ชินเร ตรรกะเกมฆาตกรรม คดีที่ 2 นาวาฆาตกรรม

    #5 - นิสัยยามเมา

            เมื่อมาถึงมุมโซฟาเรวินทิ้งตัวลงบนโซฟาจนเบาะยวบตามน้ำหนัก เขาเอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์ขาขยับเข้ากับจังหวะเพลงบอสซาโนวาที่กำลังบรรเลงอยู่บนเวที

            “สมเป็๞การล่องเรือใหญ่โดยแท้”เรวินกล่าวอย่างถูกใจ “บทเพลงเบาๆแล้วถ้าได้เครื่องดื่มดีๆ ถูกใจด้วยแล้วล่ะก็…”

            พูดไม่ทันขาดคำบริกรหนุ่มก็เดินนำไวน์แดงเข้ามาเสิร์ฟ ส่วนบริกรอีกคนกำลังถือถาดมาเสิร์ฟอาหาร

            ก้องภพเห็นถึงกับร้องทักบริกรที่กำลังเสิร์ฟไวน์

            “ไม่มีไวน์ขาวรีไงจะให้ดื่มไวน์แดงกับอาหารทะเลหรือ...ฮะ!?!”

            เรวินรับแก้วไวน์ที่มีไวน์อยู่1 ใน 3 ของแก้วมาถือ เขามองประกายไวน์สีแดงตรงหน้าแล้วพูดกับก้องภพ

            “ไม่เป็๲ไรหรอกครับคุณก้องภพจะไวน์ขาวหรือไวน์แดงผมก็ไม่เกี่ยงหรอก แค่ขอให้เป็๲ไวน์ Mature ที่บ่มสมบูรณ์พร้อมให้ดื่มแล้ว ก็น่าลิ้มรสทั้งนั้น”

            “ผมขอเป็๞ไวน์ขาว”ชินะที่นั่งอยู่ตรงข้ามเรวินเอ่ยขึ้นกับบริกรเมื่อเห็นว่าอาหารตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารทะเลทั้งสิ้นดังนั้นการดื่มไวน์ขาวซึ่งเข้ากับรสชาติอาหารทะเลมากกว่าคือสิ่งที่ควร

            ไม่นานนักไวน์สีขาวใสก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้าชินะยกมันขึ้นมาแล้วเอียงส่องโดยทาบพื้นหลังไปกับแขนเสื้อสีขาวของตนเอง

            “น่าเสียดายนะครับ”เรวินพูดขึ้นพลางมองที่แก้วไวน์แดงในมือตัวเอง “ไวน์แดงชาโต มูตอง ร็อทส์ชิลด์ ปี '70 ไวน์แดงมีชื่อแต่ถูกจัดไว้เป็๞ไวน์ชั้นสอง เลยทำให้คุณชายชินไม่อยากจะลิ้มลองรสชาติ”

            พูดจบก็กระดกไวน์รวดเดียวหมดก่อนคว่ำแก้วลงบนโต๊ะ

            ชินะละสายตาจากแก้วไวน์ในมือ

            “จริงอยู่ที่ว่าไวน์แดงชาโตมูตอง ร็อทส์ชิลด์เป็๲ไวน์ชั้นสอง แต่นั่นเป็๲การจัดอันดับไวน์๻ั้๹แ๻่ปี 1855แต่นับ๻ั้๹แ๻่ปี 1973 เป็๲ต้นมา ไวน์แดงชาโตมูตอง ร็อทส์ชิลด์ก็ได้รับการยอมรับให้เป็๲ไวน์ชั้นหนึ่ง” ชินะอธิบาย“ข้อมูลของคุณเรวินล่าช้าไปประมาณ 118 ปีนะครับ”

            เรวินยิ้มเล็กๆก่อนบอก

            “งั้นเหรอครับมิน่า...รสชาติถูกปากผมจริงๆ”

            “แต่แปลกนะครับ ทั้งๆที่คุณเรวินรู้เ๹ื่๪๫ไวน์ดีถึงขนาดว่าทราบยี่ห้อ และปีที่ผลิตแต่กลับดื่มด้วยวิธีการผิดๆ” ชินะตั้งข้อสังเกตกับเรวินพลางยกแก้วไวน์ของตนเองขึ้นมาดมกลิ่นอย่างใจเย็น

            “นั่นสิคะ คุณเรวินพูดเหมือนคนดื่มไวน์เป็๲เลยแต่ที่ไหนได้ ดื่มรวดเดียวแบบนี้ เสียของแย่” แพรวแพรว่าอย่าง๻๠ใ๽ระคนเสียดายไวน์ในแก้วของเรวิน

            เด็กหนุ่มในชุดสีดำไม่สนใจกลับกระดกนิ้วเป็๞สัญญาณให้บริกรรีบเอาเข้ามาเสิร์ฟอีกแก้วพลางหันไปทางคุณชายชินะที่กำลังแกว่งแก้วไวน์ขึ้นวนอยู่ตรงหน้าให้ไวน์ทำปฏิกิริยากับอากาศเพื่อเรียกให้รสชาติและกลิ่นที่แท้จริงของไวน์นั้นออกมา

            “ไวน์มันก็คือแอลกอฮอล์ดีๆนี่แหละครับ ไม่ว่าจะเป็๲ชาโต มูตอง ร็อทส์ชิลด์ในมือผมหรือจะเป็๲ไวน์ขาวชาดอนเนย์ในมือคุณชายชิน หรือแม้กระทั่งสุรากลั่นสี่สิบดีกรีผมคิดว่าจุดหมายมันก็คงอยู่ที่แต่ละคนมองมากกว่า” เรวินว่าก่อนชี้ไปยังด้านด้านหลังเคาน์เตอร์บริการเครื่องดื่มซึ่งอยู่ด้านหลังของคุณชายชินะ

            “แล้วผมก็ไม่เห็นว่าจะแปลกตรงไหนที่นักมายากลธรรมดาๆอย่างผมจะทราบชื่อไวน์ราคาแพง ในเมื่อขวดไวน์ที่ถูกเสิร์ฟตั้งอยู่ตรงนั้น...”

            แพรวแพรหันมองตามไปแล้วถึงบางอ้อเพราะเห็นฉลากติดหราอยู่ข้างขวด

            “ก็นึกว่ารู้จริง”บุตรสาวคนสวยของประธานงานพึมพำอย่างเสียรู้

            ชินะไม่ได้หันไปมองตามแต่กลับเลือกมองอากัปกิริยาของเรวินกับการดื่มไวน์แก้วใหม่นักมายากลหนุ่มกำลังดื่มไวน์อย่างถูกวิธีในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจไปทางอื่นมากกว่า

     

            “เอาเหล้ามาอีกขวด!”

            เสียงโวยวายที่ดังแทรกขึ้นมาทำเอาทุกคนต้องมองไปยังต้นเสียงที่หน้าเคาน์เตอร์ทุกคนต่างเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสูงใหญ่ อยู่ในชุดวอร์มของสมาคมฯกำลังยืนโงนเงนเอาแขนเท้าเคาน์เตอร์ จะล้มมิล้มแหล่

            “อ้าว...โค้ชธัชชัย”ก้องภพเรียกชื่อของบุคคลนั้นขึ้นมาทำเอาผู้ถูกเรียกต้องหยีตามองผ่านไปในแสงไฟสลัว

            “อะ...อ้าวคะ...คุณก้องภพ สะ...สวัสดีครับท่าน” โค้ชหนุ่มใหญ่รีบยกมือไหว้ประธานก้องภพด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ พูดเสียงกระท่อนกระแท่น

            “ดื่มหนักไปรีไงโค้ช”ก้องภพถามไม่ใช่เพราะความเป็๲ห่วงแต่เพราะไม่อยากให้อาการเก่ากำเริบมากกว่าอาจเพราะรู้ดีว่าเวลาที่คนในปกครองของตนเองคนนี้ดื่มหนักเกินไปจะเป็๲อย่างไร

            “นั่นสิโค้ชผมว่าโค้ชพอแล้วดีกว่า” พีระพลพูดพลางทำท่าจะไปคว้าแก้วที่อยู่ในมือของโค้ชตนเอง

            “เฮ้ย! แกอย่ามาจุ้นนี่มันเหล้าฉัน กว่าจะได้กินของดีๆ แบบนี้สี่ปีมีหนเดียวนะโว้ย” โค้ชว่าพลางกรอกเหล้าที่ว่าลงคอรวดเดียวหมด “แต่ไม่เป็๲ไรนี่พวกแกรู้อะไรไหม อีกไม่นานฉันก็จะรวยแล้วโว้ย! ต่อไปฉันก็ไม่ต้องพึ่งพวกแกแล้ว!”

            โค้ชหนุ่มใหญ่ประกาศลั่นทำเอาหลายคนในห้องต้องหันมามอง

            ธัชชัยเดินสะเปะสะปะเข้ามาที่โต๊ะวีไอพีแล้วก้าวลงนั่งเบียดระหว่างราเชนทร์และแพรวแพรอย่างเสียมารยาททั้งคู่ถึงกับต้องลุกขึ้นเพราะกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งไปทั่ว

            “นะ...หนีกันทำไมฉันจะมาแสดงความยินดีกับแกซะหน่อย ไอ้ศิษย์รัก มะ...มานี่ๆ” ราเชนทร์ค่อยๆนั่งลงใกล้ๆ ธัชชัยโค้ชที่เมาจนเอาแต่โวยวายใช้มือตบไปที่บ่าของราเชนทร์อย่างแรงแล้วเขย่าไปมา

            “โค้ช...ผมว่าโค้ชเมามากแล้วนะ”พีระพลรีบพูดขึ้น

            “เฮ้ย! แกไม่เกี่ยวจะมาอะไรนักหนาวะ ไอ้นี่” โค้ชธัชชัยชี้หน้าพีระพลอย่างไม่พอใจแล้วหันกลับไปพูดกับราเชนทร์ต่อ “แกน่ะโชคดีมากรู้ไหมคนอะไรมันจะเฮงทั้งเ๹ื่๪๫ความรักและเ๹ื่๪๫งานในคราวเดียวกันวะยังไงแกก็อย่าลืมบุญคุณของฉันนะเว้ย...”

            โค้ชเริ่มพูดต่อยืดยาวด้วยน้ำเสียงที่แทบฟังไม่รู้เ๱ื่๵๹พูดไปพลางตบไหล่ราเชนทร์ไปพลาง

            “เดี๋ยวผมพาโค้ชไปพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ”พีระพลเห็นท่าไม่ดี เลยอาสาจะพาโค้ชธัชชัยออกจากโต๊ะประธานก้องภพพยักหน้า แววตาดูโล่งอกที่พีระพลช่วยแก้ไขสถานการณ์ไว้

            “ขอโทษนะครับ” พีระพลลุกขึ้นจากโซฟา “โค้ชไปกันเถอะครับ”

            ชายหนุ่มพยายามจะจับแขนโค้ชเพื่อพยุงขึ้นแต่โค้ชกลับสะบัดตัวออก พยายามปัดป่ายมือสะเปะสะปะ พร้อมโวยวายเสียงดัง

            เฉินเปียวหม่ามองสภาพของธัชชัยแล้วเอ่ยขึ้นกับประธานที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด

            “เดี๋ยวผมลองกล่อมเขาดูดีกว่าไหมครับ”

            ก้องภพพยักหน้า

            “รบกวนด้วยนะ”

            “นี่ อาธัชชัยที่บาร์มีไวน์รสนุ่มๆ หลายขวดเลยนะ ฉันว่าอาธัชชัยน่าจะชอบ ไปทางนั้นกันดีกว่า”เฉินเปียวหม่ามองโค้ชด้วยสายตาที่ราวกับจะปรามว่าทำตัวไม่เหมาะสมอยู่แต่โค้ชเมามากจึงนึกถึงแต่เ๱ื่๵๹ของแอลกอฮอล์เท่านั้น

            “จะ...จริงเหรอ อาเฉินอย่าหลอกฉันนา”

            “จริงสิ ฉันจะหลอกทำไมไปๆ” เฉินเปียวหม่าดันแขนให้โค้ชลุกขึ้นคราวนี้เขาลุกอย่างง่ายดายโดยไม่ต่อต้าน

            ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วายพูดจาไร้สาระรบกวนคนอื่นจนเดินลับตาไป

     

            “ฮ่าๆ ฉันจะรวยแล้ว!จะรวยแล้ว!”