เมิ่งเหยียนเห็นชายชรามองเมิ้งเจี้ยนเฉินไม่วางตาดวงตาเปร่งประกายและยังมอบของล้ำค่าให้ก็สับสนทั้งดีใจและกังวลในฐานะคนที่ผ่านความตายมามากเมิ่งเจี้ยนเฉินที่อยู่ระดับถ้ำ์มองออกว่านักพรตคนนี้มีความแข็งแกร่งไม่ธรรดาส่วนที่ว่าแข็งแกร่งแค่ไหนกลับไม่อาจทราบได้
“ตกลง”เมิ่งเจี้ยนเฉินมองอีกฝ่ายและรีบแผ่นยันต์มา
“บางครั้งการฉลาดมากเกินไปก็ไม่ดีและการหนีก็ไม่ใช่วิธีแก้ หากเ้าอยากจะหลุดพ้นจากข้อจำกัดนี้จริงไม่ยากแค่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นขอแค่เ้าแข็งแกร่งกฎเกณฑ์ที่คนอื่นสร้างขึ้นจะกักขังเ้าได้หรือขณะเดียวกันเมื่อเ้าแข็งแกร่งเ้ายังสามารถสร้างกฎเกณฑ์ให้กับคนอื่นได้อีกด้วย”นักพรตชรายิ้ม
“ทำแบบนั้นแล้วคนอื่นจะไม่เดือดร้อนงั้นหรือ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ถึงตอนนั้นเ้าก็แค่ต้องมองโลกให้มากอ่านหนังสือให้เยอะเ้าก็จะรู้คำตอบข้อนี้เองเอาละนักพรตอย่างข้าอยากจะรับเ้าเป็ศิษย์คนสุดท้ายแต่ว่าเ้าในตอนนี้ยังไม่พร้อมดังนั้นพบกันครั้งหน้าหวังว่าเ้าจะพร้อมสำหรับการออกไปเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ส่วนตอนนี้เ้าก็ค่อยๆหาคำตอบให้กับตัวเองไปเถอะ” นักพรตชราหัวเราะ
“ท่านนักพรต”เมิ่งเหยียนลังเลอยากจะพูดบางอย่าง
“ข้ารู้ว่าแม่ทัพเมิ่งกังวลอะไรไม่ต้องกังวล ข้ารับรองว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเขาอย่างเด็ดขาดในเมื่อข้าบอกแล้วว่าข้าจะรับเขาเป็ลูกศิษย์คนสุดท้ายย่อมต้องปกป้องเขาจากภัยอันตรายและหากมีคนไม่มีตามาแตะต้องเขาละก็ เหอๆ ถึงตอนนั้นบรรพจารย์ของสำนักเต๋าเบื้องบนก็ไม่อาจช่วยพวกมันได้แล้ว”นักพรตชราหัวเราะก้าวเดินออกไปพริบตาร่างก็หายไปทันที
“ท่านอาจารย์ทำไมไม่พาศิษย์น้องไปกับพวกเราด้วยเลย”หญิงสาวคนหนึ่งยืนรอนักพรตชราอยู่นานกล่าวขึ้น
“ไม่รีบตอนนี้ศิษย์น้องคนนี้ของเ้ายังมีจิตใจบริสุทธิ์มากเกินไปใสสะอานจนข้ายังแปลกใจเลย ไม่คิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะได้กำไรมากขนาดนี้กลับไปครั้งนี้เ้าส่งข้อความไปบอกเ้าสามคนนั้นว่าในอนาคตให้เตรียมของขวัญต้อนรับศิษย์น้องเล็กของเขาด้วยและหากมีใครกล้ารังแกศิษย์น้องเล็กของพวกเ้าก็ไม่ต้องให้ข้าบอกนะว่าต้องทำอย่างไร”นักพรตชรากล่าว
“แน่นอนอยู่แล้วใครกล้าทำร้ายศิษย์พี่ศิษย์น้องเท่ากับหาเื่สายของบรรพจารย์เต๋าของพวกเรา”หญิงสาวกล่าว
“ดีฮ่า ฮ่า ข้าเฝ้ารอในอนาคตจริงๆอยากจะรู้ว่าเด็กคนนั้นจะได้คำตอบแบบไหนกัน” นักพรตชราหัวเราะและจากไป
หญิงสาวหันมามองเมืองขนาดเล็กและมองไปยังเด็กน้อยที่กำลังจะเป็ศิษย์น้องของนางแถมยังเป็ลูกศิษย์คนสุดท้ายอีกด้วยในอนาคตเกรงว่าอาจารย์ของนางจะต้องเอาใจและดูแลลูกศิษย์คนเล็กคนนี้เกินหน้าเกินตาอย่างไม่ต้องสงสัย
