บนยอดเขาสูงที่เขียวชอุ่มบริเวณภูเขาด้านหลังจวนต้าโจวมีน้ำตกงดงามสายหนึ่งไหลลงมา ส่งเสียงดังก้องไปทั่วทั้งเทือกเขา ให้บรรยากาศทรงพลัง
โจวหยวน ซูโย่วเวย และศิษย์สำนักเจี่ยทั้งหมดยืนอยู่ด้านล่างของน้ำตก ตรงนี้มีทะเลสาบขนาดใหญ่ น้ำใสสะอาดราวกับกระจก
“นี่คือน้ำตกอวี้หลิงหรือ?”
ซูโย่วเวยจ้องมองน้ำตกที่ไหลลงมา ใบหน้าแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยเพราะเคยได้ยินมาบ้าง
ซ่งชิวสุ่ยที่อยู่ข้างกายก็พยักหน้า ยิ้มแล้วกล่าวว่า “นี่คือน้ำตกอวี้หลิง ดินแดนล้ำค่าที่ใช้ฝึกในจวนต้าโจวเรา เล่ากันว่าบนยอดของน้ำตกมีหยกอมตะสีม่วงขึ้นอยู่ ทุกครั้งที่สายน้ำชะล้างลงมาก็จะแฝงด้วยพลังหยกอ่อนโยน พอสายน้ำจากน้ำตกไหลเชี่ยวกระทบร่างกายพลังหยกอมตะก็จะถูกแรงปะทะซัดเข้าสู่ร่างกายช่วยในการทะลวงเปิดลมปราณของพวกเราได้”
“แน่นอน สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือพลังหยกอมตะที่อ่อนโยนจะไม่ทำร้ายทางเดินเลือดลม ดังนั้นต่อให้แต่ละวันฝึกถึงขีดสุดการทะลวงลมปราณแล้วก็ยังคงอาศัยน้ำตกอวี้หลิงฝึกทะลวงลมปราณได้”
พอซูโย่วเวยได้ยินก็ดวงตาเบิกกว้างเป็นประกาย เนื่องด้วยเหตุผลที่ทางเดินลมปราณแบกรับได้มีขีดจำกัด ดังนั้นการทะลวงลมปราณในแต่ละวันของแต่ละคนจึงต่างมีขีดกำจัดจำนวนครั้งในการฝึก แต่น้ำตกอวี้หลิงนี้กลับสามารถทำให้ก้าวข้ามขีดจำกัดการทนรับของทางเดินลมปราณได้ และยังเกื้อหนุนการทะลวงลมปราณภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทำลายทางเดินลมปราณด้วย แค่ตรงจุดนี้ก็เพียงพอที่จะทราบถึงมูลค่าของน้ำตกอวี้หลิงแล้ว
โจวหยวนก็ยิ้มแล้วพยักหน้า นี่เป็นสาเหตุที่เขาให้ความสำคัญกับน้ำตกอวี้หลิง ทุกวันหลังจากทะลวงลมปราณไปหลายครั้ง ความทนทานของทางเดินลมปราณจะถึงขีดสุด แต่ด้วยน้ำตกอวี้หลิงนี้ เขาก็จะสามารถทะลวงลมปราณต่อได้
สิ่งนี้จะช่วยเร่งประสิทธิภาพในการฝึกของเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“แต่หยกอมตะสีม่วงนี้ต้องดูดรับพลังหยวนจากฟ้าดินจึงจะสร้างพลังหยกอมตะต่อเนื่องได้ ดังนั้นน้ำตกอวี้หลิงจึงเปิดใช้เพียงหนึ่งครั้งต่อสองวัน”
หยางไจ้ยิ้มให้โจวหยวนและซูโย่วเวย “พวกเจ้าโชดดีไม่น้อย พอเข้าสำนักเจี่ยก็เจอแล้ว”
โจวหยวนมองดูน้ำตกสายสีม่วงเลือนราง ครุ่นคิดแล้วถามว่า “น้ำตกอวี้หลิงแจกจ่ายอย่างไรหรือ?”
น้ำตกอวี้หลิงเส้นนี้ ในจวนต้าโจวมีห้าสำนัก ศิษย์รวมกันกว่าร้อยคน แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปฝึกน้ำตกอวี้หลิงเวลาเดียวกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแจกจ่าย
“น้ำตกอวี้หลิงจะเปิดแปดชั่วยาม ตามกฎเกณฑ์ในอดีตสำนักเจี่ยของเราได้มาสามช่วงยาม สำนักอี่ได้ไปสองชั่วยาม ที่เหลืออีกสามสำนักแบ่งที่ละหนึ่งชั่วยาม เพราะว่าพวกเราเป็นสำนักอันดับหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาหรือระยะเวลาก็จะได้ที่ดีที่สุด” หยางไจ้พูด
โจวหยวนพยักหน้าทันที ทำปากยุบยิบ “มีแค่สามชั่วยามเอง”
หยางไจ้หัวเราะแล้วกล่าวว่า “สามชั่วยามก็มากพอแล้ว ยิ่งกว่านั้นไม่จำเป็นต้องนานขนาดนั้น”
“หือ?” โจวหยวนตะลึง
หยางไจ้หัวเราะแต่ไม่พูดอะไร เพียงพูดว่า “แล้วเจ้าจะรู้เอง”
“เอาละ อย่าเสียเวลา เตรียมเข้าห้องเพื่อวาดอักขระหยวน” ฉู่เทียนหยางตบมืออยู่ทางด้านหน้าขัดการสนทนาของทุกคน เขาชี้ไปยังด้านข้างทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกล ทางนั้นมีห้องไผ่ขนาดใหญ่สองห้อง
“ยังต้องวาดอักขระหยวนด้วยหรือ?” โจวหยวนและซูโย่วเวยได้ยินต่างก็ตกตะลึง
“อืม ทุกครั้งที่มาฝึกน้ำตกอวี้หลิง จวนต้าโจวจะเชิญอาจารย์มาวาดอักขระหยวน โดยวาด ‘อักขระหยวนก่อตัว’ ให้ศิษย์แต่ละคน สิ่งนี้คืออักขระหยวนระดับหนึ่ง ทำให้ร่างกายดูดซับพลังหยกอมตะในน้ำตกได้ดียิ่งขึ้น” ซ่งชิวสุ่ยอธิบาย
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันก็เดินมาถึงด้านหน้าของห้องไผ่แล้ว ห้องไผ่มีสองห้อง ชายหญิงแบ่งแยก ต่อแถวเข้าไปทีละคน แต่เมื่อศิษย์ชายต่อแถว บ่อยครั้งก็จะเหล่มองทางฝั่งของห้องผู้หญิง
ไม่นานโจวหยวนก็เดินเข้าห้องไผ่ อาจารย์สอนท่านหนึ่งถือพู่กันอักขระหยวน โบกมือสั่งให้เขาถอดเสื้อแล้วนอนลงกับพื้น จากนั้นปลายพู่กันก็ค่อยๆ วาดอักขระหยวนลงบนแผ่นหลังของโจวหยวน เมื่อสิ้นสุดปลายพู่กันแผ่นหลังของโจวหยวนก็มีแสงเปล่งกระกายทันที ซุกซ่อนอยู่ด้านใน แต่เมื่อกลายเป็นอักขระหยวนโจวหยวนก็รับรู้ได้อย่างเลือนราง เหมือนว่าพลังหยวนจากฟ้าดินในร่างกายของโจวหยวนจะต่างตอบสนองได้เร็วขึ้น
“อักขระหยวนก่อตัวนี้ไม่แตกต่างจากหยกหยวนมากนัก เพียงแต่ระยะเวลาสั้นกว่า” โจวหยวนสวมเสื้อผ้า คำนับท่านอาจารย์แล้วเดินออกไป
พูดถึงหยกอักขระหยวน โจวหยวนก็มองหยกพกที่ห้อยอยู่ตรงคอ ตั้งแต่ซูโย่วเวยรู้ว่าเขาเริ่มฝึกลมปราณได้ก็ยืนกรานส่งของชิ้นนี้คืนโจวหยวน ทำให้เขาหมดหนทาง
แต่เขาทราบถึงนิสัยดื้อรั้นของซูโย่วเวยดี ดังนั้นโจวหยวนจึงไม่ฝืนใจ
เมื่อออกจากห้องไผ่ก็เห็นซูโย่วเวยเดินออกมาพอดี โจวหยวนเดินตรงไปแอบเหลียวมองแผ่นหลังของนาง สายตาที่มองผ่านลำคอขาวเนียนสามารถมองเห็นอักขระส่องแสงสว่างอย่างเลือนรางเล็กน้อย
“แอบดูอะไร!” รับรู้ถึงสายตาของเขา ซูโย่วเวยก็หน้าแดง จ้องมองเขาตาเขม็ง
โจวหยวนยิ้ม มองหญิงสาวที่ออกมาทีละคนจากห้องไผ่จึงอดถามไม่ได้ว่า “ทางฝั่งนั้นคงไม่ใช่อาจารย์ผู้ชายหรอกกระมัง?”
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็คงแย่น่าดู!
ซูโย่วเวยตวัดฝ่าเท้าใส่โจวหยวนด้วยความโกรธ กัดฟันพูด “ท่านพูดไร้สาระอะไร! ก็ต้องเป็นผู้หญิงสิ!”
การวาดอักขระหยวนต้องเปลื้องผ้าส่วนบนจนหมด หากให้อาจารย์ผู้ชายมาก็น่าอับอายเกินไป
โจวหยวนยิ้มแห้ง ระหว่างที่สองคนพูดคุยศิษย์ทุกคนในสำนักเจี่ยก็มารวมตัวกัน ฉู่เทียนหยางมองมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับพาทุกคนไปที่น้ำตก
ตู้ม!
น้ำตกขนาดใหญ่เหมือนกับมังกรน้ำคำรามลงมา สายน้ำพุ่งลงสู่ทะเลสาบส่งแรงน้ำกระเพื่อมไหวเป็นคลื่น ไอน้ำลอยฟุ้ง
ฉู่เทียนหยางหยิบธูปก้านใหญ่มาจุดไฟ เสียบลงในร่องหินที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นมองทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วพูดว่า “เตรียมตัวเริ่มได้ พวกเจ้ามีเวลาสามชั่วยาม หวังว่าพวกเจ้าจะไม่เสียโอกาสนี้ไป”
ขณะกำลังพูดก็มองไปที่โจวหยวน ซูโย่วเวย และศิษย์ใหม่อีกหนึ่งคน พูดขึ้นว่า “เวลานี้พวกเจ้าสังเกตดูไปก่อน”
โจวหยวนและอีกสองคนก็พยักหน้ารับ มองไปที่พวกหยางไจ้และซ่งชิงสุ่ย ขณะนี้สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่ ‘น้ำตกอวี้หลิง’ ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย จนสุดท้ายก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกัดฟันพุ่งเข้าไปยังแท่นฝึกที่มีตำแหน่งอยู่กลางน้ำตก
ตู้ม ตึ้ง!
สายน้ำที่ไหลเชี่ยวคำรามลงมาไม่หยุด หยางไจ้และคนอื่นๆ เข้าไปในน้ำตก สองขาก็ออกแรงยึดหินกล้าไว้แน่น ทนต่อการโจมตีของสายน้ำ
น้ำตกขนาดใหญ่เช่นนี้ พลังจู่โจมของสายน้ำย่อมรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นต่อให้หยางไจ้และคนอื่นใช้พละกำลังเต็มที่แต่ร่างของพวกเขาก็ยังคงสั่นสะท้านอยู่ดี
พวกเขากัดฟันแน่น พลังที่สายน้ำซัดลงมากระแทกบนร่างกายคล้ายกับถูกตบตีอย่างหนักจนใบหน้าพวกเขาบิดเบี้ยว
อักขระหยวนบนแผ่นหลังเปล่งประกายสว่าง ท่ามกลางความคลุมเครือ เหมือนมีไอสีม่วงที่ลอยมาตามการซัดของสายน้ำทะลุใส่ร่างกายของพวกเขา
ตึ้ง!
เวลาผ่านไปหลายสิบนาที ภายใต้การโจมตีของน้ำตกศิษย์หลายคนก็เริ่มไม่ไหว สุดท้ายร้องโอดครวญถูกซัดตกลงไปในทะเลสาบ
หยางไจ้และซ่งชิวสุ่ยทนได้นานที่สุด แต่ทนได้เพียงยี่สิบกว่านาทีก็ถูกซัดตกลงสู่ทะเลสาบไป
เมื่อพวกเขาขึ้นมาจากทะเลสาบผิวหนังทั่วทั้งร่างก็บอบช้ำราวกับถูกโจมตีอย่างหนัก ท่าทางดุร้ายแยกเขี้ยวนั้นเผยให้เห็นความเจ็บปวดทั่วร่าง
เวลานี้โจวหยวนจึงเข้าใจ เหตุใดพวกเขาถึงทั้งรักทั้งชังน้ำตกอวี้หลิง พลังหยกอมตะที่นี่ช่วยเปิดลมปราณได้ แต่ทุกครั้งพวกเขาก็จะถูกสายน้ำจากน้ำตกโจมตีจนร่างกายบอบช้ำ เหมือนโดนคนทุบตีมาหนึ่งยก
“ต่อไปพวกเจ้าสามคนก็ลองดู” ฉู่เทียนหยางพูดกับทั้งสามคน “ฮ่ะฮ่า สู้ๆ ครั้งแรกนั้นเร็วมาก” หยางไจ้ยิ้มให้โจวหยวน
โจวหยวนสบสายตากับซูโย่วเวยแล้วเดินเข้าไป พวกเขาหยุดอยู่ด้านหน้าของน้ำตก มองสายน้ำที่ซัดสาดลงมาส่งเสียงกระแทกรุนแรง สุดท้ายก็กัดฟันก้าวเท้าเข้าไป
ครั้งแรกที่เข้าไปในม่านน้ำตกผิวหนังของโจวหยวนก็บีบรัด ฝ่าเท้าคล้ายกับต้นไม้ใหญ่ยึดแน่นกับพื้น ชั่วครู่เดียวเขาก็รับรู้ได้ถึงมวลพลังขนาดใหญ่จากสายน้ำที่ซัดลงมาปกคลุมทั่วร่างของเขา
“เจ็บปวดยิ่งนัก!”
สายน้ำไหลเชี่ยวซัดลงมา ทันใดนั้นโจวหยวนก็สูดหายใจเข้าลึก พลังแบบนี้เหี้ยมโหดเกินไปจนเกือบพัดเขาตกลงไปในทะเลสาบ
แต่ภายใต้การซัดสาดของสายน้ำโจวหยวนก็รับรู้ได้อย่างเลือนรางว่าอักขระหยวนที่ก่อตัวอยู่บนแผ่นหลังส่งแรงดูดออกมา นำพาให้ไอพลังที่อุ่นและเย็นกลุ่มหนึ่งไหลทะลุเข้าสู่ร่างกายของเขา
พอไอพลังที่อุ่นและเย็นนี้ปรากฏขึ้นความเจ็บปวดบนร่างกายของโจวหยวนก็ค่อยๆ หายไป
“นี่คือพลังหยกอมตะหรือ?” โจวหยวนจิตใจสั่นไหว ชั่วพริบตาต่อมาเขาพลันรับรู้ได้ว่าลมปราณเส้นที่สามในร่างกายคลายลงไปเปราะหนึ่ง
รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้โจวหยวนพลันฮึกเหิมขึ้นมาทันที กัดฟันแน่นทนต่อการซัดสาดของสายน้ำไหลเชี่ยว รับพลังหยกอมตะด้วยความละโมบ
อ๊าก!
