องค์ชายสี่ องค์ชายเก้าถูกลอบสังหารเป็นตายไม่อาจรู้ ข่าวนี้ทำให้ฮ่องเต้พิโรธอย่างถึงที่สุดราชสำนักปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่ว
เมื่ออี้เฟยรู้ข่าวก็หมดสติไปในทันทีหากนางรู้ว่าจะมีอันตรายเช่นนี้รออยู่เบื้องหน้านางยินดีให้บุตรชายเป็นคนโง่เขลามากกว่าให้เขาต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ยังจะดีกว่า
จวนขององค์ชายสี่และองค์ชายเก้ารับทราบข่าวร้ายนี้พร้อมกัน พระชายาขององค์ชายสี่นั้นสงบเยือกเย็นจัดการสถานการณ์ตรงหน้าได้เป็นอย่างดีใช้เวลาไม่นานนางก็สามารถปลอบโยนผู้คนในจวนให้กลับสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็ว ส่วนพระชายาขององค์ชายเก้านั้นจะรู้สึกเสียใจตกใจ หรือตื่นตระหนกอย่างไร หว่านซีไม่อาจรู้ได้นางรู้เพียงอย่างเดียวว่าอีกฝ่ายทิ้งภาระตรงหน้าเอาไว้ให้นางผู้เป็นชายารองรับแทนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สุดท้ายแล้ว องค์ชายก็โปรดปรานนางมากที่สุดนางเองก็ไม่ได้อยู่ในภาวะพักฟื้นหลังคลอด ทั้งยังมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์แล้วยังมีตำแหน่งสูงที่สุดในยามนี้ ดังนั้นจะให้นางทำอย่างไรได้คงไม่อาจส่งหวังอันไปหาต่งเอ้อซื่อได้กระมัง
ไม่ได้
นางอยู่ในภาวะพักฟื้นหลังคลอด เหตุผลถูกต้องพร้อมมูลทั้งยังส่งมอบอำนาจให้นางโดยสมัครใจไม่มีเจตนาแทรกแซง ยังจะมีพระชายาผู้ใดที่ใจกว้างมากเท่าต่งเอ้อซื่อได้อีกเล่า
“มีข่าวอะไรหรือไม่”หว่านซีกุมมือแน่นใบหน้าไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
นางรู้ดี หากต่งเอ้อซื่อที่เป็นชายาเอกไม่ยืนหยัด นางซึ่งเป็นชายารองก็ไม่อาจหลบซ่อนตัวได้อีกต่อไปไม่ฉะนั้นจวนองค์ชายเก้าก็จะต้องตกอยู่ในความวุ่นวาย เมื่อนั้น ไม่ว่าอิ้นถังจะได้กลับมาหรือไม่แต่จวนองค์ชายเก้าก็จะตกเป็นที่ครหาแล้ว
แต่แท้จริงแล้ว เทียบกับภาระหน้าที่ที่ถาโถมเข้ามานางกลับเป็นห่วงความปลอดภัยของอิ้นถังมากที่สุด
หวังอันเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หว่านซีที่ยังคงสงบอยู่ได้จากนั้นจึงคิดถึงตอนที่เข้าไปในเรือนหลักเมื่อพระชายาได้ยินข่าวก็พลันมีสีหน้าสับสน ท่าทางตื่นตระหนกแทบสิ้นสติเขารู้ว่าไม่อาจรอให้นางสงบสติอารมณ์โดยเร็วได้ ตอนนั้นเองที่เขานึกถึงหวันเหยียนชายารองผู้ที่ไม่เคยได้รับหน้าที่ปกครองเรือนมาก่อนแต่ยามคับขันกลับน่าเชื่อถือกว่าพระชายาไม่รู้กี่เท่า
"เรียนชายารอง ยังไม่มีข่าวใดๆ แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุองค์ชายสี่และองค์ชายน่าจะสบายดี”
“หลินชูจิ่วอยู่กับองค์ชายหรือไม่”
"ขอรับ"
เมื่อหว่านซีได้ยินสิ่งนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีนางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเหลือตัวคนเดียว หากดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วตราบใดที่อิ้นถังไม่ได้อยู่คนเดียวความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตก็สูงมากและหากไม่เกิดเหตุการณ์พลิกผันใด เขาก็น่าจะได้รับยาที่นางเพิ่งให้คนส่งไปให้แม้ว่านี่จะเป็นเหตุบังเอิญแต่ยามนี้นางกลับรู้สึกขอบคุณตัวเองที่คิดถึงเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรก
"ดีมาก" หว่านซีพยักหน้า มองตรงไปที่หวังอัน "หวังอัน ข้าไว้ใจเจ้าได้หรือไม่“
"เชิญชายารองสั่งการขอรับ" หวังอันเหลือบมองหว่านซีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลักสตรีตรงหน้างดงามราวกับเทพธิดา ทว่ากลับมีกลิ่นอายเหมือนกับองค์ชายของเขาทั้งเฉียบคมและแข็งแกร่งยิ่งนัก
“ส่งคนไปที่เจียงหนานเร่งค้นหาองค์ชายและองค์ชายสี่อย่างลับๆ”
“ชายารอง?”สีหน้าหวังอันฉายแววตื่นตะลึงแต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาไร้อารมณ์ของหว่านซี เขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและกล่าวโทษตัวเองที่เสียมารยาทในใจ“น้อมรับคำสั่ง”
หลังจากหวังอันจากไป หว่านซีก็นั่งอยู่คนเดียวในโถงบุปผาด้วยความงุนงงเมื่อสติสัมปชัญญะกลับคืนมา นางก็ผุดลุกขึ้นเดินไปยังห้องปีกตะวันตกในทันทีกระทั่งได้อุ้มหงหมินน้อยไว้ในอ้อมแขน นางจึงค่อยรู้สึกสงบใจได้อีกครั้ง
หว่านซีออกคำสั่งกับหมัวมัวผู้ดูแลเรือนทั้งสี่อีกครั้งเพื่อปิดจวนและปฏิเสธการมาเยี่ยมเยียนของทุกคนจนกว่าองค์ชายจะกลับมา ไม่อนุญาตให้เข้าและออกนอกจวนรวมทั้งไม่อนุญาตให้นำข่าวออกไปจากจวนเป็นอันขาด หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนัก
อิ้นถังและอิ้นเจินถูกลอบสังหาร ไม่อาจทราบชะตากรรม ยามนี้เกิดการคาดเดาต่างๆ นานาจากคนนอกทว่าจวนองค์ชายทั้งสองยังคงสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยมากจึงได้ประทานของกำนัลมากมายให้แก่จวนทั้งสองดุจสายน้ำหลาก
ในวังหลวง อี้เฟยเอนกายลงบนตั่งหญิงงามพวงแก้มที่เคยอิ่มเอิบกลับซูบเซียวลงอย่างรวดเร็วเพราะข่าวของบุตรชายนับตั้งแต่รู้ข่าวนางก็ไม่อาจกินได้นอนหลับอย่างเป็นสุขสักเวลาเดียวตอนนี้นางกำลังหลับตาพักผ่อนมีนางกำนัลน้อยนั่งอยู่ด้านล่างพลางใช้สองมือนวดขาอย่างเบามือ
ฉีหมัวมัวเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนหลังจากค้อมคำนับแล้วก็กระซิบบอกเล่าข่าวที่นางเพิ่งรับรู้ให้ผู้เป็นนายรับฟัง
"อะไรนะ! เจ้ากำลังบอกว่าผู้รับผิดชอบในจวนของอิ้นถังไม่ใช่ต่งเอ้อซื่อ!"อี้เฟยลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันดวงตาฉายแววประหลาดใจ
"ทูลพระสนม ตอนนี้ผู้รับผิดชอบจวนองค์ชายคือชายารองหวันเหยียนซื่อจริงๆเพคะ ฮ่องเต้เพิ่งพระราชทานของกำนัลเพื่อปลอบขวัญชายาเอกสี่ ชายาเอกเก้า และชายารองหวันเหยียนซื่อเพคะ"ฉีหมัวมัวพูดเบาๆ
ใครก็ตามที่มีสายตาที่เฉียบแหลมก็สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ฮ่องเต้ทรงต้องการพระราชทานของกำนัลให้ก็คือชายาเอกสี่และชายารองหวันเหยียนซื่อนั่นเองแต่การที่พระชายาอย่างต่งเอ้อซื่อได้รับมอบของกำนัลไปด้วยก็เพียงเพราะทรงให้ความสำคัญกับตำแหน่งพระชายาไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาใดมากมายจึงได้พระราชทานของกำนัลให้แก่นางไปด้วยเพื่อเป็นการปิดบัง
อี้เฟยโบกมือครั้งหนึ่ง นางกำนัลน้อยก็รีบถอยออกไปด้านข้างทันควัน"ต่งเอ้อซื่อมัวทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางไม่ดูแลจวน”
ฉีหมัวมัวฟังน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของอี้เฟยก็ถอนหายใจครั้งหนึ่ง"พระชายาคงกำลังอยู่ในภาวะพักฟื้นหลังคลอดไม่สะดวกที่จะดูแลจวนด้วยตนเอง จึงมอบหมายให้กับชายารองหวันเหยียนซื่อ...“
"ข้าไม่ต้องการฟังเจ้าแก้ตัวแทนนางอีกแล้วเหตุใดข้าจะไม่เข้าใจความคิดของนางเล่านางเพียงไม่ต้องการรับผิดชอบเรื่องนี้เท่านั้น" อี้เฟยมองไปยังนอกหน้าต่างพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง"นางคงมั่นใจว่าบุตรชายข้าจะไม่กลับมาแล้วกระมัง!”
"พระสนม องค์ชายเก้ามีวาสนาสูงส่ง จะต้องไม่เป็นไรแน่นอนเพคะ"ฉีหมัวมัวเห็นความเคียดแค้นฉายแววออกมาบนใบหน้าของอี้เฟยก็รู้ในทันทีว่านายหญิงของนางยามนี้ไร้ความเมตตาต่อพระชายาขององค์ชายเก้าแล้วโดยสิ้นเชิง
หากองค์ชายเก้ากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็เป็นเรื่องดีแต่หากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น อี้เฟยคงไม่ยอมปล่อยพระชายาขององค์ชายเก้าไปอย่างแน่นอน
"อิ้นถังของข้ามีพระบารมีของโอรสสวรรค์คอยคุ้มครองจะต้องไม่เป็นไรแน่ ส่วนต่งเอ้อซื่อ นางชมชอบการอยู่สุขสบายใช่หรือไม่เช่นนั้นข้าจะส่งเสริมให้นางได้อยู่สบายไปทั้งชีวิต!"อี้เฟยกัดฟันสีเงินของนางและหลังจากครุ่นคิด ชั่วขณะหนึ่งนางก็ให้ฉีหมัวมัวเตรียมของขวัญส่งไปยังจวนขององค์ชายเก้าโดยส่งให้กับหว่านซีเพียงผู้เดียว
ในเมื่อคังซีต้องการปกป้องหน้าตาของราชวงศ์ แต่อี้เฟยไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นนางมีนิสัยกล้ารักกล้าแค้นและแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาส่วนบทบาทของผู้มีเมตตากรุณาเข้าอกเข้าใจอะไรนั่น ก็ให้เต๋อเฟยเป็นผู้เล่นไปเถอะ!
ในเรือนหลักต่งเอ้อซื่อที่ได้ยินว่าฮ่องเต้พระราชทานของกำนัลให้นางก็ทั้งตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสุขแต่พอได้ยินว่าเรือนชิงอี้ได้รางวัลมากกว่านางที่เป็นชายาเอกถึงสามเท่า รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็รั้งไว้ไม่อยู่ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้ยินว่าอี้เฟยประทานรางวัลให้กับหว่านซีเป็นการเฉพาะใบหน้าของนางก็มืดมน
เมื่ออิ้นถังถูกลอบสังหารในครั้งนี้ต่งเอ้อซื่อรู้สึกตกใจมากเสียจนสมองว่างเปล่าสติที่หลงเหลือเพียงเล็กน้อยบอกให้นางผลักเรื่องนี้ออกไปให้พ้นตัวนางยังคิดอยู่ว่าเพียงไม่ต้องรับรู้อะไร ไม่ต้องบอกผู้ใดว่าองค์ชายเป็นอย่างไรฮ่องเต้จะดำริอย่างไร หากนางจัดการได้ไม่ดี ฮ่องเต้กับอี้เฟยอาจจะตำหนินางได้อิ้นถังกลับมาก็อาจจะเกลียดนางซ้ำเข้าไปอีก
ใครจะคิดว่าหวันเหยียนซื่อกลับเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเพียงนั้นนางรู้ดีทุกอย่างแต่กลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อยลงมือเพียงครั้งเดียวก็ช่วงชิงโอกาสไปอย่างง่ายดายตอนนี้ดูเพียงของกำนัลที่นางได้จากฮ่องเต้และอี้เฟยก็บอกได้แล้วว่ายามนี้ทั้งสองพระองค์ให้ความสำคัญกับชายารองอย่างหวันเหยียนซื่อมากกว่านางผู้เป็นชายาเอกเสียอีก
"ข้าจะทำอย่างไรต่อไปดี" ต่งเอ้อซื่อดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังตงกูกูแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคับแค้น
ตงกูกูเห็นใบหน้าของต่งเอ้อซื่อบึ้งตึงก็ลอบถอนหายใจ พลางเอ่ย"พระชายาแม้ว่าฮ่องเต้จะมอบของกำนัลให้แก่ชายารองหวันเหยียนซื่อมากกว่าท่านถึงสามเท่าแต่ไม่ว่าอย่างไรท่านก็เป็นชายาเอก เป็นภรรยาเอกของจวนแห่งนี้ตอนนี้ท่านกำลังอยู่ไฟ สุขภาพไม่แข็งแรง จึงมอบโอกาสให้หวันเหยียนซื่อเป็นคนจัดการการที่นางทำงานออกมาได้ดีนั่นก็เป็นเพราะท่านที่เป็นคนดีถึงเพียงนี้มอบโอกาสให้นางอย่างใจกว้างนั่นเองเพคะ”
ยามนี้ตงกูกูทำได้เพียงเยินยอความใจกว้างของต่งเอ้อซื่อเท่านั้นยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นเมื่อเทียบกับความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้ที่นางสามารถเอาชนะอิ่นหมัวมัวและก้าวเข้ามาเป็นคนสนิทของพระชายาได้ความสำคัญของนางจะเพิ่มมากขึ้น แต่ยามนี้ดูเหมือนสิ่งต่างๆจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่นางคิดเสียแล้ว
“บ่าวสุนัขเจ้ากำลังเยาะเย้ยข้ารึ!”ต่งเอ้อซื่อตัวสั่นสะท้านอดไม่ได้ที่จะคิดว่าบรรดาพี่สะใภ้ของนางจะคอยเย้ยหยันนางสักเพียงใดเมื่อได้ยินเรื่องนี้เข้า
“บ่าวไม่กล้า” ตงกูกูพลันเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่าทันที
“ไม่กล้าเหตุใดไม่กล้า!” ต่งเอ้อซื่อคว้าเบาะด้านข้างแล้วฟาดออกไปอย่างแรง
ตงกูกูไม่กล้าหลบได้แต่ปล่อยให้เบาะนั้นกระแทกหน้านางอย่างรุนแรงพลางอ้อนวอนขอความเมตตา “พระชายาใจเย็นๆเพคะ...”
“ใจเย็นจะให้ข้าใจเย็นอยู่ได้อย่างไร อ๊า!”
“..."
อิ่นหมัวมัวที่ยืนอยู่ที่ประตูตลอดเวลาฟังการเคลื่อนไหวภายในห้องและอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มเยาะเย้ยตงกูกูคิดว่าการที่เป็นคนสนิทของเจ้านายเป็นเรื่องง่ายอย่างนั้นหรือหากไม่มีฝีมือเพียงพอใครจะกล้ายืนอยู่ในจุดนั้น ต่งเอ้อซื่อคือคนที่นางเลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือน่าเสียดายที่ความแตกต่างของนายและบ่าวนั้นมากเหลือเกิน ไม่ว่าอิ่นหมัวมัวจะพยายามสักเพียงใดแต่ในสายตาของผู้เป็นนาย นางก็ยังคงเป็นบ่าวทาสที่สามารถจิกหัวและละทิ้งได้ทุกเวลา
ช่างเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป ตราบใดที่นางไม่ได้ทำผิดร้ายแรงหรือผิดต่อคุณธรรมด้วยสถานะของบุตรีสายตรงของสกุลต่งเอ้อแล้วไม่ว่าอย่างไรต่งเอ้อซื่อก็จะสามารถรักษาตำแหน่งพระชายาของตนเองเอาไว้ได้อยู่ดี!
ต่งเอ้อซื่อที่รับรู้เพียงความโกรธเกรี้ยวของตนเองไม่ใส่ใจหัวใจอันเยือกเย็นของอิ่นหมัวมัวเช่นไรนางก็ไม่รับรู้ถึงความผิดหวังของอี้เฟยเช่นนั้นในเวลานี้นางเพียงขบคิดหาหนทางเอาทุกสิ่งที่เป็นของตนเองคืนเท่านั้น
มีคำพูดว่าการต่อสู้ของเรือนหลัง มีเพียงเจ้าตายหรือข้าตายไม่มีการยอมรับความพ่ายแพ้ใดๆ ทั้งสิ้น
ในเรือนชิงอี้หว่านซีมองไปที่ของกำนัลตรงหน้านางพร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแม้ว่าฮ่องเต้จะยังคงให้ความสำคัญระหว่างบุตรชายและสะใภ้จึงให้ความเอาใจใส่กับต่งเอ้อซื่ออยู่บ้างแต่พอเห็นของกำนัลของอี้เฟยที่ถูกส่งมาในยามนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรื่นเริงขึ้นมาก
เมื่อเทียบกับพระนิสัยที่ต้องรักษาหน้าให้ดูดีอยู่เสมอของฮ่องเต้อี้เฟยเป็นคนที่กล้ารักกล้าเกลียดมากกว่าเมื่อเห็นของกำนัลเหล่านี้ที่มอบให้เฉพาะนางก็ไม่ยากที่จะเดาได้ว่าอี้เฟยไม่พอใจต่งเอ้อซื่ออย่างถึงที่สุด
เป็นเช่นนี้ก็ดี นางไม่อาจเอาชีวิตต่งเอ้อซื่อได้แต่นางสามารถพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญไปได้ทีละอย่าง
"หมัวมัว เรือนหลักคงวุ่นวายมากกระมัง!"ดวงตาของหว่านซีปรากฏร่องรอยเย้ยหยันเล็กน้อย
"เจ้าค่ะ บ่าวได้ยินข่าวจากทิงอวี่ว่าตอนนี้ตงกูกูกำลังถูกลงโทษยามนี้นางยังคงคุกเข่าอยู่กลางลานเรือนเจ้าค่ะ" เกาหมัวมัวเม้มปาก แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความสุข
การเป็นบ่าวไพร่นั้นไม่ง่ายเลย ชีวิตของพวกนางไร้ค่าดุจหญ้าฟางมีความหวังเพียงขอให้ความซื่อสัตย์และจงรักภักดีนั้นสามารถแลกมาได้ด้วยความสงบร่มเย็นชั่วชีวิตในอดีตไม่ว่าจะเป็นตงกูกูหรืออิ่นหมัวมัวก็เป็นคนสำคัญในเรือนหลัก ต่างคนต่างทุ่มเทสุดกำลังให้กับผู้เป็นนายแต่ตอนนี้กลับต้องตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้
หากจะบอกว่ากระต่ายม้วยจิ้งจอกร่ำไห้[1] มิสู้บอกว่านางโล่งใจที่ได้ติดตามนายที่ดีมากกว่านายของอีกฝ่ายจะถูกต้องกว่า
"ดูเหมือนว่าของที่ประทานจากฮ่องเต้และเสด็จแม่จะทำให้พระชายาตกใจอยู่ไม่น้อยไม่รู้ว่าร่างกายของนางจะทนรับไหวหรือไม่” หว่านซีเก็บรอยยิ้มเสียดสีเอาไว้พลางหันไปมองเกาหมัวมัว “หวังอันส่งข่าวมาบ้างหรือไม่”
“ชายารองโปรดวางใจองค์ชายต้องปลอดภัยดีแน่ๆ เจ้าค่ะ” ความหมายคือยังไม่มีข่าวคราวนั่นเอง
หว่านซีหายใจเข้าลึกๆ และมองออกไปนอกหน้าต่างแต่กลับไม่อาจบังคับตนเองให้ซึมซับความงามของบุปผาหลากสีสันได้ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าใด ความหวังก็ยิ่งริบหรี่ลงเรื่อยๆแล้วจะไม่มีข่าวมาได้อย่างไร นางกำผ้าเช็ดหน้าแน่นก่อนเอ่ย“หมัวมัวให้หวังอันไปค้นหาด้วยตนเอง พาพรานป่าแถบนั้นและสุนัขล่าเนื้อไปด้วยต้องค้นหาให้พบให้เร็วที่สุด”
"ชายารอง..." เห็นดวงตาสีแดงก่ำของหว่านซีเกาหมัวมัวลอบถอนหายใจลึกๆนางเองก็เศร้าใจไม่แพ้กันที่เห็นเรื่องร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นมา
“หมัวมัว องค์ชายจะต้องไม่เป็นอะไรเพราะเขายังไม่เคยบอกชอบข้าเลยสักครั้งนี่!” แม้ภายนอกหว่านซีจะยังดูเหมือนไร้เดียงสาเอาแต่ใจ ทว่าความรักของนางกลับลึกซึ้งมากมายถึงเพียงนี้แล้ว
[1] สำนวน หมายถึง ร่วมโศกเศร้า เป็นทุกข์ร้อนกับชะตากรรมของพรรคพวกเดียวกัน