เมิ่งเหยียนได้เดินทางไปยังตระกูลเซี่ยด้วยตัวเองมองดูสภาพที่อนาถซากศพจำนวนมากล้วนแต่ถูกกองอยู่ในตระกูลและถูกเผาไปจนหมดหนึ่งในตระกูลแม่ทัพที่เป็เสาค้ำยันแคว้นได้ล่มสลายในพริบตาเหลือเพียงทายาทคนสุดท้ายอย่างเซี่ยชิงอี้
“ฝ่าาข้าควรจะทำอย่างไรดีบุตรชายของท่านทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก” เมิ่งเหยียนมองท้องฟ้านึกถึงอดีตฮ่องเต้ที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นแต่ทำไมบุตรชายกลับไร้ซึ่งมโนธรรมขนาดนี้
“ท่านแม่ทัพท่านอ๋องมาขอเข้าพบ”ทหารคนหนึ่งกล่าว
“เขาจะมาทำไม”เมิ่งเหยียนเย้ยหยัน
“ปล่อยให้เขาเข้ามา”
ไม่นานชายในชุดคลุมจิ้งจอกก็เดินมาถึงลานกว้างของตระกูลเซี่ยที่ถูกทำลายมีคาบเืและซากศพอยู่จำนวนมากใบหน้าของชายวัยกลางคนตึงเครียดขึ้นมาทันที
“อ๋องชิงคิดว่าอย่างไร”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ไร้มโนธรรมเกินไป”ชายชุดคลุมจิ้งจอกกล่าวขึ้นกำหมัดแน่น
“แล้วคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดีละ”เมิ่งเหยียนกล่าวต่อ
“ข้าไม่รู้.....แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ราชวงศ์สุ่ยก็คงต้องพ่ายแพ้ให้กับศัตรูแน่”อ๋องชิงหรือนามที่แท้จริงคือ สุ่ยชิงกล่าว
“เสียใจหรือไม่กับการตัดสินใจในครั้งนั้น”เมิ่งเหยียนหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ
“ข้า....”สุ่ยชิงถอนหายใจ
ที่จริงฮ่องเต้พระองค์ก่อน้าให้บุตรชายคนเล็กของตนอย่างชิงสุ่ยคนนี้ขึ้นเป็รัชทายาทและกลายเป็ฮ่องเต้แต่สุ่ยชิงปฏิเสธเพราะไม่อยากขัดแย้งกับเหล่าพี่ชายของตนเอง
สุดท้ายเื่ทุกอย่างกลับทำให้สุ่ยชิงต้องรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของตนเองหากตอนนั้นตนตอบตกลงคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ย่อมเป็ตนและสถานการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
“ที่แท้ท่านพี่ไม่ได้โเี้ขนาดนี้แต่หลังจากที่ผู้ติดตามคนหนึ่งเข้ามาท่านพี่ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป”สุ่ยชิงกล่าว
“ใครทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเลย”เมิ่งเหยียนขมวดคิ้ว
“อีกฝ่ายปกปิดตนเองได้ดีมากหากไม่ใช่เพราะข้าล้มเลิกการแย่งชิงบัลลังก์ละก็เกรงว่าก็คงไม่มีโอกาสได้รู้เหมือนกันข้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนใครแค่ว่าเป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเท่านั้น” สุ่ยชิงกล่าว
“แล้วทำไมพึ่งมาบอกเอาตอนนี้ทำไมเ้าไม่รอให้พวกเราตกตายไปก่อนรอให้บ้านเมืองวอดวายไปหมดก่อนแล้วเ้าค่อยคิดได้ห๊า” เมิ่งเหยียนคำรามด้วยความโกรธ
ผู้ติดตามของสุ่ยชิงไม่ได้กล่าวอะไรเพราะสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งถึงอย่างไรสุ่ยชิงก็นับถืออีกฝ่ายไม่ต่างจากผู้าุโในตระกูล
“หากท่านลุงเมิ่งคิดจะหันคมดาบเข้าหาเมืองหลวงข้าเองก็จะช่วยเหลือแต่ขอร้องว่าไว้ชีวิตท่านพี่ได้หรือไม่”สุ่ยชิงกล่าว
