ในวันรุ่งขึ้น จิ่นฮวาตื่นแต่เช้า ช่วยมารดาทำอาหาร เมื่อทั้งครอบครัวกินมื้อเช้าเรียบร้อยนางจึงแจ้งแก่บิดามารดาว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อนำสมุนไพรธรรมดาที่เก็บจากป่าชั้นนอกไปขาย ส่วนสมุนไพริญญาห้าสิบปีและร้อยปีเก็บไว้ไปขายในเมือง
หมู่บ้านแห่งนี้เรียกว่าหมู่บ้านป่าหมอก นับว่าเป็หมู่บ้านที่ค่อนข้างเจริญทีเดียว บ้านของครอบครัวหลินนั้นอยู่ติดชายป่า ไม่ได้อยู่ในตัวหมู่บ้านจึงเงียบสงบ และห่างไกลผู้คน ใจกลางของหมู่บ้านนั้นคึกคักมาก เรียกว่าเป็ตลาดขนาดย่อมๆ ก็ว่าได้ มีทั้งร้านขายผ้า ร้านขายข้าวปลาอาหาร เครื่องปรุง น้ำมันหมู ร้านรับซื้อสมุนไพร ร้านอุปกรณ์การเกษตร มีทั้งร้านค้าใหญ่และร้านแผงรอยขนาดเล็ก อยู่หลายร้าน
"ในหมู่บ้านนี่คึกคักดีจัง” จิ่นฮวาเอ่ย นางพึ่งเคยเข้ามาครั้งแรก
หมู่บ้านนี้อยู่ใกล้ป่าหมอกอาถรรพ์ที่อุดมสมบูรณ์ ที่ดินแถวนี้จึงเพราะปลูกงอกงาม และผลผลิตมีคุณภาพ ชาวบ้านที่นี่ทำการเกษตรเป็หลัก ส่งไปผลผลิตขายในเมืองได้ราคาดี นอกจากนี้เวลาว่างยังเข้าไปหาสมุนไพรของป่าต่างๆ ออกมาขาย ทำให้ผู้คนไม่ขัดสน แม้ไม่ถึงขั้นร่ำรวย แต่ชาวบ้านก็มีเงินทองจับจ่ายใช้สอยไม่ขาดมือ มีเพียงบางครอบครัวส่วนน้อยที่ยากจนเพราะมีปัญหาส่วนตัวบางอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวหลิน
จิ่นฮวาแบกตะกร้าสมุนไพรจูงมือน้องชายเข้าไปในหมู่บ้าน โดยมีภูติน้อยเยว่เอ๋อร์ที่ใช้มนต์กำบังกายไม่ให้ใครพบเห็น บินตามมาอย่างตื่นเต้น กับบรรยากาศที่แปลกใหม่
“ท่านลุง วันนี้ข้ากับน้องชาย เก็บสมุนไพรป่ามาได้ แต่ข้าไม่รู้ว่าต้องไปขายที่ไหน ท่านลุงช่วยบอกทางได้ไหมเ้าคะ” จิ่นฮวาแวะถามชาวบ้านแถวนั้น ถึงร้านรับซื้อสมุนไพร
“ร้านเถ้าแก่ถงรับซื้อสมุนไพรพวกนี้ เ้าเดินไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างใจดี
“ขอบคุณเ้าค่ะ” นางของคุณแล้วเดินต่อ
