บทที่ : 22
“ถึงจะมีร้านรวงเยอะไม่เลว แต่ก็ไม่ได้มีความหลากหลายอะไรมาก ถ้ากะคร่าวๆ ก็คงมีแค่กิจการที่แตกต่างกันแค่ไม่กี่ประเภท...” ในขณะที่เดินสำรวจมาได้พักใหญ่เยว่ฮวาก็เปรยออกมา สายตายังคงทอดมองไปในร้านร้างๆ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปเดินดูข้างในแล้ว เพราะสุดท้ายร้านค้าเหล่านี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลยหากเป็ร้านประเภทเดียวกัน
และที่สำคัญก็คือทุกร้านหากขายอะไรก็จะขายเพียงแค่สิ้นค้านั้นเพียงอย่างเดียว เช่นถ้าขายผ้าก็จะมุ่งเน้นเป็การขายผ้า ถ้าขายข้าวก็จะขายข้าวไปเลย ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่นางคุ้นเคยสักเท่าไหร่
แต่พอลองนึกดูแล้วมันก็ไม่แปลกที่มันจะเป็แบบนี้ เพราะก่อนที่จะถึงยุคที่นางจากมา ส่วนมากผู้คนก็มักจะทำกันแบบนี้ แตกต่างจากโลกเก่า ที่ผู้คนเน้นความสดวกสบายเป็หลัก เลยมีร้านค้าที่ขายของหลายๆ อย่างในร้านเดียวกัน เพื่อเรียกลูกค้า
และกว่าจะรู้ตัว นางก็พากันเดินตัวเปล่าโดยที่ไม่ได้จับจ่ายอะไรเลย จนข้ามมาถึงเขตโรงน้ำชาและเหลาอาหาร ซึ่งในระหว่างนั้นนางก็ยังคงทบทวนความคิดไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่ง...
‘อันนี้ก็น่าจะพอใช้ได้นะ ถ้าหาก...’
“!!”
ปึก...
ในระหว่างที่เยว่ฮวากำลังเหลียวซ้ายแลขวาพลางใช้ความคิดอยู่นั้น นางจึงไม่ได้ใส่ใจเบื้องหน้าเท่าไรนัก และในตอนนั้นเองที่นางไปชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง
“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำไมถึงมาชนข้าแบบนี้หา!”
เสียงกระโชกโฮกฮากดังขึ้นมาทันควัน ซึ่งเมื่อเยว่ฮวาหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอกับร่างสูงที่กำลังโวยวายใส่นางทั้งๆ ที่ปากนั้นกำลังแสยะยิ้มน่าเกลียดอยู่...
เฮ้อ...
หญิงสาวถึงกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายออกมา เพราะดูท่าทางแล้วมั่นช่างเป็สถานการณ์ที่แสนจะคุ้นเคยเสียจริง ‘ไอ้การตั้งใจมาหาเื่กันเนี่ย...’
“เ้ากล้าดีอย่างไรมาถอนหายใจใส่ข้า เ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็ใคร!” ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มร่างหนาอายุราวยี่สิบปีก็ถือวิสาสะคว้าข้อมือของนางโดยไม่สนสายตานับร้อยที่กำลังมองมา “ข้าถามไม่ได้ยินหรือไง!!”
“ปล่อย...”
กลับกัน เยว่ฮวากลับเฉยชากับการกระทำแบบนี้ เพราะจะบอกว่านางเคยชินแล้วก็ไม่ผิดนัก เพราะก่อนตายนางก็โดนแบบนี้มาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งแล้วมั้ง...
“นี่เ้ากล้ามาสั่งข้าอย่างนั้นหรือ!!”
ราวกับท่าทางและคำพูดไปกระตุ้นโทสะของอีกฝ่ายเข้าเต็มเปา ชายหนุ่มจึงตะคอกดออกมาแล้วพยายามที่จะกระชากร่างบางของหญิงสาวเข้ามาหาตัว
“!!”
แต่ราวกับว่าเขากำลังดึงต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงพื้นดิน เพราะเขาไม่แม้แต่จะสามารถทำให้อีกฝ่ายเคลื่อนที่หรือแม้แต่ขยับตัวเลยสักนิด
“ก็ข้าบอกว่าให้ปล่อยข้าหูหนวกหรืออย่างไร...”
สิ้นคำเยว่ฮวาที่มั่นใจในพละกำลังของตัวเองเป็อย่างมาก เพราได้รับการทดสอบมาแล้วหลายครั้ง ก็สะบัดมือเบาๆ คราหนึ่ง แต่การกระทำที่นางคิดว่าไม่ได้มากมายอะไร กลับทำให้ชายหนุ่มตัวสูงเกือบสองเมตรถึงกับเซแล้วล้มลงก้นจ้ำเบ้า จนทำให้ผู้คนรอบๆ ต่างก็พากันกลั้นขำเสียจนแทบกลั้นไม่อยู่
“นี่เ้า...บังอาจ!!”
