เฮย์ลิออท เป็หน่วยรบพิเศษสังกัดดวงดาวที่1 มีหน้าที่กำจัดสิ่งผิดปกติระหว่างมิติและสัตว์ประหลาดระดับสูง
สิ่งที่ทำให้พวกเขาเป็ที่โด่งดังไม่ใช่เพราะความเก่งกาจ แต่เพราะนิสัยไม่น่าคบหา เย่อหยิ่ง จองหอง ไม่สนหัวผู้ใด
นอกเหนือจากเื่งานพวกเขาไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดคุย ดูถูกใครต่อใครด้วยสายตาเหยียดหยาม
แต่ถึงแม้ครึ่งหนึ่งจะเกลียดชังพวกเขามากแค่ไหนก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีผู้คนที่หลงใหลใคร่รู้เื่ของพวกเขาอยู่อีกครึ่ง
“คุณเควียร์ทำไมถึงออกจากเฮย์ลิออทล่ะครับมีเื่ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”
หน้าตาแสดงออกเสียชัดเจนเชียวว่าอยากรู้อยากเห็นเื่ของพวกเขา
“เฮย์ลิออทเป็ทีมที่ผมฝันอยากเข้ามาตลอดเลยครับผม คุณเควียร์อาจไม่รู้แต่ผมชื่นชมพวกคุณทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจเลยครับ ในตอนที่พวกคุณขึ้นยานบินไพรอททั้งห้าคันเท่มาก…บลาๆ”
แค่นิสัยส่วนตัวก็ไม่เหมาะกับเฮย์ลิออทแล้ว พูดมากมายขนาดนี้ หากได้เข้าทีมแล้วเจอบรรยากาศเงียบงันคงอึดอัดจนขอออกในหนึ่งวันเสียมากกว่า
“คุณเควียร์ตัวจริงดูดีมากเลย”
“ขนาดมองไกลๆ ยังมีออร่าขนาดนี้ถ้าได้เข้าใกล้คงเหมือนขึ้น์แน่เลย”
เควียร์ยกมือขึ้นลูบต้นคออย่างคนทำตัวไม่ถูกเมื่อเสียงรอบข้างเริ่มเอ่ยถึงรูปร่างหน้าตาของเขา สำหรับเควียร์แล้วเขาก็พอรู้ตัวว่าตนเองดูดีในระดับหนึ่ง เพียงแต่เขาไม่ค่อยถูกกับการพูดชมเท่าไหร่ แทนที่จะเอ่ยชมเช่นนี้เขายอมให้จ้องมองเขาเงียบๆ เสียยังจะน่าพอใจกว่า
เธอดูดีขนาดนี้ แล้วจะให้ฉันหยุดมองได้ยังไง
แก้มเนียนซับสีแดงจางๆ เมื่อเสียงในหัวดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของหนึ่งในเฮย์ลิออท ถึงแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยังคงราบเรียบแต่ั์ตาสีเทาที่จับจ้องมาที่เขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกลุ่มหลง ในยามที่สบตาหัวใจของเขาก็เผลอรัวดังจนปวดหนึบ
“ก็แค่พวกเฮย์ลิออทน่ารำคาญคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น”
“เฮ้ เบาๆ สิเดี๋ยวมันก็ได้ยินหรอก”
“คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง”
มีคนชื่นชอบก็ต้องมีคนเกลียดเป็ธรรมดา แต่คนพวกนี้มักจะพูดลอยๆ ให้พวกเขาได้ยินมากกว่าที่จะเดินเข้ามาปะทะซึ่งหน้า สำหรับเควียร์เขาไม่ค่อยใส่ใจเื่พวกนี้มากนัก แต่หากเป็พี่สามของเฮย์ลิออทล่ะก็คงจะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันเป็แน่ คนที่ทำให้คำว่าร้ายเป็จริงมากที่สุด
แทนที่จะฟังพวกนั้นพูดฉันอยากได้ยินเสียงของเธอมากกว่า
เขาพูดคำว่าจะบ้าตายกี่ครั้งในรอบวันแล้วนะ
“ตอนนี้มีภารกิจส่งมาที่หน่วยของเรา ผมจะเริ่มประชุมกันในอีกห้านาทีนะครับ”
หลังจากที่ฟลินต์เดินเข้ามาในส่วนกลางของหน่วย เสียงเซ็งแซ่จากสมาชิกในทีมซันไชน์ต่างเงียบลงทันตา
