ประมุขหวงตบฝ่ามือใหญ่ลงกับโต๊ะ จนแผ่นไม้หนาถึงกับสั่นะเื
หากใส่กำลังลมปราณลงไปด้วย โต๊ะตัวนี้คงแหลกลาญ
ข่าวการตายของศิษย์ทั้งยี่สิบคนมาถึงแล้ว
เจียเจียทั้งใทั้งเสียใจ ร้องไห้จนสลบไป
หวงฮูหยินให้บ่าวพานางไปพักในห้อง
“ผู้ใดเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้” ประมุขเฒ่ากัดฟัน
เหล่าศิษย์ที่แวดล้อมไม่ตอบคำ ด้วยรู้ว่านี่มิใช่คำถาม
เสวียจง เยยี่วจง และหวงหลง ศิษย์าุโทั้งสาม ยืนดวงตาแดงก่ำอยู่ใกล้ๆ
“ท่านประมุข ข้าฯเป็ห่วงหวงซิ่นนัก”
เสวียจงที่าุโสูงสุดเอ่ยขึ้น
ชายชรามีสีหน้าอมทุกข์ หันไปมองศิษย์ทั้งหลาย
ศิษย์ของมันก็เหมือนบุตรของมัน
คราวนี้เพียงแค่ให้ไปตามข่าวเสี้ยวอู่ิ มันให้จัดกำลังไปถึงยี่สิบคน บวกกับมีหวงซิ่นซึ่งเป็ศิษย์าุโอันดับสี่เป็ผู้นำขบวน ถือว่ามิได้ประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อย มิคาดทั้งหมดต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย
“แต่เราไม่พบศพของหวงซิ่น”
หวงหลงกล่าวอย่างมีหวัง มันนับว่าสนิทกับหวงซิ่นมากที่สุด
ประมุขหวงตัดสินใจเด็ดขาด
“ทั้งหมดเตรียมการรับศึก จัดม้าเร็วแจ้งข่าวไปยังฉางอานเป็การลับ รอทราบคำตอบก่อนจึงตัดสินใจ”
เหล่าศิษย์าุโหันไปมองหน้ากัน ั้แ่เข้าสำนักมา พวกมันไม่เคยเห็นท่านประมุขตึงเครียดถึงเพียงนี้
หวงซิ่นนอนอยู่บนเตียงภายในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ทั่วร่างมีผ้าพันแผลมัดไว้ มันผ่านความเป็ตายมาอย่างหวุดหวิด
ยาที่หวงฮูหยินมอบไว้ถูกน้ำละลายไปสิ้น
คราวหน้ามันตั้งใจจะหาถุงกันน้ำติดตัว
ถุงกันน้ำสมัยนั้น นิยมทำจากหนังสัตว์เย็บแล้วเชื่อมต่อด้วยตัวยาพิเศษ แม้เป็ของหายาก แต่มีประโยชน์มากในการเดินทางทางน้ำหรือหน้าฝน
นายทหารหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาดูอาการมัน
“พี่ชายท่านนี้เป็อย่างไรบ้าง”
เมื่อทราบว่ามันเป็ศิษย์ตระกูลหวง หวงซิ่นก็ได้รับการดูแลอย่างดี
“ดีขึ้นแล้ว ขอบคุณท่านมาก ไม่ทราบว่าสถานที่นี้คือที่ใด”
“ที่นี่เป็ค่ายประตูตะวันตกใกล้ตลาดของฉางอาน เื่ที่พี่ท่านถูกทำร้ายเรารายงานหน่วยเหนือแล้ว ตอนนี้ม้าเร็วของตระกูลหวงรอพี่ท่านอยู่ด้านนอก”
