ตอนที่11 ท่วงทำนอง
เสียงหัวเราะร่าจากไนท์อายดังก้องอยู่ในหูของชายผู้พาดคมมีดไว้บนคออันเรียวงาม ก่อนมันจะเริ่มใช้มือนั้นสังหารสตรีที่ตนชื่นชอบได้อย่างไม่ลังเล
แต่ก่อนจะเป็เช่นนั้นไนท์อายได้แอบสร้างสายลมห่อหุ้มร่างกาย แล้วจึงปล่อยพลังเฮือกสุดท้ายโจมตีใส่ชายผู้ทรยศจนมันกระจายออกไปคนละทางด้วยสายลมที่คมดั่งมีดดาบ
ช่างเป็วาระสุดท้ายที่แสนโง่เขลาเมื่อมันเข้าใกล้ศัตรูโดยไม่รู้เลยหรือว่าสตรีนางนี้คือผู้ใช้ธาตุลมที่ควรระวังเป็อันดับต้น
"ถึงจะาเ็สาหัสแต่ก็ยังอันตราย มนุษย์นี่ช่างชั่วร้ายเสียจริง " ปีศาจทั้งห้ายืนจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสังเวช ก่อนจะเตรียมตั้งรับทั้งสองสตรีที่พร้อมจะจับอาวุธเพื่อต่อกรกับพวกตนอีกครั้ง แม้ว่านางนั้นจะาเ็สาหัสก็ตาม
"มนุษย์ชั่วร้ายอย่างงั้นรึ ดูสิ่งที่ตัวเองทำซะบ้าง " มิแลนด้าเอ่ยพร้อมกับพยุงตัวขึ้นด้วยดาบคู่เล่มยาวเช่นเดียวกับไนท์อายที่ยืนตั้งรับการโจมตีซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วปีศาจทั้งห้าก็เริ่มปลดปล่อยพลังิญญาขั้นสูงระดับต้นก่อนจะเข้าโจมตีอย่างเต็มกำลัง
แต่ทันใดนั้น ชายผมขาวพร้อมกับเพื่อนต่างวัยก็โผล่พรวดเข้ามาแทรกระหว่างการต่อสู้ที่กำลังปะทุ
"เทีย!! นั่นมันปีศาจกับทหารทราซินเวีย"
เมื่อชายผมขาวมองเห็นเหล่าปีศาจพร้อมกับััถึงพลังิญญาระดับสูง เขาก็รีบคว้าตัวแซมแล้วพาวิ่งไปอีกทางโดยไม่มีการโจมตีหรือพูดคุยใดๆ
สร้างความสงสัยและงุนงงต่อปีศาจทั้งห้าเช่นเดียวกับมิแลนด้าที่ยืนอยู่ข้างกายไนท์อายซึ่งกำลังตึงเครียดเมื่อมองเห็นชายผมขาวได้หลบหนีการจับกุมของตนออกมาเสียแล้ว
"อะไรของมันจะหนีงั้นรึ"
หนึ่งในปีศาจทั้งห้าเริ่มใช้เส้นผมอันเรียวยาวพุ่งไปจับกุมสองสหายได้อย่างรวดเร็วและแน่นหน่าประหนึ่งเถาวัลย์ ก่อนจะกระชากกลับมาด้วยกำลังที่ทำให้เทียลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้ามาพร้อมกับแซม แล้วทั้งคู่ก็ตกลงจากความสูงถึงสี่เมตรจนจุกเสียดไปทั่วทั้งกาย
มิแลนด้าเห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือสองชาวบ้านซึ่งถูกทำร้ายด้วยปีศาจขั้นสูง แต่นางกลับโดนกำปั้นขนาดใหญ่โจมตีใส่อย่างกะทันหัน แม้ไนท์อายจะพยายามใช้ลูกธนูที่เหลือคอยยิงสนับสนุน
แต่มันก็ทำให้การต่อสู้อันชุลมุนเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มทหารทราซินเวียได้โจมตีใส่ไนท์อายอย่างไม่ยั้งมือ
ช่างเป็สถานการณ์ที่วุ่นวายจนมิแลนด้าและไนท์อายมิอาจรับมือได้อีกต่อไป หากในชั่วอึดใจไม่เกิดความแปลกประหลาดอันมาพร้อมกับแรงสั่นไหวจนทำให้ทุกชีวิตหยุดการฟาดฟันลง
