เมื่อถึงเขตชานเมืองริมทะเลของเทียนจวิน หลี่หลิวได้พบว่ามีชาวบ้านน้อยใหญ่หาของทะเลมาวางขายกันเกลื่อนกราดอย่างเช่นปลาชนิดต่างๆ ทว่าไม่มีปลาหมึกหรือกุ้งปู ซึ่งระหว่างทางผู้นำชุมชนอย่างป๋ายเคอได้บอกกล่าวกับนางแล้วว่าคนส่วนมากที่นำหอยนางรมมากินสดกัน เพราะมันสามารถเพิ่มกำลังวังชาได้ดีแต่ก็มีคนเพียงส่วนน้อยที่นิยมกินกัน หลี่หลิวจึงพอเข้าใจว่าคนที่นี่ยังไม่ได้ลิ้มลองเมนูอาหารอีกมาก เมื่อหลี่หลิวลงจากรถม้านางก็เดินตรงไปที่ร้านขายหอยนางรมและถามไถ่ตกลงเื่ราคากันจนเสร็จสิ้นจึงกวักมือเรียกป๋ายรุ่ยฉี เพื่อให้นำรถม้ามาใส่หอยนางรมที่มีน้ำหนักมากกว่าห้ากิโลจากนั้นพ่อค้าก็ยกตระกร้าขึ้นหลังรถม้าให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลี่หลิวกล่าวคำขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นางได้มาทำให้นางมีรอยยิ้มอย่างผ่อนคลายประดับบนใบหน้าดวงเล็กๆ ต่างจากสีหน้าของป๋ายเคอที่ถูกพ่อค้าแอบมองจนเขาหน้าแดง พ่อค้าคงไม่ได้คิดว่าท่านผู้นำจะกินมันเข้าไปหรอกใช่ไหม
"ท่านพี่ ท่านดูแม่น้ำสีฟ้าครามนั่นสิขอรับ มันงดงามเหลือเกินข้าเห็นคลื่นลมพัดมาแล้วน้ำก็ยกตัวขึ้นสูงตามแรงลมก่อนจะพัดมาเป็ละลอกคลื่นหลายๆอันทั้งน้อยใหญ่เต็มไปหมดเลยขอรับ มันช่างน่าอัศจรรย์นัก"
หลี่เฉินมองเห็นคลื่นน้ำที่พัดกระทบชายฝั่งทำให้เขาตื่นตาตื่นใจไปกับภาพและเสียงคลื่นที่เขาได้เห็นเป็ครั้งแรก เสียงหัวเราะเบิกบานรื่นหูของเขามันช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังยิ่งนัก
ระหว่างทางที่หาที่พักเ้าเล็กเห็นสิ่งใหม่ๆที่เขาไม่ได้เคยเห็นและคอยถามท่านลุงป๋ายเคอและเรียกพี่รองของเขามองดูนั่นนี่อย่างตื่นตา
"เดี๋ยวได้ที่พักแล้วเราค่อยไปเก็บหอยกัน ข้าได้ข้อมูลมากจากร้านแผงลอยเมื่อครู่มาว่ามีหาดหอยอยู่ฝั่งทางนั้นด้วย"
หลี่หลิวชี้มือไปตามทิศตะวันออกตรงข้ามกับแสงพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยไปทางทิศตะวันตก
พ่อค้าคนเมื่อครู่บอกข้าว่าอันที่จริงหอยพวกนี้มีที่หาดอีกจำนวนมาก เพราะข้า้าจะไปเก็บมันด้วยตนเองเขาจึงได้บอกกับข้าที่เป็คนต่างถิ่น เขาคงคิดว่าข้าแค่อยากลองจับมันด้วยตนเองและไม่ได้คิดเลยว่าข้าอาจเก็บหอยของพวกเขาไปมากเพียงใด
