จิติญญาโบราณในแก่นิญญาธาตุดินไม่ได้บอกวิชาโจมตีหรือเคล็ดวิชาสุดยอดให้หลี่ฟง มันเพียงแต่ชี้แนะถึงวิธีการ "เชื่อมโยง" กับธาตุิญญาบริสุทธิ์ และ "บทวิถีแห่งการเชื่อมโยงธาตุ" ที่ผุดขึ้นในจิตใจของเขา
"เ้าต้องเริ่มต้นจากธาตุที่ใกล้เคียงกับจิติญญาของเ้าที่สุด... ดินคือรากฐาน... ความมั่นคง... ความอดทน" เสียงนั้นแ่ลง ก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด
หลี่ฟงใช้เวลาหลายวันในถ้ำนั้น เขาพยายามทำความเข้าใจ "บทวิถีแห่งการเชื่อมโยงธาตุ" และเริ่มทดลองดูดซับ ธาตุดินบริสุทธิ์ จากเครือข่ายพลังงานที่เขามองเห็น
มันไม่ใช่การดูดซับปราณ แต่เป็การ "หลอมรวม" เขาต้องปล่อยให้ร่างกายของเขาสอดประสานกับกระแสธาตุดินที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว ััถึงความแข็งแกร่ง ความหนักแน่นของมัน
ในตอนแรก มันแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แต่หลี่ฟงก็ไม่ย่อท้อ เขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากาแ เขาก็นอนพักเพียงเล็กน้อยแล้วกลับมานั่งสมาธิและเชื่อมโยงกับธาตุดินอีกครั้ง
วันแรกผ่านไป... วันที่สอง... วันที่สาม...
ในวันที่สี่ หลี่ฟงรู้สึกถึง "บางสิ่ง" ที่เปลี่ยนไปในร่างกาย เขาไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่รู้สึกได้ว่ากระดูกและกล้ามเนื้อของเขามีความหนาแน่นและแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเขาลองยกก้อนหินขนาดเท่ากำปั้น ก้อนหินนั้นกลับเบาหวิวในมือของเขาอย่างน่าประหลาดใจ
"นี่... นี่คือพลังของธาตุดินงั้นรึ!" หลี่ฟงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นแบบผู้ฝึกปราณ แต่เขารู้สึกถึงความมั่นคง ความทนทานที่เพิ่มขึ้น
เขาลองทุบกำแพงถ้ำเบา ๆ โดยไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด ตุบ! กำแพงถ้ำมีรอยบุบเข้าไปเล็กน้อย! นั่นเป็สิ่งที่ไม่เคยมีใครในตระกูลหลี่ที่ไร้ปราณอย่างเขาจะทำได้
หลี่ฟงฝึกฝนต่อไปอีกหลายวันในถ้ำ เขาเริ่มควบคุมธาตุดินได้ดีขึ้น สามารถทำให้ิัของเขาแข็งแกร่งขึ้นชั่วขณะคล้ายเกราะหิน หรือเพิ่มน้ำหนักให้กับการเคลื่อนไหวของตัวเองเพื่อเพิ่มแรงปะทะ
เมื่อาแจากการถูกทำร้ายเริ่มหายดี หลี่ฟงตัดสินใจกลับหมู่บ้าน เขาจะต้องกลับไปหาหลี่เหมย และเขาจะต้องใช้พลังที่เขาเพิ่งค้นพบนี้เพื่อปกป้องเธอให้ได้
การกลับมาของหลี่ฟงไม่มีใครสังเกตเห็น เขาเข้าหมู่บ้านในยามวิกาลเหมือนเงา และตรงไปที่บ้านของตัวเองทันที
"ท่านพี่!" หลี่เหมยส่งเสียงเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชาย เธอสังเกตเห็นว่าหลี่ฟงดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงซูบผอมและมีรอยช้ำบนใบหน้า
"เหมยเอ๋อร์... พี่สบายดี" หลี่ฟงยิ้มให้เธอ อบอุ่นกว่าที่เคย "พี่จะหาดอกวารีเงินมาให้เ้าให้ได้"
หลี่เหมยยิ้มตอบ แต่ในใจก็รู้ว่ามันเป็เพียงคำปลอบโยน เพราะดอกวารีเงินหายากและอันตรายเกินกว่าที่หลี่ฟงจะไปถึง
นับจากวันนั้น หลี่ฟงยังคงใช้ชีวิตในฐานะ "เศษสวะ" ของตระกูล เขาทำงานหนักเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครรู้ว่าทุกคืน เขามักจะแอบปลีกตัวเข้าไปในป่าลึก เพื่อฝึกฝน "บทวิถีแห่งการเชื่อมโยงธาตุ"
เขาเริ่มทดลองกับธาตุอื่น ๆ เล็กน้อย เช่น ธาตุน้ำ ที่ไหลเวียนอยู่ในลำธาร เขารู้สึกถึงความอ่อนโยน ความยืดหยุ่น และความสามารถในการฟื้นฟูของมัน
เมื่อเขาไปตักน้ำ เขาลองใช้สมาธิจดจ่อกับน้ำในถัง เขาไม่สามารถควบคุมมันให้ลอยได้ แต่เขาััได้ถึง "กระแส" ของธาตุน้ำที่ไหลผ่านมือของเขา และเมื่อเขายกดื่ม เขารู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ราวกับน้ำนั้นมีพลังชีวิตซ่อนอยู่ และร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้เร็วขึ้นเล็กน้อย
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเก็บฟืนอยู่ในป่า เขาพบกับ กิ่งไม้ขนาดใหญ่ ที่หักขวางทาง หลี่ซานเคยสั่งให้เขาจัดการมัน แต่เขาก็ไม่เคยยกมันออกได้พ้น
"ถ้าเป็เมื่อก่อน... คงต้องเรียกคนมาช่วย" หลี่ฟงพึมพำกับตัวเอง
เขายืนตรงหน้ากิ่งไม้นั้น หลับตาลง และรวบรวม ธาตุดินบริสุทธิ์ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและจากเครือข่ายรอบตัว มือของเขากำแน่น กล้ามเนื้อเกร็งตัวเล็กน้อย
ฮึบ!
หลี่ฟงออกแรงยก กิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่เคยขวางทางก็ ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะของเขาได้อย่างง่ายดาย!
มันไม่ได้ลอยขึ้นด้วยพลังปราณ แต่มันหนักแน่นและมั่นคงราวกับกิ่งไม้นั้นเบาหวิว
"นี่คือพลังของข้า... พลังที่ไม่มีใครรู้จัก" หลี่ฟงมองไปที่มือของตัวเองอย่างตกตะลึง ก่อนจะยิ้มอย่างเงียบงัน
เส้นทางแห่งธาตุิญญาของเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น... และมันกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล