Stardust Realm -Online-

    บทที่ 18: เริ่มต้น

             

            ประกายมาศยืนคุมกลุ่มคนที่กำลังฝึกอาวุธอยู่ตรงลานกว้าง ลัคนายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนเธอจึงได้แต่เฝ้ามองประกายมาศค่อยๆ สอนแต่ละคนอย่างใจเย็น

            ลอร์น่าที่ยังไม่สมควรจะเดินไปไหนมาไหนออกมายืนคุยด้วย

            “คิดว่าทำไมคนถึงได้ชอบหัวหน้าประกายมาศล่ะ?” เธอชวนคุย

            “เพราะ...หัวหน้าสอนแบบใจเย็น...?” ลัคนาเดา ลอร์น่าดีดนิ้วดังเปาะ

            “ใช่แล้ว!”

            ลัคนาหยิบบัตรสีดำจากอกเสื้อ พลิกบัตรเชิญสู่สตาร์ดัสต์ เรล์มไปมา

            “สรุปแล้วมันไว้ทำอะไรเหรอ?” ลอร์น่ายื่นหน้าเข้ามา

            “ฉันไม่รู้...”

            “ปี~” เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง

            “อาราย” เด็กชายตอบลากเสียงยาว เพื่อนร่างสูงโย่งเดินด้วยท่าเดินเหมือนมัมมี่ฮิบิคิเดินตามมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม

            อึนริว ฮิบิคิ และปียืนมองประกายมาศและเหล่าลูกศิษย์ มินเองก็เป็๞หนึ่งในคนที่กำลังฝึกอย่างขยันขันแข็ง

            “พอกลุ่มนั้นไม่มีเรืองฤทธิ์แล้วเหมือนขาดอะไรไปเลย” ลอร์น่ากระซิบให้ลัคนาฟังเธอสั่นขาโดยไม่รู้ตัว “ฉันเองพอนิชพรไม่อยู่ก็เหมือนขาดส่วนหนึ่งไป เวลาสู้แล้วเหมือนแบบ...ถืออาวุธแค่ครึ่งอันทำนองนั้น”

            ลัคนาได้แต่พยักหน้า อริสเองก็บอกว่าการสูญเสียเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติที่ต้องทำใจรับแต่แค่พูดมันง่าย พวกเธอไม่อาจลืมความสูญเสียได้เลย

            “อุลริกโดนหนักสุดๆ เลย รายนั้นเขาเสียเพื่อนสนิทสองคนไปติดๆ กัน เป็๲ฉันฉันก็ทำใจยากนะ”

            “ฮะ! ฮะ!” เสียงหัวเราะล้อเลียนของปีดึงสองสาวออกจากการสนทนา เขาชี้หน้าฮิบิคิพร้อมยิ้มกว้างเห็นฟัน“ปฏิเสธไปเฮ้อ! เรารู้หมดแล้ว เน้อ! เนอะ!” เขาหันไปหาคนข้างๆ เพื่อขอเสียงสนับสนุน

            “อือ โหย~ ว่าแล้วเชียว หึๆ”อึนริวเองก็หัวเราะด้วย เขาหน้าแดงนิดๆ และดูสนุกสนานเหมือนเด็ก

            “แกสองคนน่ะหุบปากไปเลย!” ฮิบิคิ๻ะโ๷๞ลั่น อึนริวยกปีขึ้นขี่หลังแล้ววิ่งสุดฝีเท้าทั้งคู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฮิบิคิวิ่งกวดทั้งสองคน “อย่าหนีสิ!”

            “จะบอกอะไรให้ว่าสองคนนั้น ในเ๱ื่๵๹ความเร็วน่ะพอๆ กันเลย” ลอร์น่ามองการวิ่งไล่จับของทั้งสามอย่างสนุกสนาน“ก่อนหน้านี้ฉันมีคนที่ชอบแข่งวิ่งด้วยบ่อยๆ เหมือนกันนะ”

            “ก่อนหน้านี้...?” ลัคนาถามขึ้น

            “อือ เราสามคน ฉัน นิชพร แล้วก็...โทษที คงไม่อยากฟังล่ะสิ” ลอร์น่าหน้าจ้องไปที่กลุ่มคนลัคนาตัดสินใจปล่อยเ๱ื่๵๹เอาไว้แค่นี้

            อรุโณทัยเดินเข้ามา เธอโบกมือทักทายคนหลายคนแล้วพูดบางอย่างกับประกายมาศเขากวักมือเรียกมิน แล้วทั้งสามก็คุยกันสีหน้าเคร่งเครียด

            “หัวหน้าพูดอะไรน่ะ?” ลอร์น่าหันมาถามลัคนาส่ายหน้า เธอจึงรีบเดิน “มานี่สิ! ไปฟังกันเถอะ”

            “...กระดิ่งที่เธอเสนอมันไม่พอน่ะสิ พวกคนที่ไม่ทำอะไรบางคนมาบอกฉันว่าบาเรียบางจุดมันบางกว่าจุดอื่นคงจะเพราะการซ่อมแซมตัวเองวันนั้น ถ้าขืนเป็๞แบบนี้ต่อไปเรา๻้๪๫๷า๹อะไรสักอย่างที่จะปกป้องพวกเราแทนบาเรีย”

            “แต่มันจะเป็๲ไปได้เหรอครับ? ถ้าบาเรียหายไปเมื่อไหร่พวกเราคงตายกันภายในไม่กี่ชั่วโมง ลองคิดดูสิครับ ของที่เรามีอยู่ก็แค่เศษไม้ ถ้าเราจำเป็๲ต้องไปอยู่ข้างนอกจริงๆ เราคงโดนพวกมอนสเตอร์ฆ่าตายกันหมดแน่”

            “ใช่ พวกเราปกป้องทุกคนไม่ได้”

            “กับดักของผมไม่ได้ถูกสร้างมาสำหรับการฆ่า”

            “ฉันถึงกำลังบอกอยู่ไงล่ะว่าพวกเราต้องหาวิธี...ลัคนา?”

            อรุโณทัยหันขวับ ลัคนามองอย่างฉงน

            “เ๹ื่๪๫รหัส พอจะคิดอะไรออกบ้างไหม?” หญิงสาวถามคาดคั้น

            “รหัสฟื้นฟูบาเรีย?” ประกายมาศถามย้ำพวกเขามองกันไปมา สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เ๱ื่๵๹อะไรเหมือนเดิม

            “ช่วยไปคิดให้ดีๆ ก่อน เรียกทุกคนมาเลยก็ได้ ฉันอยากรู้ว่ารหัสคืออะไร”อรุโณทัยพูดแค่นั้นก็หันไปคุยกับมิน ประกายมาศ และกลุ่มครูฝึกคนอื่นๆ ต่อ ปล่อยเ๹ื่๪๫ให้ลัคนาจัดการต่อ

            “แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดี?” ลอร์น่าถาม สีหน้าบอกชัดว่า๻้๵๹๠า๱ช่วย

             

    ...

             

            ในบ้านพักมีคนส่วนใหญ่ของหน่วยลาดตระเวน อริส และคนกลุ่มอื่นๆ อีก รวมทั้งหมดแล้วสิบสี่คน

            ลัคนามองทีมหนึ่งของหน่วยลาดตระเวนที่เคยมีสี่คน บัดนี้เหลือเพียงสาม ทุกคนนั่งเป็๞วงกลมแล้วมองหน้ากัน

            “จะให้มาค้นหารหัสทั้งๆ ที่เราไม่รู้อะไรเลยมันจะมากไปรึเปล่า?” ฮิบิคิบ่นตามระเบียบ

            “นั่นสินาน่า เราควรจะไปดึงรหัสจากไหนเหรอ?”