หลังจากแจ้งข่าวไปทางม้าเร็ว หวงซิ่นก็นอนพักพลางแยกแยะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศัตรูมีจำนวนนับร้อยคน ฝีมือกล้าแข็ง แทบทุกคนปิดบังโฉมหน้า ลงมืออย่างรวดเร็วและรุนแรง
มันเองไม่มีข้อวิวาทกับผู้ใดขนาดนี้ แสดงว่านี่มิใช่เื่ส่วนตัว และไม่มีท่าทางว่าเป็การจี้ปล้นเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์
ผู้ใดกันที่ลงมือทำร้ายมันกับพวกอย่างโเี้
พี่น้องศิษย์ตระกูลหวงตายอย่างอนาถนัก
เื่นี้มันต้องสืบรู้ให้ได้
พระราชวังเมืองฉางอานถูกก่อสร้างต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้ปกครองแผ่นดินมากี่คนก็ตาม กินเวลานานติดต่อกันนับร้อยปี นี่ทำให้บริเวณตัวเมืองขยายจนใหญ่โตจนมีพื้นที่กว่าหนึ่งแสนมู่ (ราวห้าหมื่นไร่) กำแพงรอบเมืองยาวถึงเจ็ดสิบลี้
จากการสำรวจของทางการ มีผู้คนอยู่อาศัยอยู่ในฉางอานนับล้านคน แม้แต่ชาวต่างชาติก็มาอาศัยอยู่นับหมื่น กองคารวานจากเส้นทางสายไหมถือว่าเป็จุดหมายปลายทางสำคัญของการค้าขาย ฉางอานจึงเป็เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในขณะนั้น
เสี้ยวอู่ิคิดการใหญ่พาเหมยฮวาไปซ่อนตัวอยู่ในวังหลวงจึงมิใช่เื่ที่เป็ไปมิได้
หากเหมยฮวาเป็ปกติ ด้วยระดับฝีมือของมันสองคน คิดว่าพอเอาตัวรอดได้ไม่ยาก
เพียงแต่ศัตรูที่พบคราวนี้เข้มแข็งเกินไป
ยามโฉว่ (ประมาณตีสอง)
เสี้ยวอู่หมินชักนำนางงามมานั่งซุกอยู่ในซอกหลังคาแห่งหนึ่ง
หลังคาของสิ่งปลูกสร้างภายในวังจะมีลักษณะเป็ชั้นๆ ลดหลั่นกันไป มุมทั้งสี่ด้านงอนขึ้นเล็กน้อย บางแห่งประดับไว้ด้วยสัตว์มงคลต่าง ๆ อาทิ ั หงส์ หรือนกยูง นัยว่าเพียงแค่ดูระดับชั้นของหลังคาและสัตว์มงคล ก็สามารถบ่งบอกฐานะของผู้ที่อยู่ในอาคารนั้น
บริเวณที่พวกมันซ่อนตัวย่อมต้องอยู่รอบนอกของวัง เป็พื้นที่ซึ่งอิทธิพลของเว่ยกงกงยังพอคุ้มครองพวกมันได้
เสี้ยวอู่ิยังมิอาจหาญพอที่จะพานางไปซ่อนตัวแถวท้องพระโรงที่ประทับ
แถวนั้นมีสตรียอดฝีมืออยู่มากนัก ส่วนองครักษ์หลวงก็มิใช่ทหารธรรมดา มันเองยังเคยแทบเอาชีวิตไม่รอด
คืนฤดูตงเทียนเช่นนี้ อากาศหนาวเหน็บ ยังดีที่สิ่งปลูกสร้างมีหนาแน่น ด้านซ้ายและขวามีหลังคาของช่วยบังได้ทั้งสายลมและสายตา แต่ก็ยังนับว่าเยือกเย็นสุดทานทน
อาการของเหมยฮวาดีขึ้น แต่าแถูกธนูยิงทะลุขามิใช่จะหายโดยง่าย
ความเย็นเริ่มทำให้นางเจ็บแผล
