ตอนที่ 24 ไม่สมชื่อ
“โหพี่ พี่ถึงกับจามได้ด้วย นี่แสดงว่ามีคนคิดถึงพี่อยู่หรือเปล่า” เสียงกระจ่างใสมีชีวิตชีวาดังมาจากหน้าประตู เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งซึ่งน่าจะอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดปียืนยิ้มอารมณ์ดีอยู่ตรงประตูห้องนอนของกู้ม่อฉี
“ไม่สิ คนที่คิดถึงพี่ทุกวันอาจจะไม่ถึงหมื่นล้าน แต่ก็หลายพันล้านอยู่เหมือนกัน ถ้ามีคนคิดถึงพี่หนึ่งครั้งแล้วพี่จะจามหนึ่งหน อย่างนั้นพี่คงได้จามไม่พักตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วละ” ก่อนที่กู้ม่อฉีจะได้ตอบ เด็กหนุ่มก็เป็ฝ่ายลบล้างการคาดเดาของตัวเอง จากนั้นก็เหมือนคิดอะไรขึ้นได้ มองพี่ชายของตัวเองด้วยสายตาเ้าเล่ห์ กล่าวว่า “อย่าบอกนะว่า…จริงๆ มีคนด่าพี่ลับหลังอยู่”
“จุ๊ๆๆ...ไม่เคยคิดเลยว่าเทพาพ่วงตำแหน่งไอดอลแห่งชาติของจักรวรรดิเราจะมีคนไม่ชอบจนแอบด่าลับหลังกับเขาเหมือนกัน ช่าง…น่าชื่นชมในความกล้าจริงๆ” หนุ่มน้อยกู้ม่อหลินพูดอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
“อยากไปลานฝึกเหรอ” ถ้อยคำแ่เบาดุจขนนกคำเดียวของกู้ม่อฉีหยุดคำพูดนับพันหมื่นที่กู้ม่อหลินกำลังจะพล่ามออกมา พวกมันถูกเขาฝืนกลืนกลับลงท้องไป เกือบสำลักตายอยู่รอมร่อ
ปกติพี่ชายก็น่ากลัวมากอยู่แล้ว ในลานฝึกยิ่งผิดมนุษย์ไปกันใหญ่ แค่กู้ม่อหลินคิดว่าตัวเองจะถูกพี่ชายอัดเป็กระสอบทรายในลานฝึกก็รู้สึกเจ็บไปทั้งตัวแล้ว
“พี่ แล้วเสี่ยวปิงของพี่ล่ะ ไม่เห็นมันมาหลายวันแล้วนะ” กู้ม่อหลินมองไปรอบๆ แต่ก็หาเ้าก้อนกลมๆ น่ารักตัวนั้นไม่เจอ
เสี่ยวปิงเป็สัตว์พันธะของพี่ชายเขา ร่างจริงคือกิเลนน้ำแข็งตัวสูงใหญ่แกร่งกล้าตัวหนึ่ง ถึงจะบอกว่ามันเป็กิเลน แต่แท้จริงก็เป็แค่ทายาทที่มีสายเืสัตว์เทพกิเลนอยู่นิดหน่อยเท่านั้น
แต่ในยุคนี้ถึงจะมีสายเืสัตว์เทพอยู่เพียงเสี้ยวเดียว ทว่าพลังของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์พันธะระดับเดียวกันตัวอื่นๆ จะเทียบได้เลย
เสี่ยวปิง ชื่อเต็มๆ คือปิงพ่อ พี่ชายของเขาตั้งชื่อให้มันเอง อาจจะหวังว่ามันจะสามารถมีชีวิตสมดังชื่อ เป็สัตว์พันธะที่สูงส่งเ็า เคร่งขรึมและทรงพลังได้
น่าเสียดายที่เสี่ยวปิงเติมเต็มความปรารถนาของพี่ชายเขาแค่ครึ่งเดียว พลังของมันแข็งแกร่งมาก แต่นิสัยกลับร่าเริงกระตือรือร้นยิ่งกว่าอะไร คนละขั้วกับพี่ชายเขาโดยสมบูรณ์ แต่กลับคล้ายเขามาก
ทุกครั้งเวลาเห็นพี่ชายสุดจะทนกับเสี่ยวปิงแต่ก็จนใจทำอะไรไม่ได้ นั่นคือเวลาที่เขาอารมณ์ดีที่สุด
บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าพ่อแม่สับสนอะไรหรือเปล่า จริงๆ แล้วเสี่ยวปิงควรเป็สัตว์พันธะที่เตรียมไว้ให้เขาถึงจะถูก ส่วนสัตว์พันธะของเขาก็ควรจะเป็ของพี่ชาย
เพราะบุคลิกของทั้งคู่เหมือนกันเป๊ะ ไม่สมชื่อพวกมันเอาเสียเลย
สัตว์พันธะของเขาก็เป็กิเลนตัวหนึ่ง แต่เป็กิเลนไฟ
ทีแรกตอนที่เขารู้ว่าสัตว์พันธะในอนาคตของตัวเองจะเป็กิเลนไฟ เขาดีใจและคาดหวังมาก หวังว่าเสี่ยวหั่วจะมีนิสัยแบบเดียวกับเขา ต่อไปพวกเขาทั้งคู่จะได้ทำอะไรหลายอย่างร่วมกัน
แต่สุดท้ายกลายเป็ว่าเสี่ยวหั่วของเขามีชื่อและเผ่าพันธุ์สุดร้อนแรง แต่นิสัยกลับเหมือนพี่ชายเขาไม่มีผิด ทำให้เขานึกสงสัยขึ้นมาอีกครั้งว่าพ่อแม่สะเพร่าสลับสัตว์พันธะของเขากับพี่ชายหรือเปล่า ถึงได้เกิดสถานการณ์อย่างตอนนี้ขึ้น
“หนีไปแล้ว” กู้ม่อฉีตอบอย่างเฉยชา
“หนีไปแล้วเหรอ” นี่หมายความว่ายังไง คือวิ่งออกไปเล่นแล้วเหรอ
กู้ม่อหลินเข้าใจคำพูดพี่ชายของตัวเองเพียงครึ่งเดียว แต่ก็เข้าใจว่าพี่ชายผู้สงวนคำพูดดุจทองของเขาคงไม่ใจดีอธิบายให้ฟังแน่ ดังนั้นจึงจำใจออกไปเตรียมตัวตามหาเอง
“เสี่ยวหั่ว นายดมๆ ดูหน่อยได้ไหมว่ากลิ่นของเสี่ยวปิงอยู่ทางไหน” เมื่อกู้ม่อหลินตามเจอสัตว์พันธะที่นอนอาบแดดอย่างเกียจคร้านอยู่ในลานบ้านก็พูดขึ้นยิ้มๆ
ทว่าเสี่ยวหั่วไม่แม้แต่จะมองเ้านายของมันสักนิด แล้วหลับตาเพลิดเพลินกับการอาบแดดต่อไป
กู้ม่อหลิน ‘...’
ชีวิตนี่มันบัดซบจริงๆ ขนาดเ้านายยังเมินได้ สัตว์พันธะแบบนี้จะมีไว้ทำไม รู้อยู่แล้วเชียวว่ามีแต่เสี่ยวปิงนี่ละที่แสนดีที่สุด
เสี่ยวปิงของเขาไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมออกไปเล่นถึงไม่เรียกเขาเลย
ขณะที่กู้ม่อหลินกำลังห่อเหี่ยวและเบื่อหน่ายขั้นสุด จู่ๆ เงาร่างน้อยที่คุ้นเคยร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา วิ่งตะบึงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง ไม่ใช่ว่านั่นคือเสี่ยวปิงที่เขากำลังบ่นถึงอยู่หรือ