ควันสีขาวลอยออกมาจากจมูกจากอุณหภูมิภายในร่างที่สูงกว่าอากาศด้านนอก แอ็กเซลที่ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆเขาจึงลืมตาตื่นหลังจากััได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจึงเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู พบว่ามีสกิลเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งสกิลไอรอนสกิน ก่อนหน้านั้นเขาได้รับสกิลสตีลเทนซิตี้
ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 1 ดาว 100 % ]
พลังโจมตี : [ 900 ]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.1]
สกิลเสริม 1:[ เวทแปลงพลังงาน ][ ดูดซับพลังงานคอสมิก Lv.2 ][โกหก Lv.1]
[ อาร์คาน่า Lv.1 ]
สกิลเสริม 2 :[หอกเพลิง][หอกน้ำแข็ง][หอกสายฟ้า][พันธนาการคำสาป][มานาชีลด์][สายลมพัดผ่าน]
สกิลเสริม 3:[วิ่ง][ะโ][กลิ้ง][ปีนป่าย][ลุก][ก้ม][โยกหลบ][ฟันหน้าตรง][ฟันแนวนอน][ฟันแนวเฉียง][ฟันจากล่างขึ้นบน]
สกิลเสริม 4 : [สตีลเทนซิตี้{2}][ไอรอนสกิน{2}]
ในหน้าต่างสกิลเสริม 4 สกิลที่เพิ่มเข้ามาจากการฝึกทักษะคือสตีลเทนซิตี้และไอรอนสกิน
สตีลเทนซิตี้คือทักษะระดับ 2 ใช้สำหรับฝึกกล้ามเนื้อให้ทนทานราวกับเหล็ก แม้จะเป็ระดับ 2 ดาวก็ตามที มันกลับมีขั้นให้ฝึกเพียงแค่ 1 ขั้นไม่ต่างจากทักษะ 1 ดาว แต่สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือการใช้พลังคอสมิกเข้าร่วม นอกจากเขาจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งทนทานกว่าคนปกติได้แล้ว เขายังสามารถเสริมพลังคอสมิกให้กับกล้ามเนื้อจนแข็งแกร่งได้มากกว่าเดิมคิดตามปริมาณคอสมิกที่ใช้ไป
ไอรอนสกินคือทักษะระดับ 2 มี 1 ขั้นเช่นเดียวกัน ความสามารถของมันคือการฝึกิัให้ทนทานราวกับเหล็ก
การที่เ้าของร่างเดิมเลือก 2 สกิลด้วยสิทธิของนักศึกษาปี 2 เป็เพราะว่าเขาคิดจะก้าวข้ามขีดจำกัดร่างกายเผื่อว่ามันจะเป็หนึ่งในหนทางปลุกคอร์ไดฟ์
อย่างไรก็ตามความคิดของเขากลับถูกทำลายเมื่อทักษะนี้จำเป็ต้องใช้งานพลังคอสมิก สิทธิของเขาจึงสูญเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลกลับไม่ทำให้มันไร้ประโยชน์ ด้วยความรู้ภายในหัวของตนเองต่อให้จะเป็จอมเวท เขากลับสามารถเข้าใจคำอธิบายของทักษะได้ง่ายดาย
เพียงแค่เขาเคลื่อนพลังคอสมิกไปตามท่อพลังต่างๆตามที่ทักษะชี้นำเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและิั แอ็กเซลกลับใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็สามารถสำเร็จทักษะระดับ 2 ดาวขั้น 1 ได้
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถต่อยอดได้ มันกลับทำให้ร่างของเขาแข็งแกร่งกว่าคนที่ไม่ฝึกทักษะร่างกายอะไรเลย
ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดคือแต้มกาแล็กซี่ การเป็แชมเปี้ยนระดับ 2 ดาวเขาจะต้องมีโซลฟอร์ดและมีทักษะต่อสู้ที่ดีกว่านี้ ทักษะโจมตีจึงเป็สิ่งที่เขาควรมี ทักษะเคลื่อนที่ก็เช่นเดียวกัน ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเข้าถึงมันได้ในเร็วๆนี้เพราะต้องเดินทางไปยังสนามรบปฐมภูมิก่อน
“ อีก 1 วันสินะ ”
แอ็กเซลมองดูเวลา พรุ่งนี้เขาจะต้องสู้กับแชมเปี้ยนระดับ 3 ดาว หากตามที่ตกลงกันเอาไว้วันนี้โมน่าจะต้องส่งของที่เขาขอมาที่สถาบัน ในระหว่างรอของต่อไปนั้น แอ็กเซลก็ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสนามรบปฐมภูมิ สถานที่แห่งนี้ใช้ในการเก็บแต้มกาแล็กซี่ เขาจึงอยากรู้ว่ามันมีความสำคัญเช่นไร
เมื่อพิมพ์ค้นหาแล้วรอไม่นาน ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสนามรปฐมภูมิก็เด้งขึ้นเต็มไปหมด สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในเปลือกดวงดาวโครนอส มันกลับมีความพิเศษมากกว่าเปลือกดวงดาวชิ้นอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง นั่นก็เพราะว่าเปลือกดวงดาวชิ้นนี้แผ่นใหญ่เป็อย่างมาก
นอกจากนั้นแล้วมันยังมีโบราณสถานอยู่มากมายถูกจำกัดระดับอยู่ที่ 1 ดาวไปจนถึง 4 ดาว ทางสหพันธ์จึงใช้ที่นี่เป็เขตสร้างแชมเปี้ยนโดยให้ทางสถาบันใหญ่ของดวงดาวทั้ง 7 เข้าควบคุมดูแล
อย่างไรก็ตามที่นี่กลับมีความอันตรายที่คอยท้าทายนักศึกษา นอกจากการต่อสู้แย่งทรัพยากรที่ห้ามฆ่ากันถึงตายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวอย่างวอเรนไคน์ก็สามารถพบเจอได้เช่นเดียวกัน
เผ่าพันธุ์แมลงผู้กลืนกินดวงดาวต่างๆสามารถปรากฎตัวในสนามรบปฐมภูมิได้ตลอดเวลา การที่มันสามารถมาที่นี่ได้ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเปลือกดวงดาวโครนอสที่ใหญ่เกินไปได้ปลดปล่อยคลื่นพลังขนาดใหญ่ออกมา มันได้ทำให้วอเรนไคน์ตรวจจับที่นี่ได้
ตัวที่โผล่ออกมากลับเป็ระดับ 1 ดาว - 4 ดาว สาเหตุเป็เพราะว่าแชมเปี้ยนระดับสูงได้ช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยคลุมทับเอาไว้ สิ่งที่ระดับสูงไม่สามารถเข้าสู่สนามรบปฐมภูมิได้ แต่ระดับต่ำของพวกมันกลับทำอันตรายต่อดวงดาวทั้ง 7 ได้เช่นเดิมจึงต้องมีการส่งแชมเปี้ยนไปสังหาร
แอ็กเซลรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับข้อมูล ที่นี่นับว่าเป็สนามรบขนาดย่อมของเหล่าคนที่มีระดับไม่เกิน 5 ดาว แม้จะมีกฎห้ามสังหารกันก็ตาม มันกลับไม่ได้ลดความบาดหมางระหว่างสถาบันลงเลยสักนิดเดียว แต่ที่ทำให้เขาตื่นเต้นไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง แต่เป็การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเผ่าพันธ์ุอื่น
นอกจากวอเรนไคน์ที่มนุษย์ต้องสู้กับมันมาเป็พันปี ยังมีอีกเผ่าพันธุ์ที่พยายามเอาชีวิตรอดไม่ต่างจากมนุษย์ พวกมันพยายามตามเก็บทรัพยากรของเผ่าอีเธอร์เอลเช่นเดียวกัน จึงทำให้มีการฆ่าสังหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“ สนามรบที่มีระดับสูงกว่านี้ให้แชมเปี้ยนที่จบการศึกษาไปแล้วเข้าจัดการ ส่วนสนามรบระดับต่ำกว่า 5 ดาวเอาไว้ฝึกนักศึกษางั้นสินะ ”
แอ็กเซลมองเห็นแิของสหพันธ์ที่พยายามผลักดันให้เกิดแชมเปี้ยนมากที่สุด ไม่แปลกเลยที่ในยุคนี้มนุษย์จะพยายามสร้างผู้แข็งแกร่งขึ้นมา การมีศัตรูรอบด้านหากพวกเขาไม่แข็งแกร่งจะต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ขณะที่เขาอ่านข้อมูลการต่อสู้เด่นๆที่ถูกพูดถึงเป็ตำนวนในสนามรบปฐมภูมิ โทรศัพท์ของแอ็กเซลก็ได้แจ้งเตือนดังบอกให้รู้ว่ามีพัสดุมาส่ง เขาจึงเดินทางไปยังหน้าตึกเพื่อรับของสิ่งนั้น
“ จากดาวเทอร์รา แต่ไม่ระบุผู้ส่งสินะ ”
กล่องสีน้ำตาลไม่ต่างจากกล่องทั่วไปยื่นให้แอ็กเซล หลังจากนั้นเขาก็เซนรับพัสดุแล้วเดินกลับเข้ามาในตึก ทันทีที่เปิดดูของด้านในเขาก็พบเข้ากับแก่นพลังงานสีขาวใสขนาดเท่ากำปั้น มันคือแก่นพลังงานว่างเปล่าระดับ 2 ดาวและ 3 ดาวที่มีไว้ใช้กับตนเองและกระบองเพชร นอกจากนั้นแล้วยังมีการ์ดสีดำหนึ่งใบเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงเก็บเอาไว้ก่อน
โดยแก่นพลังงานมีความสามารถที่ต่างกันออกไป ในบรรดาแก่นพลังงานทั้งหมดแอ็กเซลเลือกใช้แก่นพลังงานว่างเปล่าในการเสริมพลังแฝงให้กับคอร์ไดฟ์
การที่เขาใช้มันก็เพราะว่าไม่้าเพิ่มความเข้มข้นให้กับคอร์ไดฟ์ ไม่้าเพิ่มความจุ และไม่้าพลังเสริมให้กับพลังคอสมิกใดๆ สาเหตุก็เพราะว่ามันมีโอกาสซ้อนทับกับวงเวทที่เขาจะประทับให้กับคอร์ไดฟ์เพื่อปรับแต่งมัน
แอ็กเซลจึงเลือกแก่นพลังงานว่างเปล่าเพราะมันสามารถสุ่มสกิลอาชีพให้กับผู้ใช้ได้ 1 สกิล ทุกๆการเลื่อนระดับแชมเปี้ยนจะได้รับสกิล 1 อย่าง หากใช้แก่นพลังงานว่างเปล่าร่วมด้วยเขาจะได้รับสกิลเพิ่มขึ้นเป็ 2
อย่างไรก็ตามสกิลที่เพิ่มจากการสุ่มของแก่นพลังงานว่างเปล่า กลับให้ผลเสียต่อแชมเปี้ยน ต่อให้พวกเขาจะได้รับสกิลของอาชีพที่จะได้ใน่ที่มีระดับสูงขึ้นก็ตาม พวกเขากลับไม่สามารถใช้งานสิ่งๆนั้นได้ ในอดีตมีผู้ใช้งานแก่นพลังงานว่างเปล่าเป็บทเรียน พวกเขาได้รับสกิลอาชีพระดับ 8 ดาวใน่ที่เลื่อนระดับเป็ 2 ดาว ต่อให้จะสกิลระดับ 8 เขากลับไม่มีพลังมากพอเปิดใช้งาน
การรับสกิลระดับสูงกลับกลายเป็สิ่งที่ทำให้แชมเปี้ยนพัฒนาได้ช้ามาก มันจึงเป็สาเหตุที่ทำให้แก่นพลังงานว่างเปล่าหาได้ง่ายดายต่างจากแก่นพลังอื่นๆ
ดังนั้นทุกคนจึงหันไปสนใจการใช้งานแก่นพลังงานอย่างอื่นที่ช่วยเพิ่มความจุ เพิ่มความเข้มข้นของพลังคอสมิก หรือพลังแฝงที่ทำให้พวกเขาต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้น
แต่สำหรับแอ็กเซลมันกลับเป็ข้อยกเว้น อาชีพผู้ทำพันธะสัญญา้าสกิลระดับสูง ยิ่งพวกเขาได้รับสกิลที่ไม่ต้องใช้พลังงานคอสมิกในการเปิดใช้งาน ยิ่งเติบโตได้รวดเร็ว อย่างไรอาชีพนี้ไม่้าพลังแฝงอย่างอื่น ดังนั้นพวกเขาจึงเสี่ยงโชคกับทุกๆการเลื่อนระดับเพื่อหวังว่าจะได้รับสกิลระดับสูงที่มีประโยชน์ใน่เริ่มต้น
“เอาล่ะ มาเลื่อนระดับไประดับ 2 ดาวกัน ”
แอ็กเซลพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น การเลื่อนระดับต้องใช้พลังงานความเข้มข้นฉีดเข้าสู่ร่างกาย การเลื่อนระดับไปยัง 2 ดาวเขาจะต้องใช้พลังงานระดับ 2 ดาวฉีดเข้าสู่ร่างกายเป็ระยะเวลา 1 นาที
แอ็กเซลกลับไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปใช้งานเครื่องมือนี้เพราะเขาสามารถดึงพลังงานจากคอร์มอนสเตอร์เข้าสู่ร่างได้ ทันทีที่เขานำแก่นพลังงานว่างเปล่าระดับ 3 มาถือเอาไว้ในมือ แอ็กเซลจึงเริ่มดึงจิตของเขาออกมาคลุมทับคอร์มอนสเตอร์ระดับ 2 จำนวน 2 ก้อนที่วางอยู่ด้านหน้า เขาได้มันมาจากการล่าเซนทอร์ ทันทีที่จิตซึมลงไปในคอร์ พลังงานระดับ 2 ก็ถูกดึงเข้าสู่ร่างกายของเขาตามด้วยการเปิดใช้งานสกิลดูดซับพลังงาน ส่งผลให้ทั่วทั้งร่างของแอ็กเซลเต็มไปด้วยพลังงงานระดับ 2 ไหลเวียนไปทั่วร่าง
ทันใดนั้นแก่นพลังงานว่างเปล่าที่ถือเอาไว้ก็เริ่มหลอมละลายกลายเป็พลังงานซึมเข้าสู่ร่างกาย แอ็กเซลที่ดูดซับพลังที่เกี่ยวข้องกับการเลื่อนระดับเข้าไปในร่างกายจึงพยายามคงสภาพของมันเอาไว้ให้ได้ 1 นาที
บู้ม!
พลังงานระดับ 2 ะเิออกมาจากคอร์ไดฟ์ ขีดจำกัดที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ทั้งที่ค่าประสบการณ์เต็ม 100 % ถูกทะลวงผ่าน ร่างกายที่เต็มไปด้วยท่อพลังงานเริ่มมีพลังคอสมิกไหลผ่าน ทันใดนั้นเซลล์ภายในร่างของแอ็กเซลก็เริ่มขยับเคลื่อนไหวเพื่อผลัดเปลี่ยนผิวชั้นนอกออกไปแล้วสร้างสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา ขณะที่เซลล์ทั่วร่างผลัดเปลี่ยนแอ็กเซลก็พบว่าเขาเ็ปเป็อย่างมากจึงพยายามกัดฟันทนการเปลี่ยนแปลงนี้จนกว่าจะจบลง
แอวะ!
ของเหลวสีดำอ้วกออกมาจากปาก สิ่งสกปรกทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นจากระดับ 1 ดาวถูกขับออกมาจากร่างทั้งหมด จนกระทั่งภายในท้องไม่เหลืออะไร แอ็กเซลจึงทิ้งตัวนั่งข้างประตูห้องน้ำด้วยท่าทางสบายใจ เมื่อพบว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในหน้าต่างระบบคือระดับพลัง จากเดิมเป็ระดับ 1 ดาวมันได้เปลี่ยนไปเป็ 2 ดาวแล้ว ค่าประสบการณ์ที่เคยมี 100 % ลดเหลือ 0 % เช่นเดิม
ในส่วนของพลังโจมตีเพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน จากเดิมมีพลังโจมตีเพียง 900 หน่วย ตอนนี้พลังโจมตีพื้นฐานของเขาสูงถึง 1,800 หน่วย มันจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่านี้หากเขาใช้งานโซลฟอร์ดและทักษะ
ขณะที่กำลังสนใจกับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น แอ็กเซลกลับขมวดคิ้วเมื่อสกิลอาชีพของเขาไม่เหมือนในข้อมูล
“ แทงรากและสปอร์เหรอ มันจะต้องได้สกิลระดับ 2 มานี่ แล้วสกิลพวกนี้คืออะไร”
แอ็กเซลเปิดดูข้อมูลของอาชีพผู้ทำพันธะสัญญากับพฤกษาภายในอินเทอร์เน็ตอีกรอบ ทว่าสกิลที่ได้่เป็ระดับ 2 ของคนอื่นไม่เหมือนของเขา นอกจากนั้นแล้วสกิลที่เขาได้รับกลับไม่เหมือนสกิลของคนอื่นต่อให้ระดับจะสูงกว่านี้ก็ตาม สกิลแทงรากและสกิลสปอร์ที่ได้รับทำให้แอ็กเซลแสดงความงุนงงไม่น้อย
แต่แล้วด้านหน้าของเขากลับปรากฎวังวนสีฟ้าไม่ต่างจากตอนที่เขาเจอกระบองเพชรตัวแรก ทันใดนั้นเองสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ขนาดเท่าฝ่ามือสวมเสื้อผ้าทำจากใบไม้มีปีกสีเหลืองเป็ประกายด้านหลังก็ได้กลิ้งออกมาจากวังวนมองแอ็กเซลด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยากให้เขาทำพันธะสัญญาด้วยแอ็กเซลจึงยอมทำ ขณะที่เขากำลังจะตรวจสอบว่าเธอคืออะไรโทรศัพท์กลับแจ้งเตือนดังบอกให้รู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องไปต่อสู้กับทอมแล้วเขาจึงเก็บเอาไว้ในสกิลอัญเชิญก่อน.