แล้วทันใดนั้นปีศาจระดับสูงผู้ใช้เส้นผมมัดร่างกายของ เทีย ก็ได้สิ้นใจลงและสลายเป็ฝุ่นผงในพริบตา
"ิญญาถูกย่อยสลาย!! ฝีมือเ้าหัวขาวนั้นรึ "
เหล่าปีศาจเอ่ยออกมาอย่างหวาดวิตก เพราะมิอาจเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อสหายของตนและชายผมขาวซึ่งกำลังปลดปล่อยพลังิญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
"ขั้นกลาง ได้พลังิญญากลับคืนมาเท่านี้เองรึ เป็เพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะข้าแก่ชราแล้วกันแน่ "
เทียสำรวจร่างกายที่เต็มไปด้วยพละกำลังอย่างไม่ทันสังเกตว่าตนได้ตกเป็เป้าสายตาของปีศาจขั้นสูงอีกสี่ตน
"เทียรีบเผ่นกันเถอะ พวกนั้นมัน ขั้นสูงเชียวนะ" แซมเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เมื่อเหล่าปีศาจขั้นสูงได้มุ่งตรงเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจทหารหญิงผู้เคยต่อกรกันมาก่อนหน้านี้
"พวกเ้ารีบหนีไปจากนี้ซะ!! "
มิแลนด้าร้องะโก่อนจะเข้าจู่โจมปีศาจทั้งสี่เพื่อปกป้องชายผมขาวและสหายของเขาจากภัยร้าย อย่างไม่หวั่นเกรงต่อความห่างชั้นในพลัง จึงทำให้นางพลาดพลั้งเมื่อถูกแรงทีบของฝ่าเท้าขนาดใหญ่ปะทะเข้าลำตัวจนซี่โครงหักมากถึงสามท่อน
ช่างเป็ภาพที่เทียไม่สามารถจะวิ่งหนีหรือปล่อยให้สตรีสองนางนี้สิ้นใจโดยมิได้กระทำสิ่งใด และหาใช่ความใจดีจากชายผมขาวแต่เพราะเขาคำนวณดูแล้วว่ามีโอกาสจะคว้าชัยในศึกนี้
"โทษทีนะแซม ช่วยยื้อเวลาให้หน่อยสิ " เมื่อรับฟังคำกล่าวแซมก็รีบหันไปมองหน้าเทียอย่างตกตะลึง ก่อนจะพบว่าเขากำลังครุ่นคิดถึงหนทางช่วยทหารหญิงที่าเ็อย่างจริงจังจนดูหมกมุ่นขึ้นมาในทันที
"เห็นสาวสวยไม่ได้เลยนะเ้า จะใช้เวลาเท่าไหร่"
"นาทีนึงพอไหวไหม "
"ล้อกันเล่นรึเปล่า นั่นมันปีศาจขั้นสูงถึงสี่ตนเชียวนะ สิบห้าวินาทีก็เกินพอแล้ว "
"ไม่เคยทำให้เื่มันง่ายเลยนะแซม "
เมื่อจบบทสนทนาเทียก็กระโจนตัวเข้าหาศัตรูพร้อมปลดปล่อยพลังิญญาขั้นกลางระดับต้นอย่างเต็มกำลัง ก่อนปีศาจทั้งสี่จะเริ่มใช้อาวุธของตนเข้าห้ำหั่นแต่ทันใดนั้นพวกมันก็ถูกรัดกุมด้วยเงามืดจนไม่สามารถขยับตัวได้ในพริบตา
"ในราตรีเอ่ย เ้ามิเคยขัดขืนยามหลับใหล แล้วเหตุใดดวงตาถึงปฏิเสธเงามืดเพียงเพราะหวาดหวั่น หากแต่วันนั้นเ้าถูกคุมขังเพื่อเฝ้าฝันถึงอิสรภาพต่อไป"
"อาคมคุมขังโดยร่ายท่วงทำนองงั้นรึ "
และผู้สามารถหยุดยั้งปีศาจขั้นสูงได้พร้อมกันก็คือแซมผู้อยู่เหนือความคาดหมายในสถานการณ์อันวุ่นวาย
เปิดโอกาสให้เทียจัดการปีศาจตนแรกด้วยการััิัสีดำแล้วมันก็เริ่มอ่อนแรงลงพร้อมกับรูปร่างอันซูบผอม
ก่อนเทียจะโดนกระหน่ำตีด้วยแรงชกจากปีศาจอีกตนที่สมควรถูกอาคมคุมขังรัดกุม
"ไอ้บ้าเอ๊ย ไหนบอกสิบห้าวิไงละโว้ย!! " เทียะโพร้อมกับศีรษะที่ชุ่มไปด้วยเืจากการถูกชก ก่อนจะพบว่าแซมได้นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นดินอย่างหมดสภาพไปเสียแล้ว
จึงเป็โอกาสให้ปีศาจขั้นสูงได้โต้กลับด้วยกรงเล็บและพลังธาตุของตนเพื่อสังหารชายผมขาวผู้มีวิชาแปลกๆ นี้เสียก่อน
แต่เขาก็ยังสามารถรอดพ้นจากความตายเมื่อมิแลนด้าได้เอาตัวป้องกันการโจมตีต่างๆ จนนางและเทียกระเด็นออกไปไกลด้วยแรงกระแทกมหาศาล
และนี่คือวาระสุดท้ายของมิแลนด้าที่ปกป้องชาวบ้านจนตัวตายโดยตัวนางไม่รู้สึกเสียดายหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ฟลาฮิล!!"
เทียได้ใช้มือขวาลูบไปยังศีรษะพร้อมกับคำแปลกๆ ที่ทำให้ตัวเขาและมิแลนด้ามีออร่าสีเขียวปกคลุมร่างกาย ก่อนนางจะลุกพรวดขึ้นมาด้วยความงุนงงจนอ้าปากค้างเพราะอาการาเ็ต่างๆ หายไปอย่างปลิดทิ้ง
"เ้าเป็คนช่วยข้ารึ? "
"หลังจากนี้ช่วยถ่วงเวลาให้ข้าหน่อย ยังมีอีกคนที่ต้องไปช่วย" เทียไม่ได้ตอบรับในคำถามแต่อย่างใด แถมยังกล่าวกลับด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย
"ขอบใจมากนะเ้าหนุ่ม ฝากท่านไนท์อายด้วยนะ"
มิแลนด้าเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งเต็มไปด้วยพลังจนปีศาจทั้งสามเกิดความประหลาดใจ เพราะการโจมตีที่นางได้รับก่อนหน้านี้มันอันตรายถึงตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เหตุใดสตรีนางนี้ถึงยังพุ่งเข้ามาโจมตีได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่า จนพวกปีศาจไม่สามารถจะไล่ตามชายผมขาวที่กำลังวิ่งตรงไปยังกลุ่มทหารทราซินเวีย ซึ่งตอนนี้ได้โรมรันอยู่กับไนท์อายที่มีเพียงมีดสั้นแค่สองเล่มเท่านั้น
แล้วเทียก็ซ่อนเร้นกายเข้าไปในเงามืดพร้อมกับคว้าดาบในมือของทหารจากด้านหลัง และใช้มันสะบั้นคอหอยโดยที่คนอื่นๆ ไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะใช้ดาบเล่มเดิมไล่เฉือนแผ่นหลังจนเืสีแดงพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงร้องที่จะทำให้ทุกสายตาหันมาจดจ่อชายผมขาวผู้น่าหวาดหวั่น
ซึ่งไนท์อายก็ใช้จังหวะนี้ขว้างมีดใส่ศีรษะของทหารหนึ่งนายแล้วก็พุ่งเข้ามาทำร้ายคนอื่นๆ จนสิ้นใจไปถึงสามคน
ช่างเป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมและอันตรายเช่นเดียวกับชายผมขาวผู้สามารถปลิดชีพศัตรูได้มากกว่าสิบชีวิตโดยใช้ดาบเพียงเล่มเดียวเท่านั้น
แล้วพวกมันก็นอนแน่นิ่งด้วยร่างอันไร้ิญญาจนทหารคนอื่นๆ เริ่มล่าถอย หรือแม้กระทั่งไนท์อายก็ต้องรีบเดินหนีเมื่อชายผมขาวกำลังเข้ามาใกล้โดยที่ไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์อันใด
"รีบยื่นมือของเ้ามา " เทียหยุดจ้องมองท่าทางหวาดกลัวของไนท์อาย ก่อนจะคว้ามือที่เต็มไปด้วยาแพร้อมกับใช้พลังจนเกิดออร่าสีเขียวรายล้อมร่างกายทั้งสอง
แล้วาแต่างๆ บนร่างกายของไนท์อายก็หายไปจนหมดสิ้น พร้อมพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทหารผู้ทรยศต่างวิ่งหนีและทิ้งศึกนี้ได้โดยไม่รู้สึกละอาย
"เ้า..เป็มิตรหรือศัตรูกันแน่ " ไนท์อายกล่าวด้วยความระแวดระวังชายผมขาวที่กำลังชี้ตรงไปยังปีศาจทั้งสามเพื่อทำให้นางเข้าใจว่าศัตรูคือผู้ใด เพราะในตอนนี้มิแลนด้าได้สู้รบอยู่เพียงลำพังจนเริ่มกลับมาาเ็อีกครั้ง
"เ้าจัดการสองตนนั้นได้อย่างไรรึ " ไนท์อายเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าปีศาจขั้นสูงหายไปจากการต่อสู้
"ข้าสามารถดูดซับพลังผู้อื่นได้ เพียงแค่ััร่างกายของมัน และถ้ามีเวลามากพอข้าสามารถปลิดชีพมันได้จากการดูดซับพลัง จะหาโอกาสเช่นนั้นให้ข้าได้ไหม"
เมื่อรับฟังคำกล่าวของชายผมขาว ดวงตาของไนท์อายก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง พร้อมกับจ้องมองใบหน้าอันหมองหม่นนั้นอย่างหวานหวั่น เพราะถ้าเขาคือศัตรูก็คงจะเป็ภัยร้ายดุจจอมมารตนที่สองอย่างไม่ต้องสงสัย
"หากจบศึกนี้แล้วเ้ายังมีชีวิตอยู่ คงเป็ตัวอันตรายมิใช่น้อย "ไนท์อายเดินตรงมายังกลุ่มทหารที่นอนตายด้วยลูกธนูของตน ก่อนจะดึงมันเพื่อนำมาใช้ยิงใส่ปีศาจทั้งสามซึ่งกำลังโจมตีมิแลนด้าจนนางเริ่มเสียท่า
แต่ด้วยลูกธนูที่ยิ่งเข้ามาเป็ห่าฝนก็ทำให้มิแลนด้าสามารถหลบหลีกการโจมตี และหนีกลับมารวมกลุ่มกับไนท์อายได้สำเร็จ
"ข้ามีแผนที่จะหยุดปีศาจได้สักห้านาที " ไนท์อายเอ่ยขึ้นมาในทันทีที่มิแลนด้ากลับมารวมกลุ่ม
"เมื่อครู่ข้าได้ยิงธนูทิ้งไว้รอบๆ ตัวพวกมัน และเมื่อข้ายิงเข้าไปอีกครั้งมันจะเกิดกระแสลมหมุนที่จะฉีกกระชากปีศาจเ่าั้จากทุกสารทิศ "
"พลังขั้นกลางอย่างเ้าไม่พอจะหยุดปีศาจพวกนั้นได้หรอก " เทียกล่าวแทรกระหว่างการอธิบายประหนึ่งว่าเขาเข้าใจในแผนที่นางกำลังจะทำ
"งั้นใช้พลังข้าด้วยสิ ธาตุลมกับไฟสามารถเกื้อหนุนกันได้นะ "
มิแลนด้าเอ่ยขึ้นพร้อมดวงดาอันลุกวาวคล้ายกับเด็กที่กำลังเล่นซนจนไนท์อายและเทียต่างจ้องมองท่าทางเ่าั้ด้วยอารมณ์ขันที่มิได้แสดงออกมา ก่อนไนท์อายจะเดินตรงเข้าหามิแลนด้าและยื่นธนูให้หนึ่งดอก
"อัดพลังมาให้เต็มที่เลยนะเ้าคะ " ไนท์อายกล่าวออกด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับมิแลนด้าที่คว้าธนูดอกนั้นแล้วปลดปล่อยพลังิญญาทั้งหมดเพื่อสร้างธาตุไฟ ห่อหุ้มไว้ที่ปลายแหลมสุดของลูกธนูจนมันส่องสว่างพร้อมกับแผ่ความร้อนได้อย่างน่าอัศจรรย์
แล้วไนท์อายก็คว้าธนูดอกนั้นพร้อมกับใช้พลังของตนห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้น ก่อนจะยิงใส่กลุ่มปีศาจที่กำลังเตรียมตัวหลบ แต่กลับพบว่าสายลมอ่อนๆจากลูกธนูตามพื้นดินได้สร้างกระแสลมหมุนเพื่อปิดกั้นทางหนี
ปีศาจทั้งสามจึงรีบเปลี่ยนิัให้กลายเป็เกราะแข็งก่อนจะถูกฉีกกระชากด้วยพายุหมุนแห่งเปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งในพื้นที่
"พวกมันคงจะไม่ขยับจนกว่าพายุหมุนนั่นจะหยุดลง ต่อไปก็หน้าที่เ้าแล้วนะ " ไนท์อายกล่าวพร้อมกับมองหน้าชายผมขาวที่กำลังเตรียมตัวจะทำอะไรบางอย่าง
"จะทำอะไร..เดี๋ยว เ้าหนุ่มจะวิ่งไปไหน!!? " และไม่ทันที่มิแลนด้าจะห้ามปรามเทียก็มุ่งตรงเข้าไปในพายุหมุนแห่งเปลวไฟโดยไม่มีสิ่งของป้องกัน มันจึงทำให้เส้นผมและิัถูกเผาไหม้จนส่งกลิ่นเหม็นออกไปไกล
แต่เทียก็ยังสามารถฝ่ามรสุมเพื่อเข้ามาจับกุมปีศาจที่ยืนแข็งทื่อจากการเปลี่ยนิัให้กลายเป็เกราะป้องกัน
และทันใดนั้นดวงตาของพวกมันก็ถูกบดบังด้วยไอหมอกสีดำ ก่อนจะล้มพับลงอย่างอ่อนล้าพร้อมร่างกายอันผ่ายผอมจนเริ่มหวาดหวั่น
"ยมทูตสีขาว…แห่งพระเพลิงทมิฬ!!"
แล้วปีศาจทั้งสามก็เข้าใจในทันทีเมื่อใบหน้าอันขาวซีดพร้อมดวงตาสีแดงฉานกำลังจ้องมองมาอย่างเยือกเย็นราวกับลมหนาวในฤดูเหมันต์ ก่อนหมอกควันและพายุหมุนจะเลือนหายไปหลงเหลือไว้เพียงชายผมขาวที่พลังิญญาเพิ่มขึ้นจนทั้งสองนางรู้สึกไม่ปลอดภัย
จึงทำให้มิแลนด้าและไนท์อายรีบตั้งท่าป้องกันทันทีที่เทียเริ่มเดินเข้ามาใกล้ แต่มิใช่เพื่อทำร้ายพวกนางเพราะเขาต้องรีบฟื้นพลังให้แก่แซมซึ่งตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นดินด้วยความอ่อนล้า
"ระหว่างทางมานี่ข้าพบอาคมมิติที่เชื่อมต่อกับอาณาจักรของปีศาจโดยตรง รีบนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่ลีเดียพร้อมกับเื่ทหารทรยศเ่าั้เถอะ ส่วนข้าจะไปแจ้งแก่อีชิลเดอร์ ตอนนี้เขายังอยู่ในตัวปราสาทหรือไม่ " และระหว่างการฟื้นพลัง เทีย ก็เอ่ยขึ้นอย่างเสียงดังเพื่อให้สองนางเลิกทำท่าทีระแวดระวังจนเขาเริ่มอึดอัด
"ข้าไม่แน่ใจนัก แต่คาดว่ายังอยู่ที่นั่น"
มิแลนด้าเริ่มคลายความกังวลลงเมื่อท่าทีของชายผมขาวดูมิได้เป็อันตราย นางจึงตอบรับคำถามที่ทำให้เทียสามารถเดินทางต่อไปได้
แล้วทั้งสองฝ่ายก็แยกจากกันโดยที่แซมกำลังโบกมือลาให้สองสตรีอย่างหน้าชื่นตาบาน