
แวะไปอ่านฉบับ WEBTOON กันได้นะครับ อย่าลืมไปกดเรตติ้งเต็มสิบ กดปุ่มหัวใจและเข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ

___________________________________________________
“สวัสดี ทานอะไรสักหน่อยไหม?”ย้อนกลับไปสักเล็กน้อย ในโลกแห่งวิญญาณอันลี้ลับที่ไม่ค่อยมีใครจะเห็นกันเท่าไรนัก เจ้าที่บุรุษหนุ่มร่างสูงในชุดไทยเดิมกำลังเดินถือถาดผลไม้กับของไหว้เจ้าจานใหญ่มาแบ่งปันให้แก่วิญญาณหนุ่มด้วยสีหน้ารับแขกอย่างที่สุด“พ่อมีของกินที่คนเค้าเอาถวายมาเยอะเลย แบ่งๆ กันทานได้นะ นานทีจะมีวิญญาณผ่านมาแถวนี้ ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก พ่อเป็นกันเองนะ”“ไม่เป็นไรครับ ทางนี้ไม่หิว” คุณชายยกมือขึ้นป้องไม่รับด้วยสีหน้านิ่ง “ท่านเป็นเจ้าที่ของที่นี่หรือครับ” ถามด้วยความไม่มั่นใจต่อท่าทีอีกฝ่าย“ใช่ อันที่จริงพ่อเพิ่งเป็นเจ้าของตำหนักนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง” เจ้าพ่อหนุ่มพูดก่อนก้าวมาใกล้คู่สนทนาผู้เป็นวิญญาณจากต่างถิ่น “คุณชื่ออะไรหรือ?”“ทุกคนเรียกผมว่าคุณชาย นั้นคือสิ่งที่ทางนี้จำได้ครับ” ร่างในชุดสูทแนะนำตัว “ความทรงจำค่อนข้างเลื่อนลางนัก”“ทุกคนก็เรียกพ่อว่าเจ้าพ่อ ยินดีที่ได้พบกันคุณชาย”“เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกับท่านเจ้าที่เลยครับ”พูดจบวิญญาณและเจ้าที่ก็ต่างไหว้แล้วจับมือกันเล็กน้อย“ที่ที่คุณจากมาไม่มีเจ้าที่หรือ?” เจ้าพ่อถามก่อน“มีแต่ศาลว่างเปล่า อาจเคยมีแต่หลายปีมานี้ไม่ ลุงเจ้าของเดิมค่อนข้างขี้งก และศาลตั้งไกลกว่าแม่บ้านจะไปดูแลทั่วถึง”เจ้าพ่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากไร้ซึ่งการดูแลมีหรือที่พระภูมิเจ้าที่จะดำรงตนอยู่ได้ และยิ่งขาดศรัทธาก็ยิ่งแล้วใหญ่ ซึ่งตัวเจ้าพ่อเองก็เคยประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อน เสียแต่ว่าเจ้าตัวไม่ย้ายออกไปจากศาลก็เพียงเท่านั้น“ชายคนนี้ก็เห็นเราได้หรือ?” คุณชายถามพลางหันมองตามธีซึ่งกำลังคุยกับคิดแล้วเดินออกไปด้านนอก ก่อนพบทีมงานเพื่อพูดคุยบางอย่าง“ธีมองเห็นพ่อด้วย เจ้าตัวมีสัมผัสอยู่แล้วแต่เดิม” เจ้าพ่ออธิบายก่อนกลับมาพูดกับวิญญาณในชุดสูท “คุณชายกำลังตามหนุ่มคนนี้หรือ?”