“อะไร ตัวก็โตแต่ทำตัวเป็เด็กๆ เรียกร้องความสนใจไปได้” เยว่ฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉื่อยชา แต่สายตากลับมองลึกเข้าไปยังดวงตาของอีกฝ่าย “เป็เ้าเองที่ตั้งใจเดินมาชนข้ามิใช่หรือ แล้วนี่เ้าจะมาร้องงอแงทำไมเมื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวเ้ายังสู้แรงไม่ได้ ทำไมไม่กลับบ้านไปร้องไห้หาแม่แล้วเอาชุดนางมาสวมเสียด้วยเล่า”
“!!”
ผู้คนโดยรอบต่างก็แตกตื่นกับคำพูดของหญิงสาวเป็อย่างมาก เพราะถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้จักนาง แต่ก็รู้จักเ้าหนุ่มเสเพลคนนี้เป็อย่างดี
ตู้กู่หยุนเฟิ่ง คุณชายน้อยของตระกูลตู้กู่ผู้เสเพล ชายหนุ่มที่อาศัยฐานะของบิดาแล้วกร่างไปทั่ว เป็เวลากว่าสามปีแล้ว ที่เขาเดินเตร็ดเตร่ไปมาแล้วทำตามใจตนเองอยู่ในละแวกนี้
แตกต่างจากพี่ๆ ที่แต่ละคนก็เอาการเอางานเป็อย่างดี กลับกันชายหนุ่มคนนี้เอาแต่สำมะเลเทเมา วันๆ ถ้าไม่เที่ยวก็เล่นไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันมาก่อน
ซึ่งสวนทางกับเื่ที่ได้ก่อเอาไว้ เพราะด้วยนิสัยที่เรียกได้ว่า “ไม่เอาอ่าว” กับการที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาโดยตลอด จึงทำให้เขาเที่ยวสร้างเื่ไปทั่ว
จนผู้คนทั่วทั้งเมืองนั้นต่างก็พากันเอือมระอา และไม่ได้อยากจะยุ่งด้วยเท่าไรนัก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังคบค้าสาคมกับเขาอยู่ และคงไม่ต้องบอกว่าคนที่ยังคบหาอยู่กับชายหนุ่มนั้นเป็คนประเภทไหน ก็หนีไม่พ้นเหล่าคุณหนูคุณชายตระกูลระดับล่างที่มักจะมาเกาะกินเพื่อผลประโยชน์โดยทั่วไป
ซึ่งกลุ่มของเขาก็เป็ที่รู้จักกันเป็อย่างดีอยู่แล้วถึงความไม่เอาอ่าวและน่ารำคาญ ที่ผู้คนต่างก็ขยาดกันทั้งนั้น...
แต่ที่พวกเขายังกร่างกันอยู่ได้ก็เป็เพราะตระกูลตู่กู่เองก็อยู่ในระดับเดียวกับตระกูลจาง ที่มีอำนาจผูกขาดให้ค้าขายเกลือในบริเวณแถบนี้ โดยเฉพาะเกลือที่เป็สินค้าพิเศษที่ถูกควบคุมโดยทางอาณาจักรเท่านั้น เพราะแบบนี้อำนาจของตระกูลตู้กู่จึงมีมากเทียบเที่ยวหรืออาจจะมากกว่าตระกูลจางเล็กน้อย จนแทบจะเทียบกับจวนเ้าเมืองเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ถึงชายหนุ่มจะทำตัวไม่เอาไหนและสร้างปัญหาไปบ้าง แต่หลายๆ คนก็เลือกที่จะมองข้ามไป เพราะสุดท้ายถึงอย่างไรก็เอาเื่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มนั้นเป็ที่รักของบ้านขนาดไหน...
แต่เยว่ฮวาหรือจะรู้ว่าเขาเป็ใคร?
เพราะนางเองก็เพิ่งเคยจะออกมานอกจวนจริงๆ เป็ครั้งแรก ถ้าหากไม่นับก่อนหน้านี้ที่ถูกหลอกไปฆ่า...
และด้วยความที่ั้แ่เล็กั้แ่ที่มารดาเสียไป นางก็ไม่ถูกใครดูแลอย่างจริงจัง หรือคอยสอนเกี่ยวกับอะไรแบบนี้ ส่วนตัวหลิงหลินเองก็ไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับนอกจวนมากนัก นางเองจึงไม่ได้รู้สึกรู้สาว่าจะต้องเกรงกลัวชายหนุ่มแต่อย่างใด
เพราะนางเห็นมากับตาว่าคุณหนูของนางแข็งแกร่งขนาดไหน...
“จะ...เ้า!!”
..............................................
สั้นไปนิดนึง *-*