ร้านเถ้าแก่ถง เป็ร้านใหญ่ในแถบนี้ เขารับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้านเพื่อนำไปขายที่ร้านสมุนไพรในเมือง ถือว่าได้กำไรดีทีเดียว เมื่อสองพี่น้องนำสมุนไพรไปขาย เถ้าแก่ถงตรวจสอบสมุนไพรที่จิ่นฮวานำมา ก็เอ่ยชมว่าสมุนไพรคุณภาพดี ต้นใหญ่ และการเก็บสมุนไพรก็ทำได้อย่างถูกต้อง ไม่มีส่วนใดเสียหายเลย เขาจึงให้ค่าสมุนไพรแก่นาง จินละ50 อีแปะ เพราะเป็เพียงสมุนไพรธรรมดาที่หาได้ทั่วไปในป่าแห่งนี้ ราคาจึงไม่สูงนักปกติเขารับซื้อเพียงจินละ45อีแปะ แล้วนำไปขายในเมืองได้ จินละ 60 อีแปะ ซึ่งชาวบ้านก็ยินดีนำมาขายที่นี่เพราะไม่อยากเสียเวลาเข้าเมือง
จิ่นฮวานำสมุนไพรมา 10 จิน จึงขายได้เงินมา 500 อีแปะ นางจึงพาน้องชายและภูติน้อยเดินเที่ยวในตลาด เห็นถังหูลู่น่ากินมากนางจึงซื้อให้น้องชายหนึ่งไม้
“ให้เ้า” จิ่นฮวายื่นถังหูลู่ให้น้องชาย
“ขอบคุณขอรับ มันน่ากินมากๆ ข้าไม่เคยกินมาก่อน” จิ่นหยางรับมาอย่างดีใจ แล้วรีบกัดเข้าปากหนึ่งลูก มันหวานมากแต่เมื่อเคี้ยวกลับได้รสเปรี้ยวของพุทรา รสชาติเปรี้ยวหวานอร่อยมาก
“เราไปซื้อเครื่องปรุงกันเถอะ” จิ่นฮวามองน้องชายกินอย่างมีความสุข จากนั้นนางจึงเอ่ยชวนไปซื้อของที่จำเป็ ส่วนเยว่เอ๋อร์ก็บินไปบินมาชี้ชวนให้ดูนั่นดูนี่ตลอดทาง
เดินมาจนถึงร้านเครื่องปรุง นางจึงเลือกซื้ออย่างละเล็กน้อยไปก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ค่อยมีเงิน นางซื้อ น้ำตาล เกลือ เครื่องเทศต่างๆ น้ำมันหมู และยังมีซีอิ๊วหมักอีกด้วย เนื่องจาก เกลือและน้ำตาลมีราคาแพง การซื้อเครื่องปรุงครั้งนี้นางจึงจ่ายไปถึง 200 อีแปะสำหรับของทั้งหมด
จิ่นฮวารู้สึกใจหาย เงินที่พึ่งหาได้ ใช้ครู่เดียวหมดไปเกือบครึ่ง ‘ไม่เป็ไร เื่กินเื่ใหญ่ เพื่อรสชาติอาหารที่ดี ยังไงก็ยอมจ่าย’ นางปลอบใจตัวเอง
เมื่อได้เครื่องปรุงแล้ว ก็ไปร้านเนื้อหมู ซื้อหมูสามชั้น 2 จิน จินละ 30 อีแปะ รวมเป็ 60 อีแปะ นางเหลือเงินเพียง 240 อีแปะเท่านั้น นางจึงชวนน้องชายกลับบ้าน
แต่สายตาเหลือบไปเห็นมีร้านขายผ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม นางจึงนึกอะไรขึ้นมาได้ พรุ่งนี้นางจะเข้าเมืองไปขายสมุนไพริญญา การที่เด็กสาวนำสมุนไพรมีค่าขนาดนี้ไปขายเพียงลำพัง คงจะไม่ดีนัก นางจึงคิดปลอมตัวเป็บุรุษ ‘เคยดูในซีรีส์ นางเอกแค่ใส่ชุดบุรุษก็ไม่มีใครจำได้แล้ว ลองดูบ้างละกัน’ นางคิดกับตัวเองในใจ
เมื่อเดินเข้าไปในร้านขนาดกลาง มีทั้งผ้าม้วนและเสื้อผ้าสำเร็จ เนื้อผ้าไม่ได้ดีนัก เป็เนื้อผ้าแบบที่ชาวบ้านทั่วไปสวมใส่กัน ราคาจึงไม่น่าจะแพงมาก
