การทะลวงระดับของ เหอหลงอวี่ ส่งแรงสะเทือนก้องไกลไปทั่วหุบเขาเหยาอวิ๋นและฟ้าดินโดยรอบ เปลวเพลิงคู่บรรพกาลที่เขาปลดปล่อยออกมาเมื่อทะลวงระดับนั้น ไม่เพียงทำให้ท้องนภาเปลี่ยนสี หากยังทำให้ผู้ฝึกตนที่มีพลังระดับสูงหลายคนสะดุ้งตื่นจากการบำเพ็ญเพียร
“นี่มัน… ไฟวิญญาณคู่จริง ๆ หรือ!?”
“เด็กผู้นั้นเพิ่งจะอยู่ขั้นกำเนิดปราณแท้ ๆ แต่กลับก้าวสู่ขั้นสูงสุดพร้อมไฟคู่… หากปล่อยไว้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาจะเป็นภัยต่อทุกสำนัก!”
กลางรัตติกาล ลมหนาวกรรโชก ม่านหมอกหนาทึบปกคลุมรอบหุบเขาเหยาอวิ๋น เงาดำลึกลับสามร่างปรากฏขึ้นเหนือยอดเขา สวมชุดคลุมดำปักตราสัญลักษณ์ “กงล้อเงา” — กลุ่มนักล่าลับผู้รับงานจากเงามืดในยุทธจักร
หนึ่งในนั้นหัวเราะแผ่วเบา เสียงเย็นยะเยือก
“ข่าวลือไม่เกินจริง เด็กชื่อเหอหลงอวี่มีไฟคู่บรรพกาลจริง หากได้มันมา จะเปลี่ยนตระกูลของเราจากหมื่นปีตกต่ำให้กลับคืนสู่ความรุ่งเรือง”
อีกคนตอบเสียงขุ่น
“ระวังเถิด ไฟวิญญาณคู่มิใช่สิ่งที่ใครก็ยึดครองได้ หากบังคับผิดพลาด พวกเราก็อาจถูกเผาจนวิญญาณสลาย”
ผู้นำกลุ่มเพียงยกมือขึ้น ขัดบทสนทนา
“ไม่ว่าจะอย่างไร ภารกิจคืนนี้คือจับตาดู ไม่ใช่ช่วงชิง รอให้เขาแสดงช่องโหว่เสียก่อน…”
ขณะเดียวกัน ภายในลานฝึก หุบเขาเหยาอวิ๋น — เหอหลงอวี่กำลังนั่งสมาธิอย่างสงบ เปลวเพลิงคู่ถูกควบแน่นเก็บไว้ในตันเถียน สายตาของเขานิ่งสงบ ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในอากาศ
เขาลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งแสงสีทองอมม่วง
“ใคร…กำลังจับจ้องข้าอยู่?”
สายลมกรรโชกแรงขึ้น ใบไม้ปลิวว่อน เสียงอื้ออึงดังก้องราวกับใครบางคนแฝงตัวอยู่ในความมืด
ทันใดนั้น เงาดำหนึ่งร่างปรากฏตรงหน้าลานฝึก หัวเราะเบา ๆ
“เหอหลงอวี่… ไฟคู่บรรพกาลของเจ้า ทำให้โลกทั้งยุทธจักรสั่นสะเทือน เจ้าจะเก็บมันไว้ได้อีกนานแค่ไหนกัน?”
เหอหลงอวี่ลุกขึ้นยืน ร่างห่อหุ้มด้วยแรงกดดันจากไฟคู่ที่ยังคงหลงเหลือ
“หากคิดมาลองดี ก็เข้ามา ข้าจะให้เจ้ารู้ว่า…การก้าวสู่ขั้นสูงสุดของเหอหลงอวี่ ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็เหยียบย่ำได้!”
ศิษย์ในหุบเขาเริ่มแตกตื่น แสงเพลิงคู่ค่อย ๆ โอบล้อมร่างเหอหลงอวี่ แสดงถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่ —
นี่คือการเผชิญหน้ากับศัตรูจากเงามืดครั้งแรก หลังทะลวงระดับ! 