แก้วกานต์เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็จัดการทำความสะอาดร่างกายตัวเองแล้วมานอนทิ้งตัวบนที่นอนทันที แก้วกานต์นอนเล่นไอแพดไปเรื่อย ๆเธอเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรหาคิริน แต่เธอก็ไม่อยากโทรหาเขายังไม่อยากจะเถียงอะไรกับเขาตอนนี้แล้วถ้าไม่โทรเขาต้องโทรมาฟ้องพ่อแม่ของเธออีกแก้วกานต์เลยตัดสินใจโทรหาชายหนุ่มทันทีที่คิดได้
[ตู๊ดดดด...ตู๊ดดดด...ฮัลโหลแก้วกานต์]แก้วกานต์รอสายไม่นานคิรินก็รับสาย [แก้วกานต์เธอได้ยินฉันไหม โหล...แก้วกานต์]คิรินเรียกหญิงสาวแต่เธอก็ไม่แม้แต่ปริเสียงออกไปให้เขาได้ยิน
[ฉันรู้นะว่าเธอได้ยินยัยตัวแสบ!!] คิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงดุคิรินรู้อยู่แล้วว่ายังไงซะแก้วกานต์ไม่มีทางทำตามคำสั่งของเขาดีดีแน่เขาเผื่อใจไว้แล้ว [จะพูดไหม แก้ว!!]
“ง่วงแล้วหวัดดีติ๊ด!!” แก้วกานต์กล่าวลาพร้อมตัดสายของคิรินทันทีก็เธอี้เีที่จะคุยกับชายหนุ่มตอนนี้ “นอนดีกว่า”แก้วกานต์เข้านอนทันทีที่วางสายคิริน
ทางด้านของคิรินหลังจากกลับมาจากผับก็ตรงมาคอนโดที่แก้วกานต์อาศัยอยู่ตลอดที่เรียนชายหนุ่มมาถึงก็ตรงไปอาบน้ำทันที เสร็จแล้วก็มานั่งเคลียร์งานที่คั่งค้างอยู่ระหว่างที่ยังนั่งทำงานอยู่ก็มีสายเข้าจากแก้วกานต์ หญิงสาวโทรมาแล้วไม่ยอมพูดมีแต่เขาพูดเพียงฝ่ายเดียว ไม่นานหญิงสาวก็ตัดสายไปด้วยคำว่า ‘ง่วงแล้วหวัดดี’เขาหัวเสียเล็กหน่อยที่โดนก่อกวนแต่ก็เดาทางของเธอออก ยังไงซะที่แก้วกานต์ยอมโทรมาหาก็โอเคแล้วกลับไปที่ไร่เดี๋ยวค่อยไปจัดการทีหลัง ตอนนี้ขอสะสางงานหลักก่อนตอนนี้
เช้ามืดของวันต่อมาแก้วกานต์ตื่นออกไปทำงานพร้อมกิ่งแก้วผู้เป็แม่ที่ต้องออกไปทำอาหารให้บ้านใหญ่ทุกวันงานของแม่คือแม่ครัวของบ้านเมื่อก่อนแม่พักอยู่ที่บ้านใหญ่ แต่พอได้แต่งงานกับพ่อแม่ก็ได้รับอนุญาตไปอยู่กับพ่อได้ส่วนพ่อของเธอเป็หัวหน้าคนงานที่ต้องเข้าไปคุมคนงานเก็บผลผลิตแต่เช้ามืดเกือบทุกวันเช่นกันทำให้เธอสนิทและคุ้นเคยกับไร่แห่งนี้เป็อย่างมาก
เมื่อมาถึงบ้านใหญ่แก้วกานต์ก็เข้าไปช่วยแม่เตรียมอาหารในครัวและจัดโต๊ะอาหารช่วยพี่ๆ คนงานในบ้านถึงแม้ฐานะของเธอตอนนี้ไม่จำเป็ต้องทำก็ได้แต่เธอก็ไม่อยากโดนเอาไปนินทาว่าร้ายว่าเธอได้เป็ลูกสะใภ้ของเ้าของไร่แล้วทำตัวเป็คุณนาย
“แก้วเอาข้าวไปให้พ่อได้แล้วไป”
“จ้า”แก้วกานต์ออกเอาปิ่นโตไปให้ผู้เป็พ่อที่สวนเหมือนเคย ถ้าเธอไม่อยู่บ้านก็จะเป็คนงานเอาไปให้พ่อของเธอแทน
“รีบไปรีบกลับมากินข้าวกันนะลูก”แพรพลอยที่ลงมาดูความเรียบร้อยในครัวพอดีนางรีบทักบอกลูกสะใภ้ก่อนที่จะปั่นจักรยานออกไปส่งข้าวแก้วกานต์ไม่ได้ตอบกลับแต่เพียงหันมายิ้มก่อนปั่นจักรยานออกไปส่งข้าวให้ผู้เป็พ่อ
แก้วกานต์ออกไปส่งข้าวให้พ่อไม่นานก็กลับมาถึงบ้านเธอเข้าครัวมาล้างไม้ล้างมือ แล้วออกไปกินข้าวเช้าพร้อมพ่อแม่สามีวันนี้อานนท์พ่อสามีไม่ได้ออกไปตรวจที่สวนเพราะวันนี้ไม่ได้เป็การเก็บผลผลิตล๊อตใหญ่ เป็การเก็บไปแปรรูปที่โรงงานของตนเองพ่อสามีจะออกไปคุมงานเฉพาะผลไม้ที่ต้องส่งไปเมืองนอก
“มาลูกมาพอดีเลยพ่อก็เพิ่งลงมาเอง มาๆ” อานนท์หันไปเรียกลูกสะใภ้ให้มานั่งโต๊ะ
“ค่ะ”แก้วกานต์ตอบรับพลางยิ้มส่งให้ผู้เป็พ่อสามี
“เธอด้วยกิ่งมาๆมานั่งไม่ต้องเกรงใจเราครอบครัวกันแล้ว จะมาแบ่งขนชั้นทำไมกันฉันบอกไม่เคยเชื่อเลยนะ” แพรพลอยหันไปเชิญชวนกิ่งแก้วให้มานั่งกินข้าวด้วยกันพลางบ่นแม่ครัวของบ้านนางเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องมาคอยรับใช้เธอแล้วแต่กิ่งแก้วก็ไม่ยอมเชื่อฟังบ่นไปทีไรก็ได้แต่บอกกับมาว่าเดี๋ยวมีคนนินทาเอาไม่อยากเป็ขี้ปากชาวบ้านพูดเหมือนทั้งแม่และลูกเลย ‘น่าตีนัก’
“ค่ะคุณผู้หญิง”
หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของไร่ก็ออกไปประชุมในเมืองน่าจะกลับพรุ่งนี้นางสั่งเอาไว้ว่าไม่ต้องทำกับข้าว เพราะจะนอนค้างที่โรงแรมซึ่งเป็โรงแรมของครอบครัว ส่วนกิ่งแก้วเมื่อไม่ต้องทำอาหารให้เ้าของบ้านในมื้อกลางวันและเย็นแล้วก็ล้างจานเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้านไปพักผ่อนทางด้านแก้วกานต์ช่วยแม่ของเธอเก็บจานชามเสร็จแล้วก็ขึ้นไปเตรียมเอกสารเพื่อไปฝึกงานในวันพรุ่งนี้เช้าคืนนี้เธอกลับไปนอนที่บ้าน เพราะพ่อแม่สามีไม่กลับบ้าน
“แม่กลับบ้านไปก่อนนะแก้วขอเตรียมของไปฝึกงานพรุ่งนี้ก่อน”แก้วกานต์บอกแม่ของเธอแล้วขึ้นห้องไปเตรียมของจัดชุดนักศึกษาเพื่อใส่ฝึกงานพรุ่งนี้ขณะที่จัดของอยู่ก็มีเสียงคนเคาะประตูห้องของเธอ
‘ก๊อกๆก๊อกๆ’
“คุณแก้วอยู่ไหมครับผมชาติเองนะครับเอาของมาให้ครับ”
“อยู่ค่ะสักครู่นะ”เมื่อเปิดออกไปเธอก็เจอลูกน้องของชนาธิปยืนอยู่แล้วยื่นมือถือเครื่องใหม่พร้อมถุงที่มีกล่องที่บ่งบอกว่าเพิ่งซื้อมาใหม่แถมมือถือพร้อมเปิดมาให้เธอเรียบร้อยแล้ว แก้วกานต์ได้แต่งงกับสิ่งตรงหน้าเลยเอยถามออกไป “ขะของแก้วหรอคะ พี่ชาติ”
“ครับเ้านายบอกให้ผมซื้อมือถือเครื่องใหม่มาให้คุณแก้ว ผมขอตัวนะครับ”ชาติชายขอตัวกลับทันทีที่เอาของให้แก้วกานต์เรียบร้อยแล้วถ้าอยู่นานกว่านี้มันจะไม่น่าดีต่อตัวเขาเมื่อชาติชายออกไปไม่นานเขาก็โทรรายงานผู้เป็นายว่าได้ทำงานเรียบร้อยแล้ว
‘RrrrrRrrr’
‘คิรินสามีเธอ’
“อี๊อีตาบ้าช่างกล้าใช้ชื่อนี้นะ” แก้วกานต์บ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นชื่อคนโทรมาแต่เธอก็กดรับสายของชายหนุ่มแต่โดยดี “ว่ามามีไร”
[พูดกับผัวให้มันดีดีหน่อยได้ไหมเอาให้เหมือนกับที่พูดกับลูกน้องของฉันอะ]
“ไม่จำเป็มีไรรีบพูดแก้วจะจัดของ”
[ขอบคุณก่อนไหมที่ซื้อมือถือใหม่ให้อะว่าแต่จะเก็บของไปไหนเธอไม่ได้นอนบ้านหรอ ไปไหนไปกับใคร จะกลับเมื่อไร]
“พอ!พอก่อนนะคำถาม ตอบทีละข้อนะ 1.แก้วไม่ขอบคุณเพราะคุณทำของแก้วพัง2.พรุ่งนี้แก้วมีฝึกงานแล้วแก้วจะไปนอนที่บ้านแก้ว อามกับมะปรางจะมารับตอนเช้าที่บ้านจบนะ” แก้วกานต์อธิบายให้คิรินฟังทีละข้อ
[ทำไมต้องให้มันมารับรถที่บ้านไม่มีหรอ คนงานเยอะแยะ ให้ใครไปส่งสิ]คิรินถามออกไปอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินชื่อของคนที่จะมารับเธอไม่ว่าแก้วกานต์จะทำอะไรต้องมีชื่อไอ้เพื่อนคนนี้อยู่ด้วยตลอดสิให้ตายเถอะ
“ก็ไปทางเดียวกันจะไปทำไมหลายคัน คิดสิคิดคุณ”
[เธอ!!แล้ว....‘คิรินคะวีนัสว่าเรามาคุยเื่ของเราต่อดีไหม’]คิรินยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงใครบางคนแทรกเข้ามาในสาย [รอแปปนะ..ตู๊ดๆๆ]คิรินสั่งให้แก้วกานต์ถือสายรอเขาสักแปป แต่แก้วกานต์ไม่รอกดวางสายไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อของวีนัสคนรักเก่าของชายหนุ่ม
“วีนัสวีนัส เธอกลับมาแล้ว”เมื่อวางสายไปแล้วแก้วกานต์ก็ได้แต่พึมพำเรียกชื่อคนรักเก่าของคิรินคนที่ทำให้คิรินเป็บ้าไปพักใหญ่เปลี่ยนจากคนที่เป็คนยิ้มง่ายห่วงใยเธอกลายเป็เสือยิ้มยากเก็บเนื้อเก็บตัว เ็าวีนัสผู้หญิงคนนี้เป็คนที่คิรินรักมากรักมานานหลายปีแถมยังวางแผนจะแต่งงานกันเมื่อเขาและเธอกลับมาจากเรียนจบเมืองนอกแต่แล้วงานแต่งก็ต้องล่มเมื่อวีนัสแอบมีคนอื่น
“เขาสองคนอยู่ด้วยกันหรอ”แก้วกานต์ก็ยังเก็บเื่ที่ได้ยินเสียงวีนัสมาคิด “โอ้ยไอ้แก้วจะมาคิดมากทำไมผู้หญิงคนนั้นมาก็ดีเธอจะได้ไปใช่ไหมละ” แก้วกานต์ยังคงบ่นอยู่กับตัวเอง อีกใจเธอก็คิดว่าดีแล้วแต่อีกใจก็รู้สึกหวิวๆแก้วกานต์ก็ยังเดินหน้าเก็บของเพื่อไม่ให้ไปคิดถึงเื่นั้น
“เก็บของๆไอ้แก้วอย่าคิดๆ”
ทางด้านคิรินที่ออกอาการหัวเสียที่อยู่ๆวีนัสก็พูดแทรกเข้าในตอนที่เขากำลังคุยอยู่กับแก้วกานต์ทำปลายที่กำลังคุยอยู่ตัดสายเขาไป ‘ไม่รู้ยัยเด็กแสบจะคิดมากหรือเปล่า’ คิรินครุ่นคิด
“คุณไม่เห็นหรอผมกำลังคุยโทรศัพท์อยู่” คิรินหันไปต่อว่าวีนัสหลังจากแก้วกานต์ตัดสายเขาไปแล้ว