“ไว้ชีวิตเ้ายังคิดว่าคนผู้นั้นสมควรไว้ชีวิตอีกงั้นเหรอ” มือไม้ของเมิ่งเหยียนสั่น
“เ้ารองมองภาพนี้ดูภาพของตระกูลเซี่ยที่เคยเคียงข้างบิดาของเ้าออกรบและหลั่งเืมานานหลายปีกว่าแคว้นสุ่ยจะมีทุกวันนี้ได้พวกเขาไม่ได้รางวัลยังพอทนได้แต่กลับถูกสังหารทั้งตระกูล” เมิ่งเหยียนคำราม
สุ่ยชิงได้แต่ก้มหน้าลงสองมือกำเป็หมัดแน่นสุ่ยชิงรู้ดีว่าสิ่งที่ฮ่องเต้ทำนั้นไม่อาจให้อภัยได้แต่ด้วยเพราะเกิดจากมารดาคนเดียวกันจึงไม่อยากให้พี่ชายของตนต้องตาย
“เ้าไปเถอะในเมื่อจิตใจของเ้าไม่อาจตัดสินใจเด็ดขาดได้ก็อย่ามายุ่งเื่นี้เลย” เมิ่งเหยียนกล่าว
เมื่อเห็นสุ่ยชิงไม่ไปเมิ่งเหยียนจึงหันหลังบังคับม้าเดินทางกลับด้วยตัวเองเหล่าทหารกล้าพากันสีหน้าเด็ดเดี่ยวไม่มีใครแสดงความเคารพต่อสุ่ยชิงแม้แต่คนเดียวพากันเดินจากไปด้วยใบหน้าเ็า
“ท่านอ๋อง”
“ไม่ต้องพูดอะไรกลับกันเถอะและสั่งให้คนของเรามาสร้างสุสานให้กับผู้คนตระกูลเซี่ยด้วย”สุ่ยชิงกล่าว
อย่างช้าๆเมื่อข่าวการตายของแม่ทัพเซี่ยและการลอบสังหารที่ตระกูลเซี่ยเกิดขึ้นพร้อมกันผู้คนต่างก็พากันตื่นตระหนกในเมืองหลวงยังคงเป็ปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีคำอธิบายไม่มีคำสั่งอะไรลงมากลับกันขุนนางบางคนกลับรู้สึกเย็นหลังการกระทำนี้ของฝ่ายขุนนางล้ำเส้นเกินไปหากแม่ทัพทั้งหมดพากันต่อต้านขึ้นมาแล้วเมืองหลวงจะทำอย่างไร
เมิ่งเหยียนไม่ได้ลงมือในทันทีเพราะในตระกูลมีเมิ่งเจี้ยนเฉินและเซี่ยชิงอี้อยู่หากเป็เมื่อก่อนเมิ่งเหยียนคงพากองทัพบุกไปถึงเมืองหลวงด้วยตัวเองแล้ว
ในห้องตำราเมิ่งเจี้ยนเฉินนั่งอ่านตำรามากมายตำเหล่านี้ล้วนแต่เป็ตำราเกี่ยวกับโลกภายนอกเกี่ยวกับการผจญภัยของผู้คนมากมาย
หลายปีมานี้มีสายลับของเมืองหลวงแฝงอยู่ในเมืองชิงมากขึ้นทุกปีและตลอดหลายปีมานี้เมิ่งเจี้ยนเฉินก็ไม่ได้ฝึกฝนและยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอ่านตำราอยู่เป็ประจำทำให้เมืองหลวงยังคงไม่ลงมือทำอะไร
แต่เซี่ยชิงอี้กลับเริ่มฝึกตนนางทั้งฝึกวรยุทธและบ่มเพาะพลังปราณไปด้วยหลายปีมานี้พลังของนางเพิ่มขึ้นเร็วมากเวลาผ่านไป5 ปีนางก็บรรลุสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้วเรียกได้ว่าทำให้ผู้คนตกตะลึงอย่างมาก
“น้องเจี้ยนเฉินเ้าไม่คิดจะฝึกตนจริงๆงั้นหรือ”ร่างของหญิงสาวที่งดงามเดินเข้ามา หญิงสาวคนนี้มีใบหน้างามล่มเมืองมีรูปร่างที่สมบูรณ์เพียงแต่หลายปีมานี้นางสวมแต่ชุดสีดำอยู่ตลอด
“มีพี่สาวชิงอี้อยู่ทั้งคนข้ายังต้องฝึกฝนไปทำไม”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“หรือที่เ้าทำแบบนี้เพราะกังวลว่าเมืองหลวงจะโจมตีตระกูลเมิ่ง”เซี่ยชิงอี้ขมวดคิ้ว
“อืมหากข้าเริ่มฝึกฝนเมื่อไหร่เกรงว่าท่านปู่คงถูกส่งไปที่ชายแดนอย่างไม่ต้องสงสัยหากไม่ไปก็ถูกตราหน้าว่าก่อฏถึงตอนนั้นผู้คนในแคว้นสุ่ยก็จะตราหน้าพวกเราว่าฏไปด้วยแล้วพวกเราจะมีที่ยืนในแคว้นสุ่ยได้อย่างไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แต่เ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและอ่านหนังสือพวกนี้จะมีประโยชน์อะไรละ”เซี่ยชิงอี้กล่าว
