คำสั่งสุดท้าย
ในที่สุดด้วยแรงกระชากเฮือกสุดท้ายเสาไม้ที่ยึดมันไว้ก็หักสะบั้นลงกอร์ก้าหลุดจากพันธนาการมันไม่รอช้าั์ตาลุกวาวด้วยความโกรธแค้น
มันพุ่งทะยานฝ่าวงล้อมของศัตรูราวกับรถศึกมีชีวิตกระโจนเข้าใส่ร่างมหึมาของไซรอนจากด้านข้างอย่างเต็มแรงในวินาทีที่หอกมรณะกำลังจะพุ่งลงมาสู่เอเดรียน
แรงกระแทกของสัตว์ั์ทำให้ร่างของหัวหน้าอาร์บอเรียลเซถลาเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นหอกหลุดจากมือกอร์ก้าไม่ปล่อยโอกาสมันฝังเขี้ยวอันแหลมคมลงบนไหล่ที่หุ้มเกราะของไซรอน เสียงโลหะบิดงอผสมกับเสียงคำรามของกอร์ก้าดังก้องไปทั่วบริเวณ
เอเดรียนอาศัยจังหวะรอดตายอย่างหวุดหวิดนี้กัดฟันตะเกียกตะกายลุกขึ้นมายืนตั้งหลักอีกครั้งข้างกายสัตว์คู่ใจที่กำลังยืนจังก้าปกป้องเขาพร้อมที่จะสู้ตายไปด้วยกันในค่ำคืนแห่งหายนะนี้
กลิ่นเหม็นของเศษไม้จางๆผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กอบอวลไปทั่วบริเวณขณะที่ไซลอนขยับร่างกายที่ดูเหมือนตอไม้เดินได้
“เ้าพวกมนุษย์ เืของพวกเ้าจะกลายเป็น้ำให้รากไม้ของเรา”
ไซลอนคำรามออกมาเสียงของมันหนักแน่นเหมือนเสียงหินบดทับกิ่งไม้แห้งั์ตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยความกระหายเื
เอเดรียนไม่รอให้คำขู่พ่นออกมาจนจบเขาพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวปีศาจร้าย ดาบเอนซิส ลูนาริส ตวัดผ่านอากาศเป็เส้นแสงสีนวลตาเขาไม่ได้เล็งที่เกราะเหล็กหนาทึบแต่เลือกจู่โจมไปที่ข้อต่อซึ่งเป็จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียว
เคร้ง!
คมดาบกรีดผ่านรอยต่อเกราะเหล็กนรกเสียงโลหะปะทะกันดังก้องทุกครั้งที่หอกยาวของไซลอนพุ่งเข้าใส่เอเดรียนจะวาดดาบเป็วงกลมตามศาสตร์การป้องกันเหวี่ยงด้วยแรงกระแทกมหาศาลให้เบี่ยงออกไปด้านข้าง
แม้ชั้นเชิงจะเหนือกว่าแต่พละกำลังของปีศาจนั้นช่างมหาศาลทุกครั้งที่รับแรงปะทะเอเดรียนรู้สึกราวกับถูกค้อนั์ทุบลงบนข้อมือจนสั่นสะท้านแทบจะคุมดาบไม่อยู่
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังดิ่งลงสู่ก้นบึ้งเอเดรียนกวาดสายตามองทหารที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนซึ่งกำลังถูกรุมทึ้ง เขาตัดสินใจะโสั่งการสุดท้ายด้วยเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น
“หนีไป ไปแจ้งท่านพ่อ”
ในจังหวะที่เขาเสียสมาธิเพียงเสี้ยววินาทีไซลอนสบโอกาสเหวี่ยงด้ามหอกที่หนักดุจท่อนซุงกระแทกเข้ากลางยอดอกของเอเดรียนอย่างจัง
“อั่ก!”
ร่างของบุตรแห่งอาเธอร์ลอยกระเด็นไปกระแทกซากกำแพงอิฐจนพังทลายลงมาทับถมปอดของเขาเหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ไซลอนไม่ปล่อยให้เหยื่อมีโอกาสหายใจมันพุ่งตัวเข้าหาด้วยความเร็วผิดมนุษย์ใช้มือที่แข็งแรงปานคีมเหล็กกดร่างของเอเดรียนไว้กับกองเศษอิฐ
ั์ตาสีเหลืองของมันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักรบที่กำลังจะสิ้นฤทธิ์ใบหน้าขรุขระราวกับเปลือกไม้พันปีของไซลอนโน้มลงมาใกล้จน เอเดรียนััได้ถึงกลิ่นอายของดินชื้นและความตาย
ั์ตาของมันวาวโรจน์ด้วยความดูแคลนขณะที่มืออันแข็งแกร่งกดไหล่ของเอเดรียนจนกระดูกแทบจะแตกละเอียด
ไซลอนแค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นะเืไปถึงโสตประสาท
“เ้าสู้ได้ดี สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีอายุขัยสั้นประดุจใบไม้ร่วง”
ไซลอนกล่าวพร้อมกับออกแรงบีบมากขึ้น
“แต่ความกล้าของเ้ามันช่างไร้ความหมายในวันที่รากเหง้าแห่งอาร์บอเรียลตื่นขึ้นจากการหลับใหล
พวกเราเฝ้ารอเวลานี้มาสามศตวรรษ เวลาที่โลกจะกลับมาอยู่ในมือของเ้าของเดิมกำลังจะมาถึง”
เอเดรียนกัดฟันถ่มเืใส่เกราะเหล็กทมิฬของมัน
“พวกแก...จะไม่มีวัน... ชนะ...”
เขาส่งเสียงลอดไรฟัน
ไซลอนไม่สะทกสะท้านมันใช้อีกมือหนึ่งเชยคางของเอเดรียนขึ้นมาอย่างแรงราวกับกำลังพิจารณาเศษขยะที่มีค่าขึ้นมาเพียงเล็กน้อย
“อย่าเพิ่งรีบตายไปนักเลยสายเืของเ้ามีค่าเกินกว่าจะเป็เพียงปุ๋ยธรรมดากษัตริย์ของเรา้าตัวอย่างที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์ป่าแห่งความตายนี้ และเ้าคือผู้ที่ได้รับเกียรติให้เป็รากฐานนั้น”
มันหันไปสั่งสมุนอาร์บอเรียลที่ยืนล้อมรอบอยู่ด้วยภาษาโบราณที่ฟังดูเหมือนเสียงพายุพัดผ่านดงไม้
“พันธนาการมันด้วยรากไม้หนาม อย่าให้มันตายแต่จงทำให้มันรับรู้ถึงความเ็ปของการถูกตรึง เราจะพามันกลับไปยังปราสาท”
ก่อนที่สติของเอเดรียนจะดับวูบลงสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือรากไม้สีดำสนิทที่มัดมือของเขามันพันรอบแขนขาของเขาราวกับงู ยอดหนามแหลมคมทิ่มแทงลงบนิัทำให้ร่างกายชาตามจุดที่หนามแหลมได้แทงลงไป
ค่ำคืนสีเืผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความโเี้ที่พวกอาร์บอเรียลจารึกไว้ซากศพของทหารเผ่าอัลติพรานุสผู้กล้าหาญไม่ได้เพียงแค่ถูกคมดาบสังหาร
ทว่าสภาพของพวกเขาบ่งบอกถึงความทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนสิ้นใจบางร่างถูกหอกเหล็กนรกตรึงไว้กับผนังหินร่างกายถูกทะลวงเป็รูพรุนราวกับเป้าซ้อม คมหอกที่ตีขึ้นจากแร่โลหะนรกของพวกอาร์บอเรียลไม่ใช่เพียงอาวุธสังหารแต่มันคือเครื่องมือปลิดชีพที่ไร้ความปรานี
ท่ามกลางเสียงโกลาหลในคืนนั้นคมหอกเ่าั้ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์และสยดสยอง
เืที่เคยไหลนองพื้นดินบัดนี้เริ่มแห้งกรังเป็สีคล้ำดูราวกับผืนดินกระหายเืได้สูบกินชีวิตของพวกเขาไปจนหมดสิ้นเพื่อเป็ปุ๋ยให้แก่พงไพรที่กำลังจะตื่นขึ้น
ไม่มีเสียงนกร้องไม่มีเสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้ามีเพียงเสียงถ่านไม้ที่มอดไหม้ปะทุขึ้นเบาๆเป็ระยะท่ามกลางซากศพเ่าั้กอร์ก้าบางตัวที่รอดจากการถูกสังหารเดินวนเวียนพ่นลมหายใจใส่ร่างไร้ิญญาของเ้านายด้วยความโศกเศร้า
นี่คือจุดเริ่มต้นของความเงียบงันหนึ่งเดือนเต็มที่ปกคลุมหมู่บ้านวิคุสคอนฟีนิส หนึ่งเดือนที่ความตายถักทอร่างแหแห่งความสิ้นหวังไว้รอคอยการมาถึงของไซรัส