“เหตุผลที่ตามมาก็เพื่อไล่เจ้านักเขียนนี่ออกไปจากห้องเท่านั้นครับเจ้าพ่อ” ตอบเสียงราบเรียบ“ดูเหมือนหนุ่มเขาอยากพบคุณมากเชียวนะ”“ใช่ พวกอยากลองของ ช่างน่ารำคาญเสียจริง”“พ่อเห็นว่าหนุ่มเขาไม่ได้ดูเหมือนพวกอยากลองของ เช่นเดียวกันคุณก็แตกต่างจากวิญญาณเฮี้ยนโดยสิ้นเชิง คุณสุภาพมากในฐานะผี”คิ้วของคุณชายกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าตัวจึงหันมายังเจ้าที่ตำหนักศาลแล้วเอ่ย“นักเขียนนี่ทำเพื่อตัวเอง เขาอยากเห็นทางนี้เพื่องานของเขาทั้งสิ้นครับ เหตุผลเจ้าหนุ่มนี่มีเท่านั้น”“มันจะจริงหรือเปล่านะ” เจ้าพ่อหันไปยังนักเขียนหนุ่มที่ยืนนิ่งครุ่นคิดบางอย่าง ท่ามกลางเหล่าทีมงานจัดเตรียมสถานที่ภายในตำหนัก“หนุ่มคนนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ มากกว่าเพียงเรื่องงาน พ่อได้ยินเสียงจากคำอธิษฐานของเขา”“บางอย่างในใจหรือครับ”“ครอบครัวของหนุ่มนี้ประสบอุบัติเหตุ มีเขาเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ เจ้าตัวเชื่อว่าเป็นความผิดของตัวเอง”ดวงตาของวิญญาณหนุ่มเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินเรื่องราวจากปากเจ้าที่“อะไร เจ้านักเขียนนี่นะหรือ?”เจ้าพ่อพยักหน้าแทนคำตอบใช่ “คุณรู้สึกห่วงใยเขาหรือคุณชาย?” ร่างชุดไทยถาม“ไม่…” คุณชายพูดเสียงแผ่ว นิ่งราวกับขบคิดเรื่องต่าง ๆด้านเจ้าพ่อเห็นเช่นนั้นจึงหยักไหล่แล้วหันไปมองเหล่ามนุษย์ที่กำลังเดินกวัดไกวไปมา“โลกมนุษย์นั้นมีความเป็นไปได้ไม่รู้จบ พ่อชักสงสัยว่าเขาปรารถนาที่จะเห็นคุณชายจริงๆ หรืออยากพบครอบครัวของตัวเองกันแน่ แต่ที่แน่นอนที่สุด เรื่องนี้มีเพียงในอนาคตเท่านั้นที่จะรู้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำต่อไปนี้แล้ว” เจ้าพ่อพูดพลางชี้ไปที่สองสองแอบยิ้มคิกคักก่อนเดินไปทางคิด เมื่อทีมงานประกาศว่าจะเริ่มรายการ วิญญาณที่ติดตามมาจากคอนโดพลันร้องทักท้วงในทันที“เจ้าสองตัวร้ายนั้น! มันจะก่อเรื่องอะไรอีกแน่?” คุณชายคำรามเสียงดุ หันมาลาเจ้าของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วเอ่ย “ขอตัวสักประเดี๋ยวนะครับท่านเจ้าที่!” พูดจบก็ตรงดิ่งไปทางคิดและสองทันที“ตามจริงคำขอพรเช่นนี้ไม่ควรเป็นจริง” เจ้าพ่อเอ่ยเสียงเบาดังกระซิบ ฝ่ามือหมุนเป็นวงกลมเล็ก ๆ “ทว่าชะตาขีดเส้นให้พบพาน มีหรือที่จะฝืนลิขิตได้…จากนี้จะบรรจบลงเช่นไร ทั้งสองจะตามหาสิ่งที่ตนหวังได้หรือเปล่า