น่านฟ้าไม่ฟังคำร้องเรียกและท่าทีทักท้วงของหญิงสาว เขาบอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงโมโหจนควบคุมตัวเองไม่อยู่เช่นนี้ จนในที่สุดก็พาเธอขึ้นลิฟต์มาพร้อมกัน
“เอ่อ คุณน่าน…” เรนิตามองชายหนุ่มด้วยสายตาเว้าวอน
“นี่คุณพูดไม่รู้เื่หรือไง ผมบอกว่าค่อยไปคุยกันในห้อง” น่านฟ้าก้มหน้าไปดุอีกฝ่าย
“แต่คุณน่านกำลังบีบมือตัวเล็กอยู่นะคะ ตัวเล็กเจ็บ” เรนิตารีบพูดออกไป ก่อนที่มือของเธอจะโดนชายหนุ่มบีบจนแหลกละเอียด
ฉับพลัน…น่านฟ้ารีบปล่อยมือหญิงสาวราวกับว่ามันเป็เหล็กร้อน ๆ ก็ไม่ปาน นี่เขาโมโหจนลืมตัวจับมือเรนิตาอยู่นาน โดยที่เ้าตัวก็ไม่ทักท้วงอะไรสักนิด
ไม่สิ เธอพยายามจะพูดแล้วแต่เขาไม่ฟังต่างหาก
“คือว่า…”
“คุณไม่ควรไปยุ่งกับเมฆา” น่านฟ้าถอนหายใจแรง บ่งบอกให้รู้ถึงความรู้สึกหนักอึ้งในใจ เรนิตาอ่อนหัดเกินกว่าจะรู้ทันผู้ชายมากประสบการณ์อย่างเมฆาได้
ที่ผ่านมาน่านฟ้ารับรู้มาตลอดว่าเลขาทุกคนของเขาล้วนหลงเสน่ห์เมฆาและสุดท้ายเป็ได้แค่เพียงคู่นอนไม่กี่ครั้งก็ถูกผลักไสอย่างไม่ใยดี…ซึ่งเขาไม่อยากให้เื่นี้เกิดกับเรนิตา
“ตัวเล็กไม่ได้ไปยุ่งกับเขาก่อนนะคะ อีกอย่าง…” ดวงตากลมลอบมองคนตัวสูงที่เอาแต่ทำหน้าตึง นึกคิดอยากทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาจึงพูดเย้าแหย่อย่างไม่ทันได้ไตร่ตรอง
“ถ้าคุณเมฆจีบตัวเล็กจริง ๆ ก็ดีสิคะ หน้าตาก็ดี โพรไฟล์ก็เลิศแบบนั้น” น้ำเสียงหวานพูดเจื้อยแจ้ว กระทั่งหันไปมองชายหนุ่มที่ส่งสายตาดุลงมา
น่านฟ้าขมวดคิ้วมองเธอด้วยความไม่พอใจ รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่นี้จึงหุบลงอย่างรวดเร็ว…เขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่เพียงแค่ส่งสายตาดุดันก็สามารถหยุดคนพูดมากอย่างเธอได้อย่างง่ายดาย
ติ๊ง…
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด น่านฟ้าก็รีบเดินออกไปไม่รีรอเลขาส่วนตัว…เรนิตาได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้รู้ดีว่าทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจก็ตาม แต่สายตานั้นมัน…
‘เหมือนโดนแฟนหึงเลยแฮะ’
เรนิตายิ้มออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะได้สติรีบส่ายหน้าไปมาเพื่อย้ำเตือนตัวเอง…การที่เธอทำงานเคียงข้างอีกฝ่ายได้นานถึงสามปีมันไม่ใช่เพราะเธอเก่ง แต่เป็เพราะเธอไม่ได้ตกหลุมรักเขาต่างหาก
เพราะฉะนั้น…ห้ามคิดเื่บ้า ๆ แบบเมื่อกี้อีกเป็อันขาด
น่านฟ้าเข้ามานั่งในห้องทำงานด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นไม่หาย ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มและสายตาโลมเลียที่เมฆากำลังมองเรนิตา มันยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจ…ไหนจะคำพูดอวดดีของเธอนั่นอีก
ก็อก ๆ ๆ
ตายยากเสียจริง…ดวงตาคมมองนาฬิกาพบว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลากาแฟถ้วยที่สองด้วยซ้ำ แต่เธอกลับมาเคาะประตูห้องทั้งที่ปกติไม่กล้ารบกวนเวลาส่วนตัวของเขา
“เชิญ” น่านฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจับจ้องไปยังร่างบางที่เดินยิ้มร่ามาแต่ไกล ในมือขาวนวลถือถ้วยกาแฟและขนมจานหนึ่ง ทำเอาคิ้วเข้มขมวดด้วยความแปลกใจ
“คือ…ตัวเล็กลองชิมขนมที่แม่บ้านซื้อมาใหม่น่ะค่ะ อร่อยมากกก เลยอยากเอามาให้คุณน่านลองชิม” เรนิตายิ้มหวานเพื่อเอาใจเ้านาย
เพราะการทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจไม่ใช่เื่ดีเลยสักนิด แถมยังเป็เื่ที่เธอไม่ตั้งใจอีกต่างหาก
“เพื่อ? ก็รู้ว่าผมไม่ชอบกินขนม” เ้าของห้องมองคู่สนทนาด้วยความหงุดหงิดใจไม่หาย เธอทำงานกับเขามานานแต่กลับจำไม่ได้หรือว่าเ้านายตัวเองชอบรึไม่ชอบอะไร
“ทราบค่ะ แต่ตัวเล็กแค่อยากให้คุณน่านเปิดใจ” เรนิตาใจลุ่ม ๆ ดอน ๆ แต่ในเมื่อเลือกจะเอาใจเขาด้วยวิธีนี้แล้วก็ต้องไปให้สุด
“เหมือนที่คุณเลือกเปิดใจให้เมฆา?” ชายหนุ่มเลิ่กคิ้วถาม และใช่ เขายังคาใจกับที่เธอพูดในลิฟต์เมื่อครู่นี้อยู่
“ไม่ใช่นะคะ…ที่ตัวเล็กพูดตอนอยู่ในลิฟต์แค่พูดเล่นเท่านั้นเองค่ะ ตัวเล็กไม่ได้ชอบผู้ชายเ้าชู้แบบนั้น” ว่าแล้ว…เธอคิดไว้ไม่มีผิดว่าน่านฟ้าจะต้องโกรธกับประโยคที่แหย่เล่นแบบไม่ทันคิดให้รอบคอบของตัวเอง
“แล้วมันใช่เื่ล้อเล่นหรือไง…อีกอย่างผมเป็หัวหน้าคุณไม่ใช่เพื่อนเล่น” แม้จะโล่งใจที่ได้ยินเ้าตัวยืนยันเช่นนั้น แต่น่านฟ้าก็ยังไม่ชอบอยู่ดีที่เธอล้อเล่นในเื่ไม่สมควร
“ขอโทษค่ะ…นี่ไงคะ ตัวเล็กก็เลยเอากาแฟแล้วก็ขนมมาง้อ”
“ตัวเล็ก…” น่านฟ้าจ้องใบหน้าสวยหวานพร้อมกับส่งเสียงดุ…เขาไม่ชอบให้เธอใช้คำพูดล้ำเส้นเช่นนั้น เพราะเขาไม่ได้งอน เพียงแต่มองว่ามันเป็เื่ไม่สมควรเท่านั้นเอง
“ตัวเล็กเอาขนมมาให้ เผื่อของหวานจะทำให้คุณน่านอารมณ์ดีขึ้นได้ค่ะ” เรนิตาใช้คำพูดใหม่และดูเหมือนว่าคนหน้าบึ้งจะอารมณ์เย็นลงเพราะเขาจิบกาแฟที่เธอชงให้ด้วยท่าทีเรียบเฉย
แม้จะไม่แสดงอาการออกทางสีหน้า…แต่ท่าทีแบบนี้ถือเป็ปกติของท่านประธานอยู่แล้ว
“ลองทานขนมด้วยสิคะ อร่อยมากจริง ๆ นะคะคุณน่าน” เรนิตาคะยั้นคะยอไม่เลิกจนเขายอมหยิบมันกินหนึ่งชิ้นตามที่อีกฝ่ายบอก
“เป็ไงคะ อร่อยไหม” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“อืม…” น่านฟ้ามองคนตรงหน้าที่เอาแต่ยิ้มกว้างแทบจะไปถึงใบหูอยู่แล้ว เพียงแค่เขายอมกินขนมที่เธอเอามาให้…ไม่แปลกใจที่เมฆาจะสนใจเรนิตา แม้พยายามอยู่หลายปีแต่ก็ยังไม่ท้อถอยไปเสียก่อน
เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่สวยและมีเสน่ห์เท่านั้น รอยยิ้มของเธอสามารถทำให้คนรอบข้างยิ้มได้ไปตาม ๆ กัน รวมกระทั่งตัวเขาเอง
“คุณออกไปได้แล้ว” ริมฝีปากคล้ำรีบหุบยิ้มลงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าอีกเช่นเคย
“ค่ะ…” เรนิตายอมอย่างว่าง่าย เพราะอย่างน้อยเธอก็ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาได้สำเร็จ หญิงสาวหันหลังและทันทีที่ก้าวขาออกก็ถูกน่านฟ้าเรียกไว้อีกครั้ง
“เดี๋ยว…ครั้งหน้าอย่าไปยิ้มแบบนั้นให้ใครล่ะ” น่านฟ้าพูดในขณะที่สายตายังคงจับจ้องเอกสารตรงหน้าไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเธอ
“คะ?” เมื่อเห็นว่าคนฟังดูเหมือนจะไม่เข้าใจประโยคเมื่อครู่ เขาจึงเงยหน้าสบตากับเธออย่างจริงจัง…
“ห้ามยิ้มแบบนั้นให้ใคร ยกเว้นผม”
ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากปากประธานน่านฟ้า หัวใจของเรนิตาก็เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกจากอก เธอรีบพยักหน้ารับอย่างทำอะไรไม่ถูก และรีบออกจากห้องทำงานไปด้วยความสับสน…
ขณะเดียวกันเมื่อร่างบอบบางออกไป น่านฟ้าถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่ชอบจริง ๆ และไม่อยากให้ใครได้เห็นรอยยิ้มของเธอเช่นเดียวกับตัวเอง…นั่นเป็เพราะเขารู้ดีว่าความน่ารักของเรนิตาอาจทำให้ผู้ชายคนอื่นอดใจไม่ไหวจะหาเื่เอาเปรียบเธอเข้าจนได้
*******************
หน้าตึงใส่เขา เสียงดุใส่เขา แต่บอกไม่ให้เขายิ้มให้ใคร