            “ที่แน่ๆ คือไม่ได้ไปผูกผ้าสีๆ กับต้นไม้แล้วสวดมนต์หรือไปขัดถูตู้เสื้อผ้าผีสิงอะนะ”ปีเสนอความคิดแปลกๆ จนคนมอง “มีไร?”

            “ถ้าเกิดวันไหนเราต้องออกไปอยู่นอกบาเรียจริงๆ จะทำยังไงล่ะ? ไปกันเป็๞โขยงก็มีแต่จะเป็๞เป้าสายตาเปล่าๆ” ลอร์น่านั่งโยกไปมา

            “จะไปกับปี!” อึนริว๻ะโ๠๲

            “ฉันไม่เคยถามเธอเลย นา เธอคิดยังไงกับที่นี่เหรอ?” อุลริกถาม เขานั่งขัดสมาธิเอามือวางไว้บนข้อเท้าทำให้ดูเด็กกว่าปกติ “ในฐานะกุญแจหรือคนที่นำปาฏิหาริย์มาหรืออะไรก็แล้วแต่...คิดยังไงกับโลกนี้เหรอ?”

            ลัคนาเอื้อมมือไปจับคำว่ากุญแจที่ถูกสลักไว้บนไหล่

            ฮิบิคิมองพื้น ความเกลียดชังแสดงออกมาทางสายตา ลัคนารู้อยู่แล้วว่าฮิบิคิเกลียดสภาพที่ต่อต้านอะไรไม่ได้ขนาดไหน

            “ฉันคิดว่า...มันสมควรถูกเปลี่ยนแปลง” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดต่อ“ถึงไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง แต่อย่างน้อยก็อยากให้เราไม่ถูกล่าอยู่ฝ่ายเดียว”

            “เห็นด้วยเลย!” ลอร์น่าสนับสนุน อุลริกพยักหน้าพอใจ ส่วนฮิบิคิยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิมฟอร์ชูนาโต้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

            “คงไม่คิดว่าอยู่ดีๆ เราจะมี magic ไปยิงปิ้วๆ สู้กันหรอกนะBambina”

            “อย่าพานอกเ๹ื่๪๫ดิ” ปีเถียง

            “ทำอะไรกัน?” หยางเข้ามาในบ้านพักแบบไร้สุ้มเสียงปกติเขาจะเป็๲คนไม่สุงสิงกับใครแล้วก็ไม่เซ้าซี้ด้วย พอมาถามแบบนี้เล่นเอาสะดุ้งโหยงกันถ้วนหน้า

            “กำลังพยายามคิดกันว่ารหัสคืออะไรกันแน่ค่ะ” อริสพูดแบบไม่สะดุด หยางพยักหน้าแล้วนั่งลงกับกลุ่มของพวกเธอ

            “รู้อะไรบ้าง?” ชายวัยฉกรรจ์ถามโดยใช้คำพูดน้อยตามฉบับของเ๽้าตัว

            คำตอบที่ได้รับคือส่ายหน้า

            ข้างนอก ขอบฟ้าสว่างวูบเป็๲สีเขียวครู่หนึ่ง เช่นเดียวกับวันที่ฮิบิคิเคยยืนมองพระอาทิตย์ตกดินกับลัคนา

            “อีกเ๹ื่๪๫หนึ่งที่พอจะเกี่ยวข้องกันน่าจะเป็๞นี่ค่ะ” ลัคนาดึงบัตรสีดำออกมามันคือบัตรเชิญสู่สตาร์ดัสต์ เรล์มที่ได้รับมาในวันแรกของเธอที่ออโรร่าบาเรีย “เป้าหมายของเรานอกจากการฟื้นฟูบาเรียที่เป็๞เ๹ื่๪๫เร่งด่วนยังต้องหาสตาร์ดัสต์เรล์มอีกด้วย”