ก็ให้เป็นไปตามชะตานั้น”สองจงใจล้มกระชากหน้ากากของคิด คิดล้มตามแรงอีกฝ่ายขณะถ่ายทำคุณชายพุ่งเข้าขวางกล้องบังร่างคิดไว้และแล้วปาฏิหาริย์ชั่วอึดใจก็ปรากฏขึ้นคิดและคุณชายต่างเห็นกันและกันในชั่วเสี้ยววินาที ท่ามกลางกองถ่ายรายการนั้น…“คุณคิด โอเคหรือเปล่าครับ” ทีมงานหลายคนต่างพุ่งเข้ามาดูแลคิด จนเจ้าตัวรู้สึกว่าตนเองเหมือนประธานาธิบดีในหนังบู๊ที่ถูกจู่โจมจากภัยร้าย เขาคว้าหน้ากากอนามัยอันใหม่มาสวมแล้วจึงเอ่ยเสียงปรกติ“ผมไม่เป็นไร ดูทางคุณสองเถอะครับ”“เหวอ เหวอ กลัวแล้ว! สองกลัวแล้ว พ่อจ้าแม่จ้า!”สองร้องโวยวายชักดิ้นชักงอท่ามกลางวงทีมงานที่ขมวดคิ้วตึงว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับคนคลุ้มคลั่งผู้นี้ดี“หาผ้าไว้กัดปาก ทีมงาน ตามพยาบาลมา” ทีมงานผู้หนึ่งกล่าว“ลมชักหรือเปล่า ดูแลสองที! พาไปโรงพยาบาลเร็ว!”“อย่างกะผีเข้าเลย ขนลุกอ่ะพี่ แบบนี้จะถ่ายรายการต่อได้ไหมครับเนี่ย” ต่ายพึมพำกับเสือเมื่อเห็นร่างของสองถูกหิ้วออกไปจากตำหนัก“เป็นห่วงคนก่อนรายการเถอะต่าย” เสือเอ็ด จังหวะนั้นเองทีมงานหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาบรรณาธิการร่างสูง“ทางเราติดต่อพี่ป่องแล้ว ภารกิจนอกสถานที่ให้ยกเลิกก่อนค่ะ กลับไปถ่ายที่คอนโดคุณคิดกันก่อนค่ะ ตอนนี้เลย”“นะ นี่มีใครถ่ายภาพตะกี้ทันหรือเปล่า!” ตากล้องรายหนึ่งทักขึ้น “หน้าคุณคิดน่ะ”“มีบางอย่างผ่านหน้ากล้องพอดีอ่ะพี่ เนี่ย จ้าเชียว แสงแดดหรือเปล่าครับพี่” ตากล้องอีกคนออกความเห็นเบา ๆ“รบกวนรักษาความเป็นส่วนตัวของนักเขียนของผมด้วยนะครับ” เสือเอ่ยเสียงดุ“รบกวนด้วยครับ” ต่ายเสริมตามเสือ ระหว่างที่ทุกชีวิตกำลังจัดการสถานที่ ส่งคนไปโรงพยาบาลและเดินทางกลับคอนโด เด็กฝึกงานผมฟ้าก็คว้าโทรศัพท์ออกมาชมความเห็นโซเชียล“คนคอมเมนต์กันกระจุยกระจายแคปรูปกันใหญ่เลยครับพี่เสือ แต่ไม่เห็นหน้าชัดหรอกครับ…คิดว่านะครับ” ต่ายเอ่ยเมื่อไล่ดูความเห็นตรงหน้า“ถ้าตัวจริงของเจ้าตัวรั่วออกไปมีหวังวุ่นแน่” เสือพึมพำ“แต่ช้าเร็วก็ต้องมีคนรู้ว่าคุณคิดอยู่คอนโดไหนอยู่แล้วนี่ครับ เรามีถ่ายรายการนี่ครับพี่”“ก็ใช่ ถึงตอนนั้นถ้ามีแฟนคลับ หรือเรื่องวุ่นวายขึ้นมาก็ย้ายออกก็พอ เราแค่ให้คิดทำงานได้อย่างสงบสุขก็พอแล้ว” ร่างสูงหันไปทางคิด ซึ่งเจ้าตัวตอนนี้มีทีมงานประกบอยู่สองสามคน