บทที่ 5
คืนวันไหว้พระจันทร์
“มันจะมีมุมมองไหนที่ถูกต้องไปกว่าคนที่มีหน้าที่การงานไม่มั่นคง เรียนจบก็เพียงอนุปริญญา อยากจะเป็ดาราแต่ก็ไม่ดังสักที... แถมริจะเป็นักแสดงคิวบู๊ เตะต่อยตีลังกาโลดโผน ใช้ชีวิตในความเสี่ยงอีก มีอะไรที่แน่นอนในชีวิตบ้าง...”
“พราวกำลังเรียนภาษาจีนค่ะ”
“เรียนไปเพื่ออะไร”
“แคสต์งานแสดงที่จีนค่ะ เผื่อจะโด่งดังมีชื่อเสียงแล้วหาเงินเยอะ ๆมาเลี้ยงดูคุณแม่กับลูกชายได้” พราวฝันย้อนทันควัน
นิศมาแค่นหัวเราะด้วยใบหน้าดูถูกอย่างไม่ปกปิด
“ไม่มีทางทำได้หรอก”
“พราวว่าพราวทำได้ค่ะ”
“มันไม่ได้ง่าย”
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ต้องได้”
“ขนาดแค่ในไทยเธอยังไม่รอดเลย”
“...!”
พอเจอย้อนกลับมาแบบนั้นหญิงสาวก็หยุดชะงักเพราะโดนเจาะเข้ากลางอกเต็มๆ ขณะที่แฟนตัวดีก็ได้แต่นั่งอ้าปากหวอมองแม่กับว่าที่เมียโต้กันไปมาราวกับดูแข่งปิงปอง
พราวฝันกำหมัดแน่นซ่อนมันไว้บนตักด้วยความโกรธขึ้ง
“คบหากับหนูของขวัญลูกสาวคุณปานตาเ้าของเหมืองอัญมณีใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศที่แม่แนะนำก็ดีอยู่แล้วแทนคุณเอ๊ย...” หญิงสูงวัยหันไปพึมพำกับลูกชาย “แถมตอนนี้คุณกฤตนันท์พ่อของหนูของขวัญก็ยังเป็ผู้นำเข้ารถยนต์ระบบไฟฟ้าจากยุโรปเข้ามาแบรนด์ดังที่แกเป็ลูกค้าอยู่นั่นไงล่ะ”
“...”
“ดูซิเนี่ย ตอนนี้ดันได้ตบแต่งกับลูกชายคนโตของคุณหญิงสุจินดาเ้าของห้างท็อปเท็นระดับโลกและโรงแรมหรูระดับเอเชียชีวิตชื่นมื่นมีเงินสะพัดในธุรกิจทั้งสองครอบครัวเกินล้านล้านบาทไปแล้ว แทนที่จะได้ดองกันไว้ต่อยอดให้อนาคตของตัวเอง...” แล้วพาลไปมองว่าที่ลูกสะใภ้ในชีวิตจริงที่นั่งอยู่เยื้องกันด้วยสายตาหงุดหงิด
“แต่ผมก็คบกับพราวฝันมาหกปีแล้วนะแม่ จะเข้าปีที่เจ็ดเดือนสองเดือนนี้อยู่แล้วแม่ยังไม่ชินอีกเหรอ” แทนคุณร้องออกมาบ้าง “แม่ต้องมูฟออนได้แล้วนะครับ ถึงอย่างไรพราวก็เป็ผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผม เราสองคนรักกันและมีความสุขกันมาโดยตลอด แม่น่าจะดีใจที่เห็นผมมีความสุขสิ”
นิศมาแสยะยิ้ม “เป็คนดีแล้วมันกินอิ่มท้องมั้ยล่ะ เพราะพ่อแกสร้างธุรกิจใหญ่โตอย่างสมาร์ทโฟนเ้าแรกในไทยที่ฮิตะเิไปทั่วโลก จนทำให้แกมีกินมีใช้จ่ายเงินมือเติบโดยไม่เคยรู้จักคำว่าลำบาก ถามหน่อยถ้าไม่ต่อยอดหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจแล้วอนาคตแกจะเอาเงินที่ไหนมาถลุงเล่นแบบนี้ หา!”
ชายหนุ่มอึกอักเพราะผู้เป็แม่พูดถูกทุกคำ พวกเขาคือตระกูลที่มีสถานะมั่งคั่งติดหนึ่งในสิบของประเทศไทยและติดท็อปร้อยของเอเชีย ไม่น่าประหลาดใจที่นิศมาจะต้องเข้มงวดเื่การคัดเลือกคู่ชีวิตให้ลูกชายเช่นนี้ หากแต่ก็ยังยุ่งยากเพราะฝ่ายหญิงเองเป็คนยอมใครง่าย ๆ เสียที่ไหน พยายามหว่านล้อมทุกวิถีทางแล้วแต่ทั้งสองก็ยังตัวติดกันยิ่งกว่าตังเม
“เพราะแม่กับพ่อแกเราสองคนก็ไม่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่กันด้วยความรัก แต่เป็เหตุผลทางธุรกิจ ลูกสาวห้างทองกว่าห้าสิบสาขาทั่วประเทศกับนักลงทุนและนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างพ่อแกมาลงเรือลำเดียวกันเราถึงได้มั่งมีอย่างทุกวันนี้”
“...!”
“ถ้าไม่อยากมีชีวิตที่ดิ่งลงเหวแถมยังไร้คอนเนคชั่นแกก็ทบทวนเอาเองเถอะว่าใครกันแน่ที่สมควรอยู่เคียงข้างเป็คู่ชีวิตของแก...”
“เห็นทีคงต้องให้แต่งกับคุณแม่เองซะล่ะมั้งคะ” พราวฝันโพล่งแทรกอย่างรำคาญใจ”
“วะ ว่าไงนะ!”
“ก็เื่เดิมๆ ฟังจนท่องได้แล้วค่ะ รีรันบ่อยยิ่งกว่าเปาบุ้นจิ้น วนไปวนมาั้แ่ปีแรกยันปีที่หก... สุดท้ายก็ทำอะไรเราสองคนไม่ได้ คุณแม่ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ”
“ตราบใดที่เธอยังหน้าด้านหน้าทนราดไม่ลงฉันก็จะอยู่เป็ก้างขว้างคอพวกเธออยู่อย่างนี้ล่ะ อย่าคิดว่าจะสรรหาวิธีมาเอาใจฉัน เพราะฉันไม่มีทางยอมใจอ่อนแน่ ๆ”
“ค่ะ... พราวเชื่อค่ะว่าคุณแม่เป็คนใจแข็ง ตอนนี้ก็ถอดใจไปนานแล้วล่ะค่ะ ไม่คิดจะทำให้คุณแม่ยอมรับแล้ว เหลือก็แต่... ให้คุณแม่ตามคุณพ่อไปพวกเราถึงจะแต่งงานกันได้ซักที”
“นี่! พราวฝัน! เธอแช่งฉันเรอะ!”
“เปล่านี่คะ พราวประเมินสถานการณ์ตามความเป็จริง ก็คุณแม่บอกเองว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางใจอ่อนยอมรับลูกสะใภ้ยาจกอย่างพราว แต่ลูกชายคุณแม่ดันหลงพราวจนโงหัวไม่ขึ้น ยิ่งคบกันนานก็ยิ่งขาดกันไม่ได้” หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากด้วยไพ่ที่เหนือกว่าบ้าง
“...!”
“พราวจะรอวันนั้นอย่างใจเย็นนะคะ ตอนนี้คุณแม่ก็ช่างดูแข็งแรงดีเหลือเกิน แต่ไม่เป็ไรค่ะพราวอดทนรอได้ ต่อให้ต้องแต่งกันตอนห้าสิบก็คงต้องรอ... ระหว่างนี้คุณแม่ก็อดทนไปด้วยกันกับพราวนะคะ จนกว่าจะถึงวันที่คุณแม่ไม่อยู่แล้ว...”
พรวด!
“มันจะมากเกินไปแล้วนะพราวฝัน!”
