11 1-2
ตอนที่20 พนักงานรถไฟเ้าปัญหา (1)
พนักงานรถไฟคนนั้นกวาดสายตาสำรวจมองทรวดทรงโค้งเว้าตามเรือนร่างของซูหนี่ สายตาทะลึ่งกลิ้งกลอกซุกซนส่อแววลวนลามอย่างชัดเจน เธอรีบดึงแขนเสื้อซูเฮ่าเทียนที่อยู่ข้างกันพร้อมพูดขึ้นว่า
“พี่เฮ่าเทียน ฉันเองก็ไม่ได้อยากกินข้าวกล่อง ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมันหรอก เรากลับกันเถอะ”
เธอไม่้าเสวนาข้องแวะกับพนักงานรถไฟคนนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาเดินทางอีกกว่าหนึ่งวันครึ่ง เกรงว่าระหว่างนั้น หากเกิดข้อขัดแย้งกับพนักงานคนดังกล่าวขึ้น อาจกลายเป็ปัญหาในภายหลังได้
เห็นกิริยาท่าทีเช่นนั้น ซูเฮ่าเทียนก็พอคาดเดาได้ในทันทีว่า ญาติผู้น้องของเขาคนนี้ไม่้าจะมีเื่บนขบวนรถไฟ เหตุนั้นเอง เ้าตัวจึงจำต้องถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และเตรียมหันหลังพาเธอเดินกลับไปยังที่นั่งตามเดิม
แต่ชั่วอึดใจขณะที่ทั้งสองกำลังหมุนตัวกลับนั้น ซูหนี่ก็พลันััได้ชัดเจนว่า มีแรงดึงขุมหนึ่งฉุดรั้งแขนเสื้อของเธอเอาไว้
“สหาย จะรีบจากไปไหนกันล่ะ? ทางเราอาจจะตั้งราคาข้าวกล่องไว้แพงเกินไปจริงๆ เพื่อเป็การไถ่โทษ เดี๋ยวฉันจะลดราคาให้เป็พิเศษก็แล้วกัน ว่าแต่อยากกินอะไรล่ะ? บอกมาได้เลยนะจ๊ะ”
พนักงานรถไฟยิ้มกว้าง ดวงตาเรียวเล็กหรี่เป็รูปจันทร์เสี้ยว ยิ่งชวนให้ดูน่ากลัวขนหัวลุกมากขึ้นเรื่อยๆ ซูหนี่ััได้ถึงเจตนาไม่ดีจากความคิดของชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน เธอจึงแค่ระบายยิ้มบางและตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ดีกว่า ฉันเองก็นำอาหารติดตัวมาด้วย แต่พี่ชายของฉันแค่กลัวว่าฉันจะกินไม่อิ่มเท่านั้น ก็เลยออกมาหาซื้อข้าวกล่องไปให้เพิ่ม แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะ”
สิ้นเสียงพูดจบ ซูหนี่ก็พยายามสาวเท้าเดินจากไป แต่ทว่าพนักงานรถไฟคนนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนเสื้อของเธออยู่ดี
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิครับคุณหนู มาลองดูก่อนก็ได้ว่าทางเราขายอะไรบ้าง มีข้าวกล่องตั้งหลากหลายชนิดให้เลือก บางกล่องมีเนื้อผัดผสมอยู่ด้วยนะ!”
บ้านเมืองในยุค 80 นับเป็่เวลาข้าวยากหมากแพง นอกจากขาดแคลนอาหารรวมทั้งปัจจัยสี่แล้ว สภาพเศรษฐกิจก็อยู่ในสภาวะฝืดเคืองเกือบถึงจุดต่ำสุดของหน้าประวัติศาสตร์ ดังนั้น ครอบครัวไหนที่มีโอกาสได้รับประทานเนื้อหนูแม้สักชิ้นก็นับว่าร่ำรวยมีกินแล้ว อาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดนับเป็ของฟุ่มเฟือย และสงวนสิทธิ์ให้มีเฉพาะในเทศกาลพิเศษจริงๆเท่านั้น อาทิเช่นงานฉลองวันปีใหม่เป็ต้น
จึงไม่น่าแปลกใจนักสำหรับใครที่ได้ยินคำพูดเชิญชวนที่หลุดจากปากของพนักงานรถไฟเมื่อครู่ เพราะคงเป็อะไรที่ล่อใจผู้คนได้ดียิ่งยวด
แต่ช่างน่าเสียดาย ที่ใครคนนั้นกลับเป็ซูหนี่ เธอได้ยินเข้าก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ไอ้หมอนี่คิดจริงๆเหรอว่า เศษเนื้อแค่สองสามชิ้นจะซื้อใจเธอได้?
“สหาย ฉันบอกชัดเจนแล้วนะว่าไม่้าซื้อแล้ว กรุณาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความจับคุณในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและกระทำการโดยเจตนา คงรู้ใช่มั้ยว่าโทษไม่ใช่เบาๆ?”
ซูหนี่จงใจกระแทกเสียงเลือกใช้คำขู่ที่ดูรุนแรงกับอีกฝ่าย และนั่นเป็ผลให้พนักงานรถไฟคนดังกล่าวยอมปล่อยเธอทันที ซูหนี่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินกลับไปนั่งประจำที่พร้อมกับซูเฮ่าเทียนโดยเร็ว
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่ซูหนี่ไม่รู้เลยก็คือ พนักงานรถไฟคนนั้นไม่แม้แต่จะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดด้วยซ้ำ แต่กลับมองว่า ทั้งหมดเป็ความผิดของเธอเสียเองที่ทำให้เขาต้องอับอายขายขี้หน้า และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นตามแบบฉบับของเขา
ตลอดระยะเวลาการเดินทางที่เหลือ พนักงานรถไฟคนนั้นเอาแต่เข็นรถอาหารโฉบเฉี่ยวไปมาอยู่ระหว่างทางเดินข้างเบาะนั่งของคนทั้งคู่ ไหนจะแหกปากร้องะโขายโน่นนี่เสียงดังลั่น รบกวนเวลาพักผ่อนใน่ค่ำของพวกเขา ทำเอาซูหนี่กับซูเฮ่าเทียนถึงกับหาวเพราะนอนไม่หลับ
“สหาย ขอร้องเถอะนะ เลิกเข็นรถผ่านไปผ่านมาแถวนี้ซะที ถ้าว่างนักไม่มีอะไรจะทำ ทำไมไม่ไปเข็นขายที่ตู้อื่นบ้าง เผื่อจะมีใคร้าอะไรเพิ่มเติม”
ท้ายที่สุด ซูเฮ่าเทียนก็หมดความอดทน เขาลุกขึ้นพูดกับพนักงานรถไฟคนนั้น แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีสำนึก ทั้งยังชักสีหน้าล้อเลียนแสร้งทำเป็พูดตาม มิหนำซ้ำยังสั่งน้ำมูกพ่นใส่พร้อมหมุนตัวลากรถเข็นเดินจากไป
ซึ่งแน่นอนว่า เสมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา พนักงานรถไฟคนนั้นหาได้ใส่ใจฟังคำพูดของซูเฮ่าเทียนไม่ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับรถเข็นอาหารคันโปรดอีก เดินลากล้อขรุขระกระทบพื้นดัง ‘ครืดๆ’ พร้อมร้องะโลั่นวนเวียนอยู่แถวๆนั้นไม่หยุดหย่อน เจตนาสร้างปัญหาหวังรบกวนให้พวกเขาอยู่ไม่เป็สุข
ซูหนี่รู้สึกเหนื่อยหน่ายเป็ที่สุด พอกันทีกับพฤติกรรมไร้ยางอายของอีกฝ่าย เธอจึงลุกขึ้นเดินฉับข้ามไปอีกตู้ทันที พนักงานรถไฟเห็นเข้าเช่นนั้นก็รีบเดินตามไปในทันที
ในเวลาเดียวกัน
“ผู้หมวดครับ ผู้หมวดไม่ได้พักผ่อนมาตั้งหลายวันแล้ว กลับไปนอนสักงีบก็ยังดีนะครับ”
ทหารชั้นประทวนนายหนึ่งกำลังยืนจ้องมองผู้เป็นายด้วยความเป็ห่วง ส่วนผู้เป็นายที่ว่าก็คือนายทหารชั้นสัญญาบัตรในชุดเต็มยศ เขากำลังยืนสูบบุหรี่เผยสีหน้าวิตกกังวลอย่างชัดเจน
นายทหารในชุดเครื่องแบบเต็มยศรับฟังพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จเถอะ สูบมวนนี้เสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันกลับไปพักผ่อนเองล่ะ”
สิ้นคำพูดประโยคนั้น เ้าตัวก็เลิกสนใจบรรดาทหารอบตัว เอาแต่แหงนหน้าขึ้นมองฟากฟ้าสีครามภายนอกหน้าต่าง เชยชมทิวทัศน์พร้อมเสียงรำพึงพร่ำพรรณนาถึงหญิงสาวที่ตนหลงรัก
“ซูหนี่ ถ้าเธออยู่บนรถไฟขบวนนี้ด้วยกันก็คงดี อยู่ที่นั่นเธอจะเป็ยังไงบ้างนะ? หวังว่าจะสบายดีใช่มั้ย? อยากให้เธอได้ลองชิมข้าวกล่องบนรถไฟบ้างจังเลย…”