ใบหน้าของมู่ช่างในยามบีบน้ำตานั้นดูแล้วชวนให้หดหู่ใจยิ่งนัก ไม่ว่าผู้ใดที่เห็นเขาทำหน้าเช่นนี้ล้วนรู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก มู่ช่างรีบเดินเข้ามากอดน้องชายแล้วตบบ่าเบาๆ
“เสี่ยวโจว เ้าช่างมีน้ำใจ ข้าคิดแล้วว่าเ้าต้องรักข้ามากกว่าพี่จ้าน” พูดจบขุนพลทหารราบก็ลอบยิ้มด้วยความพอใจ
พอมู่จ้านได้ยินว่าน้องชายคนเล็กขอบิดาตามมู่ช่างออกไปฝึกรบที่เชิงเขาที่กั้นระหว่างดินแดนแคว้นเหลียนกับแคว้นจินก็เลิกคิ้ว “เสี่ยวโจว เ้าเพิ่งกลับมาจากการฝึกหนักทางทะเลนะ จะไปป่าทำไมกัน? เอาไว้คราวหน้าก็ได้”
แม้มู่โจวจะทำเื่ตามใจตนเองได้สารพัดแต่จุดอ่อนของเขาก็คือน้ำตาของพี่ชายคนรอง “แต่ แต่ข้ารับปากพี่ช่างไปแล้วขอรับ”
“เสี่ยวช่างร้องไห้ใส่เ้าอีกแล้วใช่หรือไม่? เ้าก็รู้ว่านั่นเป็มารยาของเขา ยังจะหลวมตัวตกหลุมพรางอีก”
มู่โจวถอนหายใจ “จะทำเช่นไรได้เล่าขอรับ? ท่านก็ดูหน้าตาพี่ช่างสิ เวลาเขาร้องไห้น่าดูเสียที่ไหน น่าสงสารเหลือเกิน ข้าก็เลยต้องรับปากไป”
“ข้ารู้ๆ หน้าแป้น คิ้วตก ทำปากเบ้ เฮ้อ! โตถึงขนาดเป็ขุนพลนำทัพแล้ว เสี่ยวช่างยังไม่เลิกใช้วิธีนี้บีบเ้าอีก” มู่จ้านส่ายหน้าไปมา “ข้ากลัวว่าเ้าจะเหนื่อยเกินไป เขานำทหารไปฝึกทุกสามเดือนอยู่แล้ว เ้ารอไปครั้งหน้าก็ได้”
“อย่าเลยขอรับ ข้ารับปากพี่ช่างไปแล้ว ท่านพ่อก็อนุญาตแล้วด้วย”
มู่โจวเองก็อยากเอาใจพี่คนรอง เขาจึงตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่จนกลายเป็หนึ่งในทหารกล้าระดับแนวหน้าของหน่วยพยัคฆ์ที่มู่ช่างดูแลอยู่ ทำให้พี่ชายคนรองปลาบปลื้มยิ่งนัก
ดังนั้นปีต่อมามู่โจวจำต้องจัดตั้ง ‘หน่วยสายฟ้า’ กลุ่มทหารเคลื่อนที่เร็วเป็ของตนเอง พี่ชายทั้งสองของเขาจึงเลิกทะเลาะกันที่จะแย่งตัวน้องมาอยู่ในสังกัดของตน ปีนี้คุณชายน้อยมู่อายุสิบเก้าแล้ว หน่วยทหารของเขากลายเป็หน่วยงานที่ทำงานลับ ปฏิบัติการรวดเร็วและเงียบเชียบ
หน่วยสายฟ้าของมู่โจวมีเรือนลับปฏิบัติการซ่อนอยู่ซอกหลืบของเมืองหรงเฉินทางทิศตะวันออกและตะวันตก พวกเขาได้รับการปกปิดที่มาและชื่อแซ่ ค่าจ้างอยู่นอกเหนือจากบัญชีการจ่ายเบี้ยหวัดของค่ายทหารประจำมณฑล
นี่คือ...หน่วยทหารส่วนตัวของแม่ทัพมู่มีไว้เพื่อสืบเื่ลับของขุนนางโดยเฉพาะ ชื่อหน่วยนี้ผู้ที่เคยได้ยินชื่อมีเพียงระดับขุนพลของกองทัพเท่านั้น
หลิงเจาเหว่ยนั่งอยู่เก้าอี้ด้านขวาของบิดา สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังจากที่ให้องครักษ์ฝานส่งคนไปตามหาผู้รอดชีวิตจากคืนลอบสังหารแล้ว ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่พบ
“อยู่ต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ เ้าหาคนไม่เจอเช่นนี้ ข้าสังหรณ์ใจไม่ดีเลยจริงๆ” หลิงอ๋องนั่งหน้าเครียดจ้องหน้าองครักษ์ของบุตรชายคนโต
ฝานกั๋วทรุดกายลงคุกเข่าประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยทำงานผิดพลาดเอง ท่านอ๋องโปรดลงโทษ ตอนที่ข้าตามไปคิดว่าได้ฆ่าโจรทั้งหมดแล้ว ไม่คิดจะมีคนรอดไปได้ พอไปตามหาพวกเขาก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมาชิงตัวไปแล้วขอรับ”
หลิงเจาเหว่ยไม่อยากให้บิดาลงโทษคนของตน จึงรีบเอียงหาไปหาบิดา “ท่านพ่อ อย่าโทษคนของเราเลย ครั้งนี้เป็เพราะมีกลุ่มคนปริศนาโผล่เข้ามาช่วยสองคนนั้นไปได้”
“พวกมันเป็ผู้ใด?”
“คนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวรวดเร็ว อำพรางกายว่องไว เหมือนจะเห็นตัวแต่กลับตามไม่ทัน”
หลิงอ๋องขมวดคิ้ว “เ้าพูดเหมือนเห็นผี”
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินมาว่าบุตรชายของแม่ทัพมู่ฝึกทหารหน่วยลับเอาไว้ บางทีอาจจะเป็คนของพวกเขา”
“มู่เต๋อ กล้ายื่นมือเข้ามายุ่งในเื่ของจวนอ๋องเชียวหรือ?” สีหน้าของ หลิงอ๋องอึมครึมลงไปหลายส่วน จดหมายปริศนาที่ถูกทิ้งไว้ในศาลาว่าการเมืองเป็การจุดชนวนความไม่วางใจต่อราชสำนักอีกครั้ง
“ไม่แน่ว่าครั้งนี้ จดหมายนั่นอาจจะเป็ความจริงนะขอรับ”
หลิงอ๋องลุกขึ้นเดินช้าๆ ไปยังโต๊ะกลางห้องที่มีกระบะทรายจำลองสภาพเมืองหรงเฉินและภูมิประเทศโดยรอบ “ครั้งนี้ราชสำนักอาจจะวางแผนลิดรอนอำนาจอ๋องหัวเมืองอย่างพวกเรา ไม่อย่างนั้นปีก่อนก็คงไม่ส่งขุนนางชั้นล่างเข้ามาในหรงเฉินหรอก ต่อไปฮ่องเต้อาจจะไม่ทรงยินยอมให้ข้าแต่งตั้งขุนนางเอง”
หลิงเจาเหว่ยลุกขึ้นเดินไปยืนข้างบิดาที่สายตากำลังจับจ้องไปยังประตูเมืองด้านทิศใต้ซึ่งเป็เส้นทางไปยังเมืองหลวง
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าจะให้ท่านแม่จัดงานเลี้ยงเพื่อเชิญคุณหนูทั้งหลายเข้ามาในจวน กู้เยว่ฉีจะได้เข้ามาด้วย ท่านเห็นว่าอย่างไรขอรับ?”
“เจาเหว่ย เ้ายังคิดจะแต่งกับนางอีกหรือ? พ่อบอกแล้วว่าบุตรใต้เท้าตงคู่ควรกับเ้ามากกว่า ยามนี้อำนาจของสกุลตงถือว่าใหญ่สุดในหมู่ขุนนางหรงเฉิน หากแต่งนางเป็หวางเฟยน้อยแล้วค่อยแต่งแม่นางกู้เป็ชายาเอก เ้าจะได้ทั้งสองอย่าง”
หลิงเจาเหว่ยส่ายศีรษะ “กู้เยว่ฉีไม่ยอมแน่ขอรับ นางเป็สตรีฉลาดและเด็ดเดี่ยว หากข้าแต่งคุณหนูตงแล้ว นางคงจะปฏิเสธข้าแน่”
“นี่เ้าอยากได้อู่ต่อเรือของสกุลกู้มากขนาดนั้นเชียว” หลิงอ๋องเลิกคิ้ว เอียงหน้ากลับมามองบุตรชาย
“ท่านพ่อขอรับ หากว่าสกุลมู่มีบุตรสาวข้าก็คงจะสู่ขอโดยไม่ลังเลแล้ว แต่นี่บุตรชายทั้งสามของแม่ทัพมู่ได้ยินว่าล้วนเก่งกาจ หากวังหลวงสั่งการให้กำจัดพวกเราเห็นทีคงยากจะหลีกภัยพ้น บัดนี้อู่ต่อเรือของสกุลกู้คืออันดับหนึ่งในท่าเรือหรงเฉิน ไม่เพียงเท่านั้นข้าให้คนแอบสืบแล้วว่าเงินทองของสกุลกู้มีมากที่สุดในบรรดาคหบดี พวกเขาฉลาดนักซุกซ่อนทองคำเอาไว้จำนวนมาก ไม่ยอมแสดงตัวว่าร่ำรวยจนผิดสังเกต”
“เ้าสนใจสกุลกู้มากถึงเพียงนี้หรือ?”
“ขอรับ บุตรสาวคนโตของใต้เท้ากู้คือผู้อยู่เื้ัความร่ำรวยขอรับ กิจการค้าทั้งหมดล้วนมีนางเป็ผู้ควบคุม ทั้งร้านค้าที่ให้มารดาออกหน้าและอู่ต่อเรือที่กู้อี้เทียนผู้เป็อาคอยดูแล ในตอนที่เกิดวิกฤตทางทะเล คหบดีผู้อื่นล้วนสูญเสียเรือ ยกเว้นแต่สกุลกู้ มิใช่แค่ครั้งเดียว หากแต่เป็ถึงสามครั้ง ข้าว่านางต้องมีความลับซ่อนอยู่”
“มิน่าเล่า บุรุษที่เลือกภรรยานักหนาอย่างเ้าถึงได้มุ่งจะแต่งนางเป็หวางเฟยนัก นางคือกุญแจแห่งความมั่งคั่งนี่เอง”
“ขอรับ เรายังต้องใช้เงินทองอีกมาก ที่สำคัญเรือรบที่เรา้า บางทีคนสกุลกู้อาจจะต่อออกมาให้เราได้ ข้าว่าสกุลกู้ในยามนี้มีประโยชน์มากกว่าสกุลตงขอรับ”
หลิงอ๋องจ้องหน้าบุตรชาย “ตัวเ้ากล่าวยกย่องนางถึงเพียงนี้ คงมิใช่ว่าจะชอบตัวคนเข้าด้วยหรอกนะ”
ผู้ครองตำแหน่งซื่อจื่อยกยิ้มมุมปาก “หากว่าต้องแต่งกับนาง ข้าก็ต้องชอบนางบ้างล่ะขอรับ ไม่เช่นนั้นจะร่วมหอกันอย่างราบรื่นได้อย่างไร?”
“แม่นางกู้ผู้นี้ ได้ยินว่าเป็บุปผาแห่งเมืองหรงเฉินมิใช่หรือ? นางคงจะงดงามน่าดู”
“ขอรับ งดงาม สง่า เยือกเย็น และเฉลียวฉลาด”
“อืม ฟังดูแล้ว แสดงว่านางไม่ได้สนใจเ้า” หลิงอ๋องหัวเราะหึๆ
หลิงเจาเหว่ยขมวดคิ้ว “เื่นี้นับว่าแปลกมากทีเดียวขอรับ ก่อนหน้านี้คนของข้าบอกว่านางวางแผนกำจัดคุณหนูหลายตระกูลที่ได้รับการเสนอให้เป็หวางเฟยของข้า แต่พอข้าเปิดโอกาสให้นาง นางกลับถอยห่าง”
“นางคงไม่ได้แสร้งปล่อยเพื่อจับหรอกกระมัง?”
“มิได้ขอรับ ข้ารู้สึกว่านางเหมือนจะระแวงข้า กระทั่งการเดินหรือการพูดคุยก็พยายามรักษาระยะห่าง”
“หรือว่าแผนของเ้ารั่วไหล?”
“ไม่น่านะขอรับท่านพ่อ จวนอ๋องของเราเข้มงวดเื่คน ไม่มีทางจะมีสายภายนอกหรือคนในกล้าขายข่าวแน่”
************
ไรเตอร์แนะนำ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE5ODYwMiI7fQ