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบน้ำหวานซึ่งว่าที่แม่สามียกขึ้นสาดใส่หน้าเธอด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เธอเองก็ข่มความรู้สึกมานานและมากพอแล้ว ไม่ใช่แค่วันนี้แต่เป็ตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา คำพูดดูถูกค่อนแคะ เหยียดหยัน ลดทอนคุณค่าและเปรียบเทียบ เธอได้ยินมาแล้วทุกรูปแบบ
วันนี้มันน่าจะตัดสินกันได้เสียที
ว่าใครจะอยู่...
ใครจะไป...
“ถ้าชอบอะไรทรามๆแบบนี้พราวก็อยากให้คุณแม่ได้รู้เหมือนกันค่ะว่าหากมันถูกสาดใส่หน้าคุณแม่บ้างจะรู้สึกยังไง” ว่าแล้วเรียวนิ้วบางก็คว้าหมับที่แก้วน้ำส้มของตัวเองบ้าง หมายจะสาดไปยังสตรีสูงวัยปากแจ๋วน่ารำคาญที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“พราว...!”
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใบหน้าของชายคนรักก็ดันกลับทำไม่ลง อย่างไรคู่กรณีของเธอก็เป็ผู้ให้กำเนิดของเขา
ตึง!
หญิงสาวกระแทกแก้วน้ำกลับลงบนโต๊ะเสียงดังแล้วคว้ากระเป๋าลุกขึ้นก่อนจะตัดสินใจผลุนผลันออกจากร้านอาหารไป
เธอก้าวฉับๆ ออกมาบนริมฟุตปาธด้วยความโมโหจนเกือบทรงตัวบนส้นสูงแบรนด์เนมที่สวมไว้ไม่อยู่
พราวฝันอยากออกไปจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด ออกไปจากพวกผู้รากมากดี ครั้งนี้เธอโกรธจริง ๆจนมิอาจควบคุมมันไว้ได้อีกแล้ว ตัดเป็ตัด เลิกเป็เลิก จะเอายังไงก็ได้ เธอไม่อยากจะสนใจอะไรทั้งนั้น!
วันนี้เธอไม่ได้เอารถมาเพราะแทนคุณขับรถหรูมารับ หญิงสาวยืนยักแย่ยักยันจะข้ามถนนเพื่อไปเรียกแท็กซี่ฝั่งตรงข้าม แต่จู่ ๆ ก็ถูกรั้งไว้จากด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อนสิพราว!” ชายคนรักของเธอร้องเรียกพร้อมคว้าเอาสายกระเป๋าสะพายไว้แทนตัว
แรงกระชากของแทนคุณทำให้สายกระเป๋าของพราวฝันขาดออกจากกันจนทำให้ร่างของพราวฝันพุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงสะท้อนกลับอย่างยากจะควบคุม
หญิงสาวรู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถลาล้มหน้าฟาดลงกับพื้นถนนเบื้องหน้า เธอกรีดร้องเสียงดังลั่นพร้อม ๆกับที่ก็มีรถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวโค้งมาพอดี
แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปบนใบหน้าสะสวยที่กำลังตื่นตระหนกของพราวฝัน เสียงเล็กแหลมในลำคอดังรับไปกับเสียงล้อที่เสียดสีกับพื้นถนนกึกก้องไปทั่วบริเวณ
โครม!
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีปาฏิหาริย์ รถคันนั้นเบรกไม่อยู่และชนเข้ากับร่างบอบบางของหญิงสาวด้วยความแรงจนกระเด็นข้ามไปอีกฟาก
“พราว!” แทนคุณร้องเสียงหลงแทบสิ้นสติ ขาของเขาก้าวไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพอุบัติเหตุอันโหดร้ายเบื้องหน้า
แต่ภาพที่พราวฝันเห็นก่อนจะสติการรับรู้จะดับวูบไปคือพระจันทร์สีขาวนวลดวงกลมโตบนฟ้าสีน้ำเงินเข้ม
คืนนี้พระจันทร์สวยจัง...
เป็สิ่งเดียวที่เธอได้เห็นความงดงามก่อนทุกอย่างจะดับมืดลงเป็สีดำ...