อีกฝ่ายสมกับที่ได้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่สิบหก แม้ในหน่วยจะมีทีมย่อยมากเกือบสิบทีมแต่กลับคุมประพฤติเหล่าสมาชิกให้อยู่ภายใต้ตัวเองเพียงหนึ่งได้
ความวุ่นวายเล็กๆ เมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนให้เข้าสู่สภาวะจริงจังอย่างรวดเร็ว ภารกิจกำจัดสัตว์ประหลาดระดับกลางเจ็ดภารกิจถูกยกขึ้นมาวิเคราะห์แผนต่อสู้
เควียร์ยกมือข้างซ้ายขึ้นเท้าคางกับโต๊ะ ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นการแสดงออกแปลกใหม่
จะว่ายังไงดีล่ะ ก่อนหน้านี้ฟลินต์ยังประหม่าทำสีหน้าไม่ถูกกับเควียร์อยู่เลย แต่ตอนนี้กลับแสดงใบหน้าที่น่าเชื่อถือ น้ำเสียงมั่นใจ ดวงตามั่นคงไม่ไหวสั่นสมกับเป็หัวหน้าหน่วยที่สิบหก การแสดงออกที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้หาไม่ได้ในเฮย์ลิออท
ซึ่งสำหรับเควียร์แล้วแม้เขาจะรู้สึกรำคาญสภาพแวดล้อมรอบข้างในซันไชน์อยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแสดงออกของบางคนดึงดูดความสนใจเขามากทีเดียว
“…ต่อไปทีมบีรับผิดชอบน่านน้ำซิกม่านะ…เออ..คุณเควียร์ไปพร้อมกับทีมบีนะครับ”
หลุดจากภวังค์อีกทีเควียร์ไรท์ฮาร์ทกลับกลายเป็สูญรวมสายตาเสียแล้ว เ้าของั์ตาสีฟ้าขยับเปลี่ยนท่านั่งจากเท้าคางมานั่งหลังตรง ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูสวยจะเผยรอยยิ้มบาง
“ครับ”
ตอบรับเพียงเท่านั้นอยู่ๆ เสียงรอบข้างกลับดังเซ็งแซ่ขึ้นเสียอย่างนั้น ใบหน้าของเควียร์เปลี่ยนกลับมาราบเรียบอีกครั้งด้วยความรำคาญในครั้งนี้เขาเลือกที่จะทำหูทวนลม ปล่อยเบลอไม่รับฟังเสียงของใครทั้งนั้น
อีกหนึ่งเื่ที่ไม่มีใครรู้นอกจากสมาชิกเฮย์ลิออท นั่นคือพวกเขาทั้งห้าสามารถตัดการรับรู้ได้ หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็หมายถึงไม่ว่าผู้คนรอบข้างจะพูดอะไรมาพวกเขาสามารถทำหูทวนลมไม่รับรู้ได้ เสียงที่ควรได้ยินเป็คำพูดกลับกลายเป็เพียงเสียงรบกวนฟังไม่ได้ศัพท์แทน ต่อให้จะพูดใกล้แค่ไหนก็ทำเป็ไม่ได้ยินได้
ถึงมันจะค่อนข้างเสียมารยาทไปบ้างแต่ความสามารถนี้ใช้ได้ในตอนที่พวกเขา้าใช้สมาธิและความคิด ยิ่งหากบังเอิญเข้าเขตรบร่วมกับทีมอื่นหรือมีภารกิจช่วยเหลือเร่งด่วนที่แสนจะวุ่นวาย การตัดเสียงรบกวนเพื่อจดจ่อกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็เื่ดี
แต่ว่านะ….
ตอนนี้เควียร์คงจะปิดกั้นคนภายนอกไว้อย่างเคยไม่ได้เสียแล้ว ก็เลือกที่จะย้ายมาอยู่หน่วยอื่นที่มีสมาชิกเกือบร้อยเองนี่น่า
ไม่มีหน่วยไหนที่มีสมาชิกแค่ห้าคนแบบเฮย์ลิออทหรอก สิบคนก็อย่าหวังถึงเลยขนาดซันไชน์เองยังมีสมาชิกหน่วยประมาณเจ็ดสิบ ทีมบีที่เขาต้องเข้าร่วมมีอยู่ด้วยกันแปดคนหากรวมเควียร์ด้วยก็เท่ากับเก้า ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าการไปกำจัดสัตว์ประหลาดระดับกลางจำเป็ต้องเอาคนไปมากมายขนาดนี้ทำไม แต่เขาก็ทำเพียงแค่นั่งจดจำหน้าสมาชิกและเหม่อลอยเพียงเท่านั้นไม่ได้สนใจแผนการอะไรที่แต่ละคนในทีมเสนอเลยสักนิด….
ก็เฮย์ลิออทไม่จำเป็ต้องมีแผนนี่
--------------------
ปัง!!!
“อั๊ก!!….อ๊ากกกกก!!!!!"
“กรี๊ด!..มันไปทางซ้ายแล้ว”
“ระวัง!!!!”
“….” เควียร์พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหน่วยซันไชน์ถึงมีทีมที่มีสมาชิกเจ็ดคนเป็อย่างต่ำ
แม้พวกเขาจะทำงานเข้าขากันเป็ทีม แต่จุดอ่อนของแต่ละคนเด่นชัดแบบไม่ต้องสงสัย สัตว์ประหลาดระดับกลางจะอยู่รวมกันเป็ฝูงและพวกมันไม่เลือกเป้าหมายในการโจมตี ต่อให้จะสร้างทีมมาดีแค่ไหนทำงานประสานกันดีแค่ไหนแต่หากคนในทีมไม่มีพลังโจมตีเท่าๆ กันก็จัดการยากอยู่ดี และทีมบีดันมีฝ่ายโจมตีระยะประชิดสาม ระยะไกลหนึ่ง ที่เหลือเป็ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายปฐมพยาบาล จุดอ่อนของทีมนี้เห็นได้อย่างชัดเจนคือกองหลัง สัตว์ประหลาดหนึ่งฝูงมีมากกว่าสิบตัว ทัพหน้าไม่มีทางยื้อเอาไว้ได้หมดทุกตัวอยู่แล้ว
การทำงานแบบทีมนี่…เป็เื่ดีแน่ๆ ใช่ไหมนะ
“ช่วยมายืนข้างหลังผมด้วยครับ”
หลังจากที่เผลอทำหน้าเหมือนปลาตายขึ้นมาครู่หนึ่งเควียร์ก็ได้ล้มเลิกการพยายามต่อสู้ไปพร้อมกับทีม ขยับขึ้นยืนด้านหน้าหญิงสาวสองคนที่โดนสัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายหมาป่ามีเขาเหมือนกวางและมีนอแรดโจมตีเมื่อครู่
“คุณเควียร์!ดูแลลีอากับโซ..อั๊ก!”
โครม!!
เฮ้อ
คนบ้าที่ไหนมันจะหันมาะโคุยกับคนอื่นทั้งที่กำลังยื้อยุดกับสัตว์ประหลาดอยู่กัน
“คุณเควียร์ระวังค่ะ!!”
“….”
เควียร์ไม่สนใจเสียงร้องและแรงดึงแขนจากหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังเพียงนิด มือเรียวขาวยกขึ้นมาระดับหน้าอกก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
เป๊าะ!
หลังสิ้นเสียงดีดนิ้วอากาศรอบตัวแตกกระจายออกโดยรอบ จุดที่เควียร์ยืนอยู่เกิดสุญญากาศเพียงครู่ อาวุธต่อสู้รูปร่างคล้ายปืนปลายกระบอกยาวสีเงินปรากฎขึ้นในมือของเขา
แก๊ก!
ปัง!!
“กรี๊ดด”
หยุดกรี๊ดสัดทีเถอะ เฮ้อ
เสียงกรีดร้องของโซน่าดังกว่าเสียงของสัตว์ประหลาดที่ถูกอาวุธต่อสู้ของเควียร์ยิงปลิดชีพเสียอีก หัวคิ้วสวยเผลอขยับเข้าหากันแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นสองสาวที่อยู่ด้านหลังเขาก็ไม่คิดจะหยุดส่งเสียงน่ารำคาญเสียที
“อ๊ากกกก”
และทัพหน้าที่ควรจะมีสมาธิที่สุดกลับยังคงร้องเสียงดังทำลายสมาธิของเควียร์อยู่ซ้ำๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุอากาศถูกยิงออกไปรัวสามนัดตามอารมณ์คุกรุ่น แรงบีบอัดอากาศกระแทกเข้าที่ร่างของสัตว์ประหลาดอย่างแม่นยำ
“ค..คุณเควียร์..อึ๊กกโอ้กกก!!”
เสื้อขาวถูกมือเล็กดึงทึ้งจนยับยูยี่ไหล่ซ้ายเปียกแฉะจากการอาเจียนของคนที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขา ร่างกายของเควียร์นิ่งค้างก่อนมือที่ถืออาวุธต่อสู้อยู่จะสั่นเท่า
ปัง!!!!!
เสียงของะุดังมากกว่าครั้งก่อน บรรยากาศรอบข้างถูกทำให้เกิดสุญญากาศเป็วงกว้าง สัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่ห้าตัวถูกแรงอัดอากาศกระแทกเข้าที่ร่างกายก่อนที่พวกมันจะสิ้นลมหายใจตายคาที่
“โฮ๊กอ๊วกกก!!!”
“อ๊อก!”
“อ้วกก!!..แหวะ”
พร้อมกับเสียงอาเจียนของสมาชิกทีมบีที่อยู่ในรัศมีสุญญากาศ
“…..”
คิดถึงเฮย์ลิออทจัง
------------------
“เป็ยังไงกันบ้างครับ”
หลังจากอาเจียนกันไปเป็ที่เรียบร้อยสมาชิกทีมบีก็ได้อพยพพากันหาที่พักผ่อน ในตอนที่เดินทางมาก็รู้สึกสนุกดีอยู่หรอก แต่ขากลับดูไร้ชีวิตชีวากันจนเควียร์อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่พยุงฉันกลับมา"
“ครับ”
“แต่คุณเควียร์ทำเกินไปแล้วนะครับ ถึงคุณจะไม่ถนัดสู้เป็ทีมยังไงแต่การทำให้สมาชิกทีมได้ผลกระทบจากคุณมันแย่มากนะครับ”
“นี่อย่าพูดแบบนั้นสิ ถ้าไม่ได้คุณเควียร์เราคงไม่ทำภารกิจเสร็จเร็วขนาดนี้หรอก"
ชื่อสการ์หรือเปล่านะ
เควียร์มองหน้าอีกฝ่ายนิ่งไม่ได้เอ่ยตอบอะไรกลับไป อีกฝ่ายทำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะกระแทกเก้าอี้เดินจากไป เควียร์ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากแต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่อีกฝ่ายที่คิดแบบนั้น
“อยากจะโชว์ว่าตัวเองเก่งโดยไม่สนใจคนในทีมเลยเหรอไง"
“นี่คุณเควียร์ช่วยนายไว้นะ"
“จะช่วยหรือจะฆ่ากันแน่พวกเฮย์ลิออทมันก็ดูถูกคนอื่นอยู่แล้วนี่ เธอจะไปเข้าข้างมันทำไม”
“เงียบทีเถอะน่า ขอโทษด้วยนะคะคุณเควียร์”
“พวกผู้หญิงเห็นมันหน้าตาดีหน่อยก็ยอมไปซะหมด”
“นี่!!”
ให้ตายเถอะ
เควียร์มองสมาชิกในทีมที่เริ่มขึ้นเสียงใส่กันโดยมีเขาเป็หัวข้อในการพูดคุย เื่ที่เขาทำสมาชิกทีมาเ็เื่นั้นตัวเขาผิดเขายอมรับ เป็เขาเองที่ทำงานเป็ทีมไม่ได้ทำให้คนอื่นได้รับผลกระทบ
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะจำเป็ต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ไหม ดีแล้วที่เควียร์เป็คนไม่ชอบพูดต่อให้จะโดนยั่วโมโหและรำคาญกับการมีปากเสียงกันแค่ไหนเขาก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกไปทั้งนั้น หากเป็เ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่มีั์ตาสีม่วงอ่อนคนนั้นละก็คงจะพูดด้วยความรำคาญว่าเป็เพราะความอ่อนแอของพวกเขาที่ทนสภาวะว่างเปล่าเพียงเสี้ยววิไม่ไหว พร้อมมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูกมีหวังคนพวกนี้คงจะเืขึ้นหน้าเป็แน่
แต่นั่นก็เป็เื่จริงอาวุธต่อสู้ของเควียร์กระบอกนี้สร้างความเสียหายและมีผลกระทบน้อยถึงน้อยที่สุดแล้วหากเอาอาวุธต่อสู้อย่างอื่นออกมาใช้มีหวังอาจจะได้รับาแมากกว่าการอาเจียนเล็กๆ น้อยๆ เช่นตอนนี้แน่
“อย่าคิดมากเลยนะคะ คุณเควียร์ทำดีที่สุดแล้วค่ะ”
เผลอคิดอะไรครู่เดียวรอบข้างก็กลับสู่สภาวะปกติเสียแล้ว หญิงสาวเ้าของั์ตาสีชมพูมองมาที่เควียร์ด้วยใบหน้าอ่อนโยน แก้มเนียนซับสีแดงจางๆ เมื่อเข้าสบตาตอบอีกฝ่ายกลับมีท่าทีขวยเขินดวงตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
