกเล็กน้อย หรือว่าผมไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทหารจริงๆ?
"อีกฝ่ายเป็แค่ชาวบ้านตาดำๆ ไม่มีทางสู้ ดูเป็พวกนอกรีตได้อย่างไร?"
ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมไม่เปลี่ยนแปลง คิดดูอีกทีเหตุการณ์เช่นนี้ก็คล้ายกับประวัติศาสตร์ในโลกก่อนที่มีการล่าแม่มดเพราะความเชื่อผิด ๆ ส่งผลให้มีคนตายมากมาย ไม่แน่เหตุการณ์นี้อาจจะเป็เหมือนกัน
สิ้นคำกล่าวของผม แทนที่หัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนจะตอบ มันกลับหัวเราะร่วนออกมา พร้อมกับทหารคนอื่น ๆ ก็หัวเราะออกมาเช่นเดียวกัน นี่คำถามของผมมันแปลกจนน่าหัวเราะขนาดนั้นเลยรึไง?
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าโง่! แกไม่เห็นรึไงว่าพวกมันน่ะไม่ใช่มนุษย์! มันเป็เดรัจฉานนอกรีตต่างหาก!!!"
มันตอบผมด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยราวกับมองคนโง่ ผมหันไปมองชาวบ้านด้านหลังที่จับกลุ่มด้วยความสั่นกลัว ถ้าสังเกตให้ดีๆ พวกเขาจะมีหูบนศีรษะ และหางเหมือนกับสัตว์ ตอนแรกที่ไม่เห็นคงเป็เพราะตอนซุ่มมองผมคงอยู่ค่อนข้างไกล แต่นอกนั้นพวกเขาก็มีรูปร่างไม่ต่างไปจากคนธรรมดาเลยนี่นา แถมบางคนก็ยังเป็มนุษย์ธรรมดาอีกด้วย
"บางคนก็ยังเป็มนุษย์ธรรมดาไม่ใช่รึไง"
ผมหันกลับไปกล่าวถามอีกฝ่าย แต่มันกลับถุยน้ำลายลงพื้นราวกับไม่สบอารมณ์ต่อคำถามของผม
"ถุ้ย! มนุษย์ที่ไปรวมกลุ่มกับพวกมันก็เป็พวกนอกรีตเช่นเดียวกันนั่นแหละ!"
มันตะคอกด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวพลางชี้ไม้ชี้มือไปยังชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังของผม จนพวกเขาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
"แล้วพวกเ้าจะจับกุมหญิงสาว กับเด็กไปทำไม?"
ผมกล่าวถามด้วยอารมณ์กำลังคุกรุ่น หัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนฉีกยิ้มกว้างด้วยรอยยิ้มน่าขยะแขยง
"พวกนอกรีตจะสังหารทิ้งก็เสียดายเปล่า นอกจากพวกผู้ชายแล้ว เด็ก และผู้หญิงเอาไปขายเป็ทาส ไม่ก็นางบำเรอยังไงล่ะ เ้าโง่"
โอเค... เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วล่ะ
เพียงเท่านี้ก็ตัดสินใจได้แล้วว่าควรตั้งตนเป็ศัตรูกับใคร
ดาบั์สีดำที่ปักอยู่บนพื้นถูกดึงขึ้นมาพาดไว้บนบ่า หัวหน้าทหารร่างอ้วนท้วนเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของผมก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
"นั่นเ้าคิดจะทำอะไร! อย่าคิดนะว่าจะรอดพ้นจากทหารจักรวรรดิของข้าไปได้!"
ไม่แม้แต่จะสนใจคำกล่าวของสิ่งมีชีวิตตรงหน้า อันที่จริงในสายตาของผมพวกมันทั้งหมดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอีกต่อไปแล้วล่ะ...
...หากแต่เป็สิ่งโสมมที่สมควรถูกกำจัดทิ้ง!!!
_________________________________________________________
หากอ่านแล้วถูกใจก็อย่าลืมคอมเม้นเป็กำลังใจให้ผมมีแรงเขียนต่อไปด้วยนะครับ~
อัพเมื่อวันที่ 3/7/2563