และกำลังเดินไปตรงหน้าเทวรูปเจ้าพ่อในตำหนักราวกับจะไปไหว้“มีคนแสดงความเห็นว่าแสงแดดตะกี้เห็นร่างคนเงาคนแวบๆ เพียบเลยนะครับ” ต่ายพูดพลางยื่นมือถือให้เสือชม สายตาหนุ่มแว่นผละจากนักเขียนมายังภาพปริศนาแสงแดดส่องพอดีที่หน้ากากของคิดหลุด แต่มีเค้าเลือนลางบางอย่างที่เหมือนเสื้อสูทหนาของใครบางคนอยู่ด้วยในเฟรมกล้อง“ในความเห็นบอกว่า…แสงสว่างหรือคนใส่สูท? จัดฉาก ของจริง เจ้าพ่อหรือผี???” เสือทวนสิ่งที่อ่าน “พี่ขอเชื่อเองว่าเป็นเงาหรืออะไรสะท้อนในกล้องดีกว่า”“แต่ว่าโชคดีจริงที่เซฟไว้ได้ทันนะครับ” ต่ายพูดพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอกห่างออกไปเล็กน้อย คิดเดินไปตรงหน้าเทวรูปเจ้าพ่อ ยืนจ้องสักพักไปพลางครุ่นคิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“คุณคิด” เสียงหนึ่งดังทักเจ้าตัวจากด้านหลัง“คุณธี”“ผมทราบเรื่องแล้ว ดีใจที่คุณไม่เป็นอะไร”“ตกใจมากเลยครับ” คิดหัวเราะแก้เก้อ“ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็มาที่ตำหนักนี้ได้นะครับ”“ขอบคุณมากนะครับ”“ผมเป็นแค่คนกลางเท่านั้น” ธีตบบ่าอีกฝ่ายก่อนหันไปมองคุณชายกับเจ้าพ่อเล็กน้อย เขายิ้มแล้วเอ่ยกับคิดต่อ “ถ้าเจ้าตัวอยากให้เห็นเดี๋ยวก็ได้เห็นเองครับคุณคิด ขอให้โชคดีนะครับ”พูดจบธีก็เดินจากไปพร้อมด้วยเจ้าพ่อแห่งตำหนักนี้ จังหวะเดี๋ยวกับที่ต่ายเดินมาเรียกคิดตามคำสั่งของรุ่นพี่“คิด คุณผู้ดูแลตำหนักพูดแบบนั้นหมายความว่าไงหรือ?” ต่ายถามอย่างสงสัย“ขอบคุณที่เมตตานะครับท่านเจ้าพ่อ” คิดพูดเบาๆ ยกมือไหว้เทวรูป “แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ คุณชาย ว่าแล้วว่าคุณมีตัวตนจริงๆ ด้วย ถึงตอนนี้ไม่เห็น แต่ตอนนั้น...ตามมาด้วยล่ะ!” นักเขียนหนุ่มกำหมัดแน่นเข้าสีข้าง พูดพร้อมรอยยิ้มกริ้มดีใจจนเต็มแก้ม“หะ? อะไรนะคิด” ร่างผมฟ้าเอนคอส่งเสียงเอ้ะ“ไปกันเถอะต่าย พี่เสือกับทีมงานรอแล้ว”สองหนุ่มเดินวกกลับไป ด้านคุณชายที่มองและยืนพิงพนักเสาของศาลไปพลางก็หัวเราะในลำคอ“ก็แค่จัดการคนที่มาขวางความเฮี้ยนที่เราหมายจะสำแดงเท่านั้น บังเอิญหรอก หึ! เตรียมตัวไว้เสียเจ้านักเขียน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไล่ออกไปให้ได้ คอยดู”พูดจบก็หันมาทางเทวรูปเจ้าพ่อ พนมไหว้หนึ่งที ก่อนวิญญาณเฮี้ยนจะเดินก้าวเท้าฉับๆ กลับไปตามนักเขียนแรกเริ่มตามเดิม