“ให้เวลาข้าหน่อยอีกไม่นานนักหรอก” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“เอาเถอะถึงอย่างไรมีข้าอยู่ก็ไม่มีใครกล้าหาเื่เ้าอย่างแน่นอน” เซี่ยชิงอี้กล่าว
ห้าปีมานี้ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดคนหนึ่งฝึกฝนอยู่ในลานกว้างอีกคนนั่งอ่านหนังสืออยู่ในศาลาใกล้ๆขณะเดียวกันข่าวลือที่ว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินเป็คนไร้ประโยชน์ก็ทำให้เมืองหลวงผ่อนคลายรวมถึงบุตรคนรองของเมิ่งเหยียนด้วย
และในอีกไม่กี่วันบุตรชายของบุตรคนรองก็จะกลับมายังตระกูลพร้อมกับความสำเร็จในการฝึกตน
“นายน้อยท่านแม่ทัพเรียกให้นายน้อยเข้าพบเดี๋ยวนี้” สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามา
“คงไม่ได้ถูกท่านปู่ต่อว่าอีกหรอกนะ”เซี่ยชิงอี้ขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องกังวลท่านตั้งใจฝึกฝนไปเถอะ” เมิ่งเจี้ยนเฉินจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาและตบลงเบาๆ
ใบหน้าของเซี่ยชิงอี้แดงเล็กน้อยมองใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างถึงที่สุดตรงหน้าหลายปีก่อนอีกฝ่ายถูกจับตัวแต่งเป็หญิงสาวนางยังจำแทบไม่ได้ถึงขั้นสงสัยว่าอีกฝ่ายใช้ผู้ชายจริงหรือแต่หลายปีมานี้ใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มเหมือนผู้ชายมากขึ้นแต่หากสวมชุดของหญิงสาวและแต่งหน้าเล็กน้อยเกรงว่าก็คงจะกลายเป็สาวงามอย่างไม่ต้องสงสัย
“เฮ้อเ้ามีอะไรซ่อนจากข้ากันแน่” เซี่ยชิงอี้กล่าว
“ผู้ชายหากไม่มีความลับอยู่เลยแล้วจะน่าค้นหาได้อย่างไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินหัวเราะและเดินจากไป
เมื่อมาถึงเรือนของเมิ่งเหยียนเมิ่งเจี้ยนเฉินที่เดินเข้ามาในประตูก็โบกมือพริบตาค่ายกลในเรือนก็ทำงาน
“ดูเหมือนหลายปีมานี้สิ่งที่พวกเราทำจะไม่สูญเปล่า”เมิ่งเหยียนยิ้ม
“ถึงจะรู้สึกผิดต่อท่านพ่อท่านแม่และพี่สาวชิงอี้แต่ก็ไม่มีทางเลือก”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ตอนนี้เ้าอยู่ระดับไหนแล้ว”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ปราณแท้ขั้นต้น”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ยอดเยี่ยมสมแล้วที่ท่านนักพรตคนนั้นถูกใจเ้าและยังทิ้งของบางอย่างเอาไว้ให้เ้าใครจะนึกว่าในยันต์แผ่นหนึ่งจะมีตำราฝึกฝนซ่อนอยู่หากเ้าไม่เริ่มฝึกฝนจนถึงระดับเปิดเส้นลมปราณเกรงว่าคงไม่อาจมองออกได้อย่างแน่นอน”เมิ้งเหยียนหัวเราะ
“เพราะมีตำราห้วงความฝันข้าถึงสามารถฝึกฝนในความฝันได้และสามารถปกปิดความสามารถนี้ของข้าได้จากสายตาของสายลับมาจนถึงวันนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินถอนหายใจ