ตอนที่ 4: การแข่งขันเริ่มต้น
หนึ่งเดือนผ่านไปริต้ายังคงพยายามหาวิธีต่างๆเพื่อทำให้คิริลสนใจแต่มันกลับเหมือนยิ่งพยายามยิ่งแย่เธอยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังดิ่งลงไปในหลุมดำที่ไม่มีทางออกเธอไม่เคยคิดว่าการที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งมองเธอจะยากเย็นขนาดนี้แม้จะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมแต่คิริลก็ยังคงดูไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย
“ทำไมมันถึงยากขนาดนี้…”
ริต้าพึมพำกับตัวเองขณะนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องเรียนมือของเธอยังคงถือกระดาษแต่สมองกลับไปคิดถึงเื่ที่ทำให้เธอหงุดหงิดไม่หยุดคิริล
“แค่คิริลคนเดียวจะทำให้ฉันยอมแพ้เหรอ? เห่อะ… ไม่มีทางหรอก”
เธอส่ายหัวให้กับความคิดนี้ และหันไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ
ฟ้ายิ้มให้กับริต้าและนั่งลงข้างๆ
“แกดูหน้าเครียดจังนะทำอะไรรุ่นพี่ไม่สำเร็จอีกล่ะสิ?”
“ก็พยายามทำให้เขาสนใจไง…”
ริต้าตอบเสียงเบาแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวให้เหมือนเื่นี้ไม่สำคัญแต่มันก็ยังทำให้เธอเครียดไม่หยุด
ฟ้ายิ้มขำๆ
“ไม่ต้องเครียดไปหรอกเขาจะสนใจแกเมื่อพร้อมไงหรือไม่งั้นก็แค่รอเวลาแกก็อย่าลืมนะว่าเขาเป็หนุ่มฮอตของมหาลัยสาวๆสนใจเขาเยอะจะตายจะให้เขามองแกคนเดียวก็ไม่ใช่ป่ะเอานะก็เหมือนแกนั่นแหละมีทางให้เลือกก็ต้องเลือกเยอะจริงป่ะ”
แต่ในขณะที่ริต้ากำลังจะตอบกลับ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตูริต้าหันไปมองทันทีก่อนที่จะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาแพรรุ่นพี่ปีสามที่เป็ทั้งคู่แข่งและคู่ปรับของเธอ
“สวัสดีจ้าริต้าคนอื่นๆด้วยนะจ๊ะสวัสดี”
แพรทักทายพร้อมรอยยิ้มหวาน หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่สวยและดูดีเสมอๆริต้ารู้สึกถึงความมุ่งมั่นของแพรในทันทีรอยยิ้มของแพรดูไม่จริงใจเสียทีเดียว
“พี่แพร...”
ริต้าตอบเสียงนิ่งๆแม้จะพยายามแสดงความสงบในท่าทางแต่มันก็ยากที่จะซ่อนความรู้สึกที่มีกับแพรได้
“ นั่งทำอะไรกันอยู่หรอคะมีอะไรให้พี่ช่วยไหม?”
แพรถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใยเกินไปจนเหมือนจะแกล้งทำ
“อ่อ… ไม่มีค่ะ”
ริต้าตอบสั้นๆและพยายามหลบตาแพรไม่ให้เห็นความหงุดหงิดในสายตาของเธอ
แพรหัวเราะเบาๆแล้วมองไปที่คิริลที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“วันนี้คิริลจะไปร่วมชมรมด้วย พอดีว่าพี่ให้เขาาช่วยดูโปรแกรมการออกแบบให้หน่อยอ่ะพอดีเหมือนมันมีปัญหา พี่เลยมาหาพวกเราด้วย ให้ไปด้วยกันเผื่อจะช่วยทำอะไรได้บ้าง”
ริต้าหยุดคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับอย่างตั้งใจ
“อ๋อค่ะ… งั้นก็ไปด้วยนะคะ”
แต่ในใจกลับะโออกมาว่า แผนการของฉันจะต้องไม่ล้มเหลวเพราะผู้หญิงคนนี้ฟ้าสังเกตเห็นท่าทางของริต้าที่เปลี่ยนไปจึงขยับเข้าไปข้างๆริต้าและพูดเสียงเบา
“ แกมีคู่แข่งแล้ว ริต้า”
“ คงอย่างนั้นแหละ”
ริต้าพยักหน้าเบาๆและทั้งหมดก็เดินตามแพรลงไปที่คณะออกแบบเมื่อไปถึงแพรก็เดินตรงเข้าไปหาคิริลที่กำลังนั่งมองจอคอมพิวเตอร์อยู่ริต้าหันไปมองแพรที่ยืนอยู่ข้างคิริลด้วยความรู้สึกที่เหมือนจะเกิดการต่อสู้ขึ้นในใจ
“แพร...ถ้าเธอคิดจะเข้ามาแย่งเขาไปจากฉัน ฉันจะไม่ยอมให้มันเป็อย่างนั้นแน่!เพราะยังไงเกมนี้ฉันก็ต้องชนะ”
ริต้าคิดในใจอย่างมุ่งมั่น
ริต้าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน พลางกระตุกปากเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของแพรที่กำลังพูดคุยกับ คิริลที่ดูเหมือนจะพยายามหาทางโจมตีแบบละเอียดเธอรู้ว่า้าทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องนี้รู้สึกถึงการท้าทายระหว่างทั้งสองแต่เธอก็ยังไม่ได้เผยแผนการทั้งหมดออกมา
“พี่แพรคะนี่การออกแบบที่พี่แพรกำลังจะทำหรอคะ...ริต้าเองก็คิดว่าโปรเจกต์ของพี่น่าสนใจนะคะถึงแม้จะเป็สิ่งที่ดูเหมือนจะเข้ากับความคิดของพี่มากเลยนะคะแต่สำหรับริต้า...บางครั้งการคิดนอกกรอบก็อาจจะดึงดูดความสนใจได้มากกว่าค่ะ”
ริต้าพูดด้วยท่าทางอ่อนโยนแต่มีกระแสเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
แพรหัวเราะน้อยๆราวกับไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครกล้าแสดงความคิดเห็นแบบนี้ต่อหน้าเธอ
“จริงเหรอ? พี่ก็แค่เชื่อว่าบางครั้งการออกแบบที่มีการคิดตามแิคลาสสิกมันมักจะมีความดึงดูดที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป...อย่างการคำนึงถึงทิศทางการพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์”
แพรตอบพลางยิ้มบางๆ
“บางครั้งการเดินตามรอยทางที่พิสูจน์มาแล้วอาจจะมีเสน่ห์มากกว่าการพยายามเสี่ยงที่จะล้ำเส้นไปอีกขั้น”
ริต้าละสายตาจากงานของก่อนจะยิ้มบางๆ
“ถ้าอย่างนั้นริต้าก็ต้องขอแสดงความยินดีนะคะกับการเลือกใช้วิธีแบบดั้งเดิมที่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ดี...แต่ว่ามันก็คงไม่ใช่สิ่งที่คนสมัยใหม่หรือเด็กกลุ่มใหม่จะสนใจเท่าไหร่หรอกค่ะ”
เธอพูดพลางเหลือบมองแพรอย่างมีนัยยะ โดยไม่ให้รู้ว่าเธอพูดถึงเื่ใดกันแน่แพรเริ่มหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
“พี่เข้าใจค่ะว่าริต้า้าคาวมท้าทายอยู่เสมอแต่บางทีการคิดให้รอบคอบมากขึ้นอาจจะช่วยให้โปรเจกต์ดูน่าสนใจมากกว่าการเลือกสิ่งที่ยังไม่มีการพิสูจน์...บางคนก็ชอบอะไรที่มีคุณค่ามากกว่าแค่ความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“คุณค่าที่พี่แพรพูดถึง...บางครั้งมันก็มาจากการทำสิ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่ตามแบบแผนค่ะเพราะคนสมัยนี้ชอบความแปลกใหม่ทางศิลปะค่ะเช่นนั้นการจะมีความคิดสร้างสรรค์หรือคิดนอกกรอบจึงเป็เสน่ห์อย่างนึงนะคะ”
ริต้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าแฝงไปด้วยท่าทีขัดแย้งในใจหรือไม่เธอยิ้มเล็กน้อยพลางยื่นมือไปดึงโปรเจกต์ขึ้นมา
“ในเมื่อพี่แพรเองก็พูดถึงเื่คุณค่า...ริต้าคิดว่าผลงานที่ทำให้คนอื่นเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็คงจะเป็สิ่งที่น่าสนใจพอที่จะดึงดูดความสนใจของเขานะคะ”
แพรยิ้มอย่างมั่นใจแต่ก็แอบสะท้อนความเ้าเล่ห์ในคำพูดของเธอ
“บางที...ความแปลกใหม่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ทุกคนสะดุดตานะคะ”
พูดจบก็มีท่าทีมั่นใจในการตอบกลับพร้อมกับการสบตากับริต้าอย่างไม่ยอมแพ้
การแลกเปลี่ยนคำพูดของทั้งสองสาวดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความท้าทายและการปะทะทางความคิด พวกเธอรู้ดีว่าทุกคำพูดที่ออกมาล้วนเป็การทดสอบจิตใจของอีกฝ่ายที่ไม่มีใครยอมให้ใครชนะในานี้แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนนอกจากแววตาและการแย่งชิงความสนใจที่แฝงไปด้วยความไม่เปิดเผย
แพรและริต้าแม้จะพูดจาผ่านไปมาอย่างสุภาพแต่ทุกคำพูดนั้นแฝงไปด้วยการท้าทายที่ทำให้ทุกคนในห้องนี้รู้สึกถึงความเครียดที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน โดยเฉพาะริต้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความตั้งใจที่จะเอาชนะในสิ่งที่ตัวเองเชื่อในขณะที่ทั้งสองสาวริต้าและแพรยืนคุยกันอยู่ที่มุมห้องคิริลก็เอาแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองสายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ทั้งสองอย่างตรงๆแต่เขารู้ดีว่าทั้งคู่กำลังเถียงกันอยู่อาจดูเหมือนการพูดคุยธรรมดา แต่คิริลที่ชำนาญการอ่านสถานการณ์และที่สำคัญรู้จักนิสัยของทั้งสองสาวไม่ว่าจะเป็ริต้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์หรือแพรที่มักจะใช้มารยาหญิงอย่างละเอียดอ่อนเขารู้ทันทีว่าเื่นี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่แสดงออกมา
"พี่แพรคิดว่าไงคะ...มันคงไม่ดีหรอกนะถ้าคนในวงการนี้จะมาทำอะไรแบบนั้นนะคะ?"
ริต้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ดวงตาคู่งามมองไปที่แพรด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายทั้งสองสาวมีท่าทางที่เหมือนจะพูดเื่ธรรมดาแต่คำพูดและท่าทางของพวกเธอกลับแฝงไปด้วยการโจมตีซึ่งกันและกัน
แพรไม่ได้ตอบกลับทันทีแต่เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนที่จะขยับมาใกล้ริต้าเล็กน้อย
“พี่ว่า...ถ้าเมั่นใจในตัวเองมากขนาดนี้ ทำไมไม่ลองลงมือทำดูล่ะ?พี่อยากจะชื่นชมผลงานเธอเหมือนกัน”
คำพูดของแพรแฝงไปด้วยความนัยบางอย่างแม้จะดูเหมือนเป็การกระตุ้นให้อีกฝ่ายพยายามแต่ความหมายลึกๆของมันคือการล้อเลียนและความเชื่อมั่นในตัวเองที่เหนือกว่า
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยคะ?ถ้าพี่แพรอยากจะได้อะไรก็แค่ใช้ความสามารถของตัวเองสิคะ”
ริต้าพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นใจในตัวเองคำพูดของเธอไม่ได้ออกแรงโจมตีโดยตรงแต่มันกลับแฝงไปด้วยการยั่วให้แพรรู้สึกถึงการท้าทายว่า
‘ทำไมไม่ลองใช้วิธีของตัวเองล่ะ?’
คิริลที่นั่งอยู่ในมุมห้องจ้องมองไปที่สองสาวด้วยความเบื่อหน่ายเขาไม่ได้คิดจะสนใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงเข้ามาในเกมที่เขาไม่ได้อยากเล่นท่าทางการพูดคุยของทั้งสองสาวมันเหมือนกับการแสดงออกที่ซับซ้อนพวกเธอไม่ได้พูดกันเพียงแค่คำพูดที่แสดงถึงการโจมตีกันเท่านั้นแต่การเคลื่อนไหวการยิ้มการสบตา มันล้วนแล้วแต่เป็การส่งสัญญาณที่คิริลไม่อาจจะมองข้ามได้
คิริลเบ้ปากเล็กน้อยเขารู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับเขา แต่นี่มันน่ารำคาญและน่าเบื่อมาก เขาไม่ชอบความขัดแย้งแบบนี้ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทุกคำพูดของทั้งสองสาวนั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกๆ ที่เขาสามารถจับได้ เขารู้ว่าทั้งริต้าและแพรต่างก็พยายามจะทำให้เขาสนใจโดยใช้วิธีการที่แตกต่างกันแต่เขาไม่อยากจะเป็ส่วนหนึ่งในเกมนี้เลย
"ช่างเป็การต่อสู้ที่น่าเบื่อจริงๆ..."
คิริลพึมพำกับตัวเอง แต่อย่างไรก็ดีเขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่มันเข้ามาทางสายตาของเขา ความรู้สึกที่เขาควบคุมไม่ได้ในบางครั้ง ทำให้เขารู้สึกว่าการที่ทั้งสองสาวพยายามจะเอาชนะกันนั้นเป็เื่ที่ไม่สามารถทิ้งไปได้
ในขณะนั้น ริต้าและแพรกำลังหันหน้ามาพูดกับเขาพร้อมกันโดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจเลยว่าคิริลจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่แต่คิริลก็รู้ว่าเขาเป็เหมือนจุดหมายปลายทางที่ทั้งสองกำลังวิ่งมาทางนี้อยู่
“พี่คิริลคะ...พี่คิดอย่างไรกับความคิดสร้างสรรค์ของยุคนี้คะ?”
ริต้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเ้าเล่ห์และแอบแฝงความท้าทายเหมือน้าความสนใจจากเขา แต่คิริลก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้ถามอย่างจริงจังแต่เป็การทดสอบอารมณ์และการตั้งคำถามที่ไม่ได้มีคำตอบ
แพรที่ยืนข้างๆ ก็แย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่ไม่พูดอะไร คิริลที่ถูกดึงเข้าไปในบทสนทนาแบบนี้รู้สึกถึงความ้าเอาชนะกันของทั้งสองและมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไปกับเกมที่เขาไม่ได้สนใจ แต่ก็ไม่สามารถหลีกหนีได้
เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาเ็า ก่อนจะดื่มกาแฟอีกครั้งและตอบไปแบบไม่แสดงอารมณ์
“ทำงานของตัวเองให้เสร็จเถอะครับ”
คำตอบของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปชั่วขณะ
แต่ในใจของคิริล กลับเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับความตั้งใจของทั้งริต้าและแพร ความรู้สึกที่ลึกซึ้งของเขาเริ่มเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเขายอม
รับการท้าทายนี้มันอาจจะนำพาเขาไปสู่ทางที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน…