เสียงแอร์ฮัมเบาๆ ความเย็น กระทบผิวจนปรายฟ้าต้องดึงแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย เธอนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้พลาสติกสีพาสเทลในคลินิกสูติชื่อดังแห่งหนึ่ง ใจกลางกรุงเทพฯ ตกแต่งด้วยโทนขาวสะอาดตา กลิ่นอ่อน ๆ ของลาเวนเดอร์ลอยมาแตะจมูกสลับกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาจากห้องตรวจ
ปรายฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาอีกครั้ง สองโมงสี่สิบห้า
"ทำไมหมอยังไม่เรียกซะทีนะ..." เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเหลือบมองกระจกเงาบานใหญ่ข้างผนัง แล้วยิ้มให้ตัวเองอย่างพึงใจ
เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนเข้ารูป กับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า ทรงผมมัดหางม้าหลวม ๆ แถมวันนี้เธอไม่ใส่บราด้วย…ให้ตายเถอะ ปลุกใจยิ่งกว่าคาปูชิโน่ตอนเช้าอีก ทำไมหนะเหรอ ก็เธอมาพบว่าที่คู่หมั้นที่แม่บอกไว้หน่ะซิ
"คุณปรายฟ้า ธาราวดี เชิญที่ห้องตรวจ 3 ค่ะ"
เสียงพยาบาลเรียกทำให้เธอลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่วปรายฟ้าสะบัดผมเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องด้วยจังหวะที่น่ามองเธอเปิดประตูห้องตรวจเบา ๆ และแล้ว…ภาพแรกที่เห็นคือผู้ชายในเสื้อกาวน์สีขาว ท่าทางขรึม ๆ กำลังนั่งอ่านแฟ้มเวชประวัติอยู่ตรงหน้าโต๊ะ
เขาเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆหล่อ…หล่อแบบไม่ต้องพยายาม หล่อแบบที่ยืนเฉย ๆ ก็ทำคนไข้ใจสั่นจนความดันขึ้น เขาดูสูงโปร่งแม้จะนั่งอยู่ก็ตาม ไหล่กว้าง หุ่นแน่นพอดี เสื้อกาวน์สีขาวที่สวมอยู่ดูจะบางเกินไปสำหรับกล้ามหน้าอกแน่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า
เวลาเขาเลิกแขนเสื้อขึ้น…กล้ามแขนเป็มัดชัดเจนแบบไม่ต้องเกร็งเส้นเืที่ข้อมือ…แค่เห็นก็อยากจะโดนจับกดให้นอนบนเตียงตรวจใบหน้าคมคาย ตาคมเฉียบแบบคนที่ไม่พูดมาก แต่แววตาเวลาเขาเงยหน้ามอง…มันโคตรร้ายแบบโคตรหล่อใบหน้าเข้ม ๆ นิ่งขรึม คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบที่พอเงยสบตาเธอเข้าอย่างจัง ก็ทำปรายฟ้าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเฉย ๆ แต่แทนที่เขาจะยิ้มทักหรือทักทายอย่างสุภาพ หมอคณินกลับพูดเสียงเรียบ
“นามสกุลคุณ…ธาราวดี?”
ปรายฟ้ายิ้ม หวานแบบมีเล่ห์
“ใช่ค่ะ คุณแม่บอกว่าหมออาจจะในิดนึง เพราะยังไม่รู้เื่ว่าหมั้นกับใครใช่มั้ยคะ?”
เขานิ่งไปสองวินาที ก็ใช่ที่เขาไม่รู้เื่หมั้น และไม่เคยเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้หญิงสาวตรงหน้า อายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า คิดว่าคงยังเรียนไม่จบ นี่แม่เขากำลังคิดอะไร ให้เขาหมั้นกับเด็ก ขนนาดนี้
“อะไรนะ?”
"ฉันคือ คู่หมั้นของคุณหมอ"
แววตาระยิบระยับที่มองมา ทำให้เขา หน้าชายัยเด็กแก่แดดคนนี้ เธอพูดเต็มปากเต็มคำว่าเป็คู่หมั้นของเขา
“ถ้านี่เป็การล้อเล่น ผมไม่ขำ”
“อุ๊ย…หนูไม่ตลกขนาดนั้นค่ะ” ปรายฟ้าแสร้งทำหน้าซื่อ “แต่ถ้าหมอจะขำหนูก็โอเคนะคะ จะได้เห็นหมอยิ้มซะที”
เขายังคงหน้าตาย
“แม่ผมจับหมั้น ผมไม่ได้ยินยอม”
“ค่ะ แม่คุณหมอคงอยากอุ้มหลานเร็ว ๆ ส่วนคุณแม่หนูก็อยากผูกสัมพันธ์ธุรกิจเร็ว ๆ เช่นกัน” เธอยักไหล่ “เลยลงตัวที่หนู”
คณินพ่นลมหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนขึ้น
“ถ้าอยากมาคุยเื่หมั้น มาเจรจาเื่ธุรกิจ ไปคุยกับแม่ผม ไม่ใช่มาที่คลินิก”
“แต่อยากเจอหมอด้วยค่ะ” เธอเอียงคอ “อยากให้หมอตรวจให้หน่อยว่า...สเปกหนูผ่านมั้ย?”
เขาชะงักนิ้วที่กำลังจะเปิดแฟ้ม “คุณไม่อายเหรอ พูดแบบนี้?”
ปรายฟ้ายิ้มกว้าง
“อายทำไมคะ เราเป็คู่หมั้นกันอีกหน่อยก็ต้องแต่งงานกัน อีกอย่างหมอหล่อจะตาย ใคร ๆ ก็อยากให้หมอตรวจ…หนูแค่พูดแทนเสียงในใจของผู้หญิงทั้งประเทศ”
เขาหลุบตาลงเหมือนจะตัดบท แล้วชี้ไปที่เตียง
“ขึ้นไปนอน เดี๋ยวตรวจ”
ปรายฟ้ากัดปากเบา ๆ ก่อนจะเดินไปยังเตียงตรวจอย่างเชื่องช้าเธอปีนขึ้นไปนอนด้วยท่าทีแสนจะเป็ธรรมชาติ แต่ขาที่ไขว้กันบนขอบเตียงทำให้กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อนชัดเจน
“ถอดกางเกงในออกด้วย” หมอสั่งเสียงนิ่ง
ปรายฟ้ายกคิ้ว
“หมอพูดแบบนี้กับคนไข้ทุกคนมั้ยคะ?”
“กับคนไข้ที่มาขอตรวจภายใน…ก็พูดแบบนี้แหละ”
“งั้นหมอช่วยหันไปหน่อยสิคะ หนูอาย”
หมอคณินเหลือบตามองแบบเหนื่อยใจ ก่อนจะหันหน้าหนี
ปรายฟ้ายิ้มมุมปาก ก่อนจะถอดกางเกงในลูกไม้ชิ้นเล็ก ๆ ใต้กระโปรงออก…ช้า ๆ เธอไม่ได้อายเลยสักนิด เธออยากรู้แค่ว่า…ผู้ชายที่ดูเ็าแบบเขา จะอดทนได้แค่ไหน หมอหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใส่ถุงมือยางแล้วเดินเข้ามาใกล้
ดวงตาคมนั้นยังคงนิ่ง…แต่ปรายฟ้าเห็นนะว่าหูแดงขึ้นนิดนึง เขาเริ่มตรวจอย่างเป็มืออาชีพ ใช้น้ำเสียงสั้น ๆ แต่สุภาพ แต่ในขณะที่มือเขาััลงเบา ๆ บนหน้าท้องล่างของเธอ…ปรายฟ้าก็จงใจขยับขาเล็กน้อย หมอชะงักไปหนึ่งวินาที…แล้วพูดเสียงต่ำกว่าเดิม
“นอนดีๆ อย่าแกล้ง”
“หมอรู้ได้ไงว่าหนูแกล้ง?”
เขาจ้องตาเธอ
“เพราะถ้าคุณเจ็บ คุณจะขยับหนี…ไม่ใช่ขยับเข้าใกล้”
ปรายฟ้าหัวเราะเบา ๆ “หมอฉลาดจัง”
เขาไม่ตอบ แต่รีบตรวจต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอดถุงมือและถอยออกห่างทันที
“ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่ต้องมาบ่อย ๆ ถ้าไม่จำเป็”
ปรายฟ้าลุกขึ้นนั่ง เอียงคอน่ารัก ๆ
“แต่หนูอยากมาบ่อย ๆ นี่คะ…ชอบห้องนี้จัง มีกลิ่นหมอด้วย”
หมอคณินเก็บแฟ้มเสียงดัง ปึ้ก
“ออกไปได้แล้วครับ คุณปรายฟ้า”
เธอลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะ ก่อนจะวางกางเกงในลูกไม้สีขาวลงบนโต๊ะเบา ๆ
“ฝากหมอซักให้หน่อยนะคะ แล้วเจอกันนะคะคุณคู่หมั้น”
พูดจบ เธอก็เดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้หมอคณินยืนอึ้งอยู่กับกลิ่นน้ำหอมและกางเกงในลูกไม้ที่วางกองอยู่ตรงหน้าเขา…ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้แล้วรีบเก็บมันลงกระเป๋ากางเกงทันที ยัยเด็กลามกเอ้ย
เย็นนั้นหมอคณินขับรถกลับบ้านในสภาพใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวในหัวมีแต่ภาพหญิงสาวเ้าของเสียงใส ๆ กับรอยยิ้มเ้าเล่ห์นั่น
ปรายฟ้า…
แม้ใบหน้าเขายังเรียบนิ่ง มือยังจับพวงมาลัยแน่นเหมือนเดิมแต่ในอกกลับวูบวาบประหลาด ถึงบ้าน…เขาเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะโยนกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด
"แม่ครับ!" เสียงเขาดังลั่นบ้าน
"นี่แม่หมั้นผมกับเด็กแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?"
แม่ของเขาเดินออกมาจากห้องครัวด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน
"ทำไมล่ะลูก ไม่ชอบเหรอ? แม่ว่าน้องน่ารักดีออก"
"น่ารักตรงไหนครับ? ยัยนั่นยั่วผมั้แ่เปิดประตูเข้าห้องตรวจ!"
คุณหญิงนารียิ้มกว้างขึ้น อย่างผู้มีชัย หนูปรายฟ้าสามารถทำให้ลูกชายเ็าของเธอหวั่นไหวได้ถือเป็เื่ดี เพราะแววที่เธอจะได้อุ้มหลานใกล้เข้ามาแล้ว
"แปลว่ายังมีสปาร์กใช่มั้ยล่ะ?"
เขาถอนหายใจแรง ยกมือขึ้นขยี้ผมอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบแฟ้มเวชออกจากกระเป๋าเพื่อจะจัดระเบียบแต่แล้ว...สิ่งหนึ่งก็หล่นลงมากลางพื้นบ้าน ผ้า...ลูกไม้สีขาว...เขาชะงัก หยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...กางเกงในของปรายฟ้า มือใหญ่กำผ้าเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมยังติดอยู่
"...เวรเอ๊ย" เขาสบถในลำคอ
แม่ชะโงกหน้ามา "อะไรน่ะลูก?"
เขารีบกำมือแน่นแล้วซ่อนมันไว้ข้างหลัง
"ไม่มีอะไรครับ! เดี๋ยวผมขึ้นไปอาบน้ำ"
หมอคณินเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดประตูห้องนอนแน่นและ
ทิ้งตัวลงบนเตียง…โดยที่ยังกำลูกไม้ชิ้นนั้นไว้แน่นในมือ ในใจเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า...แค่โกรธ หรือกำลังรู้สึกอะไรมากกว่านั้น