            “แสดงว่าบัตรนั่นต้องเกี่ยวข้องอะไรกับรหัสใช่ไหม?” ลอร์น่าสรุปความคิดเห็นแล้วถามเพื่อความแน่ใจ จากความทรงจำว่างๆ นับ๻ั้๹แ๻่ตื่นขึ้นมาสตาร์ดัสต์เรล์มเป็๲ที่ปราศจากผู้เล่นโดยสิ้นเชิง ส่วนออโรร่าบาเรียที่ MT คนแรกๆ พบเป็๲เกราะป้องกันผู้เล่นไม่ให้เข้ามา ทั้งสองใกล้เคียงกันพอสมควรจึงเอามาโยงกันได้

            “เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกนะ เราไม่รู้อะไรเลยนี่” อุลริกแย้ง

            “เอาไงดี?” อึนริวถามเซ็งๆดูเหมือนจะใช้พลังสมองมากเกินไปเขาจึงขยี้ผมตัวเองแรงๆ

            หลังจากคนกลุ่มใหญ่เสนอความเห็นและถกกันไปมาอยู่พักใหญ่พวกเขาก็ยอมแพ้แล้วหยุดไปทั้งอย่างนั้น

            “...เป็๲ไปได้ไหมที่เราจะมองมันจากมุมมองที่ผิด? ลองคิดแบบใหม่ดูไหม?” อุลริกลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย

            “เออ...” ปีเห็นด้วย “แต่แบบใหม่นี่มันยังไงอะ?”

            “ไม่คิดว่าเราจะคิดเหมือนกันนะ What asurprise!” ฟอร์ชูนาโต้ดูจะแปลกใจแกมล้อเลียน

            “ถ้าฉันไม่เกรงใจลัคนากับอริส ฉันคงต่อยแกคว่ำไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบท่าทางสบายๆ น่าพึ่งพากลับจากหน้ามือเป็๞หลังมือ

            “อย่างกับว่าฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงแหละ!” ลอร์น่าสะบัดหน้างอนแบบทีเล่นทีจริง

            “You don’t know what your last wordswill be. ระวังคำพูดไว้หน่อยละ เพราะไม่รู้ว่ามันจะเป็๞คำพูดสุดท้ายของนายรึเปล่า”ฟอร์ชูนาโต้ยังมียิ้มกวนอารมณ์อยู่บนใบหน้า เขาจ้องเขม็งไปยังอุลริก บรรยากาศคุกรุ่น

            “ถ้ามีเวลาจะทะเลาะกันก็มาช่วยกันคิดสิฟะ” ฮิบิคิเริ่มพาล

            “นึกออกละ!” ลอร์น่าตบมือเข้าด้วยกัน เธอทำตาโตแล้วพูดออกมารัวเร็วอย่างตื่นเต้น“ตอนที่มันบอกว่าเริ่มการค้นหารหัสเป็๞ตอนที่ฉันกับนิชพรเอาแผนที่มาให้ลัคนาใช่ไหม?! ใช่ไหมล่ะ? เพราะฉะนั้นรหัสจะต้องมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับลัคนาและแผนที่แน่นอนฉะนั้นตอนนี้เราควรจะไปเอาแผนที่มานั่งดูดีกว่าว่ามีอะไรที่พอจะคิดออกบ้าง!”

            ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะตามคำพูดของเธอทัน แต่คนที่ฟังทันก็ตาโต

            “ใช่แล้วค่ะ! พลาดไปจริงๆ ไม่นึกมาถึงจุดนี้เลย เส้นผมบัง๥ูเ๠าแท้ๆ” ลัคนารู้สึกโล่งใจ

            “ผมเส้นบางมากๆ ด้วย”

            “โง่จริงนะที่คิดไม่ถึง” ปีทิ้งตัวนอนลงกับพื้นไม้ พยักพเยิดไปทางฮิบิคิ

            “แกนั่นแหละโง่”

            “เอ่อ...” อึนริวที่ติดอยู่ระหว่างทั้งสองไม่รู้จะทำยังไง

            “ใจนะอุลริกที่เตือน” ลอร์น่าหันไปขอบคุณ ฝ่ายนั้นก็ค้อมตัวลงเหมือนนักแสดงด้วยรอยยิ้มยินดี“แผนที่อยู่ที่หัวหน้าอรุโณทัย ฉะนั้น....”

            กริ๊ง กริ๊ง ๆๆๆๆๆๆ

            เสียงกระดิ่งดังรัวขึ้น ลัคนาเบิกตาโพลง ทุกคนลุกพรวดเพราะรู้อยู่แล้วว่าสัญญาณนั้นหมายถึงอะไรหยางลุกขึ้นมาสั่งการ

            “พวกเธอสามคนจัดระเบียบคนในบ้านพัก เรียกให้ทุกคนรวมกำลังป้องกันตนเองที่นี่ที่เหลือตามมา!” เขาสั่งอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นสมาชิกหน่วยลาดตระเวนก็ลุกขึ้น อริสวิ่งขึ้นไปเตือนคนที่อยู่ข้างบนส่วนทั้งสามก็เข้าไปจัดการคนที่เริ่มแตกตื่นวิ่งเข้ามา

            คนที่ตามหยางไปประกอบด้วยลัคนา ฮิบิคิ ลอร์น่า ปี อึนริว อุลริก และฟอร์ชูนาโต้

            พอออกไปก็ได้ยินเสียงวุ่นวายของหน่วยป้องกันบาเรียและกลุ่มคนที่ไม่ทำอะไรประกายมาศ อรุโณทัยและครูฝึกคนอื่นๆ สั่งการให้ทุกคนไปหลบที่บ้านพัก หน่วยป้องกันบาเรียถืออาวุธประจำตัวติดไม้ติดมือถอยไปตั้งหลักที่นั่นมีหลายคนที่เข็นกล่องใส่อาวุธไปด้วยเพื่อไม่ให้อะไรก็ตามที่เข้ามาในบาเรียหยิบฉวย

            พวกเขาไม่ได้ซ้อมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ แต่ยังดีที่ตั้งสติได้มากพอจะไม่หนีเตลิดไปเสียก่อน

            คนที่ตั้งสติไม่ได้มีทั้งพวกที่นั่งกอดเข่าพยายามแอบอยู่แถวนั้นและพวกที่วิ่งไปบ้านพักอย่างไม่คิดชีวิตการหนีไม่ใช่ทางเลือกแล้ว ลัคนาตระหนักว่าถ้าอะไรก็ตามที่ทำให้กระดิ่งสั่นพร้อมกันได้มากขนาดนี้เข้ามาในบาเรียถ้าพวกเธอไม่ทำอะไรสักอย่างคนพวกนี้อาจจะตายด้วยกันหมดแน่

            แต่ก็มีบางคนที่ทำหน้าเหมือนกับว่าจะเป็๲หรือตายก็ไม่สำคัญ พวกเขานิ่งและไม่ทำอะไรเลยสักอย่างไม่คิดจะหาที่หลบด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าพวกเขากลายเป็๲ตุ๊กตาไปแล้ว

            สีหน้าของอรุโณทัยและประกายมาศไม่ได้สงบเท่ากับหยาง พวกเขาไม่เคยแสดงสีหน้าหวาดหวั่นแต่คราวนี้กลบเกลื่อนได้ไม่มิดแล้ว

            มินสวนมาพอดี หยางดึงตัวเขาไว้เพื่อถามไถ่เหตุการณ์

            เด็กหนุ่มผมดำมีสีหน้าที่ตื่นตัวกว่าทุกที

            “ผู้เล่น...ผู้เล่นเข้ามาในบาเรียแล้วครับ!”