เมื่อโจวหยวนกัดฟันทนด้านข้างก็มีเสียงร้องด้วยความทรมานดังขึ้น เป็นเสียงของศิษย์ใหม่ที่ทนไม่ไหวจนถูกสายน้ำขนาดใหญ่ซัดตกลงสู่ทะเลสาบ
โจวหยวนหางตาเหลือบมองไปไม่ไกลก็เห็นร่างของซูโย่วเวยโอนเอนไปมาจากการซัดของสายน้ำ ทว่ายังคงฝืนทนไว้ได้
“พลังหยกอมตะนี้ได้ผลยิ่งนัก! แต่น่าเสียดายที่เบาบางไปบ้าง” โจวหยวนครุ่นคิดในใจ หากดูดพลังหยกได้มากกว่านี้ก็จะคลายความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อจากการซัดของสายน้ำที่ไหลเชี่ยวได้ หากเป็นเช่นนั้นย่อมทนได้ยาวนานขึ้น
แต่น้ำตกอวี้หลิงกว้างใหญ่เช่นนี้ ในสายน้ำที่ไหลซัดเข้าสู่ร่างกายอย่างมากที่สุดก็เพียงแฝงด้วยพลังหยกอมตะเล็กน้อย อยากได้มากกว่านี้กลับเป็นไปไม่ได้
พอนึกถึงจุดนี้โจวหยวนก็อดส่ายหน้าไม่ได้ แต่ใจสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้นทันที ศิษย์คนอื่นอาจจะรับพลังหยกอมตะไม่ได้ แต่เขากลับทำได้ เพราะว่าจิตวิญญาณของเขาก้าวเข้าสู่สภาวะลวงระดับต้นจนจิตรับรู้ได้แล้ว เกรงว่าในบรรดาผู้ที่อยู่ในสภาวะเปิดลมปราณนี้คงไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งไปกว่าเขา
“ลองดู!”
โจวหยวนไม่ลังเล ดวงตาปิดลง ทันใดนั้นจิตวิญญาณที่หว่างคิ้วก็เคลื่อนไหว การรับรู้ขยายวงกว้าง เสียงน้ำที่ดังสนั่นเงียบลง ท่ามกลางน้ำตกที่ไหลลงมาไม่หยุด โจวหยวนรับรู้ได้ชัดเจนถึงไอสีม่วงที่ลอยมาตามการคำรามของสายน้ำ
“รับรู้พลังหยกอมตะได้จริงด้วย!”
โจวหยวนประหลาดใจ จากนั้นครุ่นคิดแล้วใช้จิตวิญญาณที่หว่างคิ้ว แลเห็นมีแสงประหลาดปรากฏขึ้นท่ามกลางความคลุมเครือ คล้ายกับเห็นร่างเสมือนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ หากแต่ร่างเสมือนนี้คือจิตวิญญาณของโจวหยวน
ในจิตวิญญาณร่างเสมือนก็ส่งพลังดูดออกมา พลังดูดไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่ตรงจุดอย่างมาก พุ่งเข้าใส่เพียงไอสีม่วงเหล่านั้น
ขณะที่โจวหยวนกำลังใช้จิตวิญญาณดูดรับไอสีม่วงอยู่ ภายในน้ำตกซึ่งมีสายน้ำซัดโจมตีเข้าใส่ร่างกายของเขาไม่หยุดก็ปรากฏแสงสีม่วงสว่างออกมาโดยไม่รู้ตัว ช่วงเวลาเดียวกันก็ซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง
โจวหยวนที่หลับตาลงเวลานี้ก็ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเขารับรู้ได้ถึงพลังหยกอมตะที่เข้าสู่ร่างกายก่อนหน้านี้เพิ่มสูงขึ้นถึงสิบเท่าอย่างรวดเร็ว
“ได้ผลจริงด้วย!”
รับรู้ว่าลมปราณเส้นที่สามผ่อนคลายลง โจวหยวนจึงอดกระโดดด้วยความดีใจไม่ได้
ตู้ม!
แต่พอเขากระโดด ทันใดนั้นก็ลอยตัวขึ้นจากพื้น น้ำตกที่ซัดลงมาเสียงดังท่ามกลางเสียงร้องโอดครวญของโจวหยวนจึงซัดเขาลงสู่ทะเลสาบด้านล่างอย่างรุนแรง