แตกต่างกับหัวหน้าเฮย์ลิออท ชายผู้มีเส้นผมสีเหลืองทองดวงตาสีชมพูมาเจนต้าอีกฝ่ายที่มีความมั่นใจอยู่เสมอแม้แต่ตอนที่เอ่ยขอความรักจากเขา
ความรู้สึกของฉันเธอจะรับไว้ได้หรือเปล่า ขอแค่เธอหันมาสนใจฉันเพียงแค่นั้นก็พอ นะครับ
นอกจากการคุยงานนี่คงเป็ประโยคยาวๆ ประโยคแรกที่พี่ใหญ่เฮย์ลิออทพูดออกจากปาก และเพราะคำพูดนั้นทำให้เควียร์ตั้งตัวไม่ถูกไปเป็วัน
“ครับ”
“ยังไง ถ้ามีอะไรในใจก็มาคุยกับฉันได้นะคะ”
“ครับ”
“อา..คุณเควียร์หิวไหมคะ”
“ไม่ครับ คุณไม่ไปพักผ่อนเหรอครับ”
หญิงสาวยกมือขึ้นเกาแก้มด้วยความเขินอาย ก่อนที่จะช้อนตามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มหวาน แม้คาแรกเธอจะรู้สึกแย่เล็กน้อยที่เควียร์ไรท์ฮาร์ทมีท่าทีเ็าไม่แม้แต่จะชวนเธอคุยก่อน แต่พออีกฝ่ายเอ่ยประโยคอื่นนอกจากคำตอบรับหัวใจที่อกข้างซ้ายก็เต้นรัวจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
แบบนี้เธอพอจะมีหวังหรือเปล่า เธอน่ะแอบชอบเควียร์ไรท์ฮาร์ทมาสักพักแล้ว รู้ดีว่าอีกฝ่ายเ็ามากขนาดไหน ถึงกลับมีคนพูดกันให้ทั่วว่าสมาชิกเฮย์ลิออทไม่คุยกับคนอื่นนอกจากคนในทีม แต่ตอนนี้เขากำลังชวนเธอคุยเลยนะ
“ฉัน..อยากคุยกับคุณเควียร์ต่ออีกหน่อยน่ะค่ะ”
“หากไม่พักผ่อนร่างกายจะไม่ดีขึ้นนะครับ”
ดูสิเขาแสดงออกว่าเป็ห่วงเธอด้วย ขนาดสมาชิกทีมบีคนอื่นาเ็หนักกว่าเขายังไม่สนใจเลย แต่เขากลับสนใจเธอที่แค่มีอาการคลื่นไส้ แบบนี้ต้องมีหวังแน่เธอเองก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่เสียเมื่อไหร่ แม้การคิดเช่นนี้จะดูไร้ยางอายอยู่บ้าง แต่เธอน่ะสวยที่สุดในหน่วยซันไชน์เลยนะ จะมีใครไม่หวั่นไหวไม่ใส่ใจเธอบ้าง
“แค่ได้อยู่กับคุณเควียร์แบบนี้ฉันก็ดีขึ้นแล้วค่ะ”
ไม่รู้ทำไม ผ่านไปไม่กี่วันตอนนี้เขากลับเอาแต่คิดถึงเฮย์ลิออทเสียอย่างนั้น ยิ่งในตอนที่หญิงสาวขยับตัวเข้ามานั่งเบียดแขนในหัวก็เอาแต่เรียกหาเฮย์ลิออทจนแทบบ้า เขาไม่ชินกับการรับมือผู้คนหากเป็แต่ก่อนคนที่รับมือกับบุคคลภายนอกคือพี่ใหญ่และพี่สาม เขาไม่จำเป็จะต้องสนใจใครทั้งนั้น แต่ตอนนี้เขาต้องรับมือกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกันแต่เป็เพศหญิงเนี่ยนะ
หรือนี่จะเป็สิ่งที่ต้องชดใช้เพราะขอออกจากเฮย์ลิออท
พี่ๆ อย่าใจร้ายกับผมนักสิครับ
ปัง! ครืนน
“กรี๊ด!!”
“..!!!”
กำแพงของบ้านพักพังลงไม่เป็ท่าฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ห้องรับรอง สมาชิกทีมบีต่างรีบลงมารวมตัวกันที่ชั้นล่างหลักได้ยินเสียงดัง ดวงตาเรียวเบิ่งกว้างเมื่อเห็นเงาของใครบางคนเดินข้ามซากกำแพงเข้ามาด้านใน เส้นผมสีขาวพลิ้วไหวไปตามแรงลม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนชวนใจหาย ั์ตาสีเทาแข็งกร้าวราวพายุหิมะถล่มมองมาที่เควียร์ไม่ละสายตา ก่อนที่เรียวปากได้รูปจะเอ่ยคำที่ทำเอาเขาหวาดหวั่น
“เจอตัวแล้ว”