ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    10.เริ่มงาน

    ดวงตะวันกลมโตสีแดงก็ค่อยๆลอยขึ้นจากเส้นขอบฟ้า แสงสว่างค่อยๆไล่ความมืดออกไป เสียงนกเสียงกา ร่ำร้องบินออกจากรังเพื่อหากินหน้ากองไฟใหญ่  ร่างของเด็กน้อยอายุ 14 นั่งเอามืออัง กองไฟเพื่อรับไออุ่น นอกจากเขาแล้ว ยังมีขอทานที่รับมาเมื่อวาน อีก 15 ชีวิต ที่นั่งอยู่รบๆตั้งแต่ตื่นขึ้นมา พวกเขายังไม่คุยอะไรกันสักคำ เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยผู้เป็นนาย ไม่เอ่ยอะไรออกมาพวกมันจึงเลือกที่จะนั้งเงียบ พวกมันเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา ที่กลายมาเป็นขอทานอย่างไม่มีทางเลือก ในเส้นเลือดของพวกมัน เต็มไปด้วยความเกรงกลัว ที่มีต่อขุนนางของทางการ หรือผู้รากมากดีทั้งหลายจากคำอธิบายของนายน้อยอาจจะดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก  แต่เมื่อพวกมันเห็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ของผู้เป็นนาย ที่ดูหรูหรา มีราคา มีชาติตระกูล ความสงสัยในใจก็หายไปทันทีพวกมันเคยเห็นขุนนางใหญ่ที่มากินข้าวที่ร้านอาหารชื่อดัง ตรงจุดที่มันขอทานกันอยู่ คนพวกนั้นมักจะสวมชุดแบบนี้ได้  พวกมันเคยเข้าไปขอทาน จากขุนนางเหล่านั้นอยู่บ่อยๆจึงพอรู้พอเห็นมาบ้าง“นายน้อย จะให้พวกเราทำอะไรดีขอครับ”ชายคนหนึ่งถามขึ้น เขาเป็นคนที่มีอายุมากที่สุด ในกลุ่มขอทานที่ถูกเลือกมา“แนะนำตัวกันก่อนเอาชื่อ และบอกข้าว่าเคยทำอะไรมาบ้าง เริ่มจากเจ้าก็แล้วกัน”นักวิจัยพันธุ์พืชพูดออกมาเสียงเรียบ“ข้าชื่อจิ๋วเถา ทำนามาก่อน”ชายคนเดิมพูดขึ้น“ข้าจิวเหยา จิวซา จิวเหลียง ทำนา”พวกมัน 4 คนเป็นญาติกัน ครอบครัวของพวกมันอาชีพทำนา“ซูกวนทำนา”“หม่าเหลียง เลี้ยงวัว…” ทั้ง 15 คนแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว พวกมันมีแค่ 2 อาชีพที่เคยทำ คือทำนาและเลี้ยงสัตว์ คนส่วนใหญ่พี่น้องกันอยู่ 3 กลุ่ม แซ่จิ๋ว  4 คน แซ่ซู 6 คน สุดท้ายแช่หม่า อีก 5 คน กลายเป็นว่าพวกมันทั้งหมดมาจากหมู่บ้านเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้พวกมันต้องมาเป็นขอทาน ก็เพราะว่าหมู่บ้านของพวกมันถูกกองโจรปล้นสะดม คนส่วนใหญ่ถูกฆ่า พวกมันคือคนที่หนีรอดมาได้คุยกันอยู่สักพัก ผู้หญิงอีก 5 คนก็เดินเข้ามาสมทบ ทั้ง 5 คนคือลูกหลายของพวกมันเอง แต่งงานมีลูกแล้ว 3 คน อีกสองคนยังโสด หน้าตาของพวกเธอก็จัดอยู่ในเกรด ชาวบ้านธรรมดา จึงไม่มีใครในเมืองสนใจ เพราะถ้าหากมีคนสวยจริงๆคงถูกคนมีเงินมีอำนาจฉุดไปแล้ว เป็นนางสหนมแล้วเสียงสรรพสัตว์แห่งพงไพรร้องขับขานต้อนรับรุ่งอรุณ แสงแรกของตะวันสีทอง สาดส่องลงมาจากสวรรค์ ต้องหมู่แมกไม้บนพื้นพสุธาภาพที่เคยขมุกขมัว เมื่อมองด้วยสายตา บัดนี้แจ่มชัดขึ้นเป็นลำดับ จนมองเห็นทุ่งนาของชาวบ้าน ที่เต็มไปด้วยข้าวสีเหลืองทองชูช่อล่อลมไหวไปมา อยู่กลางด้องทุ้ง“ซานหลง ตื่นแล้วเหรอลูก”ซานหู่กับซานยี่เดินออกมาจากบ้าน เข้ามาสมทบกับคนอื่นๆที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว“อรุณสวัสดิ์ ท่านพ่อ ท่านแม่”ซานหลงทักขึ้น“อรุณสวัสดิ์อะไรของเจ้ากันลูก