หากเป็เมื่อก่อนนางสามารถใช้ทิฐิมานะข่มความเ็ปลงได้
แต่พักหลังนางเริ่มชินกับการใช้อารมณ์ฟาดฟันใส่บุรุษหน้าตาธรรมดาที่นั่งเบียดไหล่อยู่ข้างๆ
มันช่างเลือกสถานที่นัก
แม้จะพอคาดเดาออกว่ามันกำลังเอาเปรียบนาง แต่ก็ถือว่าเป็รางวัลของมันก็แล้วกัน
“น่าแปลกนัก”
อยู่ๆ นางก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ ทำเอาเสี้ยวอู่ิที่กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นกายหอมกรุ่นถึงกับสะดุ้งเฮือก
หรือนางจับไต๋ได้ว่ามันแกล้งพามานั่งเบียดกันในที่แคบๆ เช่นนี้
“มีอันใดหรือ”
มันพยายามดัดเสียงให้เป็ปกติที่สุด
“ไฉนเวรยามแถวนี้ดูเบาบาง”
“ข้าพเ้าสืบดูแล้ว แถวนี้มีคนอยู่น้อยที่สุดและมีบริเวณเชื่อมต่อไปถึงโรงครัว ส่วนตรงไปอีกด้านไกล ๆ ก็ยังเป็สุขา เผื่อท่านจะ...”
มันรีบหุมปากลงเมื่อเห็นนางหันมามองตาเขียว
“แล้วจะนั่งตากลมหนาวอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าใด”
“เดี๋ยวพอเข้ายามอิ๋น (ประมาณตีสี่) เวรยาม่นี้จะเกียจคร้านที่สุด เราสามารถผ่านเข้าไปใต้หลังคาตึกนั้น มีสถานที่พอพักผ่อนหลับนอนได้”
“นั่นเป็ที่ใด”
“ที่ทำงานของท่านกงกง”
นางนึกชมในใจ บุรุษผู้นี้แม้ไม่ค่อยพูดจา แถมบางครั้งยังดูทึ่มทึบไปบ้าง แต่ทุกความเคลื่อนไหวมักจะวางแผนไตร่ตรองเป็อย่างดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็ทำเพื่อนางทั้งสิ้น
นางขยับตัวลุกขึ้น
เสี้ยวอู่ิรีบถาม
“ท่านจะไปที่ใด”
นางหันมาตาขุ่น
“สุขา”
เช้านี้กงกงมิมีข้อราชการต้องเข้าเฝ้า มันนั่งอยู่ในห้องทำงาน ตรวจกองเอกสารกองใหญ่เบื้องหน้า
ั้แ่สมัยราชวงศ์ถังมีการใช้ระบบการพิมพ์ตัวอักษรด้วยแม่พิมพ์ไม้ พิมพ์ลงบนกระดาษซึ่งทำจากเปลือกไม้ ฟางข้าวและวัสดุธรรมชาติต่าง ๆ ทำให้กิจการงานที่ต้องทำเป็หนังสือสะดวกขึ้นมาก และแน่นอนว่าเอกสารที่ต้องอ่านก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน
เว่ยกงกงมือหนึ่งถือคำร้องที่ส่งมาจากที่ต่าง ๆ อีกมือถือถ้วยชาแดงร้อนกรุ่นหอมกลิ่นควันไม้ แม้จะตรวจงานมานับชั่วยาม แต่เอกสารดูไม่พร่องลงไปเท่าใด
สุดท้ายมันวางงานลง แหงนหน้าพิงหลังกับเก้าอี้ หลับตาใช้ความคิด
เสียงผู้ใต้บัญชาขอเข้าพบ
“เข้ามา”
นายทหารผู้หนึ่งเร่งรุดมาในห้อง
“ได้รับรายงานว่าหวงซิ่นศิษย์าุโลำดับสี่ของตระกูลหวงกับพวกถูกลอบทำร้ายระหว่างทางมาฉางอาน หวงซิ่นาเ็สาหัสหนีรอดมาได้ ที่เหลือล้วนตายสิ้น”
เว่ยกงกงหน้าเครียดลง ยกมือหนึ่งขึ้นจับคาง
เหตุใดพวกมันต้องทำร้ายคนตระกูลหวง
หรือนี่เกี่ยวกับการลอบสังหารพระจักรพรรดินี
“ตามเสี้ยวอู่ิให้เรา”
นายทหารนั้นทำท่างุนงง เพราะปกติเสี้ยวอู่ิอยู่ลั่วหยาง
เว่ยกงกงชี้นิ้วขึ้น้า
“มันอยู่บนหลังคา”
เจียเจียร้องไห้จนสองตาแดงก่ำ
บัดนี้นางสำนึกแล้วว่าการเอาแต่ใจ บางครั้งนำมาซึ่งความสูญเสีย
เป็ความสูญเสียที่ไม่อาจชดเชยได้
ศิษย์ตระกูลหวงยี่สิบชีวิต ตายเพราะไปตามหาเสี้ยวอู่ิให้นาง
แต่ที่สำคัญคือไม่มีใครโทษว่านาง
นางประสงค์ให้มีคนตำหนินาง ด่าทอนาง หรือแม้แต่โกรธแค้นนาง
ใยกลับมีแต่ผู้คนปลอบใจ
แม้แต่ศิษย์าุโอีกสามคนก็เอาแต่ปกป้องนาง
คนเราบางครั้ง การถูกทำโทษอย่างสาสม ยังสบายใจกว่าได้รับละเว้นอย่างเมตตา
ประมุขหวงเดินเข้ามาในห้องกับฮูหยิน
เจียเจียนั่งบนเตียงมองบิดามารดา น้ำตาก็รินไหลออกมาอีก
หวงฮูหยินนั่งลงกุมมือบุตรีไว้
"เป็เพราะลูกทำให้ศิษย์พี่หลายคนต้องตาย”
เจียเจียสะอึกสะอื้นออกมา นี่เป็วาจาครั้งที่เท่าใดแล้วที่นางโทษตัวเอง
ประมุขหวงเข้ามาลูบศีรษะของธิดาเบาๆ
“พวกมันมิได้ไปตามหาเสี้ยวอู่ิแต่อย่างเดียวดอก”
เจียเจียเงยหน้ามองบิดา
"พ่อมอบหมายงานสำคัญของสำนักให้ไป หาไม่แล้วคงไม่ต้องใช้คนถึงยี่สิบคน ยิ่งไม่ต้องให้หวงซิ่นไปด้วย”
“แต่หากไม่ใช่เพราะลูก”
“แม้ไม่มีเื่ของเสี้ยวอูิ พวกมันก็ต้องเดินทาง”
น้ำตาของเจียเจียยังไหล แต่ถ้อยคำของบิดาเหมือนแสงอาทิตย์อันอบอุ่นสาดส่องลงมายังพื้นน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ ช่วยลดทอนความรู้สึกผิดที่กัดกร่อนดวงใจน้อยๆ ของนางไปได้มาก
“หยุดร้องไห้เสียเถิด พ่อสั่งให้นำเงินทองไปมอบให้ครอบครัวของศิษย์ที่ตายไป หากครอบครัวใดมีเด็กเล็กจะให้รับเข้าสำนัก ส่วนหวงซิ่นพ่อจะตามกลับมาให้ได้”
เจียเจียยกมือขึ้นปาดน้ำตา แววตาเปลี่ยนจากโศกเศร้าเป็เข้มแข็งมีกำลังใจ เพื่อศิษย์ตระกูลหวงที่ตกตาย นางจะมัวอ่อนแออยู่มิได้
“บ๊วยหวานดักปักษา” จะมิยอมให้ตระกูลหวงรังแก
หวงฮูหยินมองดูธิดายอดดวงใจ
เช่นนี้จึงได้ชื่อว่าเป็ลูกของ “หวง เจียงเฉียง” ผู้ยิ่งใหญ่