บทที่ 17 พญาเหยี่ยวปากแดงแผลงฤทธิ์
่บ่ายแก่ ๆ เมื่อเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ครบตามเป้าหมาย พวกเราทั้ง 6 คนก็ออกเรือเดินทางกลับยาน เดินทางไปอีกไม่ไกลก็ใกล้จะถึงยานแล้ว มองเห็นยานที่ลอยเด่นอยู่กลางทะเลได้แต่ไกล แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นเสียก่อน
“ระบบม่านพลังเสีย เป็อะไรก็ไม่รู้” นักวิจัยชายคนหนึ่งที่เป็คนขับยานบอก
“ไม่เป็ไรหรอก อีกนิดเดียวก็จะถึงยานแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คหรอก” นักวิจัยหญิงอีกคนกล่าว
พวกเราก็เห็นพ้องต้องกันว่าไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจสอบดีกว่า เพราะใกล้จะถึงยานแล้วจริง ๆ แต่เหมือนโชคชะตาช่างเล่นตลก ดันเกิดเื่ขึ้นมาจนได้!
แว้ก…แว้กกก!!!
นกขนาดใหญ่ 2 ตัวส่งเสียงร้องแหลมสูงบินมาแต่ไกลแล้วพากันโฉบลงมาโจมตีเรือของพวกเราจนเกิดเสียงดังน่าใ ใช้กรงเล็บกรีดผนังกระจกของเรือจนเกิดเสียงบาดแก้วหูน่ารำคาญมาก นักวิจัยหญิง 2 คนกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นกลัว ส่วนนักวิจัยชายอีก 2 คนพากันเดินไปใกล้ ๆ ผนังกระจกของเรืออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ชะโงกดูนก 2 ตัวนั้น
ฉันติดต่อไปขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ ส่วนไคลล์กำลังทดลองใช้คลื่นเสียงไล่นกพวกนั้นไปแต่เหมือนยังไม่ได้ผล เค้าลองปรับระดับความถี่คลื่นไปเรื่อย ๆ
“มันคือนกอะไร มีใครรู้มั้ย” ไคลล์ะโถามเสียงดังแข่งกับเสียงร้องโจมตีของนก
“พญาเหยี่ยวปากแดง!” นักวิจัยชายคนหนึ่งะโตอบ
“ให้ตายสิ! แล้วม่านพลังก็ดันมาเสียเอาดื้อ ๆ ตอนนี้” นักวิจัยหญิงคนหนึ่งพูด
“มันจะทำลายเรือเราได้มั้ย เราจะไปถึงยานก่อนมั้ย” นักวิจัยหญิงอีกคนก็พูดเสียงสั่น
พญาเหยี่ยวปากแดงถ้ามันโจมตีเหยื่อที่มันเล็งไว้ไม่ได้มันจะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด นอกจากว่าเราจะทำให้มันรู้สึกอันตรายถึงชีวิต” นักวิจัยชายที่ะโตอบไคลล์ก่อนหน้านี้พูด
“จะทำไงกันดีล่ะ” นักวิจัยชายอีกคนพูด
“วิกกี้ติดต่อขอความช่วยเหลือไปที่ศูนย์เรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ใกล้แค่นี้ เดี๋ยวทางนั้นจะส่งคนมาช่วย ไม่ต้องกังวลค่ะ” ฉันบอกทีมนักวิจัย ดูเหมือนพวกเค้าจะเริ่มสงบใจกันได้บ้าง
“ฉันรำคาญเสียงเ้านกบ้าสองตัวนี้มากเลย ดูเหมือนคลื่นเสียงจะทำอะไรมันไม่ได้ สงสัยคงต้องออกไปทำให้พวกมันรู้สึกมีภัยคุกคามถึงชีวิตอย่างที่ว่าซักหน่อยแล้ว” ไคลล์พูดแล้วรีบเดินไปเลื่อนประตูกระจกเปิดไปยังพื้นเปิดโล่งด้านนอกลำเรือ
ตอนนี้เ้าพญาเหยี่ยวทั้ง 2 ตัวทำให้ผนังกระจกรอบด้านของลำเรือเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บกรีดขีดข่วนเป็ทางยาวไปทั้งลำ พวกมันมีแรงกันเยอะมากขนาดที่ฉันอยู่ด้านในก็ยังได้ยินเสียงตีปีกพึบพับของพวกมันได้ เรือถูกพวกมันกระแทกโจมตีจนโยกคลอนไปมา ทั้ง ๆ ที่ขนาดเรือของเราก็ไม่ได้เล็กมากแต่มันก็ยังทำให้เรือโยกไปมาขนาดนี้ได้
ฉันเดินไปเกาะประตูกระจกเพื่อมองไคลล์จัดการกับเ้าพญาเหยี่ยว 2 ตัวนั่น พวกนักวิจัยที่เหลือก็ตามกันมาดูกับฉันด้วย ไคลล์กำลังใช้แส้ยาวสีเงินต่อสู้กับพญาเหยี่ยว 2 ตัวนั้น ท่าทางของเค้าดูคล่องแคล่วมาก สะบัดแส้ฟาดออกไปไม่ยั้ง จิตสังหารถูกปล่อยออกมาเต็มที่จนฉันที่ััได้ยังอดขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้
เหยี่ยว 2 ตัวนั้นก็สู้ไม่ถอย ต่างบินหลบหลีกได้อย่างว่องไว ผลัดกันรุกผลัดกันรับเข้าขากันดีเหลือเกิน มีหลายครั้งที่ไคลล์ฟาดแส้โดนพวกมัน พวกมันก็จะส่งเสียงร้องแหลมสูงที่ช่างบาดแก้วหูออกมามากจนยากเกินจะทนไหว เสียงนั้นทำให้ฉันเริ่มปวดหัวตุ้บ ๆ จากแรก ๆ ที่ฉันแค่รำคาญ จนมาตอนนี้ชักเริ่มจะหงุดหงิดกับเสียงนั่นจนเริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว สุดท้ายฉันทนต่อไปไม่ไหว เลื่อนเปิดประตูกระจกออกไปแล้วส่งเสียงกร่นด่าพวกมันด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“ไอ้พวกนกบ้า! จะร้องอะไรกันนักกันหนา น่ารำคาญชะมัด หยุดร้องซะที!!” ด่าไปก็รู้สึกเหมือนตัวเองเผลอใส่กระแสพลังบางอย่างเข้าไปในเสียงด่าด้วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ…
พญาเหยี่ยวทั้ง 2 ตัวส่งเสียงร้องดังกว่าเดิมอีก เป็เสียงร้องที่ราวกับพวกมันกำลังเ็ปอย่างมาก เสียงเสียดแทงบาดแก้วหูมากจนฉันและทุกคนต่างต้องยกมือขึ้นมาอุดหู ยกเว้นไคลล์ที่ใส่อุปกรณ์อุดหูไว้อยู่แล้ว เค้าหรี่ตามองฉันสลับกับพวกนกนั่น ฉันรู้สึกเหมือนในหูตัวเองกำลังเต้นตุ้บ ๆ หัวก็ปวดตึ้บ ๆ พญาเหยี่ยวทั้งสองตัวหันมาเผชิญหน้ากับฉัน พวกมันบินอยู่บนอากาศ จ้องมองฉันลงมาแล้วกรีดร้องเสียงแหลมใส่ฉันราวกับจะท้าทายฉัน
ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่นี้ฉันเผลอทำร้ายพวกมันไปด้วยการส่งกระแสพลังจิตไปทำร้ายดวงจิตของพวกมัน พอพวกมันเริ่มคลายความเ็ปเลยมีท่าทางขึงขังท้าทายหาเื่ฉัน จะหาเื่ฉันใช่มั้ย! ได้! อยากมาคุกคามพวกฉันดีนักมันต้องเจอดี! ทำให้ฉันหงุดหงิดโมโหจนปวดหัวปวดหูตุ้บ ๆ ไปหมด! ฉันรับรู้ถึงอารมณ์กรุ่นโกรธโมโหของตัวเองที่พลุ่งพล่านขึ้นมาและมันยากจะดับมอดลงได้ถ้าไม่ได้ระบายออกไป ฉันจ้องเข้าไปในดวงตาของพวกมันเขม็ง แล้วส่งกระแสพลังจิตออกไปอย่างไม่บันยะบันยัง
“ไป…ตาย…ซะ!!”
แว้กกกกก!!! แว้กกกกก!!!
พวกมันพากันร้องอย่างเ็ปทรมานล่วงตกลงมาจากอากาศ เกลือกกลิ้งดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรืออย่างเ็ปแสนสาหัส ฉันส่งกระแสพลังออกไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์อย่างไม่รู้ตัว ตัดขาดจากสิ่งรบกวนภายนอก เอาแต่จ้องมองแค่เป้าหมายที่ฉัน้าเล่นงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และแล้วมืออุ่นร้อนของใครบางคนก็เข้ามาจับแขนซ้ายของฉันไว้
“วิกกี้หยุด! เธอกำลังจะฆ่าพวกมัน!” ไคลล์ดึงสติฉันออกจากภวังค์ ฉันหยุดการส่งกระแสพลังออกไปในทันที มองเห็นพวกพญาเหยี่ยวนอนหมดท่าอยู่บนพื้น ส่งเสียงร้องแหบแห้งเบา ๆ ออกมาอย่างอ่อนแรง ท่าทางร่อแร่ใกล้ตายเต็มที ฉันขมวดคิ้วมองผลงานของตัวเอง บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปรึเปล่า แต่อีกใจก็รู้สึกสมน้ำหน้าพวกมันที่วอนมาหาเื่เอง
ไคลล์เดินเข้าไปนั่งยองข้าง ๆ พญาเหยี่ยวทั้ง 2 ตัว ใช้มือทั้งสองข้างแตะตัวพวกมันข้างละตัว เค้ากำลังช่วยเยียวยาดวงจิตของพวกมันอยู่ สักพักพวกมันก็เริ่มฟื้นตัว ลุกขึ้นมายืนได้ จ้องมองไคลล์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองฉันแล้วขนพวกมันก็ชี้ตั้งชันขึ้นมาอย่างน่าหัวเราะ บ่งบอกถึงความตื่นกลัวของพวกมัน พวกมันรีบพากันถลาบินเตลิดหนีไปทันที ไคลล์ลุกขึ้นยืนหันมามองฉัน แล้วตอนนั้นเองคนที่ศูนย์ส่งมาช่วยเหลือพวกเราก็ขับเจ็ทสกีมาถึงเรือเราพอดี เป็พี่พราวนี่กับพี่เรดดี้ที่มาช่วย
“พวกเธอมีใครเป็ไรมั้ย แล้วนกพวกนั้นไปอยู่ไหนแล้วล่ะ” พี่เรดดี้ส่งเสียงถาม แล้วไคลล์ก็เป็คนตอบไปว่า
“วิกกี้ทำมันเตลิดไปแล้วครับ”
“เอ๋…ทำไมจัดการไวจังเลยล่ะ” พี่พราวนี่ถาม ไคลล์มองฉันก่อนจะตอบพี่พราวนี่กลับไปว่า
“เธอเก่งกว่าพวกมันไงครับ…ทีเดียวจอด พวกมันกลัวเลยรีบบินหนีหางจุกตูดไปเลย”
------------------------------------------
เบา ๆ ก่อน นางเอกยังไม่ได้ฝึกพลัง ตอนหน้ามีแย้มความลับบางอย่างของผู้นะจ๊ะ