พูดจาแปลกประหลาด”มารดาท้วงขึ้น“มันเป็นทำทักทายในยาม หลีหนิง(รุ่งอรุณ) ตามตำราโบราณที่ลูกเคยอ่าน ขอรับท่านแม่”ซานหลงอธิบายไปมั่วๆ“อรุณสวัสดิ์ นายท่านพ่อ นายหญิง”ขอทางทั้ง 20 คน ยืนขึ้นกล่าวทักทายทันที ที่ได้ยินคำอธิบายของซานหลงนักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อยยิ้ม ออกมาด้วยความพึงพอใจ คนเหล่านี้ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก เขามองไม่เห็นความกระด้างกระเดื่อง จากทุกคนที่อยู่ที่นี่ การทักทาย เมื่อสักครู่ หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นแค่การทักทายธรรมดา แต่ซานหลงกลับมองเห็นความเคารบยำเกรงที่ออกมาจากการกระทำเล็กๆน้อยๆนี้สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ หากมันคนใด แสดงออกถึงความไม่เคารพยำเกรง หรือไม่เชื่อถือกระด้างกระเดื่อง เขาก็พร้อมที่จะไล่คนนั้นกลับไปเป็นขอทานเช่นเดิม“เอาละ เมื่อทุกคนมากันครบทุกคนแล้ว ขาก็จะแบ่งงานของวันนี้ที่ให้ทุกคนไปทำ”นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อยพูดขึ้น“จิ๋วเถา เจ้าและพี่น้องสกุลจิ๋วรับหน้าที่ตัดไม้ไผ่ ที่อยู่บนเขาลงมากองไว้ที่นี่ ไม้ไผ่ทุกท่อน ต้องให้ได้ตามตัวอย่างอันนี้”ซานหลงชี้ไปที่ไม้ไผ่ที่บิดา ตัดมาเมื่อวาน“ซูกวน เจ้าและพี่น้องขุดหลุมสำหรับลงเสา ตามจุดที่ข้าปักไม้ไผ่เอาไว้ ให้หลุมกว้าง 2 จั้ง ยาว 2 จั้ง ลึก 10 จั้ง ดูตัวอย่างหลุมที่ข้าขุดเอาไว้”ซูกวนพยักหน้า “ท่านแม่ ท่านพาผู้หญิงทุกคน ทำกับข้าวสำหรับเช้านี้เสียก่อน หลังจากกินข้าวเสร็จ ค่อยพาพวกนาง ไปจัดการกับตับหญ้าของท่านแม่ นะขอรับ”นางยี่พยักหน้าแต่โดยดี“หม่าเหลียงเจ้ากับพี่น้อง เตรียมตะกร้าคนละใบ จอบ แล้วก็เถียง อีกอย่างละ 2 อั๋น พวกเราจะขึ้นเขาเก็บเสบียงกัน”“แล้วกวางตัวที่มัดอยู่ตรงนั้นละลูก จะทำยังไงกับมัน”มารดาถามขึ้น“เอามันทำอาหารเช้าเลยท่านแม่ ถึงจะมีเนื้อหมูเหลืออยู่ แต่จำนวนคนของเรามากขึ้น มันคงไม่เพียงพอ ให้ท่านแม่เอาเนื้อกวางตุ๋นกับสมุนไพรพี่เก็บมาเมื่อคืน เดี๋ยวลูกจะกลับมาจัดการต่อเอง”ซานหลงวางแผนที่จะทำ กวางตุ๋นหน่อไม้ ให้ทุกคนกินเครื่องเทศที่นี่จะมีครบถ้วนแต่ยังไม่มีผู้ใดรู้จักมากนัก แต่เครื่องปรุงยังขาดอยู่อีกมาก ในยุคสมัยนี้ เครื่องปรุงยังไม่แพร่หลาย อาหารการกินก็เป็นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ การวิวัฒนาการทางอาหารยังไม่มากมานัก เรื่องของรสชาติยังปรับปรุงได้อีกมาก เมื่อแจกจ่ายงานเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง“พวกเราไปกันเถอะท่านพ่อ เดี๋ยวตะวันขึ้นสาย สัตว์ป่าจะหนีหายไปเสียก่อน”ซานหู่พยักหน้าตอบรับลูกชาย จากนั้นคนทั้ง 7 จึงเดินขึ้นเขาไปทันที ทางขึ้นเขาต้องผ่านป่าไผ่ เมื่อเดินมาถึงดงไผ่สีเขียว ที่มีต้นไผ่ตงเกิดขึ้นอยู่แน่นหนา ซานหลงก็หยุดท้าลง“หม่าเหลียง ให้พี่น้องของเจ้าอยู่ขุดหน่อไม้ที่นี่”ซานหลงชี้มือไปที่ต้นไผ่อ่อนที่เกิดอยู่มากมายในกอไผ่ คนทั้งหมดมองหน้ากันไปมาอย่างฉงน“นายน้อย ต้นไผ่อ่อนนี่ จะขุดไปทำอะไรเหรอขอรับ”หม่าเหลียงถามขึ้น“ทำอาหาร….”เมื่อได้ยินคำตอบของนายน้อย พวกมันทุกคนทำหน้าแหยๆทันที พวกมันทุกคนเคยกินต้นไผ่อ่อนมาแล้ว มันขมฝืดลิ้นจนกินไม่ได้ แต่นายน้อยยังจะเอาไปทำอาหารให้พวกมันกินอีก“ทำอาหาร...หรอขอรับ”“ไม่ต้องถามให้มากความ ข้ารับรองเลยว่าเมื่อพวกเอ็งแต่ละคนได้ลิ้มลองอาหารที่ทำจากมัน คร้านแต่จะกลับมาขุดพวกมันจนเหี้ยนป่า”นายน้อยของพวกมันพูดตัดบทขึ้น ทำให้คนอื่นๆที่จะถามหยุดปากลงทันที ซานหู่เพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา มันก็ไม่แน่ใจนัก ว่าหน่อไม้นี้กินได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มันมั่นใจก็คือฝีมือการทำอาหารของลูกชาย แม้แต่ไส้หมูที่ คนไม่กินกันซานหลงยังรังสรรค์ออกมาเป็นอาหารแสนอร่อยได้ หน่อไม้พวกนี้ก็คงไม่ต่างกันนักซานหลงอธิบายวิธีการเลือกหน่อไม้ ให้พวกมันฟังอยู่ชั่วครู่ เมื่อทุกคนเข้าใจดีแล้ว จึงพาบิดาและหม่าเหลียงเดินทางต่อ เป้าหมายของพวกเขาคือ ห้างดักสัตว์ที่ทำเอาไว้เมื่อวานนี้เพียงไม่นานคนทั้ง 3 ก็มาถึงจุดมุ่งหมาย ซานหู่ปีนขึ้นไปบนห้างอย่างรู้งาน ซานหลงมองซ้ายมองข้าว หาต้นไม้ที่เขาหมายตา เขาต้องการขยายห้างนั่ง เพราะตอนนี้มีคนมาเพิ่ม ถึงพื้นที่ด้านบนจะเพียงพอ แต่มันก็ไม่สะดวกต่อบิดา ที่ต้องยิงธนูในพื้นที่ๆจำกัดห่างออกไปไม่ไกล มีต้นไม้ขนาดเท่าลำแขนผู้ใหญ่อยู่ 3-4 ต้น ลำต้นของมันตรงดิ่ง ไม่คดงอรูปร่างและขนาดพอเหมาะ“หม่าเหลียง มาช่วยข้าตัดต้นไม้ พวกนี้ก่อน”พูดจบเด็กน้อยก็เอาขวานประจำตัวออกมาตัดต้นไม้เบื้องหน้าเป็นท่อนๆยาวตามที่เขาต้องการทันที ก่อนจะชี้มือไปยังต้นไม้ที่เหลือ ให้หม่าเหลียงทำตามปลายเชือกฟางถูกบิดาโยนลงมาจากห้างอย่างรู้ใจ นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย จัดการมัดมันเข้ากับท่อไม้ที่ตัดเอาไว้ เพื่อให้บิดาลากขึ้นไปด้านบน เพียงไม่นานห้างง่ายๆก็ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับคนทั้ง 3ความสงสัยใคร่อัดแน่นอยู่เต็มอกของหม่าเหลียง ตลอดเวลาที่ทำ งานมันอยากจะถามออกมาเหลือเกิน ว่านายและนายน้อยของมัน กำลังจะทำอะไรกันแน่ แต่พอเห็นสองพ่อลูกตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง มันก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามแต่บัดนี้ พวกมันทั้ง 3 ขึ้นมาอยู่บนห้างนั่งโง่ๆ ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อสักครู่ นายใหญ่และนายน้อยของมันไม่พูดไม่จาอะไรออกมาสักคำ แถมน้อยๆของมันยังนอนเอนหลังหลับตาพริ้มไม่สนใจอะไรอีกตัวมันเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็เลือกที่จะเงียบเมื่อไม่มีใครพูดอไรออกมา ตัวมันก็ไม่กล้าถามอะไรขึ้นมาเหมือนกัน ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ  เมื่อซานหู่เห็นท่าทางของมันเข้า เขาก็กระซิบออกมาเสียงเบาให้มันได้ยิน“เงียบ!อย่าทำเสียงดังเด็ดขาด” ถึงจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่ตัวมันก็เลือกที่จะเงียบ ทั้งสามนั่งนิ่งๆอยู่นาน มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงป่าเขาลำเนาไพรเท่านั้น ที่ดังแว่วอยู่ในหูของคนทั้งสามชั่วอึดใจก็มีเสียงอะไรบางอย่าง ดังแสกสากออกมาจากชายป่า ใกล้ๆ    

    นิยายแนะนำ