"มิติจ๋าเ้าช่างเป็สิ่งวิเศษจริงๆข้าจะหาเก็บหอยกุ้งปูและสาหร่ายใส่เข้าไปในนั้นให้มากที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้เลยล่ะ ดังนั้นข้าจะต้องพาน้องชายตัวอวบไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยแล้ว"
หลี่หลิวพูดเสียงเบาเล็ดลอดออกมาตามลม
พอได้ที่พักเป็โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากริมทะเลนัก นางและน้องเล็กพร้อมทั้งป๋ายรุ่ยฉีที่ได้ห้องพักเดียวกันพากันเอาเสื้อผ้ามาเก็บในห้องแล้วแต่งกายด้วยเสื้อและกางขายาวที่ถูกพับขึ้นมาเหนือหัวเข่าและศอก หลี่หลิวบอกว่าหากทำเช่นนี้เสื้อผ้าจะได้ไม่เปียกระหว่างเดินหาหอยทั้งสามคนจึงจัดการเสื้อผ้าให้พร้อมเพื่อความสะดวกก่อนที่จะไปเคาะประตูห้องข้างๆเพื่อบอกว่าพวกเขาจะไปหาเก็บหอยริมทะเล
"ป๋ายรุ่ยฉีเ้าต้องดูแลน้องๆให้ดีประเดี๋ยวข้ากับแม่ของเ้าหายเหนื่อยจากการนั่งรถม้าแล้วจะตามเ้าลงไป พวกเ้าก็อย่าไปไกลกันมากนักล่ะ"
"ขอรับข้าจะดูแลน้องๆให้ดี"
ป่ายรุ่ยฉีรับคำก่อนที่จะพาหลี่หลิวและน้องเล็กของนางไปที่ชายฝั่งริมทะเล
"ข้าอยากได้ถังไม้เราไปเอาถังไม้กันก่อนเถอะเ้าค่ะ"
หลี่หลิวเอ่ยปากชวนป๋ายรุ่ยฉีที่จับมือหลี่เฉินไว้อย่างห่วงใย
"ได้สิ"
ทั้งสามเดินอ้อมไปหลังโรงเตี๊ยม ป๋ายรุ่ยฉีเดินไปหยิบถังไม้หลังรถกับหลี่เฉิน หลี่หลิวรีบเข้ามิติเด็ดหัวผักกาดออกมาสองหัวและตักน้ำเทใส่ถังน้ำของทางโรงเตี๊ยมเตรียมเอาไว้ให้ม้าของนางได้ดื่มกิน ก่อนจะรีบเอาถังเข้าไปเก็บแล้วออกมาลูบหัวม้าสองตัวอย่างห่วงใย
"พวกเ้าพักก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาพวกเ้าไปเดินเล่นริมชายหาด วันนี้คงเหนื่อยมากสินะกินเยอะๆพักให้มาก"
หลี่หลิวให้อาหารและพูดคุยกับพวกมันครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาป๋ายรุ่ยฉีกับน้องชายที่ยืนกวักมือเรียกนางอย่างตื่นเต้น
นี่เป็การเดินทางที่คุ้มค่าเอามากๆสำหรับนาง หลี่หลิวจึงต้องรีบกอบโกยผลประโยชน์เอาให้มากที่สุด นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาน้องเล็กโดยมีมือน้อยๆของเขากางมือรอรับนางอยู่ ทั้งสามเดินไปตามชายทะเลาะไปทางทิศตะวันออกแล้วก็ต้องยิ้มกว้างเพราะหอยนางรมเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นทราย แทบกล่าวได้ว่าเปลือกหอยพวกนี้ทับถมกันจนมองไม่เห็นพื้นดินเลยก็ว่าได้
"เร็วเข้าเราเจอขุมทรัพย์เข้าให้แล้ว"
หลี่หลิวปล่อยมือน้องชายแล้วแย่งถังไม้อันเล็กมาหนึ่งอันจากป๋ายรุ่ยฉี ก่อนจะเดินก้มเลือกคัดสรรค์เอาแต่ตัวใหญ่ๆเนื้อเยอะๆใส่ถังไม้ แล้วแอบเอาไปเทในมิติครั้งแล้วครั้งเล่าจนบัดนี้ในมิติได้มีูเาลูกเล็กๆที่เต็มไปด้วยหอยนางรมนับหลายพันตัว
ก่อนนี้นางบอกให้ป๋ายรุ่ยฉีพาหลี่เฉินไปหาจับปูริมโขดหินรอก่อน นางจึงใช้เวลาที่มีค่าให้คุ้มกับการเดินทาง นางเดินเลาะชายทะเลตามแนวโขดหินอ่อนแล้วไปเก็บสาหร่ายทะเลมาได้อีกมาก สาหร่ายที่ถูกละเลยพวกนี้มีมากจนนางอยากะโเรียกชายสามผู้เป็พี่ใหญ่มาช่วยนางเก็บ แต่ก็ได้แต่กัดฟันดังกรอดแล้วหยิบเอามีดสั้นออกมาตัดพวกมันแล้ววางกองรวมกันในตระกร้าแล้วเทียวเข้าเทียวออกมิติเป็ว่าเล่น
ป๋ายรุ่ยฉีเห็นหลี่หลิวเงียบหายไปนาน จึงอยากไปตามหานางอยู่บ่อยครั้งแต่หลี่เฉินกับบอกว่าอยากไปทางนั้นทางนี้และลากเขาไปทุกที่จนเขาต้องตามใจ
ก่อนหน้านี้หลี่หลิวได้กระชิบบอกหลี่เฉินว่านางจะไปหาของอร่อยและต้องไปคนเดียว ในระหว่างที่นางไปต้องไม่มีใครตามไปกวนเพราะว่าหากคนไปเยอะพวกมันจะวิ่งหนี เขาจึงคอยฉุดรั้งป๋ายรุ่ยฉีไว้อย่างสุดกำลัง นับได้ว่าการเอาของอร่อยมาบังหน้าช่วยได้มากเลยทีเดียว
หลี่หลิวใช้มือซ้ายจับลำต้นสาหร่ายมือขวาถือมีดตัดสาหร่ายอย่างชำนาน จนตอนนี้ก็ได้มามากนางเอาสาหร่ายทะเลชุดสุดท้ายใส่เข้าไปในมิติ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำก่อนจะตักน้ำกินแล้วล้างหน้าน้อยๆพอหายเหนื่อยก็รีบออกจากมิติ แล้วตรงไปเก็บหอยแมลงภู่ต่อด้วยความที่นางตัวเล็กมือเท้าก็เล็กตามไปด้วย หอยแมลงภู่ตัวอวบอ้วนค่อนข้างจะเก็บยากนางจึงเดินออกจากโขดหินแล้วเรียกสองหนุ่มมาช่วยนางงัดตัดพวกมัน คราใดพี่พวกเขาเผลอนางก็แอบดึงโขดหินเข้ามิติไป
ด้วยความเหนื่อยล้านางจึงตัดสินใจลองทำดูปรากฎว่า นางสามารถย้ายหินที่เต็มไปด้วยหอยแมลงภู่และเพียงทะเลเข้าไปด้วยได้อย่างน่าทึ่ง จนตอนนี้นางมีแผนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มในมิติเพิ่มมาอีกอย่างเสียแล้ว
"ข้าทนเหนื่อยอยู่นานกว่าจะเก็บพวกมันมาได้ หากรู้แบบนี้แค่จับพวกมันแล้วย้ายเข้าไปในมิติก็ได้แล้ว แต่ถ้าหากข้าเอาเข้ามาเยอะเกินไปคนก็จะต้องคาแคลงใจว่าโขดหินที่มากมายหายไปไหน หรือฉันควรจะเดินไปจับที่ล่ะนิดที่ล่ะหน่อยกันนะ โอ้ยยยทำไมฉันโลบมากแบบนี้นะ!!"
หลี่หลิวตระโกนเสียงดังในมิติและหายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนจะออกมาจากมิติแล้วเดินออกมาจากโขดหิน
"ท่านพี่พอหรือยังขอรับ"
หลี่เฉินชี้ไปที่ถังไม้ที่เต็มไปด้วยหอยแมลงภู่อย่างภาคภูมิใจ
"หากสำหรับกินวันนี้มันก็มากเกินพอแล้ว แต่หากจะเอาไปทำขายแค่นี้มันไม่เพียงพอหรอกนะ"
หลี่หลิวปาดเหงื่อด้วยไหล่ซ้ายพร้อมส่งยิ้มให้น้องชายตัวท้วมของนางอย่างเอ็นดู
"หากเ้า้ามันมากกว่านี้ เราสามารถหาคนงานมาเก็บเกี่ยวพวกมันได้ และยังสามารถจ้างวานรถม้าไปส่งที่เมืองหลวงมันคงไม่เสียอีแปะมากมายนักหรอก"
"จริงด้วยเหตุใดข้าไม่จ้างคนมาช่วยเก็บของพวกนี้แล้วจ้างรถลากขนไปส่งเล่า ท่านเหมือนเทพที่ชี้ทางสว่างให้ข้าเลยเ้าค่ะขอบคุณท่านมากจริงๆ"
หลี่หลิวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และกล่าวขอบคุณป๋ายรุ่ยฉีที่เตือนสตินางว่ายังมีวิธีนี้อยู่ด้วย ทีนี้ปัญหาที่นางคิดไว้ก็มีความกระจ่างขึ้นมาแล้ว การที่จะนำของออกมาจากมิตินั้นมันค่อนข้างยุ่งยากเมื่อพวกเขาถามไถ่ถึงที่มาที่ไป พอป๋ายรุ่ยฉีเบิกทางให้นางเช่นนี้นางก็ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ แค่ชาวบ้านได้เห็นของมากมายที่นางขนกลับไปก็สามารถรอดจากสายตาอันหน้าสงสัยพวกนั้นไปได้แล้ว การมีความลับแล้วต้องปกปิดมันให้มิดนี่ช่างลำบากมากเลยจริงๆแต่หากข้าเปิดเผยข้าก็ไม่ต่างจากตัวประหลาด
เมื่อคิดได้นางรีบวิ่งไปหาชาวประมงแล้วถามไถ่จนได้ความ ว่าพวกเขาสามารถช่วยนางเก็บหอยนางรม หอยแมลงภู่พร้อมขนส่งไปให้นางได้ด้วย นางแทบอยากะโขึ้นฟ้าด้วยความยินดีปรีดา
เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งราวห้าคนมาช่วยกันเก็บหอยทั้งสองสามอย่างใส่ตระกร้าจนเต็ม และเก็บสาหร่ายทะเลใส่ตระกร้าจนเต็มรถลากหนึ่งคันรถ หลี่หลิวกล่าวขอบคุณและจ่ายค่าแรงสำหรับการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ไปตามที่พวกเขาร้องขอ นั้นก็คือคนล่ะยี่สิบอีแปะพวกเขาที่คุ้นชินกับทะเลอยู่แล้วจึงเก็บได้อย่างเร็วงานนี้นางจึงใจดีให้ค่าแรงตามที่พวกเขาขอมา ในระหว่างที่พวกเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้นาง นางก็พาน้องชายและป๋ายรุ่ยฉีออกตามล่าปูอลาสก้าที่แอบซ่อนตามมุมโขดหินหลังจากที่มันขึ้นมาอาบแดด และแน่นอนนางแอบจับมันเข้ามิติไปสามสี่ตัวเพื่อจะเอาไปเพราะเลี้ยง
"ขอบใจแม่นางน้อยมาก ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้ท่านจะออกเดินทาง่ใดหรือขอรับ"
ชายวัยกลางคนถามขึ้น หลี่หลิวก็ได้ตอบไปว่า่สายหลังอาหารเช้าพวกเขาจึงตอบตกลงและเอารถลากของพวกเขาไปฝากไว้ที่โรงเตี๊ยมที่นางพักเพื่อที่จะได้สะดวกในการเดินทางในวันพรุ่ง เมื่อเอาม้ามาผูกไว้พวกเขาห้าพ่อลูกจึงรีบกลับบ้านเพื่อไปเตรียมตัว
"ท่านพ่อค่าจ้างวานร้อยอีแปะมันมากถึงเพียงนั้นท่านว่าแม่นางน้อยผู้นั้นจะมีอิแปะจ่ายเราเพิ่มอีกจริงหรือขอรับ"
หนานจิ้น บุตรชายคนโตวัยยี่สิบถามผู้เป็บิดาอย่างสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงยอมรับงานที่ต้องไปถึงในเมืองหลวงเช่นนั้น และไม่ตรวจสอบดูให้ดีก่อนว่าจะได้ค่าจ้างจริงหรือไม่ดูจากการแต่งกายที่เหมือนชาวบ้านธรรมดาของพวกเขายิ่งทำให้เขาหยุดคิดไม่ได้เลย
"เ้าว่าเราเก็บหอยวันนี้เพียงสามสี่ชั่วโมงก็ได้คนล่ะยี่สิบอีแปะแล้ว จะมีสักกี่คนที่ยอมจ่ายเงินเพราะหอยพวกนี้กันเล่า"
หนานจ้านมองไปที่เงินอีแปะที่ได้รับมาที่วางไว้อยู่บนโต๊ะอาหารที่ผ่านการใช้งานมาช้านาน ด้วยเงินจำนวนนี้ทำให้เขาและครอบครัวอยู่ได้อีกหลายเดือนเลยทีเดียว และไม่มีใครเคยคิดที่จะเอาหอยธรรมชาติพวกนี้ไปทำอันใดเลย นางต้องมีความรู้อยู่บ้างมิเช่นนั้นก็เป็ได้เพียงพวกบ้านที่รวยถึงได้อยากได้ของทะเลแปลกๆไปมากถึงเพียงนี้
"ข้าด้อยความรู้ไม่ทราบเื่นั้นหรอกขอรับ"
"พ่อก็ไม่รู้เช่นกัน แต่เรานับว่าอะไรกันล่ะ ที่ได้เงินมากถึงเพียงนี้แต่กลับยัง้ามันเพิ่มอีกจากเด็กน้อยผู้นั้น หอยพวกนี้ไม่ได้มีราคาหากนางให้มาเพียงยี่สิบอีแปะก็ไม่เสียหาย ข้าบอกนางว่ายี่สิบอีแปะแต่นางก็ให้มาคนล่ะยี่สิบอีแปะเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่เราหรือที่กำลังเอาเปรียบแม่นางน้อยผู้นั้นอยู่ ข้าแค่อยากช่วยเอาของไปส่งให้คุ้มค่าเงินที่นางให้มาก็เพียงเท่านั้น"
หนานจ้านยิ้มบางให้บุตรชาย หนึ่งอีแปะนี้สามารถซื้อหมั่นโถวไส้เนื้อได้หนึ่งลูกแต่นี่นางให้มาแล้วร้อยอีแปะเชียวนะ คนที่มีน้ำใจถึงเพียงนี้เหตุใดเราจะไม่ตอบแทนคุณกันเล่า
"ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่เห็นแก่เงินแม้นบ้านเราจะจนแต่เราก็จะไม่เอาเปรียบใครและไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเราเช่นกัน"
"ดี ดีจริงๆที่เ้าจำคำของแม่เ้าได้"
หนานจ้านตบไหล่บุตรชายอย่างปลอบโยน
ั้แ่ภรรยาเขาจากไปเขากับลูกๆทั้งสี่ก็อยู่โดยไม่มีแม่ให้ความอบอุ่น เขาที่เป็พ่อทำได้แค่หางานเก็บของทะเลตามที่ร้านอาหารสั่งมาเท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็พวกปลาและไข่มุกใต้ท้องทะเลซึ่งหากวันใดเขาหามาได้มากจากการใช้เรือเล็กๆของเขาจะทำให้ครอบครัวได้กินอิ่มไปหลายมื้อ แต่ครานี้เพียงแค่เก็บหอยทะเลที่ไม่ต้องดำน้ำเสี่ยงชีวิตมันนับว่าโชคหล่นทับเลยก็ว่าได้ เงินจำนวนนี้ซื้อข้าวได้หนึ่งกระสอบใหญ่และมีเงินซื้อเนื้อซื้อผักเลี้ยงพวกเขาได้อีกเป็เดือน ทำให้เขาตื้นตันใจที่ได้เจอกับแม่นางผู้ใจบุญเช่นนี้
"ท่านพี่ขอรับพรุ่งนี้เราอยู่เล่นอีกหน่อยได้หรือไม่"
เสียงเทียนดับลงแต่เ้าก้อนกลมนอนไม่หลับขยับตัวไปมาและสุดท้ายก็เอ่ยปากถามผู้เป็พี่รองอย่างอดไม่ได้
"หึ เ้าหน่ะห่วงแต่เล่น ไหนใครบอกจะดูแลพี่รองอย่างดีเล่า"
"ข้าดูแลท่านพี่ดีมากเลยนะขอรับ จริงๆนะ"
หลี่เฉินใช้คางน้อยอวบๆเกยไหล่พี่สาวพร้อมทำตาปริบๆอ้อนวอนจนนางต้องเอ่ยปากรับคำว่าจะให้เขาได้เล่นน้ำก่อนที่จะกลับหนึ่งชั่วโมง ก็ใครบอกให้สายตาของน้องเล็กมีเสน่ห์และขี้อ้อนถึงเพียงนี้กันเล่า ถ้าเป็ท่านพ่อได้เจอกับลูกไม้นี่เข้าเขาคงพาเ้าเล็กลงไปเล่นตอนนี้เลยกระมัง
"นอนได้แล้วเ้าอย่าเสียงดังไปเห็นหรือไม่ว่ารบรวนพี่ป๋ายรุ่ยฉี"
หลี่หลิวชี้มือน้อยไปที่ด้านหน้าของเตียงนอนที่ตอนนี้นอนกันอยู่สามคน เ้าเล็กนอนตรงกลางส่วนนางนอนชิดด้านใน แขนข้าคงไม่ชาอีกกระมังเพราะน้องเล็กชอบนอนหนุนแขนเป็ที่สุด ข้าคงต้องหาซื้อผ้าแพรสักผืนใหญ่มาทำเป็หมอนข้างให้เขาเสียแล้ว
"งั้นข้านอนนะขอรับ"
หลี่เฉินส่งเสียงกระชิบเบาๆเหมือนสายลมข้างหูผู้เป็พี่ก่อนจะหลับตาลง
วันนี้ข้าพลาดมากที่ทำอะไรด้วยตัวเองจนลืมไปว่าข้าสามารถจ้างวานคนมาช่วยข้าได้แท้ๆ นี่ข้าเปลืองแรงไปมากจริงๆ มือน้อยๆของข้าผ่านการเข้าครัวมาอย่างหนักแถมยังต้องมาขุดตัดเส้นใยของหอยที่หนาอยู่นานจนมือข้าได้แผลกลับมามากเลยทีเดียว หลี่หลิวยกมือบางขึ้นดูท่าว่าในความมืดมิดมีเพียงแสงคบเพลิงเล็ดลอดเข้ามาเล็กน้อยทำให้นางเห็นภาพไม่ชัด หลี่หลิวจึงวางมือลงทาบกับท้องน้อยๆแล้วนอนหลับไป
ป่ายรุ่ยฉีแกล้งหลับตาแล้วหายใจสม่ำเสมอพอรู้ว่าคนรอบๆพากันหลับเขาถึงได้นอนหันข้างมาทางหลี่เฉิน นับว่าข้าใช้บุญเก่าที่สะสมไว้ได้คุ้มค่าทั้งได้มาเปิดหูเปิดตากับการเก็บหอยปู มื้อเย็นยังมีแม่นางน้อยนึ่งหอยแมลงภู่และทำน้ำจิ้มรสเลิศให้ข้าได้กิน ปูตัวใหญ่ที่นางจับมาก็ได้นำมานึ่งด้วยเช่นกัน ถึงมันจะกินได้เพียงแต่ขาแต่รสชาติมันยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขา ขนาดคนครัวของทางโรงเตี๊ยมที่นางไปยืมห้องครัวเพื่อใช้ทำอาหาร ยังต้องยอมรับว่ารสมือของนางช่างเย้ายวนใจมีเสน่ห์จนน่าหลงใหล ถึงพวกเขาจะได้รู้ว่าพวกหอยแมลงภู่กับปูสีส้มขายาวสามารถกินได้แต่หลี่หลิวก็ไม่ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนหรือวิธีการทำแต่อย่างใดให้พวกเขาได้รับรู้เลย เพราะตอนที่นางเข้าครัวไปทำอาหารนางได้ขอให้พวกเขาออกจากครัวมาก่อน ถึงพวกเขาไม่ได้ลิ้มลองรสชาติแต่ด้วยกลิ่นที่หอมชวนลองจนน้ำลายไหลนั่นก็สามารถบอกได้อย่างดีเลยว่ามันต้องอร่อยมากๆ พอเห็นท่าทางการกินของทุกคนยิ่งทำให้พวกเขาเข้าใจได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้าไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าภายหน้านางจะก้าวข้ามจุดนี้ไปอีกไกลสักแค่ไหน แต่ข้าสามารถบอกได้เลยว่านางจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน และข้าก็ไม่รู้ว่าคนที่ไม่มีสกุลใหญ่หรือมีความมั่งคั่งเลยจะอยู่ในสายตาของนางได้หรือไม่ในอนาคต แต่ข้าโชคดีที่ได้ร่วมงานและได้รับความไว้วางใจจากนางมากมายเช่นนี้
"ท่านพี่มาครั้งนี้ถือว่าคุ้มมากเลยนะเ้าคะ"
ป๋ายฮ่าวเยว่ที่กำลังจะเข้านอนเอ่ยกับสามีด้วยใบหน้าระรื่น
"ใช่ ข้าก็ไม่ได้คาดการณ์เอาไว้หรอกแต่มันจะเป็ความทรงจำที่ดีของครอบครัวเรา"
"ทั้งที่พักทั้งอาหารการกินข้าถือว่าเปิดโลกกว้างให้กับข้ามากเลยทีเดียว แม้แต่พ่อครัวยังเดินมาถามเลยว่าต้องทำเช่นไรถึงจะรู้วิธีจัดการกับหอยหรือปูพวกนั้น แต่จะว่าไปแม่นางน้อยถือว่าใจแข็งมาก นางเพียงแค่ยิ้มอ่อนและไม่เปิดปากบอกพวกเขาเลยแม้แต่น้อย"
ป๋ายเคอคิดถึง่เวลาที่ทานอาหารแสนวิเศษแล้วมีพ่อครัวมายืนออและคอยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ทว่าแม่นางน้อยกลับใช้ความเงียบและรอยยิ้มแทนคำตอบจนพวกเขาล่าถอยไป ก็แน่ล่ะขั้นตอนวิธีการของตนที่ใช้หาเลี้ยงครอบครัวใครกันจะยอมเฉือนเนื้อตัวเองเล่า หากเป็ข้าข้าจะรีบกอบโกยผลประโยชน์ให้มากก่อนที่จะเปิดเผยมันออกมา หากเป็เช่นนั้นถึงจะได้รับกำไรอย่างมหาศาล