“ท่านป้า มีชุดตัดสำเร็จของบุรุษหรือไม่เ้าคะ” นางเอ่ยถามมีเห็นเ้าของร้านเดินมารับลูกค้า
“มีสิ จะซื้อชุดสำหรับน้องชายเ้าหรือ” เ้าของร้านถามพร้อมมองมาที่หลินจิ่นหยาง
“เ้าค่ะ สำหรับน้องชายข้า1ชุด และขนาดเท่าตัวข้าอีก 1 ชุด” นางมองดูชุดเก่าๆ ของน้องชายแล้วตัดสินใจซื้อสองชุด
“ได้ๆ เ้าลองดูชุดสำหรับเด็กเล็ก ชุดละ 40 อีแปะ ขนาดเท่าเ้าชุดละ 50อีแปะ” เ้าของร้านบอกราคาแล้วให้นางเลือกดู เพียงสงสัยแต่ไม่เอ่ยถามว่าทำไมนางถึงซื้อชุดบุรุษ แต่จะสงสัยมากไปทำไม ขายได้ก็พอแล้ว
จิ่นฮวากับจิ่นหยางเลือกชุดสีเข้มคนละชุดแล้วจ่ายเงินไป 90 อีแปะ นางปาดเหงื่อเบาๆ ‘เงินนี่หายาก ใช้ง่ายจริงๆ’ เหลือเงินแค่ 150 อีแปะเท่านั้น
ทั้งสามพากันกลับบ้านพร้อมของเต็มตะกร้า จิ่นหยางยิ้มอย่างมีความสุข เขาได้กินของอร่อย แถมยังได้ชุดใหม่อีกด้วย พี่ใหญ่นี่ดีจริงๆ ตอนนางยังไม่ฟื้นเขากินอดๆ อยากๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ แต่พอนางตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็ดีขึ้น เข้าต้องเชื่อฟัง ไม่ทำให้นางเสียใจแล้วหลับไปอีก จิ่นหยางคิดอย่างมีความสุข ยิ้มและหัวเราะไปตลอดทาง
เมื่อถึงบ้านนางก็บอกเล่าให้บิดามารดาฟังว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง และยื่นเงินที่เหลือให้มารดาเก็บ
“เ้าเก็บไว้เถอะ เงินนี้เ้าเป็คนหามา พรุ่งนี้ต้องเข้าเมืองอีก เก็บเงินติดตัวไว้เถอะฮวาเอ๋อร์” กู้ชิงชิงบอกบุตรสาว
“เอาอย่างที่ท่านแม่ว่าก็ได้เ้าค่ะ” จิ่นฮวารับคำ
จิ่นฮวานำเนื้อหมูที่ซื้อมา ทำอาหารกลางวัน นางใช้เนื้อหมู 1 จิน ทำหมูตุ๋นน้ำแดง เมื่อได้กินเนื้อหมูในรอบปี และยังมีเครื่องปรุงเครื่องเทศที่ซื้อมา อาหารวันนี้จึงอร่อยอย่างมาก จิ่นหยางขอเติมข้าว 2 รอบทีเดียว ส่วนเนื้อหมูที่เหลือ สมัยนี้ไม่มีตู้เย็นจึงเก็บไว้ไม่ได้ จิ่นฮวาจึงนำหมูที่เหลือ มาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆ หมักด้วยเกลือและซีอิ๊ว เติมน้ำตาลเล็กน้อย หมักไว้ครึ่งชั่วยามแล้วนำไปวางใส่ตะแกรงไม้ไผ่ที่บิดาสานให้ จากนั้นนำไปตากแดดไว้ที่ลานบ้าน ทำหมูแดดเดียวไว้กินวันหน้า