ตอนที่ 9 พิสูจน์ตัวเอง
หลงเหยียนเริ่มฝึกฝนตามเนื้อหาของตำราโบราณ เขานั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ หายใจลึกๆ และใช้สมาธิในการดึงพลังปราณจากต้นไม้เข้าสู่ร่างกาย เขารู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลเวียนและขจัดสิ่งไม่บริสุทธิ์ในร่างกาย
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หลงเหยียนยังคงนั่งสมาธิและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง พลังปราณที่ดูดซับมาช่วยขจัดสิ่งไม่บริสุทธิ์ในร่างกายของเขา ทำให้ปราณของเขาบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หลงเหยียนรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกายและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เขารู้สึกถึงการทะลวงขอบเขตปราณและการขจัดสิ่งไม่บริสุทธิ์ที่สำเร็จลง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังชีวิตและความแข็งแกร่ง
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หลงเหยียน เ้าได้แสดงให้ข้าเห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถในการทะลวงขอบเขตปราณ ข้าภูมิใจในความพยายามของเ้า เ้าพร้อมที่จะก้าวสู่การฝึกฝนขั้นสูงยิ่งขึ้น จงรักษาความมุ่งมั่นและความพยายามนี้ไว้ เ้าจะเป็ผู้ที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต"
หลงเหยียนรับคำชมและคำแนะนำจากปรมาจารย์ด้วยความเคารพ เขารู้สึกมุ่งมั่นและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองต่อไป
การมาถึงของหลี่เฉียงและหม่าเฟย
ใน่บ่ายของวันหนึ่ง ที่นิกายผาสุข ศิษย์หลายคนกำลังฝึกฝนวิชาของตนอย่างขะมักเขม้น ทันใดนั้น หลี่เฉียงและหม่าเฟยจากนิกายนอกได้มาถึงนิกายผาสุข พวกเขามาด้วยความตั้งใจที่จะท้าทายศิษย์ในนิกายผาสุข และสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคน
หลี่เฉียงและหม่าเฟยเดินเข้ามาในลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุข ท่ามกลางสายตาของศิษย์คนอื่นๆ ที่กำลังฝึกฝนอยู่ บรรยากาศที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยสมาธิกลับเปลี่ยนไปเมื่อสองคนนี้ปรากฏตัว ทุกคนหยุดการฝึกฝนและหันมามองด้วยความสงสัยและกังวล
ลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุขเป็พื้นที่กว้างขวาง ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และูเาสูงที่ให้ความรู้สึกสงบและปลอดภัย พื้นลานฝึกถูกปกคลุมด้วยหญ้าเขียวขจี และมีแท่นหินที่ศิษย์ใช้ในการฝึกฝนวิชาต่างๆ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาผ่านกิ่งไม้สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น
เมื่อลี่เฉียงและหม่าเฟยเดินเข้ามา พวกเขาแสดงท่าทางเย่อหยิ่งและมั่นใจในความสามารถของตนเอง พวกเขาสวมชุดฝึกฝนสีดำที่แตกต่างจากศิษย์ในนิกายผาสุข ทำให้พวกเขาโดดเด่นและเป็ที่สังเกตเห็นได้ง่าย ศิษย์ในนิกายผาสุขหลายคนหยุดการฝึกฝนและมองพวกเขาด้วยความสงสัยและความกลัว
หลี่เฉียงและหม่าเฟยเดินเข้ามาในลานฝึกฝนด้วยท่าทางที่เย่อหยิ่ง พวกเขามีรอยยิ้มเล็กน้อยที่แสดงถึงความมั่นใจในตนเอง
ศิษย์ในนิกายผาสุขที่กำลังฝึกฝนอยู่หยุดการฝึกและหันมามองพวกเขาด้วยความกังวลและความสงสัย
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบกลับเปลี่ยนไป กลายเป็ความตึงเครียดและความไม่แน่นอน
แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลงมาผ่านกิ่งไม้สร้างเงาที่เคลื่อนไหวบนพื้นลานฝึก ทำให้บรรยากาศดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ขณะ
หลี่เฉียง: "ข้าได้ยินว่านิกายผาสุขมีศิษย์ที่เก่งกาจมาก เรามาที่นี่เพื่อดูว่าความจริงเป็เช่นไร"
หม่าเฟย: "ใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง มาเถอะ ท้าประลองกับเราสิ เราจะให้พวกเ้าเห็นว่านิกายของพวกเ้าอ่อนแอเพียงใด"
ความกลัวของเพื่อนร่วมรุ่น
หลังจากการมาถึงของหลี่เฉียงและหม่าเฟย เพื่อนร่วมรุ่นของหลงเหยียนเริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดและความไม่แน่นอนในลานฝึกฝน พวกเขารู้ดีถึงชื่อเสียงของหลี่เฉียงและหม่าเฟยในการรังแกและกดขี่ผู้ฝึกฝนที่อ่อนแอกว่า ความกลัวเริ่มแพร่กระจายไปทั่วกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น
เพื่อนร่วมรุ่นของหลงเหยียนเริ่มกระซิบกระซาบกันถึงการมาถึงของหลี่เฉียงและหม่าเฟย หลายคนแสดงท่าทางหวาดกลัวและกังวล พวกเขาหยุดการฝึกฝนและมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์
ลานฝึกฝนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝึกฝนและความกระตือรือร้น ตอนนี้กลับกลายเป็เงียบสงบและตึงเครียด แสงแดดที่เคยส่องลงมาผ่านกิ่งไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่น บัดนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถขจัดความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วได้
เพื่อนร่วมรุ่นของหลงเหยียนยืนอยู่เป็กลุ่ม ใบหน้าของพวกเขาแสดงถึงความกลัวและความไม่มั่นใจ บางคนหันมองหลี่เฉียงและหม่าเฟยด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันถึงความเป็ไปได้ที่พวกเขาอาจถูกท้าทายและรังแก
ลมเบาๆ พัดผ่านใบไม้สร้างเสียงกระซิบเบาๆ ที่เพิ่มบรรยากาศของความตึงเครียด
ศิษย์บางคนก้าวถอยหลัง หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหลี่เฉียงและหม่าเฟย
แท่นหินที่เคยใช้ฝึกฝนตอนนี้กลับกลายเป็ที่นั่งพักของศิษย์ที่กำลังหาทางหนีจากสถานการณ์
ศิษย์คนที่ 1: "ข้าได้ยินมาว่าหลี่เฉียงและหม่าเฟยเก่งมาก ข้าไม่คิดว่าเราจะสู้กับพวกเขาได้"
ศิษย์คนที่ 2: "ใช่ ข้าก็ได้ยินว่าเขารังแกผู้ฝึกฝนที่อ่อนแอกว่าในนิกายนอกเสมอ"
ศิษย์คนที่ 3: "เราจะทำอย่างไรดี ถ้าพวกเขาท้าทายเรา ข้าคิดว่าเราคงไม่มีใครกล้าสู้กับพวกเขา"
ศิษย์คนที่ 4: "บางทีเราอาจจะต้องหาทางหลบเลี่ยง ไม่ให้พวกเขาสังเกตเห็นเรา"
การตัดสินใจของหลงเหยียน
หลังจากที่หลี่เฉียงและหม่าเฟยเข้ามาท้าทายในลานฝึกฝน ความกลัวและความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วกลุ่มศิษย์ในนิกายผาสุข เพื่อนร่วมรุ่นของหลงเหยียนรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีชื่อเสียงในการรังแกผู้ฝึกฝนที่อ่อนแอกว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หลงเหยียนตัดสินใจว่าตนจะไม่ยอมให้เพื่อนร่วมรุ่นต้องทนทุกข์อีกต่อไป
หลงเหยียนยืนอยู่กลางกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น ใบหน้าเขาแสดงถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจ แม้ว่าจะมีความกลัวอยู่ภายในใจ แต่เขาตระหนักว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องเพื่อนและรักษาศักดิ์ศรีของนิกาย
ลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุขยังคงเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาผ่านกิ่งไม้ สร้างเงาที่เคลื่อนไหวบนพื้นหญ้า ลมเบาๆ พัดผ่านสร้างเสียงกระซิบเบาๆ บรรยากาศที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็ตึงเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล
หลงเหยียนยืนตรงกลางกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น ใบหน้าของเขามีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
เพื่อนร่วมรุ่นยืนล้อมรอบหลงเหยียน บางคนมีสีหน้าหวาดกลัว บางคนมีสีหน้าลังเล
ลมเบาๆ พัดผ่านทำให้ใบไม้ร่วงลงมาบนพื้นหญ้า เสียงกระซิบของลมเพิ่มความรู้สึกของความตึงเครียดในบรรยากาศ
หลี่เฉียงและหม่าเฟยยืนอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของลานฝึกฝน ท่ามกลางสายตาของศิษย์ทุกคนที่จับจ้องมาที่พวกเขา
หลงเหยียนมองไปที่หลี่เฉียงและหม่าเฟย สายตาของเขาแสดงถึงความตั้งใจที่จะไม่ยอมให้เพื่อนร่วมรุ่นต้องทนทุกข์
ศิษย์คนที่ 1: "พวกเขาดูเก่งมาก ข้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา"
ศิษย์คนที่ 2: "ถ้าพวกเขาท้าทายพวกเราจริงๆ เราจะทำอย่างไรดี?"
ศิษย์คนที่ 3: "ข้าไม่อยากถูกทำร้าย ข้าควรทำอย่างไร?"
หลงเหยียนหันมองเพื่อนร่วมรุ่นที่กำลังพูดคุยกันด้วยความกลัวและความกังวล เขาหายใจลึกๆ และก้าวออกมาจากกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น มองไปที่หลี่เฉียงและหม่าเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
หลงเหยียน: "ข้าไม่ยอมให้พวกเ้ารังแกเพื่อนร่วมรุ่นของข้า ถ้าพวกเ้า้าประลอง ข้าจะรับคำท้าของพวกเ้าเอง"
หลี่เฉียงและหม่าเฟยสบตากันพร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่ง จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้ามาใกล้หลงเหยียน โดยไม่มีคำพูดใดๆ ท่าทางและสายตาของพวกเขาแสดงถึงความมั่นใจและความ้าที่จะพิสูจน์ความเหนือกว่าของตนเอง การประลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็การท้าทายศิษย์ในนิกายผาสุข แต่ยังเป็การทดสอบความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของหลงเหยียน
ลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุขยังคงเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลงมาผ่านกิ่งไม้สร้างเงาที่เคลื่อนไหวบนพื้นหญ้า ลมเบาๆ พัดผ่านทำให้ใบไม้ร่วงลงมาเป็ครั้งคราว บรรยากาศตึงเครียดและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หลี่เฉียงและหม่าเฟยเดินเข้ามาใกล้หลงเหยียน ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มเย่อหยิ่งที่แสดงถึงความมั่นใจ
ศิษย์ในนิกายผาสุขที่มารวมตัวกันเริ่มพูดคุยกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้นและความกังวล
แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลงมาผ่านกิ่งไม้สร้างเงาที่เคลื่อนไหวบนพื้นหญ้า เพิ่มบรรยากาศของความตึงเครียด
ลมเบาๆ พัดผ่านทำให้ใบไม้ร่วงลงมาบนพื้นหญ้า เสียงกระซิบของลมเพิ่มความรู้สึกของความตึงเครียดในบรรยากาศ
หลี่เฉียง: "ถ้าเ้าอยากพิสูจน์ตัวเอง เราก็ยินดีที่จะรับคำท้าของเ้า"