“วีนัสขอโทษนะคะวีนัสไม่คิดว่ามันสำคัญอะไรขนาดนั้น” วีนัสทำเป็สำนึกผิดแล้วขอโทษชายหนุ่มไปจริงๆ แล้วเธอตั้งใจให้เสียงของเธอเข้าไปให้ยัยเด็กกะโปโลที่อยู่ปลายสายนั้นได้ยิน ‘ฉันจะกลับมาทวงของฉันคืนระวังเถอะยัยเด็กน้อย’ วีนัสพูดในใจกับตัวเอง
“ผมคุยกับเมีย!!ผมมันต้องสำคัญสิ” คิรินบอกกับวีนัสแล้วย้ำคำว่าเมียให้เธอได้ยินเพื่อให้เธอนั้นออกห่างเขาไปไกลๆเขาไม่อยากจะมาเกี่ยวข้องกับเธอคนนี้อีกนับั้แ่เธอแอบเล่นชู้กับัเขาตั้งใจเรียนและทำงานเก็บเป็ของตัวเอง เขาไม่อยากจะขอเงินพ่อแม่ถ้าจะมีครอบครัวมันต้องมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาเองเขาเลยทั้งเรียนทั้งทำงานอย่างหนัก แต่เธอวีนัสไม่เข้าใจ เธอเอาแต่เรียน ช็อปปิ้งเที่ยว ใช้เงินเกินเหตุ พอเขาเตือนก็บอกให้เขาไปขอพ่อแม่สิและแล้วก็มาถึงจุดตัดขาด วันหนึ่งเขากลับมาที่ห้องพักผิดเวลาเขาเข้ามาเจอคนรักนอนเปลือยเปล่าอยู่กับไอ้ั เพื่อนสนิทของเขานั่นเองเขาโมโหมากเขาเข้าไปซัดหน้าอดีตเพื่อนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลดีที่วันนั้นโรมตามเขามาที่ห้องพักด้วยไม่งั้นจากโรงพยาบาลมันคงไปนอนนิ่งไม่หายใจอยู่ที่โบสถ์แห่งไหนสักที่
“เออขอโทษนะครับถ้าไม่มีอะไรแล้วเรามาคุยงานกันต่อไหมครับ คุณวินัยก็เข้ามาแล้ว”โรมเป็คนห้ามทัพครั้งนี้ เขากับคิรินต้องมาคุยงานกับคุณวินัยแต่พอมาถึงก็ต้องพบกับวีนัสที่อยู่ในห้องพร้อมคุณวินัย เธอคือหุ้นส่วนของบริษัทวินัยบอกว่าเธอสดใจโปรเจคนี้ของคุณวินัยเลยขอซื้อหุ้นจากเขาโรมคิดว่างานนี้หญิงสาวตั้งใจให้เกมออกมาแบบนี้
“มาคุยรีบคุยรีบกลับ”คิรินยอมยุติบทสนทนากับวีนัส แล้วหันกลับมาคุยงานต่อจากเดิมที่คุยค้างไว้“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ต่อนะครับคุณวิชัย”
“ครับ”วิชัยตอบรับแบบงงๆไม่รู้เหตุการณ์เป็อะไรยังไงรู้แค่ว่าหลังจากเขาออกไปคุยงานกับลูกน้องข้างนอกแปปเดียวเข้ามาก็เจอคิรินกับวีนัสเถียงกันอยู่
หลังจากการคุยงานเสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้วคิรินก็เดินออกจากห้องทันที ก่อนออกไปเขากล่าวลาวิชัยแล้วออกไปโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้กระทั้งโรมวีนัสทำท่าจะเดินตามไปแต่โดยโรมทักห้ามก่อน
“ผมว่าคุณไม่ควรจะตามไปนะมันไม่ใช่คิรินคนเดิมที่คุณรู้จักแล้ว”โรมบอกแค่นี้แล้วก็เดินออกจากห้องตามคิรินไป
“ฉันรอก่อนก็ได้ยังไงคุณก็หนีฉันไม่พ้นหรอกคิริน” วีนัสพึมพำอยู่คนเดียวแล้วกลับไปกล่าวลาวิชัยแล้วเดินออกจากห้องไปเช่นกัน